ลอง Social Listening ตัวใหม่ Analytiq ส่อง Insight ชิโอะปัง or ขนมปังเกลือ

ในยุคที่ข้อมูลข่าวสารวิ่งเร็วกว่าจรวด และเทรนด์ใหม่ ๆ ก็เกิดขึ้นทุกวัน เคยรู้สึกไหมครับว่าการจะตามให้ทันความคิดของผู้บริโภคนั้นเป็นเรื่องที่ท้าทายซะเหลือเกิน? เราจะรู้ได้อย่างไรว่าตอนนี้พวกเขากำลังสนใจอะไร, รู้สึกอย่างไรกับแบรนด์ของเรา, หรือกำลังพูดคุยกันอยู่ที่ไหน? วันนี้ผมเลยอยากจะมาแนะนำ “อาวุธลับ” ที่นักการตลาดยุคใหม่ขาดไม่ได้เลย นั่นก็คือ Social Listening ซึ่งต้องขอขอบคุณทาง Analytiq ที่ให้ทางการตลาดวันละตอนได้ลองเครื่องมือตัวใหม่ที่กำลังจะปล่อยให้ออกมาใช้กันเร็ว ๆ นี้ครับ

แต่ก่อนที่เราจะไปเจาะลึกเคสจริง เรามาดูกันก่อนว่าเครื่องมือ Social Listening ตัวนี้มันมันทำอะไรได้และช่วยธุรกิจในมิติไหนบ้าง เพราะหัวใจสำคัญของมันคือความสามารถในการรวบรวมข้อมูลมหาศาลจากทุกแพลตฟอร์ม แล้วสกัดออกมาเป็น Insight ที่พร้อมใช้งานได้ทันทีครับ

1. จับเทรนด์ก่อนใคร (Trend Spotting) เริ่มจากพื้นฐานก่อนเลยครับ เครื่องมือนี้สามารถวิเคราะห์ปริมาณการสนทนาในช่วงเวลาต่าง ๆ ทำให้เราเห็น “คลื่นใต้น้ำ” หรือเทรนด์ที่กำลังก่อตัวขึ้นก่อนใครเพื่อน ช่วยให้เราสามารถขยับจากตำแหน่ง “ผู้ตาม” ขึ้นไปเป็น “ผู้นำเทรนด์” ได้แบบไม่ยากเย็น

2. เลือกสนามรบที่ใช่ (Channel Strategy) การทุ่มงบประมาณการตลาดไปในทุกช่องทางเปรียบเหมือนการหว่านกระสุนแบบสะเปะสะปะ เครื่องมือตัวนี้จะช่วยชี้เป้าให้เห็นว่ากลุ่มเป้าหมายของเรากำลังใช้เวลาและพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องที่เราสนใจบนแพลตฟอร์มไหนมากที่สุด ทำให้เราสามารถจัดสรรทรัพยากรได้อย่างคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพสูงสุดครับ

AI-Generated by Shutterstock (Prompt: A flat-style vector illustration showing a concept of virtual collaboration or remote support. A computer monitor with a large headset and a glowing lightbulb at the center of the screen symbolizes ideas and communication. Surrounding the monitor are user profile icons connected with dotted lines, representing a network or customer service team. The color palette includes shades of blue, purple, and black, with abstract cloud shapes in the background to emphasize digital or online context. Minimalist and modern design.)

3. อ่านใจผู้บริโภคได้อย่างลึกซึ้ง (Consumer Insight) การรู้ว่าคนพูดถึงเยอะ (Mention) อาจไม่สำคัญเท่าการรู้ว่าพวกเขารู้สึกอย่างไร (Sentiment) ซึ่งเครื่องมือนี้สามารถวิเคราะห์และจำแนกได้ว่าบทสนทนานั้น ๆ เป็นเชิงบวก, ลบ หรือกลาง ๆ ซึ่งเป็นข้อมูลชั้นดีในการนำไปพัฒนาสินค้าและสร้างสารทางการตลาดที่ “โดนใจ” ครับ

4. ส่องกลยุทธ์คู่แข่ง หาช่องว่างในตลาด (Competitor Analysis & Market Gap) อีกหนึ่งความสามารถคือการใช้มันเพื่อ “สอดแนม” กลยุทธ์ของคู่แข่งได้ทุกฝีก้าว ไม่ว่าจะเป็นการเปิดตัวแคมเปญใหม่, การทำงานร่วมกับอินฟลูเอนเซอร์คนไหน, หรือแม้กระทั่งเสียงตอบรับจริง ๆ จากลูกค้าของเขา ซึ่งข้อมูลเหล่านี้มักจะเผยให้เห็น “จุดอ่อน” ของคู่แข่ง หรือ “ช่องว่าง” ในตลาดที่ยังไม่มีใครลงไปเล่น และนั่นคือโอกาสทองของแบรนด์เรา

5. คลังไอเดียทำคอนเทนต์ไม่มีวันหมด (Content & SEO Idea) เครื่องมือตัวนี้จะช่วยเราขุด ไอเดียที่แม้แต่ตัวเราเองอาจจะคิดไม่ถึง เพราะมันสามารถสกัดเอา “ภาษา” ที่ลูกค้าใช้จริง ๆ ไปจนถึงแฮชแท็กยอดฮิตออกมาให้เราเห็น ซึ่งสามารถนำไปต่อยอดได้ทันที

เมื่อเราเห็นภาพความสามารถของเครื่องมือกันแล้ว ทีนี้ลองมาดูเคสจริงที่จากเมนู Bekery ที่ฮิตกันทั่วบ้านทั่วเมืองอย่าง “ชิโอะปัง” กันบ้างดีกว่า ว่าเมื่อนำ Social Listening มาจับ เราจะเจอข้อมูลเชิงลึกอะไรที่น่าสนใจกันบ้าง

ในบทความนี้เราจะไม่ได้อธิบายวิธีการทำแบบละเอียดนะครับ ถ้าใครอยากรู้วิธีการเต็ม ๆ ก็สามารถ Click ได้เลยครับ แต่ไม่ว่าจะลงมือวิเคราะห์แบบไหน สิ่งสำคัญที่สุดคือการ “ทำความสะอาด” ข้อมูลครับ เพื่อให้แน่ใจว่าสิ่งที่เรากำลังจะวิเคราะห์นั้นแม่นยำและไม่ถูกรบกวนจากข้อความที่ไม่เกี่ยวข้องมากเกินไป

Social Listening

จากข้อมูลดิบเริ่มต้นที่มีการพูดถึง (Mentions) ทั้งหมด 13,426 mentions หลังจากผ่านกระบวนการทำความสะอาดแล้ว เราได้ข้อมูลที่พร้อมใช้งานจริง ๆ คือ 12,678 mentions ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญที่จะทำให้การวิเคราะห์ในขั้นต่อไปแม่นยำและเชื่อถือได้ครับ

เอาล่ะครับหลังจากเราทำความสะอาดข้อมูลเรียบร้อยแล้วทีนี้เราก็ต้องมาจัดหมวดหมู่ว่าข้อมูลหรือผลลัพธ์ที่เราต้องการจะมีหน้าตาเป็นแบบไหน ซึ่งในเคสนี้ผมได้แบ่งเป็น 4 Insight หลัก ๆ ดังนี้

Social Listening
  • การเรียกชื่อ ผู้บริโภคส่วนใหญ่นิยมเรียกขนมปังชนิดนี้ว่าอะไร ระหว่าง ‘ชิโอะปัง’ หรือ ‘ขนมปังเกลือ’
  • ประสบการณ์การทาน (Feeling & Experience) ความรู้สึกและคำที่คนมักใช้อธิบายรสชาติและเนื้อสัมผัสตอนที่ทาน
  • รสชาติ (New Flavors) รสชาติอื่น ๆ นอกจากแบบ Plain ที่มีคนพูดถึง
  • ระดับราคา (Pricing) ช่วงราคาต่างๆ ที่ถูกพูดถึง ตั้งแต่ต่ำกว่า 50 บาท ไปจนถึงมากกว่า 100 บาท

แต่กอนจะเข้าสู่ 4 Insight หลักเรามา Recap เทรนด์ของขนมชนิดนี้กันก่อนครับ ว่าจริง ๆ แล้วมันเริ่มมีการพูดถึงมาตั้งแต่ช่วงไหน และมันถูกพูดถึงบนแพลตฟอร์มไหนบ้าง

Social Listening

จากกราฟ Social Data by Timeline เราพบว่า “ชิโอะปัง” ไม่ใช่เทรนด์ที่เพิ่งเกิด แต่มีการพูดถึงมาเรื่อยๆ ตั้งแต่ช่วงเดือนตุลาคม 2024 แต่จุดที่น่าสนใจคือ จำนวนการพูดถึงที่พุ่งทะยานอย่างก้าวกระโดดตั้งแต่ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2025 เป็นต้นมา นี่คือสัญญาณที่ชัดเจนว่าเทรนด์นี้กำลังจะระเบิดและกลายเป็นกระแสหลัก

Social Listening

ข้อมูลจากเคส “ชิโอะปัง” เผยให้เห็นความแตกต่างที่น่าสนใจมากระหว่าง “ปริมาณ” และ “คุณภาพ” ของการสนทนาบนแต่ละแพลตฟอร์ม ซึ่งเป็นข้อมูลที่ช่วยให้เราวางกลยุทธ์ได้คมขึ้นเยอะเลยครับ

  • X (Twitter): แพลตฟอร์ม X ชนะเลิศในด้าน “ปริมาณ” การพูดถึงครับ โดยมี จำนวนการพูดถึง (Mentions) สูงที่สุดถึง 52% ถ้าแบรนด์อยากรู้ว่า ณ เวลานั้นมีกระแสอะไรเกิดขึ้น มีคนพูดถึงเยอะแค่ไหน X คือแพลตฟอร์มที่ต้องจับตาดูแบบเรียลไทม์เลยครับ
  • TikTok: แต่ถ้าเรามองไปที่ “คุณภาพ” หรือ “อิมแพค” TikTok ชนะแบบขาดลอยเลยครับ โดยครองส่วนแบ่ง ยอดการมีส่วนร่วม (Engagement) ไปอย่างถล่มทลายถึง 98% ซึ่งแสดงให้เห็นว่าแม้คนอาจจะไม่ได้พูดถึงเยอะเท่า X แต่คอนเทนต์บน TikTok สามารถทำให้คนอยากเข้ามา Likes, Comments, Shares หรือแม้กระทั่งสร้างคอนเทนต์แบบ UGC มากกว่าครับ

การเข้าใจความแตกต่างนี้ช่วยให้แบรนด์สามารถจัดสรรงบประมาณและสร้างสรรค์คอนเทนต์ให้เหมาะสมกับแต่ละแพลตฟอร์ม เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดครับ เอาล่ะครับในส่วนต่อไปเราก็จะเริ่มเข้าไปเจาะในแต่ละ Insight กันแล้ว มาดูกันว่าจะมีอะไรที่น่าสนใจแล้วนำไปประยุกต์ใช้กับธุรกิจได้บ้าง

คนไทยส่วนใหญ่นิยมเรียกชื่อทับศัพท์ว่า “ชิโอะปัง or Shio Pan” ครับ จากข้อมูลในภาพรวมที่เราวิเคราะห์กัน จะเห็นว่ามีผู้บริโภคถึง 61% ที่เลือกใช้ชื่อนี้ ขณะที่ชื่อ “ขนมปังเกลือ” ซึ่งเป็นคำแปลตรงตัวกลับถูกพูดถึงน้อยกว่าที่ 39%

ดังนั้น หากต้องการทำการตลาดสินค้าตัวนี้ ควรใช้ชื่อ “ชิโอะปัง  or Shio Pan” เป็นชื่อหลักในการสื่อสารไม่ว่าจะเป็นชื่อเมนู, Hashtag บนโซเชียลมีเดีย, หรือในสื่อโฆษณา แต่ก็สามารถใช้ “ขนมปังเกลือ” ร่วมด้วยได้ ก็จะทำให้แบรนด์เข้าถึงและเป็นส่วนหนึ่งของการสนทนาของผู้บริโภคได้มากขึ้นครับ

อันดับหนึ่งที่คนพูดถึงมากที่สุดคือ “ความหอมของเนย” ครับ ซึ่งมีสัดส่วนสูงถึง 28% แสดงว่ากลิ่นคือประตูด่านแรกที่ดึงดูดลูกค้าได้ดีที่สุด ตามมาติด ๆ คือเนื้อสัมผัสอย่าง “ความกรอบของผิวด้านนอก” ที่ 26%  

และแน่นอนว่าต้องคู่กับ “ความนุ่มของเนื้อด้านใน” ที่ 23% ซึ่งสองอย่างนี้รวมกันเป็นประสบการณ์ ‘กรอบนอกนุ่มใน’ ที่คนหลงใหล ส่วนรสชาติ “เค็มกำลังดี” ก็เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ที่ขาดไม่ได้ มีสัดส่วนอยู่ที่ 16%

เมื่อเรามองในภาพรวมแล้ว การที่เปอร์เซ็นต์ของแต่ละ Feeling ไม่ได้ห่างกันมากนัก ทั้งในเรื่องของ กลิ่น รสชาติ และเนื้อสัมผัส ดังนั้นแบรนด์ควรให้ความสำคัญกับประเด็นเหล่านี้ในการพัฒนาสินค้าอย่างตัว “ชิโอะปัง” ครับ

ช็อคโกแลต  ได้รับความนิยมสูงสุดอย่างชัดเจนที่ 28% ตามมาติด ๆ กับอีกหนึ่งรสชาติสายหวานอย่าง สตรอว์เบอร์รี ที่ 26% และถั่วแดง รสชาติสไตล์เอเชียที่หลายคนคุ้นเคยเป็นอย่างดี อยู่ที่ 23%

ตัวแทนจากสายของคาว (Savory) ที่ให้ความรู้สึกพรีเมียม  ทรัฟเฟิล อยู่ที่ 16% และสุดท้ายก็คือ แฮม ที่เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกรสชาติสายของคาวที่ถูกพูดถึงในสัดส่วน 7%

จากข้อมูลจะเห็นว่า นอกเหนือจากชิโอะปัง หรือขนมปังเกลือ แบบ Plain แล้ว ก็ยังมีการเพิ่มความหลากหลาย ทั้งในรูปแบบของไส้ในหรือซอสราด” ซึ่งถือเป็นโอกาสทองของแบรนด์เลยครับ แบรนด์สามารถใช้ข้อมูลนี้เป็นแนวทางในการพัฒนาสินค้าใหม่ได้อย่างมั่นใจว่าทำแล้วมีลูกค้าที่รออุดหนุนแน่นอนครับ

จากข้อมูลการพูดถึงบนโซเชียลมีเดียระหว่างวันที่ 4 มิถุนายน 2024 – 4 มิถุนายน 2025 เราสามารถแบ่งกลุ่มราคาของ “ชิโอะปัง” ได้ 3 ระดับหลัก ๆ ดังนี้ครับ

  • ช่วงต่ำกว่า 50 บาท เป็นกลุ่มที่ใหญ่ที่สุด มีการพูดถึงในสัดส่วน 49%
  • ช่วง 50-100 บาท ได้รับความนิยมใกล้เคียงกันมาก มีสัดส่วนอยู่ที่ 48%
  • ช่วงมากกว่า 100 บาท เป็นกลุ่มที่เล็กที่สุด มีการพูดถึงเพียง 3%

จะเห็นว่า ราคาส่วนใหญ่ที่มีการพูดถึง คือ ช่วงต่ำกว่า 50 บาท ค่อนข้างจะได้รับความนิยม ตามมาด้วย 50-100 บาท ซึ่งสองกลุ่มนี้รวมกันคิดเป็นสัดส่วนถึง 97% ของตลาดเลยทีเดียวครับ

ซึ่งอาจสรุปได้ว่า The Sweet Spot ของ “ชิโอะปัง” อยู่ในโซนราคาที่เข้าถึงง่าย (ต่ำกว่า 100 บาท) แบรนด์ที่ต้องการเจาะตลาดในวงกว้างควรวางตำแหน่งราคาของตัวเองให้อยู่ในกลุ่มนี้ เพื่อให้สามารถแข่งขันและเข้าถึงผู้บริโภคส่วนใหญ่ได้

ในขณะเดียวกันสำหรับ ตลาดพรีเมียม ที่อาจจะมีราคา “มากกว่า 100 บาท ซึ่งมีสัดส่วนเพียง 3% ถือเป็นตลาดเฉพาะกลุ่มมาก แบรนด์ที่เลือกจะเล่นในราคานี้จำเป็นต้องสร้างความพิเศษที่ชัดเจนและจับต้องได้ เช่น การใช้วัตถุดิบนำเข้าระดับพรีเมียม หรือมีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์จริง ๆ เพื่อสร้างความคุ้มค่าและจูงใจให้ผู้บริโภคยอมจ่ายในราคาที่สูงกว่าครับ

สำหรับเทรนด์ “ชิโอะปัง” เครื่องมือได้ชี้เป้าไปที่ Influencer สายกินอย่างช่อง “เปา กินไม่หยุด” บน TikTok ที่สร้างยอดการมีส่วนร่วมเยอะมาก ๆ ในขณะเดียวกันก็ทำให้เราเห็นว่าแบรนด์อย่าง “HOLIDAY PASTRY” ทำคอนเทนต์ของตัวเองได้ดีและน่าสนใจมาก 

ข้อมูลนี้ทำให้เราวางกลยุทธ์ได้สองทาง คือเลือกที่จะร่วมงานกับอินฟลูเอนเซอร์ที่พิสูจน์แล้วว่าปัง หรือศึกษาแนวทางการทำคอนเทนต์ของคู่แข่งที่ทำได้ดี เพื่อนำมาปรับใช้และพัฒนากลยุทธ์ของเราให้เหนือกว่านั่นเองครับ

นอกจากการวิเคราะห์ข้อมูลในมิติต่างๆ ที่เราคุยกันไปแล้ว เครื่องมือ Social Listening ยังมีความสามารถที่ล้ำลึกไปอีกขั้น นั่นคือการ วิเคราะห์ความรู้สึกเชิงลบ-บวก (Sentiment Analysis) ครับ

จะเห็นว่าประเด็น Feeling ต่าง ๆ ที่เราคุยกันไปก่อนหน้านี้ (เช่น หอมเนย, กรอบนอกนุ่มใน, เค็มกำลังดี) แล้วมีค่า Sentiment เป็นบวกสูงขนาดนี้ ตอกย้ำว่า “ประสบการณ์การทาน” คือจุดแข็งที่สุดของชิโอะปังที่แบรนด์สามารถนำไปชูเป็นจุดขายได้อย่างมั่นใจครับ

นอกจากนี้ ที่น่าสนใจคือ Sentiment ของราคาครับ การที่ Positive มีจำนวนสูงใกล้เคียงกันกับ Neutral ในขณะที่ Negative มีน้อยมาก ชี้ให้เห็นว่าผู้บริโภคส่วนใหญ่ยังคงรู้สึกว่าราคาของชิโอะปังในตลาดนั้น ‘สมเหตุสมผล’ และ ‘คุ้มค่า’ โดยเฉพาะในกลุ่มราคาที่เข้าถึงง่าย (ต่ำกว่า 100 บาท) ที่เราคุยกันไปก่อนหน้านี้ การที่เสียงตอบรับเชิงลบมีน้อยมากเป็นสัญญาณที่ดีว่าตลาดโดยรวมยังไม่มีแรงต้านด้านราคาอย่างมีนัยสำคัญ ถึงแม้ว่าจะมีบางส่วนที่บอกว่าราคาแพงเกินไปครับ

สรุป

จะเห็นได้ว่า Social Listening ไม่ใช่แค่เครื่องมือสำหรับดูตัวเลขสถิติอีกต่อไปนะครับ แต่มันคือเข็มทิศทางกลยุทธ์ที่ช่วยให้แบรนด์ตัดสินใจได้ในหลายมิติมิติ ตั้งแต่การพัฒนาสินค้า, การวางแผนการตลาด, การสร้างคอนเทนต์ ไปจนถึงการเลือกพันธมิตรทางธุรกิจ ในยุคที่เสียงของผู้บริโภคดังและทรงพลังที่สุด ธุรกิจที่จะประสบความสำเร็จไม่ใช่ธุรกิจที่ “พูด” เก่งที่สุด แต่คือธุรกิจที่ “ฟัง” และ “เข้าใจ” ลูกค้าได้ดีที่สุดครับ

และถ้าใครสนใจก็สามารถคลิกดูข้อมูลที่นี่ได้เลยครับ https://www.analyt-iq.com/en/

อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่นี่

Marketing Content Creator and Data Insight Researcher

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *