อย่างที่หลายคนเริ่มเห็นภาพกันชัดขึ้นเรื่อย ๆ ครับ ว่า การทำการตลาดกับ Gen Z ในวันนี้ ไม่ใช่แค่การสื่อสารเพื่อปิดการขายให้เร็วที่สุด แต่คือการเข้าไปทำความเข้าใจว่าเค้าใช้ชีวิตกันอย่างไร เชื่ออะไร เสพอะไร และมีวิธีแสดงตัวตนผ่านสิ่งรอบตัวแบบไหน เพราะสำหรับคนรุ่นนี้ แบรนด์ไม่ใช่แค่ผู้ขายสินค้า แต่คือหนึ่งในองค์ประกอบของ Culture ที่เขาเลือกจะมีส่วนร่วมด้วย การตลาดวันละตอนในวันนี้เลยอยากจะพาทุกคนไปดู 10 Case Study Gen Z Marketing ทั้งจากแบรนด์ระดับโลกและแบรนด์ในไทย ว่าแต่ละแบรนด์มีวิธีแทรกตัวเข้าไปอยู่ในโลกของ Gen Z ได้อย่างไร พร้อมแล้วไปดูกันเลยครับ
1. Ikea x Gustaf Westman by Ikea เปลี่ยนมีตบอลธรรมดาให้กลายเป็น Pop Culture สุดไฮป์
ปัญหา: เมนู Meatball ของ Ikea เป็น Signature ที่ทุกคนรู้จักดี แต่มันก็กลายเป็นความคุ้นเคยที่ดูธรรมดาและขาดความน่าตื่นเต้นไปแล้ว สำหรับกลุ่ม Gen Z ที่มองหาความแปลกใหม่ ไม่ว่าจะเป็น ประสบการณ์แบบ Executive และสิ่งที่สามารถนำไปอวดหรือแชร์ต่อบนโซเชียลมีเดียได้ การขายแค่ Meatball อร่อย ๆ จึงไม่เพียงพอที่จะสร้างกระแสหรือดึงดูดให้คนรุ่นใหม่เดินทางมาที่ Store
แคมเปญ: Ikea แก้เกมด้วยการจับมือกับ Gustaf Westman ดีไซเนอร์ที่กำลังเป็นที่นิยมในกลุ่ม Gen Z เพื่อออกแบบจานและส้อมคอลเลกชันพิเศษสำหรับกิน Meatball โดยเฉพาะ แบรนด์ใช้กลยุทธ์ Scarcity Marketing หรือการจำกัดจำนวนสินค้า เพื่อกระตุ้นความ FOMO แคมเปญนี้เปลี่ยนไอเทมธรรมดา ๆ อย่าง Meatball ให้กลายเป็น Pop Culture และงานศิลปะที่จับต้องได้ สร้าง Buzz บนโซเชียลจนวัยรุ่นต้องแห่กันไปกินเพื่อถ่ายรูปลง IG ครับ
4. Repositioning Campaign by Seasol เปลี่ยนภาพลักษณ์แบรนด์ดูแลต้นไม้รุ่นปู่ สู่รุ่นพี่สุดเก๋า
ปัญหา: เทรนด์การปลูกต้นไม้ในบ้านและจัดสวนกำลังมาแรงมากในกลุ่ม Gen Z แต่ปัญหาของ Seasol ซึ่งเป็นแบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลพืชมีภาพลักษณ์แบรนด์ดูแก่และผูกติดกับกลุ่มคนรุ่นปู่ย่าตายาย ทำให้คนรุ่นใหม่ที่เพิ่งเริ่มเข้าวงการปลูกต้นไม้รู้สึกไม่เชื่อมโยงด้วย และมองข้ามแบรนด์ไปหาผลิตภัณฑ์แพ็กเกจจิ้งมินิมอลตามโซเชียลมีเดียแทน
แคมเปญ: แทนที่จะฝืนพยายามทำตัวให้ดูเด็กลง Seasol เลือกใช้วิธี Repositioning โดยเปลี่ยน “ความแก่” ให้กลายเป็น “ความเก๋า” แบรนด์ปรับโทนการสื่อสารใหม่ทั้งหมด ใช้ภาษาที่ทันสมัย กวนๆ และมีความเป็นวัยรุ่น เพื่อทำหน้าที่เป็นรุ่นพี่ผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้คำปรึกษาเรื่องต้นไม้ แคมเปญนี้ทำให้ความเก่าแก่ของแบรนด์กลายเป็นจุดแข็งเรื่องความน่าเชื่อถือ ที่เข้าถึงง่ายและเป็นมิตรกับ Gen Z
6. Schmear Socks by Philadelphia ถุงเท้า 3 รสชาติ กระโดดเกาะกระแส Sneaker Culture
ปัญหา: แบรนด์ครีมชีส Philadelphia ต้องเผชิญกับวิกฤตยอดขายในแคนาดา เมื่อพบว่ากลุ่มผู้บริโภค Gen Z ไม่ได้มองครีมชีสเป็นไอเทมสำคัญในชีวิตประจำวันอีกต่อไป และมองว่ามันเป็นแค่วัตถุดิบธรรมดาๆ ที่จะซื้อยี่ห้อไหนก็ได้ แบรนด์สูญเสียความเกี่ยวข้องกับไลฟ์สไตล์ของ Gen Z และต้องการหาทางแทรกตัวเข้าไปอยู่ในความสนใจของวัยรุ่นให้ได้
แคมเปญ: แบรนด์เลือกเจาะเข้าหาวัฒนธรรม Sneaker Culture ที่ Gen Z หลงใหล ด้วยการออกแคมเปญ “Schmear Socks” ผลิตถุงเท้าลวดลายพิเศษ 3 รสชาติที่ออกแบบมาให้เข้ากับรองเท้าผ้าใบสุดฮิต ถุงเท้าถูกวางขายแบบจำกัดจำนวนคล้ายกับการ Drop รองเท้ารุ่นลิมิเต็ด การกระโดดข้ามจากชั้นวางของชำมาสู่โลก Streetwear ทำให้แบรนด์กลับมามีชีวิตชีวาและดึงดูดความสนใจจาก Gen Z ได้อย่างมหาศาล
7. Epic Night Out by Coca-Cola ผสานดนตรีและสตรีทฟู้ด เจาะลึกวัฒนธรรมวัยรุ่นท้องถิ่น
ปัญหา: แม้ Coke จะเป็นแบรนด์ระดับโลกที่แข็งแกร่ง แต่ความท้าทายคือการทำให้แบรนด์มีความเป็น Local หรือเชื่อมโยงกับวัฒนธรรมย่อยในแต่ละพื้นที่ได้อย่างลึกซึ้ง (Glocalization) Gen Z ในแต่ละประเทศมีพฤติกรรมและความชอบที่ต่างกัน Coke ต้องการแคมเปญที่สามารถเข้าถึงอินไซต์ของวัยรุ่นท้องถิ่นได้อย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่โฆษณาภาพกว้างที่ดูห่างเหินครับ
แคมเปญ: Coke นำ Music Marketing มาผสมผสานกับ Local Culture ออกแคมเปญ “Epic Night Out” โดยสร้างสรรค์บทเพลงและมิวสิกวิดีโอที่พูดถึงไลฟ์สไตล์การออกมาหาของกินอร่อย ๆ Street Food ยามค่ำคืนร่วมกับแก๊งเพื่อน ซึ่งเป็นอินไซต์จริงของวัยรุ่น การใช้ศิลปินและดนตรีที่เข้าถึงง่าย ทำให้แคมเปญนี้กลายเป็นไวรัล กวาดยอดวิวหลักสิบล้าน และสร้าง Engagement กับแบรนด์ได้อย่างมหาศาล