Thai Marketing Trends 2026 จาก การตลาดวันละคน EP84 กับ อาจารย์เอกก์ นายกสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย

ถ้าพูดถึงโลกการตลาดในปี 2026 ผมเชื่อว่าหลายคนกำลังรู้สึกเหมือนกันครับ ว่า “โลกกำลังเปลี่ยนเร็วแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน” AI เข้ามาเปลี่ยนทั้งวิธีคิด วิธีทำงาน วิธีแข่งขัน วันนี้ผมเลยจะมาสรุป Session การพูดคุยกันระหว่างพี่หนุ่ย การตลาดวันละตอน และผศ.ดร.เอกก์ ภทรธนกุล นายกสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทยคนล่าสุด ในหัวข้อ Thai Marketing Trends 2026 โดยเนื้อหาครอบคลุมตั้งแต่อนาคตของ AI เทรนด์การตลาดไทยปี 2026 การเปลี่ยนผ่านของแบรนด์ในยุคใหม่ ไปจนถึงเบื้องหลังสุดน่าทึ่งของไปรษณีย์ไทย ที่หลายคนอาจไม่เคยรู้มาก่อน พร้อมแล้วไปดูกันเลยครับ

ต้องบอกก่อนครับว่าบทความนี้สรุปมาจากรายการ การตลาดวันละคน EP84 Thai Marketing Trends 2026 กับ อาจารย์เอกก์ นายกสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย ใครอยากฟังต้นฉบับแบบเต็ม ๆ สามารถเข้าไปฟังกันได้เลยครับ

หนึ่งในประเด็นที่น่าสนใจที่สุดคือวิธีที่อาจารย์เอกก์มอง AI ครับ หลายคนอาจยังใช้ AI เป็นแค่เครื่องมือช่วยสรุป ช่วยแปล หรือช่วยเขียนโพสต์ แต่ในมุมมองของอาจารย์เอกก์ AI กำลังขยับจากคำว่า “Tool” ไปสู่คำว่า “Team”

เพราะ AI ในวันนี้สามารถช่วย Brainstorm ไอเดีย วิจารณ์งาน มองมุมที่มนุษย์อาจมองไม่เห็นได้ในเวลาไม่กี่นาที ถึงขั้นที่อาจารย์เอกก์เคยยอมจ่ายค่าใช้งาน AI รุ่น Pro เดือนละ 200 เหรียญ และผลลัพธ์ที่ได้ใกล้เคียงมนุษย์ถึง 90% แต่ประหยัดเวลาได้มหาศาลครับ ส่วนพี่หนุ่ยเองก็ยอมรับแบบขำ ๆ ว่าตอนนี้ติด AI หนักมาก ถึงขั้นนั่งคุยอยู่ด้วยกันถึงตี 3 เหมือนกำลังคุยกับเพื่อนสนิทคนหนึ่ง

แต่สิ่งสำคัญที่อาจารย์เอกก์ย้ำชัดมาก คือ ต่อให้ AI เก่งขึ้นแค่ไหน “ความรับผิดชอบสุดท้ายยังเป็นของมนุษย์เสมอ” ถ้าเราใช้ AI ไปละเมิดลิขสิทธิ์หรือปล่อยข้อมูลผิด ๆ ออกไป ไม่มีทางโยนความผิดให้ AI ได้ เพราะสุดท้าย “คนที่กด Enter” คือคนที่ต้องรับผิดชอบทั้งหมดครับ

อีกหนึ่งประเด็นที่ฟังแล้วต้องหยุดคิดเลย คือเรื่อง GEO หรือ Generative Engine Optimization ครับ อาจารย์เอกก์มองว่าพฤติกรรมผู้บริโภคกำลังเปลี่ยนครั้งใหญ่ จากเดิมที่คนค้นหาข้อมูลผ่าน Google ไปสู่การถาม AI โดยตรงมากขึ้นเรื่อย ๆ ทุกวันนี้หลายคนเริ่มถาม ChatGPT, Claude หรือ Perplexity แทนการ Search แบบเดิม เพราะมันตอบได้ลึกกว่า ถามต่อได้ และให้ความรู้สึกเหมือนกำลังคุยกับมนุษย์จริง ๆ

นั่นหมายความว่า ในอนาคตแบรนด์จะไม่ได้แข่งกันแค่ “ติดหน้าแรก Google” อีกต่อไป แต่ต้องแข่งกันว่า “AI รู้จักแบรนด์คุณไหม” ต่างหาก ลองคิดดูครับ ถ้าวันนี้มีคนถาม AI ว่า “แนะนำแบรนด์ [ประเภทสินค้าของคุณ] หน่อย” แบรนด์คุณจะถูกพูดถึงไหม?

อาจารย์เอกก์ยกตัวอย่างที่ชัดมาก ในอเมริกา ถ้าคนสั่ง Alexa ว่า “ซื้อผ้าขนหนูให้หน่อย” โดยไม่ระบุแบรนด์ ระบบมักเลือก House Brand ของ Amazon ให้อัตโนมัติ แปลว่าถ้าผู้บริโภคจำชื่อแบรนด์คุณไม่ได้ AI ก็จะเลือกคนอื่นแทนทันที ในยุค AI แบรนด์ที่แข็งแรงจะไม่ใช่แบรนด์ที่แค่ “ถูกค้นเจอ” แต่ต้องเป็นแบรนด์ที่ “ถูกเรียกชื่อ” ให้ได้ครับ

อีกหนึ่งช่วงที่น่าสนใจมาก คือตอนที่อาจารย์เอกก์พูดถึง Marketing Trends 2026 ครับ เพราะหลายประเด็นสะท้อนให้เห็นชัดว่าวิธีทำการตลาดกำลังเปลี่ยนเร็วแค่ไหน

Trend 1: Low Cost Marketing งบน้อย แต่ต้องสร้าง Impact สูง

ในยุคเศรษฐกิจที่ไม่ง่าย งบการตลาดของหลายแบรนด์กำลังถูกกดดันอย่างหนัก แต่ KPI ยังสูงเหมือนเดิม หรือบางครั้งสูงกว่าเดิมด้วยซ้ำ ทำให้ปี 2026 การตลาดจะไม่ได้แข่งกันที่ “ใครใช้งบเยอะกว่า” แต่จะแข่งกันที่ “ใครใช้ความคิดสร้างสรรค์ได้คมกว่า”

Thai Marketing Trends 2026

อาจารย์เอกก์ยกตัวอย่างแคมเปญของนันยาง ที่สร้างคอนเทนต์รองเท้าแตะช้างดาวแขวนคอล้อเลียนนาฬิกาแบรนด์หรู แทบไม่มีต้นทุนการผลิตเลย แต่กลับสร้างไวรัลและยอดแชร์ได้มหาศาล 

ในยุค AI ต้นทุนในการผลิตคอนเทนต์กำลังถูกลงเรื่อย ๆ แต่สิ่งที่ยังแพงเหมือนเดิมคือไอเดียและความเข้าใจวัฒนธรรมคน แบรนด์ที่เข้าใจจังหวะสังคม และหยิบกระแสมาเล่าใหม่ได้เร็ว จะได้เปรียบมากขึ้นเรื่อย ๆ ครับ

Trend 2: AI Market Testing ทดลองตลาดด้วย AI ก่อนลงเงินจริง

เมื่อก่อนการทำ Market Research ต้องใช้ทั้งงบ เวลา และทรัพยากรจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็น Focus Group, Survey หรือการจ้าง Research Agency แต่วันนี้นักการตลาดสามารถใช้ AI จำลอง Persona ของลูกค้า แล้วโยนไอเดียสินค้า แคมเปญ หรือข้อความโฆษณาเข้าไปทดลองได้ทันที แม้ผลลัพธ์อาจไม่ได้แทนมนุษย์ 100% แต่ช่วยให้เห็น Insight เบื้องต้นได้เร็วขึ้นมาก และลดต้นทุนในการตัดสินใจได้มหาศาล

Thai Marketing Trends 2026

ลองนึกดูครับ ถ้าคุณสามารถทดสอบไอเดียแคมเปญได้ใน 10 นาทีแทนที่จะรอ 2 สัปดาห์ กลยุทธ์ของคุณจะเปลี่ยนไปแค่ไหน? AI กำลังเปลี่ยนจากเครื่องมือช่วยทำงาน ไปสู่ระบบช่วยตัดสินใจของนักการตลาดยุคใหม่ และในโลกที่การแข่งขันเร็วมาก แบรนด์ที่ Test ได้เร็วกว่า จะเรียนรู้เร็วกว่า และได้เปรียบกว่าคู่แข่งเสมอครับ

Trend 3: Regenerative Marketing จากการรักษาโลก สู่การฟื้นฟูโลก

ผมมองว่าเป็นเนื้อหาที่น่าสนใจที่สุดของทั้ง Session นี้เลยครับ อาจารย์เอกก์มองว่าโลกกำลังเดินผ่านคำว่า Sustainability หรือความยั่งยืนไปแล้ว เพราะการแค่รักษาสภาพเดิมอาจไม่เพียงพออีกต่อไป ในวันที่ปัญหาสิ่งแวดล้อมรุนแรงขึ้นทุกปี โลกจึงเริ่มพูดถึง Regenerative Marketing หรือการตลาดฟื้นฟู มากขึ้น แนวคิดนี้ไม่ใช่แค่ลดผลกระทบ แต่คือยิ่งธุรกิจโต โลกยิ่งดีขึ้น

Thai Marketing Trends 2026

ตัวอย่างที่ชัดมากคือกรณีของ ไปรษณีย์ไทย กับโครงการ reBOX ซึ่งเป็นความร่วมมือกับ SCGP ที่เปิดรับบริจาคกล่องพัสดุเหลือใช้จากประชาชนฟรี นำไปตีเยื่อกระดาษใหม่เพื่อผลิตเป็น “โต๊ะนักเรียน” และในช่วงโควิดระบาด ยังนำวัสดุเดียวกันนี้ไปผลิตเป็น “เตียงกระดาษโรงพยาบาลสนาม” เมื่อใช้เสร็จแล้ว ไปรษณีย์ไทยยังส่งรถไปรับขยะติดเชื้อเหล่านั้นกลับมาทำลายอย่างถูกวิธีอีกด้วย

รวมถึงตัวอย่างอื่น ๆ เช่น การนำวัชพืชที่สร้างปัญหาทางเกษตรมาแปรรูปเป็นบรรจุภัณฑ์ ยิ่งขายได้มาก วัชพืชก็ยิ่งถูกกำจัดมากขึ้น นี่คือการตลาดที่ไม่ได้สร้างแค่ยอดขาย แต่กำลังสร้างผลกระทบเชิงบวกกลับคืนสู่สังคมไปพร้อมกันครับ

Trend 4: Relationship Marketing เรื่องที่ AI ยังแทนมนุษย์ไม่ได้ คือ “ความสัมพันธ์”

แม้ทั้งรายการจะพูดเรื่อง AI เยอะมาก แต่สุดท้าย เรื่องที่ทรงพลังที่สุดกลับเป็นเรื่องของคนครับ และไม่มีตัวอย่างไหนจะสะท้อนเรื่องนี้ได้ดีเท่ากับ “พี่ไปร” บุรุษไปรษณีย์ของไปรษณีย์ไทยอีกแล้ว

พี่หนุ่ยเล่าว่าเคยสั่งของจากต่างประเทศ แล้วระบบปรินต์ที่อยู่ภาษาไทยออกมาเป็นภาษาต่างดาวอ่านไม่ออก มีแค่ตัวเลขไม่กี่ตัว แต่พี่ไปรก็ยังเดาและนำพัสดุมาส่งให้ถึงหน้าบ้านได้ถูกต้อง นี่ไม่ใช่เทคโนโลยี แต่คือความเชี่ยวชาญจากประสบการณ์พี่ไปร

หรืออย่างช่วงน้ำท่วมใหญ่หาดใหญ่ ที่น้ำขึ้นไปถึงชั้น 3 จนไม่มีใครจำ Location บ้านตัวเองได้ มีเพียงพี่ไปรเท่านั้นที่จำพิกัดบ้านเลขที่ใต้ผิวน้ำได้แม่นยำ และนำทางเรือส่งเสบียงได้อย่างถูกต้อง

อาจารย์เอกก์เล่าต่อว่าสิ่งที่อยู่เบื้องหลังความสามารถพิเศษนี้คือ “โรงเรียนการไปรษณีย์” ครับ ซึ่งมีความขลังคล้ายโรงเรียนนายร้อย มีการนับรุ่นกันอย่างชัดเจน เกิดวัฒนธรรมความผูกพัน เคารพรุ่นพี่รุ่นน้องสืบทอดกันมารุ่นต่อรุ่น ซึ่งเป็น Culture ที่คู่แข่งลอกเลียนแบบได้ยากมาก ถึงขั้นที่ว่าพี่ไปรหลายคนอยู่คู่ชุมชนมา 20–30 ปี บางบ้านฝากให้ช่วยรดน้ำต้นไม้ หรือเปลี่ยนหลอดไฟให้ ช่วงปีใหม่ชาวบ้านยังเตรียมของขวัญรอไว้ให้อีกด้วย

ทั้งหมดนี้สะท้อนว่า ต่อให้เทคโนโลยีจะไปไกลแค่ไหน “ความสัมพันธ์ ความไว้ใจ และความเข้าใจมนุษย์” ก็ยังเป็นสิ่งที่ AI ทดแทนได้ยากที่สุดอยู่ดี และบางที นี่อาจเป็นบทเรียนสำคัญที่สุดของโลกการตลาดปี 2026 ก็ได้ครับ เพราะในวันที่ทุกอย่างถูก Automate ได้ สิ่งที่ทำให้แบรนด์แตกต่างอาจไม่ใช่เทคโนโลยี แต่เป็น “ความเป็นมนุษย์” ที่แบรนด์ยังรักษาไว้ได้ต่างหากครับ

อีกหนึ่งส่วนที่เซอร์ไพรส์ที่สุดของ Session นี้ คือเรื่องของไปรษณีย์ไทยครับ องค์กรที่มีอายุ 143 ปี แต่กลับกำลังปรับตัวให้มีชีวิตชีวาเหมือนเด็กอายุ 14 อีกครั้ง หลายคนอาจยังติดภาพว่าเป็นองค์กรเก่าแก่ที่เปลี่ยนแปลงช้า แต่จริง ๆ แล้วกำลัง Transform ตัวเองหนักมากครับ

ไปรษณีย์ไทยกำลังพัฒนาระบบ D-ID ที่เปลี่ยนจากรหัสไปรษณีย์ 5 หลักแบบเดิม (ที่บอกได้แค่พื้นที่กว้าง ๆ) มาเป็นรหัสตัวอักษรและตัวเลข 6 หลักที่ผูกติดกับตัวบุคคล ไม่ต้องเขียนชื่อที่อยู่ยาว ๆ ช่วยปกป้องความเป็นส่วนตัว และถ้าย้ายบ้าน ก็แค่แก้ข้อมูลในระบบ พัสดุก็จะตามไปส่งที่บ้านใหม่ตลอดชีวิต

ที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือ ไปรษณีย์ไทยเปิดระบบนี้ให้คู่แข่งอย่าง Flash, Shopee Express หรือ Lazada Express สามารถสแกนและใช้งานร่วมกันได้ด้วย เพราะมองว่าประโยชน์ที่ได้คือประโยชน์ของประเทศ ไม่ใช่แค่ขององค์กรเดียว

อาจารย์เอกก์ยกตัวอย่างที่ชัดมาก ว่าถ้าระบบ D-ID ถูกใช้อย่างแพร่หลาย ไปรษณีย์จะสามารถมองเห็นพฤติกรรมระดับชุมชนได้อย่างที่ไม่เคยทำได้มาก่อน เช่น ถ้าพบว่าหมู่บ้านหนึ่งสั่งขนมหวานเยอะผิดปกติ ก็สามารถส่งข้อมูลให้หน่วยงานสาธารณสุขเข้าไปให้ความรู้เรื่องเบาหวานได้เลย นี่คือการใช้ Data ที่ไม่ได้มองแค่การขายของ แต่กำลังมองเรื่องคุณภาพชีวิตของสังคมด้วยครับ

ทั้งหมดนี้ถูกขับเคลื่อนด้วยสโลแกนหลักของไปรษณีย์ไทยที่ว่า “ส่งทุกความสัมพันธ์ สู่ทุกความสำเร็จ” ซึ่งสะท้อนว่าไปรษณีย์ไทยให้ความสำคัญกับ “ความสัมพันธ์” มาเป็นอันดับหนึ่ง เพราะสุดท้ายแล้ว กำไรของไปรษณีย์ไทยก็จะกลับคืนสู่กระเป๋าและนำไปช่วยเหลือคนไทยทุกคนนั่นเองครับ

Prompt Post ปฏิวัติการเซ็นเอกสารออนไลน์

อีกหนึ่งนวัตกรรมที่น่าสนใจคือ Prompt Post หรือ “พร้อมโพสต์” ระบบที่ให้คนเซ็นเอกสารทางกฎหมายผ่านการกรอกรหัสลับออนไลน์ โดยไม่ต้องพึ่งการเซ็นสดบนกระดาษ

Thai Marketing Trends 2026

ซึ่งอาจารย์เอกก์เล่าเบื้องหลังชื่อแบบขำ ๆ ด้วยว่า ก่อนจะได้ชื่อนี้ เคยมีคนเสนอ “Total Document Handling” แต่ถูกปัดตกเพราะยาวและจำยาก จนสุดท้ายมาจบที่ “พร้อมโพสต์” ที่ล้อไปกับความสำเร็จของระบบพร้อมเพย์นั่นเองครับ

ผมเชื่อว่าบทความนี้น่าจะสะท้อนให้เห็นชัดว่า Thai Marketing Trends 2026 โลกการตลาดไม่ได้ถูกขับเคลื่อนด้วย AI ฝ่ายเดียว แต่ถูกขับเคลื่อนด้วยการผสมผสานระหว่าง “เทคโนโลยีที่ฉลาด” กับ “ความเป็นมนุษย์ที่ลึกซึ้ง” และบางครั้ง แบรนด์ที่น่าเรียนรู้มากที่สุด อาจไม่ใช่ Tech Startup ใหม่ล่าสุด แต่คือองค์กรอายุ 143 ปีที่ยังรู้จักเติบโตด้วยหัวใจก็ได้ครับ

บทความที่แนะนำให้อ่านต่อ

ชื่อเติ้ลครับ เป็น Senior Data Insight Researcher & Marketing Content Creator แห่งการตลาดวันละตอนครับ ^^ มีงานอดิเรกเป็น ผู้ช่วยนักวิจัยฝั่ง Consumer Insights ที่คณะวิทยาศาตร์การกีฬา ที่จุฬาครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *