ใครจะคิดว่าวันหนึ่ง “อนิเมะ” ที่หลายคนเคยมองว่าเป็นเพียงความบันเทิงเฉพาะกลุ่ม จะกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการท่องเที่ยวข้ามพรมแดนที่ทรงพลังขนาดนี้ค่ะ เพราะวันนี้แฟน ๆ ไม่ได้หยุดอยู่แค่การดูเรื่องโปรดผ่านหน้าจอที่บ้านอีกต่อไป แต่พวกเขาเริ่มแพ็กกระเป๋าและออกเดินทางข้ามประเทศเพื่อไปสัมผัสโลกของอนิเมะในชีวิตจริงกันมากขึ้น ในบทความนี้ เบลล์จึงอยากจะพาไปดูว่า The Anime Effect กำลังเปลี่ยนพฤติกรรมการท่องเที่ยวอย่างไร ให้กลายเป็น “วัฒนธรรม” ที่สร้างความผูกพัน ความทรงจำ และแรงบันดาลใจมหาศาลให้ผู้คนอยากออกเดินทางเพื่อเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของโลกที่ตัวเองรักจริง ๆ ค่ะ
The Anime Effect เมื่ออนิเมะปลุกกระแสท่องเที่ยวข้ามพรมแดน
จากเดิมที่อนิเมะอาจถูกมองว่าเป็นความสนใจเฉพาะกลุ่ม แต่วันนี้ต้องบอกเลยค่ะว่าอนิเมะได้ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในพลังทางวัฒนธรรมระดับโลก ที่ไม่ได้หยุดอยู่แค่การสร้างความบันเทิงให้ผู้ชม แต่ยังสามารถกระตุ้นให้แฟน ๆ ออกเดินทางข้ามพรมแดน เพื่อไปสัมผัสประสบการณ์จริงที่เชื่อมโยงกับเรื่องราว ตัวละคร และโลกที่ตัวเองหลงรักค่ะ
เทรนด์นี้ไม่ได้เป็นเพียงภาพที่เห็นจากพฤติกรรมของแฟน ๆ เท่านั้นค่ะ แต่ยังมีตัวเลขที่สะท้อนชัดว่า Anime Tourism กำลังเติบโตจริงในเอเชีย โดยข้อมูลจาก Trip.com พบว่า ยอดค้นหาประสบการณ์ท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้องกับอนิเมะและการ์ตูนในเอเชียเพิ่มขึ้นถึง 195% เมื่อเทียบกับปีก่อนค่ะ โดยความสนใจส่วนใหญ่มาจากนักท่องเที่ยวใน ฮ่องกง ไต้หวัน อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และเกาหลีใต้ ซึ่งแสดงให้เห็นว่า Anime Tourism ไม่ได้เป็นแค่เทรนด์ในญี่ปุ่นเท่านั้น แต่กำลังขยายตัวในระดับภูมิภาคเอเชียอย่างชัดเจนแน่นอนค่ะ นี่อาจเป็นเหตุผลที่ทำให้ตอนนี้เราเห็นแคมเปญหรือคอนเทนต์ที่พาไปเที่ยวตามรอยมากขึ้นนั่นเองค่ะ
และอีกหนึ่งสัญญาณสำคัญคือ กระแสนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในรูปแบบการค้นหาทริปหรือสถานที่ท่องเที่ยวเท่านั้นค่ะ แต่ยังสะท้อนผ่านยอดขายบัตรอีเวนต์อนิเมะระดับโลกด้วย เช่น งาน AnimeJapan 2026 ที่ Trip.com เป็นพันธมิตรผู้จำหน่ายบัตรเข้าชมสำหรับนักท่องเที่ยวต่างประเทศแต่เพียงผู้เดียว และมียอดจำหน่ายบัตรเพิ่มขึ้นถึง 697% เมื่อเทียบกับปีก่อนค่ะ โดยมีผู้ซื้อบัตรจากกว่า 82 ประเทศและภูมิภาคทั่วโลก ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่ม Gen Z และ Millennials โดยผู้ซื้อบัตรมากกว่าครึ่งมีอายุระหว่าง 25–34 ปี และมากกว่าครึ่งเป็นผู้ชายค่ะ
สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นค่ะว่า แฟนอนิเมะยุคนี้ไม่ได้ต้องการแค่ดูคอนเทนต์ที่สนุก ๆ เท่านั้น แต่ต้องการเข้าไปมีส่วนร่วมกับโลกของคอนเทนต์นั้นมากขึ้น ไม่ว่าจะผ่านการเดินทางไปร่วมงานอีเวนต์ การตามรอยสถานที่จริง หรือการเลือกประสบการณ์ท่องเที่ยวที่ทำให้รู้สึกใกล้ชิดกับเรื่องราวที่รักมากกว่าเดิมนั่นเองค่ะ
Streaming Power อนิเมะครองแพลตฟอร์มสตรีมมิง และการกลับมาของวัฒนธรรมอนิเมะในเอเชีย
ก่อนที่อนิเมะจะกลายเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้คนออกเดินทาง สิ่งที่ต้องเกิดขึ้นก่อนคือการที่อนิเมะกลับมาอยู่ในชีวิตประจำวันของผู้ชมจำนวนมากอีกครั้งค่ะ โดยเฉพาะในยุคที่แพลตฟอร์มสตรีมมิงและโซเชียลมีเดียทำให้อนิเมะเข้าถึงง่ายขึ้น และถูกพูดถึงในวงกว้างมากกว่าที่เคย ทำให้วันนี้ซีรีส์อนิเมะยอดนิยมอย่าง One Piece, Demon Slayer และ Naruto ต่างครองชาร์ตสตรีมมิงทั่วโลก พร้อมสร้างฐานแฟนคลับในหลากหลายประเทศ ทำให้อนิเมะไม่ได้เป็นเพียงวัฒนธรรมจากญี่ปุ่นเท่านั้นค่ะ แต่กลายเป็นภาษากลางของแฟน ๆ ทั่วโลกที่ใช้พูดคุยและสร้างคอมมูนิตี้ร่วมกัน
รายงานจาก Crunchyroll ยังระบุว่า 54% ของกลุ่มตัวอย่าง Gen Z มีมุมมองเชิงบวกต่ออนิเมะ ซึ่งสูงกว่าศิลปินชื่อดังระดับโลกอย่าง Bad Bunny, BLACKPINK และ BTS ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นค่ะว่าอนิเมะไม่ได้เป็นแค่คอนเทนต์ที่คนรุ่นใหม่ดูเพื่อความบันเทิง แต่เป็นวัฒนธรรมที่พวกเขารู้สึกผูกพันและมีทัศนคติเชิงบวกต่ออย่างมาก
และไม่ใช่แค่ในกลุ่มผู้ชมทั่วไปเท่านั้นค่ะ เพราะแม้แต่นักแข่งรถ Formula 1 อย่าง Charles Leclerc ก็ยังเป็นหนึ่งในคนดังที่ชื่นชอบอนิเมะและหลงใหลใน Pokémon อย่างมาก สิ่งนี้ยิ่งสะท้อนให้เห็นค่ะว่าอนิเมะได้ขยายอิทธิพลออกไปไกลกว่ากลุ่มแฟนเฉพาะทาง และกลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมป๊อประดับโลกที่เชื่อมโยงผู้คนจากหลากหลายวงการเข้าด้วยกัน
โดยเฉพาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กระแสอนิเมะยิ่งเติบโตอย่างชัดเจนค่ะ เพราะเป็นภูมิภาคที่มีฐานผู้บริโภควัยรุ่นและคนรุ่นใหม่จำนวนมากที่คุ้นเคยกับโลกดิจิทัล ทำให้ประเทศอย่าง อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และไทย จึงกลายเป็นหนึ่งในตลาดที่มีฐานแฟนอนิเมะที่มีส่วนร่วมสูงที่สุดในโลกนั่นเองค่ะ
From Screen to Experience เมื่อโลกอนิเมะพาแฟน ๆ ออกเดินทางสู่เทศกาลระดับโลก
เมื่ออนิเมะไม่ได้เป็นแค่คอนเทนต์ที่คนดูอยู่หน้าจออีกต่อไป แฟน ๆ จึงเริ่มมองหาประสบการณ์จริงที่ทำให้ตัวเองได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของคอมมูนิตี้ค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการไปร่วมงานเทศกาลอนิเมะ หรืออีเวนต์ระดับโลกที่รวมคนรักอนิเมะจากหลายประเทศไว้ด้วยกัน เพราะสำหรับแฟนอนิเมะจำนวนมากความชอบนี้ยังช่วยเชื่อมโยงความสัมพันธ์กับคนอื่นด้วยค่ะ โดยรายงานจาก Crunchyroll พบว่าเกือบ 8 ใน 10 ของแฟนอนิเมะ รู้สึกว่าความชื่นชอบร่วมกันช่วยสร้างหรือกระชับความสัมพันธ์กับผู้อื่นได้
ที่สำคัญ วิธีที่แฟน ๆ นิยมมีส่วนร่วมกับอนิเมะมากที่สุดคือการพูดคุยแลกเปลี่ยนกับเพื่อน และมักเกิดขึ้นแบบเจอหน้ากันจริงมากกว่าบนโลกออนไลน์ นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมงานคอนเวนชันและเทศกาลอนิเมะทั่วโลกถึงกลายเป็นพื้นที่สำคัญของแฟนด้อม เพราะมันไม่ได้เป็นแค่งานอีเวนต์ แต่เป็นพื้นที่ที่แฟน ๆ ได้มาเจอคนที่เข้าใจความชอบเดียวกันค่ะ
และกระแสนี้ยังส่งผลไปถึงธุรกิจท่องเที่ยวโดยรอบด้วย เพราะข้อมูลจาก Trip.com พบว่า ยอดจองโรงแรมภายในรัศมี 3 กิโลเมตร จากสถานที่จัดงานเทศกาลอนิเมะต่าง ๆ เพิ่มขึ้นในช่วงเวลาที่มีการจัดงาน สะท้อนว่าอีเวนต์อนิเมะสามารถทำหน้าที่เป็นแม่เหล็กดึงดูดนักเดินทาง และกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นได้จริงนั่นเองค่ะ
ยกตัวอย่าง เช่น งาน Hong Kong Comic Con 2026 ซึ่งได้รับความสนใจจากแฟนต่างชาติ โดยเฉพาะจากจีนแผ่นดินใหญ่และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ค่ะ ซึ่งข้อมูลยอดขายบัตรของ Trip.com ระบุว่า มากกว่า 8 ใน 10 ของผู้ซื้อบัตร เป็นกลุ่ม Gen Z และ Millennials สะท้อนให้เห็นว่าวัฒนธรรมอนิเมะยังคงแข็งแรงมากในกลุ่มคนรุ่นใหม่ค่ะ โดยเฉพาะผู้หญิงคิดเป็นมากกว่า 80% ของยอดขายบัตรทั้งหมด ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าฐานแฟนอนิเมะกำลังหลากหลายขึ้น และฐานแฟนผู้หญิงก็มีบทบาทสำคัญต่อการเติบโตของตลาดนี้มากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ได้จำกัดอยู่กับภาพจำเดิม ๆ ว่าแฟนอนิเมะเป็นกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเท่านั้นค่ะ
และงานมังงะและอนิเมะขนาดใหญ่อย่าง Comiket ซึ่งจัดขึ้นปีละสองครั้งที่ประเทศญี่ปุ่น ก็ยังคงดึงดูดแฟนคลับจากทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง โดยเขตโอไดบะ ในกรุงโตเกียว ซึ่งจะเป็นเจ้าภาพจัดงาน Summer Comiket 2026 ในเดือนสิงหาคม มียอดจองโรงแรมพุ่งขึ้นสูงกว่า 78% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนค่ะ
ขณะเดียวกัน Pokémon GO Fest 2026 งานเฉลิมฉลองครบรอบ 10 ปีของเกมยอดนิยมที่จัดขึ้นในโอไดบะ ก็ยังติดเทรนด์บน Trip.Pulse แพลตฟอร์มรวมเทรนด์การท่องเที่ยวยอดนิยมของ Trip.com ด้วยยอดเข้าชมกว่า 630,000 ครั้ง ยิ่งตอกย้ำค่ะว่า Pop Culture และ Gaming Culture สามารถดึงดูดคนให้เดินทางไปยังเมืองหรือพื้นที่จัดงานได้อย่างทรงพลังมากค่ะ
Immersive Travel จากทริปตามรอย สู่การเที่ยวแบบเต็มประสบการณ์
อิทธิพลของวัฒนธรรมอนิเมะไม่ได้จำกัดอยู่แค่การเดินทางเพื่อเข้าร่วมอีเวนต์หรือเทศกาลเท่านั้นค่ะ แต่ยังเริ่มส่งผลต่อพฤติกรรมการเลือกจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวมากขึ้น เพราะแฟน ๆ จำนวนมากเริ่มออกเดินทางไปยังสถานที่จริงที่เคยปรากฏในอนิเมะ มังงะ หรือภาพยนตร์ที่ตัวเองชื่นชอบค่ะ โดยนักท่องเที่ยวในเอเชียกว่า 70% ได้รับแรงบันดาลใจในการเดินทางจากคอนเทนต์ที่รับชม ขณะที่ผลสำรวจของ Japan Tourism Agency ยังพบว่าสัดส่วนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางไปยังสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับภาพยนตร์และอนิเมะ เพิ่มขึ้นจาก 4.6% ในปี 2562 เป็น 7.5% ในปี 2566
โดยตัวอย่างหนึ่งในโลเคชันที่กำลังเป็นกระแสอย่างมากจากอนิเมะและซีรีย์เกาหลีชื่อดัง อย่างทางรถไฟใกล้สถานี Kamakura-Koko-mae ซึ่งมีชื่อเสียงจากมังงะบาสเกตบอลเรื่อง Slam Dunk และซีรีย์เรื่อง Can This Love Be Translated? ที่ไม่ได้ดึงดูดแค่นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น แต่ยังได้รับความนิยมในกลุ่มแฟนต่างชาติอย่างต่อเนื่องค่ะ
นอกจากการตามรอยสถานที่จริง เทรนด์นี้ยังถูกต่อยอดเป็นประสบการณ์ท่องเที่ยวที่ดื่มด่ำมากขึ้น เช่น ห้องแกลมปิงธีมอนิเมะที่เพิ่งเปิดตัวใหม่ ณ The Farm รีสอร์ตชนบทในญี่ปุ่น ที่หยิบโลกแฟนตาซีของ Frieren มาถ่ายทอดผ่านพื้นที่จริง ทั้งจุดถ่ายภาพและองค์ประกอบต่าง ๆ ภายในรีสอร์ตที่จำลองฉากสำคัญจากอนิเมะและมังงะยอดนิยมเรื่องนี้
และยังขยายสเกลไปสู่สวนสนุกขนาดใหญ่อย่าง Universal Studios Japan หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มียอดจองสูงสุดในเอเชียบน Trip.com ในปีนี้ค่ะ ซึ่งล่าสุดได้ประกาศความร่วมมือกับ 5 แฟรนไชส์ชื่อดัง เพื่อสร้างประสบการณ์อนิเมะหลากหลายรูปแบบให้กับนักท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็น immersive storywalk ในโลกของ Frieren: Beyond Journey’s End หรือประสบการณ์จาก Detective Conan: The World ที่ทำให้แฟน ๆ ได้เข้าไปมีส่วนร่วมกับจักรวาลของเรื่องในรูปแบบที่จับต้องได้มากขึ้นค่ะ
และแพลตฟอร์มท่องเที่ยวเองก็เริ่มออกแบบทริปให้ตอบโจทย์แฟนด้อมมากขึ้นเช่นกันค่ะ อย่าง Trip.com ที่นำเสนอทัวร์คัดสรรพิเศษสำหรับแฟนอนิเมะและมังงะ ไม่ว่าจะเป็นทัวร์ตามรอย Slam Dunk หรือ ทัวร์วันเดียวเที่ยวเมืองคามาคุระ ที่พานักเดินทางไปสัมผัสสถานที่จริงจากผลงานยอดนิยมอย่างใกล้ชิด นี่จึงทำให้การเดินทางที่เริ่มต้นจากโลกอนิเมะ ไม่ได้จบแค่การไปเที่ยว แต่คือการเปลี่ยนความรักของแฟนด้อมให้กลายเป็นประสบการณ์ที่จับต้องได้จริงค่ะ
สรุป เจาะลึก The Anime Effect เทรนด์ที่เปลี่ยนอนิเมะให้กลายเป็นแรงขับเคลื่อนการท่องเที่ยวข้ามพรมแดนในเอเชีย
ในมุมของเบลล์สิ่งที่ทำให้ The Anime Effect สำคัญมาก ๆ คือมันทำให้เราเห็นค่ะว่า “ความชอบ” ของผู้คนมีพลังมากกว่าที่คิด เพราะจากอนิเมะหรือภาพยนตร์ที่เริ่มต้นบนหน้าจอ สามารถพาแฟน ๆ ออกเดินทางจริง ไปยังประสบการณ์ที่เชื่อมโยงกับโลกที่พวกเขารัก
เบลล์มองว่าเทรนด์นี้ไม่ได้สะท้อนแค่การเติบโตของ Anime Tourism เท่านั้นค่ะ แต่ยังสะท้อนว่าการท่องเที่ยวยุคใหม่กำลังขับเคลื่อนด้วยความรู้สึกและตัวตนมากขึ้นเรื่อย ๆ ผู้คนไม่ได้เลือกเดินทางเพราะจุดหมายปลายทางสวยอย่างเดียว แต่เลือกเพราะสถานที่นั้นมีความหมายและทำให้พวกเขารู้สึกว่าได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของคอมมูนิตี้ที่ตัวเองผูกพัน ดังนั้นนี่อาจเป็นจังหวะสำคัญในการมอง Fandom ให้ลึกกว่าแค่กลุ่มแฟนคลับ แต่เป็นกลุ่มคนที่พร้อมเดินทาง ใช้จ่าย และบอกต่อ หากแบรนด์สามารถสร้างประสบการณ์ที่เข้าใจความรักของพวกเขาได้จริงค่ะ
อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่นี่ค่ะ