เจาะลึก เทรนด์ Set-Jetting ตามรอยหนังและซีรีส์ กับโอกาสการท่องเที่ยวและ Soft Power ไทย

ในอดีต การตัดสินใจเลือกจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวอาจเริ่มต้นจากรีวิวในเว็บไซต์ท่องเที่ยว หรือคำแนะนำจากคนใกล้ตัว แต่ในวันนี้ แรงบันดาลใจในการเดินทางจำนวนมากกลับไม่ได้เริ่มต้นจากแพลตฟอร์มท่องเที่ยวโดยตรงอีกต่อไปค่ะ และนี่คือจุดเริ่มต้นของ เทรนด์ ที่เรียกว่า Set-Jetting เมื่อฉากหนึ่งในหนังหรือซีรีส์ สามารถเปลี่ยนสถานที่ธรรมดาให้กลายเป็นจุดหมายปลายทางที่คนอยากไปสัมผัสด้วยตัวเอง ในบทความนี้ เบลล์จะพาไปเจาะลึกว่าเทรนด์นี้คืออะไรทำไมหนังหรือซีรีส์ถึงมีอิทธิพลต่อการท่องเที่ยวมากขึ้นเรื่อย ๆ และแบรนด์สามารถเรียนรู้อะไรจากเทรนด์นี้ได้บ้างค่ะ

เมืองที่เคยเป็นเพียงฉากหลังในเรื่องเล่า อาจกลายเป็นจุดหมายปลายทางที่คนอยากไปสัมผัสจริง โรงแรมที่เคยปรากฏอยู่ไม่กี่นาทีบนหน้าจอ อาจกลายเป็นสถานที่ที่ถูกค้นหาและพูดถึงบนโซเชียลอย่างรวดเร็ว หรือแม้แต่คาเฟ่ ถนน ชายหาด และรีสอร์ทที่ไม่ได้ตั้งใจจะเป็นโฆษณาท่องเที่ยวโดยตรง ก็สามารถกลายเป็นแรงผลักดันให้คนเริ่มวางแผนทริปได้

สิ่งนี้กำลังสะท้อนให้เห็นค่ะว่า Entertainment Content ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงสร้างความบันเทิงอีกต่อไป แต่มันกำลังกลายเป็นหนึ่งในเครื่องมือทรงพลังที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเดินทางของผู้บริโภคยุคใหม่ค่ะ เพราะทุกวันนี้นอกจากคอนเทนต์จะทำให้คนเห็นสถานที่แล้ว มันยังช่วยทำให้คนรู้สึกอยากเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของบรรยากาศ และประสบการณ์ที่เกิดขึ้นในสถานที่นั้นด้วยค่ะ

เทรนด์ Set-Jetting

และนี่คือจุดเริ่มต้นของเทรนด์ที่เรียกว่า Set-Jetting หรือ การเดินทางไปสัมผัสสถานที่จริงจากเรื่องราวบนหน้าจอด้วยตัวเองค่ะ ซึ่งสิ่งที่ทำให้เทรนด์นี้น่าสนใจ ที่นอกจากจะทำให้คนอยากไปเที่ยวตามรอยซีรีส์ คือการที่ “คอนเทนต์” กำลังทำหน้าที่คล้าย Travel Agent ในการสร้างความฝัน ภาพจำ และความอยากไปของจุดหมายปลายทาง โดยที่ผู้บริโภคอาจไม่รู้สึกด้วยซ้ำว่ากำลังถูกสื่อสารทางการตลาดอยู่ค่ะ

และคำว่า Set-Jetting เริ่มถูกพูดถึงในวงกว้างมากขึ้น หลังจาก Expedia จับปรากฏการณ์นี้ขึ้นมาเป็นหนึ่งในเทรนด์ท่องเที่ยวสำคัญในปี 2022 ค่ะโดยได้สังเกตเห็นพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวที่เริ่มค้นหาจุดหมายปลายทางตามสถานที่ที่ปรากฏในหนังและซีรีส์มากขึ้น เช่น ยอดค้นหาฮาวายที่เพิ่มขึ้นหลังจาก The White Lotus Season 1 ออกฉาย หรือปารีสที่กลับมาได้รับความสนใจอย่างมากหลังจาก Emily in Paris กลายเป็นกระแส จากพฤติกรรมเหล่านี้ ทำให้ Set-Jetting เริ่มกลายเป็นพฤติกรรมการท่องเที่ยวที่สามารถวัดผลได้จริงค่ะ

Expedia จึงทำการสำรวจผู้คนกว่า 24,000 คน ใน 18 ประเทศ และพบว่า 53% ของนักท่องเที่ยวทั่วโลกบอกว่าความสนใจในการท่องเที่ยวแบบ Set-Jetting ของตัวเองเพิ่มขึ้นในช่วงปีที่ผ่านมา ขณะที่กลุ่ม Gen Z และ Millennials ซึ่งเป็นกลุ่มที่เสพคอนเทนต์บนแพลตฟอร์มดิจิทัลอย่างเข้มข้น ซึ่งมีสัดส่วนสูงถึง 81% ที่ได้รับแรงบันดาลใจในการเดินทางจากหนังและซีรีส์ ซึ่งตัวเลขเหล่านี้ล้วนสะท้อนให้เห็นค่ะว่า หนังและซีรีส์กำลังทำหน้าที่เป็นเหมือน “ประตูบานแรก” ที่พาผู้บริโภครู้จักเมือง วัฒนธรรม และประสบการณ์ใหม่ ๆ ก่อนที่พวกเขาจะเริ่มตัดสินใจเดินทางจริงนั่นเองค่ะ

1. The Destination Effect ซีรีส์ดังหนึ่งเรื่อง เปลี่ยนเมืองทั้งเมืองได้ชั่วข้ามคืน

เมือง Taormina บนเกาะซิซิลีของอิตาลี เดิมทีเป็นเมืองริมทะเลที่มีเสน่ห์และมีนักท่องเที่ยวแวะเวียนมาอยู่แล้วค่ะ ด้วยบรรยากาศเมืองเก่า วิวทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และโรงแรมหรูที่ตั้งอยู่บนทำเลสวยงาม ทำให้ที่นี่เป็นจุดหมายปลายทางของนักเดินทางบางกลุ่มมานานค่ะ แต่ถึงอย่างนั้นก็ตาม ณ ตอนนั้นที่นี่ก็ถือยังไม่เป็น Destination ที่คนทั่วโลกต่างพูดถึงกันมากนักค่ะ

จนกระทั่งปลายปี 2022 หลังจาก The White Lotus Season 2 ออกฉาย ภาพจำของ Taormina ก็เริ่มเปลี่ยนไปในสายตาของผู้ชมทั่วโลกค่ะ เพราะซีรีส์ไม่ได้พาให้คนเห็นเพียงโรงแรม San Domenico Palace หรือวิวทะเลริมหน้าผาเท่านั้น แต่ยังสร้างบรรยากาศของความหรูหรา ความลึกลับ ความสัมพันธ์ที่ซับซ้อน และความรู้สึกบางอย่างที่ผู้ชมอยากเข้าไปสัมผัสด้วยตัวเองจริง ๆ ค่ะ ซึ่งผลที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นก็แทบจะทันทีค่ะ เพราะยอดค้นหาเที่ยวซิซิลีพุ่งขึ้น 50% ตามรายงานของ Hopper ขณะที่เว็บไซต์ของ Four Seasons Sicily เห็น Traffic เพิ่มขึ้นถึง 193% และห้องพักของ San Domenico Palace ที่ราคาประมาณ 3,000 ยูโรต่อคืน ถูกจองเต็มไปจนถึงฤดูใบไม้ผลิปี 2023 เลยค่ะ

ปรากฏการณ์นี้สะท้อนให้เห็นค่ะว่า Set-Jetting ไม่ได้ทำให้คนสนใจสถานที่เพียงชั่วครู่เท่านั้น เพราะมีหลายครั้งที่คอนเทนต์สามารถฝังภาพจำบางอย่างไว้ในใจผู้ชมได้นานกว่าช่วงเวลาที่ซีรีส์กำลังเป็นกระแส อย่างเช่นกรณีของ Game of Thrones ที่เบลล์มองว่าเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนมากค่ะ แม้ซีรีส์จะจบไปตั้งแต่ปี 2019 เมือง Dubrovnik ประเทศโครเอเชีย ยังคงดึงดูดแฟน ๆ ให้เดินทางมาตามรอยในฐานะ King’s Landing อยู่จนถึงทุกวันนี้ หรือกรณีของ Wuthering Heights ที่ออกฉายในปี 2025 และทำให้ยอดค้นหาเกี่ยวกับการท่องเที่ยว Yorkshire ในสหราชอาณาจักรเพิ่มขึ้น 60% ภายในเวลาเพียง 6 สัปดาห์

@veenadiary

Four Seasons San Domenico Palace, Taormina โรงแรมที่มีทั้งเรื่องเล่า 600 ปี วิวทะเลซิซิลี และความรู้สึกของการได้พักจริง

♬ Good Vibes – ClearTone

ซึ่งเบลล์มองว่านี่คือเหตุผลที่ The Destination Effect มีมูลค่าสูงกว่าแคมเปญโฆษณาทั่วไปค่ะ เพราะโฆษณาสามารถทำให้คนเห็นสถานที่ได้ ส่วนคอนเทนต์ที่คนรักสามารถทำให้คนรู้สึกผูกพันกับสถานที่นั้น และเมื่อความผูกพันเกิดขึ้น การเดินทางก็ไม่ได้เป็นแค่การไปเที่ยว แต่กลายเป็นการเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวที่ตัวเองเคยอินบนหน้าจอค่ะ และเบลล์คิดว่าวันนึงตัวเองก็คงอยากหลุดเข้าไปในสถานที่สวย ๆ และสัมผัสถึงบรรยากาศจริงบ้างสักครั้งเหมือนกันค่ะ และเบลล์เชื่อว่าใครหลาย ๆ คนก็คงจะมีสถานที่ ที่ตัวเองก็อยากจะไปด้วยเหมือนกันใช่มั้ยคะ

2. Content ≠ Hollywood เมื่อ K-Drama, Anime และ BL ไทย สร้างแรงเดินทางได้ไม่แพ้หนังฟอร์มใหญ่

ถ้าพูดถึง Set-Jetting หลายคนอาจนึกภาพเป็น Netflix Original หรือ Hollywood Blockbuster อยู่ใช่มั้ยคะ เพราะคอนเทนต์เหล่านี้ล้วนมีฐานผู้ชมระดับโลกและสามารถสร้างแรงกระเพื่อมให้สถานที่ถ่ายทำได้อย่างรวดเร็ว แต่ความจริงมันกว้างกว่านั้นมากค่ะ เพราะสิ่งที่ทำให้คนออกเดินทางไม่ได้วัดจากงบโปรดักชันเพียงอย่างเดียว แต่เบลล์มองว่ามันยังรวมไปถึงระดับความผูกพันที่ผู้ชมมีต่อคอนเทนต์ ตัวละคร และโลกของเรื่องราวนั้นอีกด้วยค่ะ ซึ่งก็คงไม่พ้น K-Drama ที่สามารถพิสูจน์เรื่องนี้ได้อย่างชัดเจนค่ะ ซีรีส์เกาหลีหลายเรื่องทำให้สถานที่ธรรมดาในเกาหลีกลายเป็นสถานที่ตามรอย ของแฟนซีรีส์จากทั่วเอเชียและตะวันตก ไม่ว่าจะเป็นคาเฟ่ในโซล ตลาดเล็ก ๆ ในปูซาน หรือแม้แต่สถานีรถไฟชนบท

เหตุผลที่ K-Drama สร้างแรงจูงใจในการเดินทางได้ดี เบลล์มองว่ามาจากวิธีการเล่าตัวละครจากชีวิตประจำวันทั่วไปค่ะ เพราะซีรีส์ไม่ได้ขายเมืองผ่านภาพแลนด์มาร์กใหญ่ ๆ เสมอไป แต่พาคนดูเข้าไปเห็นจังหวะการใช้ชีวิตของตัวละคร เช่น ร้านที่ไปกินหลังเลิกงาน เส้นทางที่เดินกลับบ้าน คาเฟ่ที่ใช้คุยกัน หรือย่านที่ตัวละครใช้ชีวิตอยู่เป็นประจำ รายละเอียดเล็ก ๆ เหล่านี้เองค่ะที่ทำให้ผู้ชมรู้สึกว่าสถานที่ในเรื่องจับต้องได้ และสามารถตามไปสัมผัสได้จริงและทำให้ผู้ชมเริ่มรู้สึกผูกพันและไม่สามารถมูฟออนไปจากซีรีย์ได้ง่าย ๆ ค่ะ

เทรนด์ Set-Jetting

ซึ่งพลังแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับ K-Drama เท่านั้นค่ะ แต่ฝั่งอนิเมะญี่ปุ่นก็สะท้อนเรื่องนี้ได้ชัดเจนมากเหมือนกัน เพราะสำหรับแฟนอนิเมะหลายคน ญี่ปุ่นไม่ได้เป็นเพียงประเทศที่มีแลนด์มาร์กสวยงามหรือวัฒนธรรมน่าสนใจเท่านั้น แต่ยังเป็นเต็มไปด้วยภาพจำจากเรื่องราวที่พวกเขาเติบโตมากับมัน และข้อมูลจาก Reuters เคยรายงานค่ะว่า ญี่ปุ่นมีประสบการณ์ท่องเที่ยวที่จำลองชีวิตนักเรียนญี่ปุ่นสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยให้ผู้เข้าร่วมใส่ชุดนักเรียน เข้าเรียน ทำกิจกรรมในโรงเรียน และสัมผัสวัฒนธรรมแบบที่หลายคนคุ้นตาจากอนิเมะ

@juicejuicejuice17

ความฝันของผมคือมาญี่ปุ่นเพื่อตามรอยบันไดนี้จาก Your name อนิเมะเรื่องโปรด อยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟเดินทางง่ายมาก ปักหมุดลง google maps ได้เลย! 📍Suga shire, Shinjuku, Tokyo #anime #yourname #tokyo #japan #makotoshinkai

♬ オリジナル楽曲 – いねine – いね

ซึ่งสิ่งนี้สะท้อนให้เห็นค่ะว่า Set-Jetting ไม่ได้หยุดอยู่แค่การพาคนไปถ่ายรูปในโลเคชันที่เคยเห็นบนหน้าจอ แต่กำลังขยับไปสู่การออกแบบประสบการณ์ที่ทำให้แฟนรู้สึกเหมือนได้เข้าไปใช้ชีวิตอยู่ในโลกของคอนเทนต์จริง ๆ อีกด้วยค่ะ

ถ้ามองกลับมาที่ไทย โอกาสนี้ยิ่งน่าสนใจขึ้นเลยทีเดียวค่ะ โดยเฉพาะจากกระแส BL Series ไทยที่มีฐานแฟนต่างประเทศแข็งแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ ตามข้อมูลจาก Thailand Media Landscape 2026 ซีรีส์ BL ไทยครองส่วนแบ่งตลาด 53% ของ Asian Market และมีการขาย License ไปแล้วกว่า 190 ประเทศทั่วโลก ซึ่งความหมายของตัวเลขนี้ไม่ใช่เพียงแค่การบอกว่า BL Series ไทยกำลังได้รับความนิยมในต่างประเทศเพียงเท่านั้นค่ะ แต่คือการที่จังหวัดในประเทศไทย สถานที่สวย ๆ หรือวัฒนธรรมไทยที่ดีงาม กำลังถูกมองเห็นผ่านสายตาของแฟนซีรีส์ทั่วโลกไปพร้อมกันด้วย

เมื่อแฟนต่างชาติอินกับตัวละครและเรื่องราวมากพอ สถานที่ที่เคยปรากฏอยู่ในซีรีส์ก็มีโอกาสกลายเป็นจุดหมายที่พวกเขาอยากเดินทางมาตามรอย และตรงนี้เองค่ะที่ทำให้ BL Series ไทยไม่ได้เป็นเพียงคอนเทนต์ส่งออก แต่ยังสามารถกลายเป็นประตูบานหนึ่งที่พาแฟนต่างชาติให้รู้จักประเทศไทยในมุมที่ใกล้ตัวและมีอารมณ์ร่วมมากกว่าภาพโปรโมตการท่องเที่ยวทั่วไปนั่นเองค่ะ

3. The Thailand Play เมื่อไทยเปลี่ยน Film Tourism ให้กลายเป็นโอกาสเชิงกลยุทธ์

ถ้าดูเผิน ๆ การที่ The White Lotus Season 3 เลือกมาถ่ายทำในประเทศไทย อาจดูเหมือนเป็นโอกาสดีที่เกิดขึ้นจากการถูกเลือกโดยโปรดักชันระดับโลกค่ะ ในความเป็นจริง ไทยกำลังวางตัวเองให้เป็นหนึ่งในผู้เล่นสำคัญของ Film Tourism อย่างตั้งใจมากขึ้นเรื่อย ๆ ผ่านการสร้างแรงจูงใจให้กองถ่ายต่างประเทศเข้ามาใช้ไทยเป็นโลเคชันหลักในการผลิตคอนเทนต์

ซึ่งหนึ่งในกลไกสำคัญคือ นโยบาย Cash Rebate สำหรับโปรดักชันต่างประเทศในอัตรา 15-30% โดยไม่มีเพดานงบ ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ต้นปี 2025 ค่ะ ผลลัพธ์ที่ตามมาคือในปี 2025 ไทยรองรับการถ่ายทำต่างประเทศถึง 546 โปรดักชัน สร้างรายได้กว่า 6,000 ล้านบาท และในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2026 ก็มีโปรดักชันต่างประเทศเข้ามาแล้ว 218 โปรดักชัน และสร้างรายได้ไปกว่า 2,460 ล้านบาทอีกด้วยค่ะ

@1672travelbuddy

🦕ปักหมุดตามรอย สถานที่ถ่ายทำ Jurassic World : Rebirth ในประเทศไทย🦖 สวัสดีเพื่อน ๆ ทุกคน วันนี้บัดดี้จะพาเพื่อน ๆ มาตามรอยสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ระดับโลก Jurassic World จากค่าย Universal Pictures ที่มีการถ่ายทำภาคล่าสุดอย่าง “จูราสสิค เวิลด์: กำเนิดชีวิตใหม่” (Jurassic World : Rebirth) ในประเทศไทย จะมีสถานที่ไหนที่บัดดี้จะมานำเสนอบ้าง ตามมาชมกันได้เลย . 🦕1. หาดซันเซ็ต เกาะกระดาน อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม จ.ตรัง🦖 🦕2.ถ้ำมรกต เกาะมุก อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม จ.ตรัง🦖 🦕3.เขาตาปู อุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา จ.พังงา🦖 🦕4.น้ำตกห้วยโต้ อุทยานแห่งชาติเขาพนมเบญจา จ.กระบี่🦖 🦕5.หาดถ้ำพระนาง อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี จ.กระบี่🦖 🦕6.คลองหรูด-คลองน้ำใส จ.กระบี่🦖 . 🦕 Pinpoint the Locations: Tracing the Filming Sites of Jurassic World: Rebirth in Thailand 🦖 Hello everyone! Today, Buddy is taking you on a journey to explore the filming locations of Universal Pictures’ global blockbuster, Jurassic World. The latest installment, “Jurassic World: Rebirth,” was filmed in Thailand. Let’s dive in and see which locations Buddy will be showing today! . 🦕 1. Sunset Beach, Kradan Island, Hat Chao Mai National Park, Trang Province 🦖 🦕 2. Emerald Cave (Tham Morakot), Mook Island, Hat Chao Mai National Park, Trang Province 🦖 🦕 3. Ta Pu Island, Ao Phang Nga National Park, Phang Nga Province 🦖 🦕 4. Huai To Waterfall, Khao Phanom Bencha National Park, Krabi Province 🦖 🦕 5. Phra Nang Cave Beach, Hat Noppharat Thara – Mu Ko Phi Phi National Park, Krabi Province 🦖 🦕 6. Khlong Rut – Khlong Nam Sai, Krabi Province 🦖 . #เที่ยวไหนก็สบายใจ เพราะมี #เพื่อนร่วมทาง #TATTravelbuddy #1672Travelbuddy #สุขทันทีที่เที่ยวไทย #AmazingThailand #ResponsibleTourism #AmazingThailandGrandTourismandSportsYear2025 #จูราสสิค #ตามรอยหนัง #จูราสสิคเวิลด์ กำเนิดชีวิตใหม่ #JurassicWorld #JurassicWorldRebirth #thailand

♬ Jurassic Park Theme (Epic Orchestra) – Mathias Fritsche

อย่างกรณีของ Jurassic World: Rebirth สามารถสะท้อนเรื่องนี้ได้ดีค่ะ เพราะการถ่ายทำในกระบี่ พังงา และตรัง ไม่ได้สร้างเพียงภาพจำของธรรมชาติไทยบนจอภาพยนตร์ระดับโลก แต่ยังนำเงินเข้าไทยโดยตรงกว่า 400 ล้านบาท และสร้างงานให้คนในพื้นที่มากกว่า 2,200 อัตรา ซึ่งเบลล์มองว่ามูลค่าที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้นคือผลลัพธ์หลังหนังออกฉายค่ะ เพราะภาพทะเล ป่า และธรรมชาติของไทยจะถูกนำเสนอผ่านภาพยนตร์ระดับ Blockbuster ที่เข้าถึงผู้ชมทั่วโลก ภาพเหล่านี้มีโอกาสกลายเป็นแรงบันดาลใจในการเดินทางได้ในระยะยาว โดยเฉพาะเมื่อผู้ชมเริ่มค้นหาว่าฉากที่เห็นบนจอนั้นถ่ายทำที่ไหน

@longtungirl

The White Lotus ใช้โรงแรมในเครือ Minor ในไทย ถ่ายทำ 4 แห่ง อยู่ในภูเก็ต – สมุย #ลงทุนเกิร์ล #whitelotus #ลิซ่าblackpink #minorhotel

♬ original sound – ลงทุนเกิร์ล – ลงทุนเกิร์ล

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเองก็มองเห็นโอกาสนี้เช่นกันค่ะ จึงมีการตั้งเป้าภายใต้โครงการ Thailand FILMAZING ว่าจะสร้างรายได้จากการถ่ายทำให้ถึง 10,000 ล้านบาท ภายในปี 2027 แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าตัวเลขรายได้ คือการที่อุตสาหกรรมการถ่ายทำเริ่มเชื่อมกับธุรกิจท้องถิ่นมากขึ้นค่ะ เพราะทุกครั้งที่กองถ่ายต่างชาติเข้ามา ไม่ได้มีแค่โลเคชันที่ถูกใช้เป็นฉากเท่านั้นที่ได้รับประโยชน์ แต่ยังรวมถึงโรงแรม ร้านอาหาร ทีมงานท้องถิ่น บริษัทขนส่ง ไกด์ ผู้ประสานงาน ไปจนถึงชุมชนรอบพื้นที่ถ่ายทำด้วย ถ้ามองในมุมนี้ Film Tourism สามารถต่อยอดไปถึงการท่องเที่ยวหลังคอนเทนต์ถูกเผยแพร่ได้อีกชั้นหนึ่งค่ะ

4. The Amplification Loop วงจรที่ทำให้ Set-Jetting เร็วขึ้นและแรงขึ้นทุกปี

Set-Jetting ในปี 2026 ไม่ได้เกิดจากการดูซีรีส์แล้วรู้สึกอยากไปเที่ยวแบบเดิมอีกต่อไปค่ะ เพราะระหว่างความรู้สึกว่าอยากไป ไปจนถึงการเริ่มวางแผนทริปจริง มีตัวช่วยหลายอย่างที่ทำให้การตัดสินใจเกิดขึ้นเร็วกว่าเมื่อก่อนมากค่ะ วงจรนี้มักเริ่มจากการที่ผู้ชมเห็นสถานที่สวย ๆ ในหนังหรือซีรีส์ หลังจากนั้นแพลตฟอร์มอย่าง TikTok, Instagram หรือ YouTube ก็เริ่มจับความสนใจจากพฤติกรรมของเรา เช่น หยุดดูคลิปนานขึ้น กดค้นหาสถานที่นั้น หรือดูคอนเทนต์ที่เกี่ยวข้องซ้ำ ๆ ยิ่งถ้าเราสนใจมากเท่าไหร่ แพลตฟอร์มก็ยิ่งส่งคลิปที่เกี่ยวกับสถานที่นั้นมาให้เห็นมากขึ้นเท่านั้นค่ะ

เทรนด์ Set-Jetting

จากจุดนี้เอง ความอยากไปจะค่อย ๆ ถูกเติมด้วยข้อมูลและ Social Proof ค่ะ ผู้ชมจะเริ่มเห็นรีวิวจากคนที่ไปจริง เห็น Creator พาเดินในโลเคชันเดียวกับในเรื่อง เห็นวิธีเดินทาง งบประมาณ มุมถ่ายรูป และเห็นประสบการณ์ที่ทำให้สถานที่บนหน้าจอดูเข้าถึงได้มากขึ้น นี่คือสิ่งที่ทำให้ Set-Jetting ในยุคนี้ต่างจาก Film Tourism แบบเดิมมากค่ะ ในอดีต การสร้าง Awareness ให้สถานที่หนึ่งอาจต้องใช้เวลานานและอาศัยสื่อหลายช่องทาง วันนี้คอนเทนต์หนึ่งเรื่องสามารถถูกขยายต่อด้วย Creator หลายร้อยคน และถูกอัลกอริทึมผลักให้ผู้ชมเห็นซ้ำจนเกิด FOMO ได้รวดเร็วมาก

@tidfondiary

🎥🎬เที่ยวตามรอยซีรีส์หงสวดี ในเชียงใหม่ 🎨ฉบับเที่ยวไปวาดไป พามาเช็คอิน 2 วัดที่สงบและถ่ายรูปสวยมาก จ. เชียงใหม่ 📍วัดผาลาด วัดเล็ก ๆ ซ่อนอยู่กลางป่าบนทางขึ้นดอยสุเทพ จุดเด่นคือมีลำธาร น้ำตก และทางเดินธรรมชาติ บรรยากาศร่มรื่น เงียบ เหมาะกับคนที่อยากพักใจ มุมถ่ายรูปจะได้ฟีลเหมือนอยู่ในซีรีส์ 📍วัดอุโมงค์ วัดเก่าแก่มีอุโมงค์ให้เดินเข้าไปด้านในเพื่อกราบสักการะพระ และเจดีย์กว่า600ผีด้านบน บรรยากาศค่อนข้างเงียบ รอบ ๆ เป็นพื้นที่ป่าและเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม ใครหาที่พักใจหรือมุมวาดรูปสวยๆ ในเชียงใหม่ ห้ามพลาดเลย #วัดอุโมงค์ #หงสาวดี #วัดผาลาด #เที่ยวไปวาดไป #เที่ยวตามรอยซีรีย์

♬ เสียงต้นฉบับ – ติดฝนไดอะรี่🎨✈️ – tidfondiary

โดยหัวใจของวงจรนี้คือ Creator Economy ค่ะ ครีเอเตอร์บน TikTok และ YouTube ไม่ได้ทำหน้าที่แค่รีวิวสถานที่อีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็น Travel Agent รูปแบบใหม่ที่ผู้ชมเชื่อถือ เพราะพวกเขาแปลความฝันจากหน้าจอให้กลายเป็นทริปที่จับต้องได้ แล้วเมื่อรวมกับ AI Planning Tools ที่เริ่มเข้ามาช่วยวางแผนทริป ความเร็วของ Set-Jetting ก็ยิ่งเพิ่มขึ้นไปอีกค่ะ จากข้อมูลของ Expedia พบว่า 3 ใน 10 ของนักท่องเที่ยวชาวอเมริกันมีแนวโน้มใช้ AI ช่วยวางแผนทริปในปี 2026 ซึ่งหมายความว่า Journey ของคนกลุ่มที่สนใจก็กำลังสั้นลงเรื่อย ๆ เช่นกันค่ะ

@togetherth_

Jurassic Park เมืองไทย! กับ 📍น้ำตกห้วยโต้ จ.กระบี่ หนึ่งในสถานที่ถ่ายทำ Jurassic World Rebirth 🦖🌿 #jurassicworld #jurassicpark #jurassicworldrebirth #tiktokพาเที่ยว #กระบี่

♬ Epic Music(863502) – Draganov89

ดังนั้นสำหรับแบรนด์และ Destination การเข้าไปอยู่ในวงจรนี้จึงสำคัญมากค่ะ การทำงานร่วมกับ Creator ที่มีฐานแฟนจริงและเล่าได้อย่างเป็นธรรมชาติ อาจให้ผลดีกว่าการซื้อสื่อแบบเดิม เพราะคอนเทนต์จาก Creator สามารถพาผู้ชมขยับจากการเห็นสถานที่ ไปสู่การรู้สึกว่าอยากไป และเห็นภาพว่าตัวเองสามารถไปได้จริงเช่นกันค่ะ

สรุป เจาะลึก เทรนด์ Set-Jetting ตามรอยหนังและซีรีส์ กับโอกาสการท่องเที่ยวและ Soft Power ไทย

เทรนด์ Set-Jetting ทำให้เราเห็นค่ะว่า “แรงบันดาลใจในการเดินทาง” ไม่ได้เกิดจากโฆษณาท่องเที่ยวโดยตรงเสมอไปค่ะ หลายครั้งมันเริ่มจากความรู้สึกเล็ก ๆ หลังดูคอนเทนต์จบ แล้วค่อย ๆ กลายเป็นความอยากไปสัมผัสสถานที่จริงด้วยตัวเอง เบลล์มองว่านี่คือเหตุผลที่หนัง ซีรีส์ และครีเอเตอร์เริ่มมีบทบาทสำคัญต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวมากขึ้นค่ะ เพราะพวกเขาไม่ได้เพียงแค่พาคนเห็นสถานที่ แต่ทำให้สถานที่นั้นมีเรื่องราวและความหมายในใจคนดู

โดยรวมแล้วเทรนด์นี้ คือโอกาสสำคัญของแบรนด์ เมืองท่องเที่ยว โรงแรม คาเฟ่ และธุรกิจท้องถิ่น เพราะสถานที่ที่ปรากฏในคอนเทนต์ไม่ได้เป็นเพียงฉากหลังอีกต่อไป แต่สามารถกลายเป็นจุดหมายปลายทางที่ผู้บริโภคอยากเดินทางไปสัมผัสจริงได้ค่ะ

อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่นี่ค่ะ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *