สรุป การตลาดวันละคน How to be a Great Marketer in AI era กับพี่ตูน

การตลาดวันละคน EP82 มาคุยกับพี่ตูน สุธีรพันธุ์ สักรวัตร Chief Customer Officer SCBX กับผู้มากประสบการณ์ด้านการตลาดตัวจริงของไทย ที่ผ่านมาทุกยุคสมัยของเทคโนโลยี ถึงคำถามสำคัญว่าเราจะเป็นนักการตลาดที่เก่งในยุคที่ AI เก่งขึ้นทุกวันได้อย่างไร ลองไปอ่านกัน

  • ถ้าวันนี้คุณกำลังเป็น Junior Marketer ควรต้องมีทักษะแบบไหน
  • ถ้าวันนี้คุณเป็น Senior Marketer คุณต้องทำอะไรได้บ้าง
  • หรือถ้าคุณกำลังจะเป็น Marketing Director คุณจะต้องบริหารงานอย่างไร

ตอนจัดตั้งในปี 2022 เป็น CMO ของ SCBX ที่เป็นยานแม่ของ SCB ที่คนคุ้นเคย เพราะอยากดูแลลูกค้าเป็นหลักจึงมาปรับมาเป็นในมุม Customer กลายเป็น CCO

ในวันที่ AI เข้ามา ยากที่จะตามทัน จึงจำเป็นต้องเลือกใช้ให้เหมาะ มองว่าอาชีพการตลาดที่ดีคือการทำกับคนที่มีโอกาสที่จะเข้าใจลูกค้าในอนาคต โดยแนะนำให้ลองเปลี่ยนตัวเองทุกๆ 7 ปี ที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับชีวิต ก่อนทำ SCB เป็น Freelance มาก่อน 3 ปี ทำ Agency มา 14 ปี (2 รอบ) เป็นจุดที่กำลังดี (Sweetspot) บางครั้งอาจจะต้องมองว่าจะทำงานจนถึงเมื่อไหร่โดยประเมินจากทุนสุขภาพที่มีว่าจะไหวแค่ไหน ในอดีตถูกตั้งมาว่า 60-70 ปี แต่ปัจจุบันนิยามเปลี่ยนไป เพื่อไม่ให้อยู่ว่างๆ จะกระทบกับอายุสั้นลง การทำงานยังทำให้สร้างคุณค่าให้กับตัวเองและผู้อื่นอีกด้วย คำนวณคร่าวๆ เวลาการทำงานอยู่ที่ประมาณ 48 ปีหากตั้งใจเกษียรตอน 70 ถ้าเรียนจบตอน 22

ถ้าพึ่งจบมาใหม่ๆ แล้วเป็น Junior Marketer

ให้เริ่มสังเกตจากสิ่งรอบๆ การใช้ AI ควรจะใช้ให้ถูกต้อง บางครั้งการมาของ AI สามารถสร้างสรรค์สิ่งที่ในอดีตทำไม่ได้

“100% Human-Made
99% AI-Raise”

ทาง SCBX มีการนำเสนอ AI Roadmap ประกอบด้วย 10 โปรเจคเน้นการสร้าง Culture ภายใน โดยทุกโปรเจคนำเสนอด้วยวิดีโอที่ถูกสร้างด้วย AI ทำเพียงคนเดียวในบางมิติที่ทำไม่ได้ ซึ่งตอนเซตงานตอนเช้า เจอลูกน้องที่กำลังจะกำลังออกไปถ่ายคลิป ทำให้เกิดคำถามว่ายังทำงานแบบเดิมๆ อยู่หรือไม่ ที่ต้องใช้ทรัพยากรจำนวนมาก

แต่อาชีพการตลาดเป็นมากกว่านั้น ที่ไม่ใช่แค่คอนเทนต์ แต่ต้องเลือกใช้สื่อที่มีมากมายให้ถูกต้อง การโฆษณาที่มีหลากหลายวิธี เทคนิคมากมายที่ไม่ได้แคบเหมือนในอดีต ยกตัวอย่างเช่น การทำ Hyper-Personalization ที่ปัจจุบันยังคงเป็น Conceptual อยู่ยังไม่ได้เกิดขึ้นจริง แต่ที่ SCBX ได้ริเริ่มผ่านการปลดล็อกด้วย AI ซึ่งต้องสามารถ Analyze ลูกค้าแบบ Individual นำไปสู่ “Segment of One” มองว่าคนในยุคเก่าจะคิดไม่ได้ นั่นจึงเป็นผลให้ C-Level มีการเปลี่ยนตลอดทุก 4 ปี ซึ่ง CMO มีอายุงานเฉลี่ย 4.1 ปี เวลาองค์กรใหญ่ๆ จ้างมา สิ่งแรกที่ต้องทำคือต้องรื้อ เพื่อไม่ให้เป็นผลงานเก่า เริ่มจากการทำ Research ผ่านไป 1 ปี หลังจากนั้นหาคนทำและ Launch แล้วเห็นผลในปีที่ 3 พอปีที่ 4 มาคุยกันปรากฎว่าไม่เวิร์ค คุยกัน 1 เดือนสุดท้าย ผลลัพธ์เปลี่ยนคน แต่ C-Level อื่นที่อยู่ได้นานเพราะไม่มีสิ่งใดให้รื้อ

CMO แบ่งเป็น 3 กลุ่ม

  • กลุ่มแรกสาย Creative ไอเดีย (กลุ่มใหญ่) – 60%
  • กลุ่มสองเป็นสายวิเคราะห์ (Analytics) – 20%
  • กลุ่มสุดท้าย สายกลยุทธ์ โดยมีทีมช่วยทำงาน – 10%

แต่วันนี้กลับพบว่าคนต้องการความสร้างสรรค์น้อยลง จากการใช้เงินหลักล้านแต่เมื่อมี AI มาช่วยลดต้นทุนจำนวนมาก แต่ได้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ เปรียบเทียบในมุมสงคราม ในอดีตมีแค่ 1 ลูกราคาหลักล้านจบ เปียบเทียบกับทำตลาดด้วย Production ใหญ่เหมือนการทำ Mass Marketing แต่ปัจจุบันไม่จบกันแค่ 1 ลูก และมีการใช้โดรน หากเปรียบกับการตลาดคือการทำ Personalization ที่ลดในด้านค่าใช้จ่าย แต่คงประสิทธิภาพ การออกแบบการตลาดขององค์กรต้องเริ่มคิดใหม่ และเริ่มใช้ AI มาทำงานผ่าน Automation และ Agent ไม่ได้มีหน้าตายิงแอทโดยตรงอีกต่อไป ดังนั้น Junior ต้องมีความสามารถในการควบคุม AI ให้เป็น

ในมุม Manager Level

ต้องสร้าง Agentic AI เป็นแพลตฟอร์มในการทำงาน การทำการตลาดต่างจากสร้างโรงงาน แต่เหมือนเปิดร้านอาหารมากกว่า ดังนั้นต้องรู้ว่าจะเปิดร้านอะไร จะทำ Business Model แบบใด Revenue Stream เข้ามาทางใด หากนึกไม่ออกให้ลองสังเกตจากประเทศอื่นที่พัฒนาแล้วแล้วมีการทำในสิ่งนี้ ในวันที่มีทีม ควรหาวิธีการใช้คนให้มีประสิทธิภาพ

ในมุม CMO Level

กาทำงานมีขั้นระดับ เริ่มจาก Junior วัดจากการทำงานสำเร็จและเรียบร้อย (Level 1) ต่อไปคาดหวังว่าต้องคิดเองและสร้างสรรค์ได้โดยไม่ต้องถูกสั่งด้วย Logic Thinking (Level 2) หลังจากนั้นคือระดับผู้นำ สร้างคุมทีมได้มีความเป็น Leadership (Level 3) มีมุมมองธุรกิจแบบเถ้าแก่ Entrepernial Mindset (Level 4) ไปสู่การหา New S-Curve

คำถามคือถ้ามาใหม่ ต้องมองใครเป็นต้นแบบ (Role Model) อยากจะเป็นแบบไหนในอนาคตเพื่อเลือกเส้นทาง ทุกอย่างมีบริบทของห่วงเวลาของมัน

เกิดอะไรถ้าหลุดจากวงการ

อาจจะเกิดจากตัวเอง เพราะมีคนที่เก่งกว่าเพราะไม่มีการพัฒนาไม่ว่าวงการใดก็ตาม ชีวิตคือการแย่งชิง เพราะรากฐานของประเทศไทย คือการอยู่อย่างสุขสบายจนกลายเป็น DNA ที่ไม่ต้องดิ้นรน หากเทียบกับต่างประเทศที่มีการย้ายถิ่นฐานที่ต้องพยายามเอาชีวิตรอด คำว่า Challenge พึ่งมีมาให้เข้ามาในการทำงาน ทำให้คนปรับตัวไม่ทัน ดังนั้นการหลุดวงการจึงไม่ใช่เรื่องแปลก

มีไอเดียอยากเปิดเพจที่ถามว่า “งานอะไรที่ AI แย่งงานไม่ได้” เพราะปัจจุบัน AI อยู่ในชีวิตประจำวัน พบว่าส่วนใหญ่ยังเป็นอาชีพที่ใช้แรงงานต้องการ Human Touch

ยกตัวอย่างการเรียนจบ

  • สีส้ม จบ ปวช ปวส สายอาชีพ
  • สีเขียว จบ Post ปวช
  • สีฟ้า จบปริญญา

ในมุม Supply แต่ในมุม Demand ช่างฝีมือต้องการมากสวนทางกัน

ฝากทิ้งท้าย

นักการตลาดต้องทำอะไรต่อไป เพราะอาชีพการตลาดจะถูกแบ่งย่อยไปอีกมาก ในอดีตกว่า 50 ปี คือการสร้าง Demand ให้เกิดขึ้น และ Business Model เป็น Transaction ซื้อมาขายไป แต่ปัจจุบันมีความซับซ้อนในมุม Business Model อีกมากมาย จึงนำไปสู่การต้องการนักการตลาดที่แตกต่างกัน ให้บริการในมิติที่แตกต่างกันตามความต้องการและความคาดหวังของลูกค้า

จงหาตัวต้นให้เจอว่ามีความสุขกับสิ่งใด แล้วค่อยมองว่าจะโตยังไง ในองค์กรบางคนสร้างกำแพง ส่วนบางคนสร้างกังหันลม

สรุป การตลาดวันละคน EP82 How to be a Great Marketer in AI era กับคุณตูน สุธีรพันธุ์ CCO SCBX

การสรุปคือการย่อยความรู้เพื่อให้ง่ายต่อผู้อ่าน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *