ครั้งนี้การตลาดวันละตอนมีโอกาสได้เดินทางไปร่วมงาน TikTok Apps Summit 2026 ที่ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งเป็นงานที่เชิญสื่อจากหลากหลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยการตลาดวันละตอนก็เป็นหนึ่งในสื่อจากประเทศไทยที่ได้รับเชิญในครั้งนี้ค่ะ ทางทีมจึงขอเก็บข้อมูลและมุมมองน่าสนใจจากงานมาฝากทุกท่านค่ะ
สำหรับ TikTok Apps Summit 2026 ที่จัดขึ้นเป็นปีที่ 2 หลังจากที่ปีที่แล้วจัดขึ้นที่ประเทศเวียดนามค่ะ โดยปีนี้เป็นการรวมผู้บริหารระดับ C-level จากบริษัทแอปและเกมใน 6 ตลาดทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อมาอัปเดตเทรนด์ ทิศทาง และโอกาสการเติบโตของอุตสาหกรรมแอป ภายใต้ธีม “Mini Moments, Max Impact” ที่สะท้อนให้เห็นว่า ช่วงเวลาสั้น ๆ บนแพลตฟอร์มอย่าง TikTok สามารถสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจที่ใหญ่กว่าที่คิดได้อย่างไร
ก่อนจะเข้าสู่เนื้อหาหลัก อยากชวนทุกคนลองหยิบมือถือขึ้นมาดูเล่น ๆ ก่อนค่ะว่า ในเครื่องของเรามีแอปอยู่ทั้งหมดกี่แอป แล้วในจำนวนแอปเหล่านั้น เราเปิดใช้งานจริงเป็นประจำสักกี่แอปกันแน่? คำถามง่าย ๆ นี้เองค่ะ คือสิ่งที่คุณ Ng Chew Wee, Head of Business Marketing, Asia Pacific, TikTok ใช้เปิดเวทีในช่วง Keynote และเป็นคำถามที่สะท้อนความจริงของอุตสาหกรรมแอปในวันนี้ได้อย่างน่าสนใจเลยทีเดียวค่ะ เพราะในวันที่การสร้างแอปอาจไม่ใช่เรื่องยากเท่าเดิมอีกต่อไป ความท้าทายที่แท้จริงกลับอยู่ที่ว่า จะทำอย่างไรให้ผู้ใช้เห็นแอปของเรา และสนใจมากพอที่จะดาวน์โหลด จนมาถึงการกลับมาใช้งานอย่างต่อเนื่อง
คุณ Ng Chew Wee, Head of Business Marketing, Asia Pacific, TikTok ในงาน TikTok Apps Summit 2026
บทความนี้จึงอยากพาทุกคนไปถอดมุมมองว่า ทำไมในวันที่จำนวนแอปเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ การแย่งความสนใจของผู้ใช้จึงยากขึ้นกว่าเดิม และ TikTok กำลังวางบทบาทของตัวเองเป็นเหมือนประตูบานแรก ที่ช่วยพาผู้ใช้ค้นพบแอปใหม่ ๆ ผ่านคอนเทนต์ ความบันเทิง ครีเอเตอร์ และ Ecosystem ของแพลตฟอร์มอย่างไรค่ะ
จาก App Download สู่ User Retention โจทย์สำคัญของแอปยุคใหม่
หนึ่งในประเด็นที่คุณ Ng Chew Wee หยิบขึ้นมาเล่าบนเวที คือภาพความจริงของพฤติกรรมผู้ใช้แอปในวันนี้ค่ะ แม้ในโทรศัพท์ของเราจะมีแอปติดตั้งอยู่เป็นจำนวนมาก แต่ในชีวิตประจำวันกลับมีเพียงไม่กี่แอปเท่านั้นที่เราหยิบขึ้นมาใช้งานจริงจากข้อมูลของ Sensor Tower พบว่า โดยเฉลี่ยแล้วผู้ใช้ทั่วโลกมีแอปอยู่ในโทรศัพท์ประมาณ 80 แอป แต่กลับใช้งานจริงไม่ถึง 10 แอปเท่านั้น ขณะที่เธอเองก็ยกตัวอย่างจากโทรศัพท์ของตัวเองว่า มีแอปติดตั้งอยู่มากถึง 208 แอป แต่ใช้งานจริงเพียง 12 แอป หรือคิดเป็นประมาณ 6% เท่านั้น
ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นค่ะว่า การที่ผู้ใช้ดาวน์โหลดแอปไว้ในเครื่อง ไม่ได้หมายความว่าแอปนั้นจะถูกใช้งานจริง หรือกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของผู้ใช้เสมอไป ดังนั้นโจทย์ของธุรกิจแอปในวันนี้ จึงไม่ได้หยุดอยู่แค่การทำให้คนรู้จักหรือกดดาวน์โหลดเท่านั้น แต่เป็นการทำอย่างไรให้แอปของเราเข้าไปอยู่ในพฤติกรรมประจำวันของผู้ใช้ได้จริง ในท่ามกลางตัวเลือกอีกมากมายที่แย่งความสนใจอยู่บนหน้าจอเดียวกันค่ะ
ยุค AI ที่แอปเกิดเร็วขึ้น แต่ไม่ใช่ทุกแอปจะถูกเปิดใช้ซ้ำ
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่ถูกกล่าวถึงเหมือนกัน คือบทบาทของ AI ที่กำลังทำให้การพัฒนาแอปง่ายและเร็วขึ้นกว่าเดิมมากค่ะ จากเดิมที่การสร้างแอปหนึ่งตัวอาจต้องใช้ทั้งทีมพัฒนา ความรู้ด้านโค้ด และระยะเวลาหลายเดือน แต่วันนี้ AI เข้ามาช่วยลดอุปสรรคเหล่านี้ลง ทำให้ไอเดียสามารถถูกพัฒนาเป็นแอปจริงได้เร็วขึ้น โดยระยะเวลาตั้งแต่เริ่มคิดจนถึงเปิดตัว ลดลงถึง 97% จากเดิมที่ใช้เวลาอยู่ประมาณ 6 เดือน เหลือเพียง 1-3 เดือนเท่านั้นค่ะ
ผลที่ตามมาคือ ในปีที่ผ่านมา มีแอปใหม่เปิดตัวมากกว่า 1 ล้านแอป หรือเพิ่มขึ้น 37% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แต่เมื่อการสร้างแอปง่ายขึ้น ส่งผลให้การแข่งขันก็สูงขึ้นตามไปด้วยนั่นเองค่ะ เพราะโจทย์ของธุรกิจแอปไม่ได้อยู่แค่การทำให้คนดาวน์โหลด แต่เป็นการทำให้ผู้ใช้กลับมาใช้งานซ้ำอย่างต่อเนื่อง
ข้อมูลจาก AppsFlyer ระบุว่า 1 ใน 2 ของแอปถูกถอนการติดตั้งภายใน 30 วันหลังดาวน์โหลด ขณะที่ในกลุ่มเกม อัตราการเลิกใช้งานอาจสูงถึง 80-90% หลังผ่านไปเพียงวันเดียว ดังนั้นในยุคที่ใคร ๆ ก็สร้างแอปได้เร็วขึ้น สิ่งที่ยากกว่าเดิมคือการทำให้แอปของเรามีเหตุผลมากพอที่ผู้ใช้จะไม่ลบทิ้ง และอยากกลับมาเปิดใช้งานอีกครั้งค่ะ
Mini Moments เมื่อ TikTok เป็นประตูเชื่อมแอป จาก Attention สู่ Action
เมื่อการดึงดูดและรักษาความสนใจของผู้ใช้กลายเป็นโจทย์สำคัญ TikTok จึงชี้ให้เห็นถึงพฤติกรรมการใช้งานที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ ตลอดวัน หรือที่เรียกว่า Mini Moments ค่ะ จากรายงาน Media Reaction Report ของ Kantar ระบุว่า TikTok เป็นแพลตฟอร์มอันดับ 1 ในด้านการดึงดูดความสนใจของผู้ใช้ ขณะที่ผู้ใช้ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เข้าแอป TikTok เฉลี่ยถึง 15 ครั้งต่อวัน โดยเริ่มตั้งแต่ช่วง 6 โมงเช้า และพีคที่สุดในช่วงเวลา 17:00-22:00 น.
สำหรับ TikTok ช่วงเวลาเหล่านี้ไม่ใช่แค่การเปิดแอปสั้น ๆ ระหว่างวัน แต่คือโอกาสที่แบรนด์และนักพัฒนาแอปจะเข้าไปเชื่อมต่อกับผู้ใช้ผ่านคอนเทนต์ที่กลมกลืนไปกับประสบการณ์ความบันเทิงบนแพลตฟอร์ม เพราะบนหน้า For You ผู้ใช้สามารถค้นพบเกม คอนเทนต์ หรือแอปใหม่ ๆ ได้อย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่รู้สึกว่าถูกขัดจังหวะจากสิ่งที่กำลังรับชมนั่นเองค่ะ และเมื่อคอนเทนต์ถูกเล่าได้ตรงจังหวะ Mini Moments เหล่านี้ก็สามารถเปลี่ยนจากความสนใจ ให้กลายเป็น Action ได้ ไม่ว่าจะเป็นการกดซื้อสินค้า การเข้าไปเล่นเกม หรือการติดตามคอนเทนต์ตอนต่อไปค่ะ
Max Impact เมื่อ TikTok ขับเคลื่อนมากกว่าแค่การเติบโตของแอป
นอกจากบทบาทในการเป็นด่านแรกที่ช่วยพาผู้ใช้ค้นพบแอปใหม่ ๆ แล้ว TikTok ยังชี้ให้เห็นถึงผลกระทบในวงกว้างของแพลตฟอร์ม ที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การตลาดหรือการโฆษณา แต่ยังเชื่อมโยงไปถึงเศรษฐกิจดิจิทัล การจ้างงาน ธุรกิจขนาดเล็ก และความปลอดภัยทางดิจิทัลด้วยค่ะ
1. Driving Economies ขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล TikTok มุ่งหวังที่จะช่วยเสริมพลังให้เศรษฐกิจดิจิทัลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเป็นพื้นที่ที่ช่วยให้ธุรกิจ ผู้ขาย และนักพัฒนาแอปสามารถค้นพบลูกค้าใหม่ ๆ และขยายโอกาสไปสู่ตลาดที่กว้างขึ้นได้ ตัวอย่างเช่น ในมาเลเซีย TikTok ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ หรือ Gross Value Added (GVA) ได้ถึง 2 หมื่นล้านริงกิต คิดเป็น 4% ของเศรษฐกิจดิจิทัลทั้งหมดของประเทศ
2. Driving Jobs สร้างงานและอาชีพรูปแบบใหม่ TikTok ยังมีบทบาทในการสนับสนุนการจ้างงาน โดยในมาเลเซีย TikTok ช่วยสนับสนุนและสร้างงานกว่า 147,000 ตำแหน่งในปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ แพลตฟอร์มยังเปิดทางให้อาชีพรูปแบบใหม่เกิดขึ้นมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นผู้ขายบน TikTok Shop ไลฟ์สตรีมเมอร์ด้านความรู้หรือความบันเทิง รวมถึงนักพัฒนาแอปและเกมที่ใช้ TikTok เป็นช่องทางเข้าถึงผู้ใช้
3. Driving Small Businesses สนับสนุนธุรกิจขนาดเล็ก TikTok ให้ความสำคัญกับการช่วยให้ธุรกิจขนาดเล็ก หรือ SMBs มีทักษะและเครื่องมือดิจิทัลที่จำเป็นต่อการเติบโต หนึ่งในความร่วมมือสำคัญคือการทำงานร่วมกับ ASEAN Foundation เพื่อช่วยพัฒนาขีดความสามารถด้านดิจิทัลให้กับผู้ประกอบการรายย่อยในภูมิภาค ตัวอย่างเช่น ในอินโดนีเซีย TikTok มีโครงการ “Lokal Menuju Global” หรือ Local to Global ร่วมกับ GoTo และ Tokopedia เพื่อคัดเลือก 50 แบรนด์อินโดนีเซียมาพัฒนาและช่วยขยายโอกาสไปสู่ตลาดต่างประเทศ
4. Driving Digital Safety & Well-being สร้างความปลอดภัยและสุขภาวะดิจิทัล อีกประเด็นที่เน้นย้ำซึ่งถือเป็น Core Priority ของ TikTok เพราะการเติบโตของแพลตฟอร์มดิจิทัลต้องมาพร้อมกับความปลอดภัยของผู้ใช้ ในสิงคโปร์ TikTok ได้เปิดตัว Family Digital Challenge ร่วมกับ Touch Cyber Wellness และ IMDA เพื่อส่งเสริมให้ครอบครัวมีความเข้าใจเรื่องการใช้งานดิจิทัลอย่างปลอดภัยมากขึ้น และคุณ Ng Chew Wee ยังเล่าประสบการณ์ส่วนตัวของเธอในฐานะแม่ ที่สอนลูกสาววัย 7 ขวบให้รู้จักเล่นเกมอย่างปลอดภัย และระวังการคลิกลิงก์แปลก ๆ ซึ่งสะท้อนว่า ความปลอดภัยทางดิจิทัลควรเริ่มต้นได้ตั้งแต่ในครอบครัวค่ะ
คุณ Yuke (Ray) Hu, General Manager, Global Business Solutions, SEA & Japan, TikTok ในงาน TikTok Apps Summit 2026
และหลังจากที่เราเห็นภาพใหญ่ของ TikTok แล้ว ต่อไปเรามาดูกันค่ะว่า ในมุมของนักพัฒนาแอปและแบรนด์ TikTok มีโซลูชันอะไรที่จะช่วยเปลี่ยนความสนใจของผู้ใช้ให้กลายเป็นผลลัพธ์ทางธุรกิจได้บ้าง โดยช่วงนี้จะถูกเล่าโดยคุณ Yuke (Ray) Hu, General Manager, Global Business Solutions, SEA & Japan, TikTok ค่ะ
เปลี่ยน Attention ให้กลายเป็น Action ผ่าน On-Platform Experience
หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ TikTok กำลังผลักดัน คือการทำให้แพลตฟอร์มไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่สำหรับสร้างการมองเห็นอีกต่อไปค่ะ แต่กลายเป็นพื้นที่ที่สามารถเปลี่ยนความสนใจของผู้ใช้ให้กลายเป็นการลงมือทำได้ทันที โดยเฉพาะในกลุ่มคอนเทนต์ที่กำลังเติบโตอย่าง Mini Dramas และ Mini Games ซึ่งถูกออกแบบให้เกิดขึ้นภายในระบบของ TikTok โดยตรงโดยไม่ต้องออกจากแอป
ซึ่งสิ่งนี้ทำให้ Customer Journey ของผู้ใช้สั้นลงเป็นอย่างมากค่ะ จากเดิมที่ต้องเห็นโฆษณาแล้วกดออกไปยังแพลตฟอร์มอื่น กลายเป็นการมีประสบการณ์และตัดสินใจต่อได้ภายใน TikTok ทันที ในมุมของนักพัฒนาและผู้ลงโฆษณา นี่เป็นโอกาสในการเข้าถึงกลุ่มผู้ใช้ที่มีความสนใจสูงอยู่แล้วค่ะ ซึ่งช่วยต่อยอดไปสู่การสร้างรายได้รูปแบบใหม่ได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นตั้งแต่การลงทะเบียน การเปิดตัว ไปจนถึงการนำมินิดราม่าหรือมินิเกมเข้าสู่ระบบ
เพื่อสนับสนุนการเติบโตของคอนเทนต์ประเภทนี้ TikTok ยังได้เปิดตัว TikTok Growth Max โซลูชันโฆษณาแบบอัตโนมัติรุ่นล่าสุด ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อเร่งการเติบโตของคอนเทนต์กลุ่ม Minis โดยเฉพาะค่ะ โดยจุดเด่นคือ การช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของแคมเปญโฆษณาตลอดทั้ง Funnel ตั้งแต่การทำให้ผู้ใช้ค้นพบคอนเทนต์ การสร้าง Engagement เชิงลึก ไปจนถึงการเปลี่ยนผู้ชมให้กลายเป็นผู้ใช้งานหรือเกิด Conversion ในท้ายที่สุดค่ะ
หรือพูดง่าย ๆ คือ TikTok กำลังพยายามเชื่อมเส้นทางของผู้ใช้ให้ไร้รอยต่อมากขึ้น จาก “เห็นคอนเทนต์” ไปสู่ “การมีส่วนร่วม” และต่อยอดเป็น “การสร้างรายได้” ภายในแพลตฟอร์มเดียวนั่นเองค่ะ เพราะว่าในวันที่การสร้างแอปทำได้ง่ายขึ้นด้วย AI ความท้าทายที่สำคัญคือ จะทำอย่างไรให้ผู้ใช้ค้นพบ และกลับมาใช้งานอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นโจทย์สำคัญของนักพัฒนาแอปและผู้เผยแพร่คอนเทนต์ในยุคนี้ค่ะ
เติมพลัง Creativity & Automation เพื่อขับเคลื่อน Business Growth
TikTok ให้ความสำคัญกับการนำ AI และระบบอัตโนมัติเข้ามายกระดับการทำโฆษณา โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่แบรนด์ต้องผลิตครีเอทีฟจำนวนมาก เพื่อให้ทันกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนเร็ว และการแข่งขันบนแพลตฟอร์มที่เข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ
ในด้านการผลิตคอนเทนต์ TikTok ได้ผสาน Dreamina Seedance 2.0 โมเดลวิดีโอ AI รุ่นใหม่ของ ByteDance เข้ากับ TikTok Symphony ชุดเครื่องมือ Creative AI ของแพลตฟอร์ม เพื่อช่วยให้สามารถสร้างวิดีโอคุณภาพสูงได้อย่างต่อเนื่อง ลดข้อจำกัดของการผลิตแบบเดิมที่มักใช้เวลาไปกับการแก้ไขงานด้วยมือจำนวนมาก
ขณะเดียวกัน TikTok Symphony ยังเพิ่มฟีเจอร์ Reference to Video ใน Symphony Creative Studio ซึ่งช่วยให้สามารถกำหนดภาพหรือผลิตภัณฑ์ที่ต้องการให้ปรากฏในแต่ละช่วงของวิดีโอได้แม่นยำขึ้น ซึ่งเป็นการช่วยให้แบรนด์สามารถควบคุมรายละเอียดของชิ้นงานได้มากขึ้นนั่นเองค่ะ
และนอกจากเครื่องมือด้านครีเอทีฟแล้ว TikTok ยังขยับไปสู่การสร้างโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการทำโฆษณาด้วย AI ผ่าน TikTok Ads Model Context Protocol หรือ MCP Server ซึ่งเป็นอินเทอร์เฟซใหม่ที่ช่วยให้นักพัฒนาและนักโฆษณาสามารถสร้าง AI Agents และเครื่องมือต่าง ๆ บน Ecosystem ของ TikTok Ads ได้โดยตรง และเพื่อให้การต่อยอดทำได้ง่ายขึ้น ยังเสริมด้วย TikTok Ads Skills ซึ่งเป็นชุดองค์ประกอบพื้นฐานที่ช่วยให้นักพัฒนาสามารถสร้างเครื่องมือ AI ของตัวเองบนโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่ได้ โดยไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นจากศูนย์ค่ะ
TikTok Mini Dramas โอกาสใหม่ของไทยในการขยายคอนเทนต์สู่ตลาดโลก
โอกาสของประเทศไทยบน TikTok Mini Dramas ไม่ได้หยุดอยู่แค่การสร้างกระแสในประเทศเท่านั้นค่ะ หากยังสามารถต่อยอดไปสู่ตลาดต่างประเทศได้มากขึ้น เพราะวันนี้ผู้ชมทั่วโลกเปิดรับคอนเทนต์จากต่างภูมิภาคมากขึ้น
ข้อมูลจากงาน TikTok Apps Summit 2026 ระบุว่า ในสหรัฐอเมริกา แอปและเกมยอดนิยมกว่า 64% มาจากผู้พัฒนานอกภูมิภาค สะท้อนว่า “ประเทศต้นทาง” ไม่ใช่ข้อจำกัดสำคัญเท่าเดิม หากคอนเทนต์มี Storytelling ที่แข็งแรง และปรับให้เข้ากับพฤติกรรมผู้ชมแต่ละตลาดได้
สำหรับไทย นี่จึงเป็นจังหวะสำคัญในการใช้จุดแข็งด้านความบันเทิงที่แข็งแกร่ง มาต่อยอดให้ Mini Dramas กลายเป็นคอนเทนต์ที่ไปได้ไกลกว่าตลาดในประเทศ ยิ่งเมื่อข้อมูลระบุว่านักพัฒนาที่ขยายออกนอก SEA เติบโตเร็วกว่า 2 เท่า และมี ROAS สูงกว่า 1.6 เท่า เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ทำตลาดเฉพาะในภูมิภาคเดิม ก็ยิ่งสะท้อนว่า TikTok อาจเป็น Launchpad สำคัญที่ช่วยให้คอนเทนต์ไทยได้ทดสอบตลาด สร้างฐานผู้ชม และขยายจาก Local ไปสู่ Global ได้ในระบบเดียว
และนี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของอินไซต์จากงาน TikTok Apps Summit 2026 เท่านั้นค่ะ หลังจากนี้เรายังมีอีกหลายประเด็นน่าสนใจจากงาน ที่จะนำมาเล่าให้ฟังกันต่อในบทความถัดไป โปรดติดตามตอนต่อไปและเจอกันใหม่ในบทความหน้าค่ะ