ภาพของการนั่งกินปิ้งย่างคนเดียว ดูหนังคนเดียว หรือใช้ชีวิตอยู่คนเดียวแต่ก่อน มันอาจจะถูกมองว่าน่าสงสารใช่มั้ยครับ? แต่สำหรับคนรุ่นใหม่ การอยู่คนเดียวไม่ได้แปลว่าพวกเขาไม่มีใคร แต่มันคือทางเลือกที่พวกเขาเต็มใจจ่ายเพื่อซื้อความสบายใจครับ ในยุคที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง การได้กลับมาอยู่ในเซฟโซนที่มีแค่ตัวเอง กลายเป็นสิ่งที่คนยุคนี้โหยหาครับ การเปลี่ยนผ่านจากค่านิยมครอบครัวใหญ่ สู่ไลฟ์สไตล์แบบ ‘Me, Myself & I’
วันนี้เราจะพาไปเจาะลึก Insight ของคนกลุ่มนี้กันครับ ว่าแบรนด์จะเข้าไปนั่งในใจพวกเขาได้ยังไง เมื่อ Target Group นี้ไม่ได้ต้องการคนรู้ใจ แต่ต้องการแบรนด์ที่รู้ใจ กับบทความเจาะลึก Insight Solo Economy เทรนด์คนโสดมาแรง ทำไมคนยุคนี้ถึงอยากอยู่คนเดียว?
ทำไมคนรุ่นใหม่ถึงหันมาอยู่คนเดียวมากขึ้น
จากข้อมูลชี้ให้เห็นว่าขนาดเฉลี่ยของครัวเรือนไทยหดตัวลงจากเดิมที่มีสมาชิกเฉลี่ย 3 คนต่อบ้านในปี 2013 ลดลงเหลือเพียง 2.6 คนในปี 2022 และที่น่าสนใจคือการเติบโตของครัวเรือนที่อาศัยอยู่คนเดียวที่พุ่งขึ้นจาก 13.9% ไปแตะระดับที่สูงกว่า 21% ซึ่งสะท้อนว่าในปัจจุบัน ทุก ๆ 5 ครัวเรือนในประเทศไทย จะต้องมีอย่างน้อย 1 ครัวเรือนที่เป็นการใช้ชีวิตอยู่คนเดียวครับ
สำหรับผมแล้วคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Y และ Gen Z เติบโตมาในสังคมแบบ Hyper competitive ที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน การเปรียบเทียบ และความกดดันเต็มไปหมด เมื่อการออกไปใช้ชีวิตแต่ละวันมันดูดพลังงานจนหมด การได้กลับมาอยู่ในพื้นที่ที่มีแค่ตัวเอง เพื่อหนีความวุ่นวาย จึงกลายเป็นการเยียวยาจิตใจที่ดีที่สุดครับ
เมื่อถึงจุดหนึ่ง คนเจนนี้เริ่มหันมาตั้งคำถามกับความสำเร็จที่สังคมรุ่นก่อนบอกว่า โตขึ้นต้องแต่งงานและมีครอบครัวถึงมีบ้านนะถึงจะเรียกว่าประสบความสำเร็จ เพราะพวกเขาคิดว่าการมีความสัมพันธ์มักจะมาพร้อมกับต้นทุนแฝงที่มองไม่เห็น นั่นคือการต้องยอมลดความชอบบางอย่าง หรือการสูญเสียความเป็นตัวเองเพื่อเอาใจอีกฝ่ายครับ
มากไปกว่านั้น เศรษฐกิจก็เป็นส่วนหนึ่งครับที่ทำให้คนรุ่นใหม่หันมาอยู่คนเดียวมากขึ้น ค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งราคาอสังหาริมทรัพย์ ค่ารักษาพยาบาล และค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงลูก ทำให้การสร้างครอบครัวกลายเป็นภาระมากกว่าจะเป็นความสำเร็จครับ การรับผิดชอบชีวิตตัวเองแค่คนเดียวจึงเป็นทางเลือกที่น่าจะเซฟกว่า บวกกับการขยายตัวของสังคมเมืองที่ดึงดูดให้ผู้คนย้ายเข้ามาทำงานในเมืองหลวง การแยกตัวจากครอบครัวใหญ่มาอาศัยในคอนโด หรือหอพักจึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความเคยชินในการใช้ชีวิตคนเดียวอย่างอิสระครับ
Solo Economy คืออะไร? เมื่อความโสดคือโครงสร้างใหม่ของสังคม
การอยู่คนเดียวไม่ใช่เรื่องแปลก แต่กลายเป็นเรื่องปกติของคนยุคใหม่ จึงเกิดเป็นเทรนด์ “Solo Economy” มันคือระบบเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนโดยกลุ่มคนที่ใช้ชีวิตตัวคนเดียว ไม่ว่าจะเป็นคนโสดที่ยังไม่ได้แต่งงาน คนที่แยกกันอยู่ คนหย่าร้าง หรือแม้แต่กลุ่มผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ลำพังครับ หัวใจสำคัญของระบบนี้คือการที่ คนหนึ่งคนกลายเป็นหน่วยบริโภคหลักแทนที่จะเป็น ครอบครัวเหมือนแต่ก่อน ทำให้พฤติกรรมการตัดสินใจซื้อสินค้าและบริการเปลี่ยนไปครับ
ข้อมูลจาก Visa Consulting & Analytics ชี้ว่า ภายในปี 2030 โลกของเราจะมีครัวเรือนที่อยู่คนเดียวทะลุ 580 ล้านครัวเรือน ซึ่งคิดเป็น 1 ใน 4 ของประชากรทั่วโลกเลยทีเดียวครับ ปัจจัยสำคัญที่ทำให้กลุ่ม Solo Economy กลุ่มที่แบรนด์ต้องจับตา คือกำลังจ่ายครับ กลุ่มคนที่ใช้ชีวิตคนเดียวมักมีรายได้ ที่สามารถนำมาใช้เพื่อตัวเองได้เต็มที่ครับ
เจาะ Insight คนโสด เค้าเปย์ให้กับอะไรบ้าง?
เรามีคำศัพท์เฉพาะสำหรับเรียกกลุ่มเป้าหมายที่นี้ว่า SINK (Single Income, No Kids) ซึ่งหมายถึงกลุ่มคนวัยทำงานที่มีรายได้เป็นของตัวเองและไม่มีภาระเรื่องลูก จุดเด่นที่ทำให้ชาว SINK กลายเป็นกลุ่มที่ทุกแบรนด์สนใจ คือพวกเขาไม่ต้องหารเรื่องค่าใช้จ่ายกับใครครับ ทำให้มีกำลังซื้อสูง
โดยค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่คนกลุ่มนี้ มักจะถูกกระจายไปใน 3 หมวดหมู่หลัก ๆ ครับ
ประสบการณ์ พวกเขายินดีจ่ายแพงขึ้นเพื่อซื้อแพ็กเกจท่องเที่ยวคนเดียว ทานอาหารมื้อหรู หรือการเข้าคลาสเวิร์กชอปที่เขาชอบเพื่อเติมเต็มแพสชันของพวกเขาครับ
ความสะดวกสบาย พวกยอมลงทุนกับบริการเดลิเวอรี หรือการซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดมินิ และ Gadget ภายในบ้านที่ออกแบบมาเพื่อคนอยู่คอนโดฯ ช่วยจัดการงานบ้านให้ชีวิตสมูทขึ้น
การดูแลตัวเอง พวกเขาพร้อมจ่ายให้กับคอร์สดูแลสุขภาพ ความงาม สปา ไปจนถึงเทรนด์ที่มาแรงมากอย่างการเป็น “Pet Parent” โดยเฉพาะการเลี้ยงแมวที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนชอบอยู่คนเดียว พวกเขาพร้อมเปย์ให้กับอาหารสัตว์ราคาแพง การดูแลสุขภาพน้องแมว สำหรับพวกเขา สัตว์เลี้ยงไม่ใช่แค่สัตว์ แตเป็นเหมือนลูกที่คอยฮิลใจพวกเขาครับ
ประเทศไทยกับโอกาสตลาดคนโสดที่โต ต่อเนื่อง
สิ่งที่น่าจับตามอง คือประเทศไทยกำลังก้าวขึ้นมาเป็น Strategic Market ที่สำคัญของเทรนด์ Solo Economy ครับหากเรามาดูข้อมูล ในปี 2022 จำนวนครัวเรือนที่อาศัยอยู่คนเดียวในประเทศไทยพุ่งสูงขึ้นถึง 4 เท่าตัว โดยขยับสัดส่วนจาก 6% ทะยานขึ้นไปถึง 26% ภายในระยะเวลาเพียงไม่กี่ปี ซึ่งสะท้อนค่านิยมการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไปครับ และ ข้อมูลจาก Euromonitor ยังระบุว่า ประเทศไทยติดโผ 10 อันดับแรกของกลุ่มประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) ที่มีตัวเลขค่าใช้จ่ายเพื่ออุปโภคบริโภคสำหรับครัวเรือนเดี่ยวสูงที่สุด
จากตัวเลขนี้ แบรนด์ไหนที่มองเห็นช่องว่าง และปรับกลยุทธ์สินค้าหรือบริการเพื่อเข้ามารองรับไลฟ์สไตล์ของชาว Solo ในไทยได้ก่อน น่าจะได้เปรียบในการชิงส่วนแบ่งในตลาดนี้ครับ
ถอดรหัสกลยุทธ์ แบรนด์จะคว้าโอกาสจาก “Solo Economy” อย่างไร?
เมื่อ 1 คน = 1 ตลาดใหญ่ ธุรกิจที่ชินกับการทำตลาดแบบ Family Size หรือการขายแพ็กเกจเหมาครอบครัว อาจจะต้องปรับตัวเพื่อให้เข้ากับอินไซต์ของคนยุคนี้ เราลองมาถอดรหัส 3 กลยุทธ์สำคัญ พร้อม Case Study ที่พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าสามารถเข้าไปนั่งในใจกลุ่ม Solo Consumer ได้อย่างอยู่หมัดครับ
1.Redesign for One ดีไซน์ที่พอดีสำหรับคนเดียว
สินค้าต้องถูกคิดมาเพื่อการใช้งานคนเดียวตั้งแต่ต้นทางครับ ไม่ใช่แค่การทำให้เล็กลง แต่ต้องตอบโจทย์เรื่องความพอดี และที่สำคัญคือต้องจัดเก็บง่าย เพื่อไม่ให้การใช้ชีวิตคนเดียวกลายเป็นเรื่องยุ่งยากครับ
ผมขอยกตัวอย่างเคสของ MUJI ครับ พวกเขาออกแบบเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดกะทัดรัด เช่น หม้อหุงข้าวไซส์มินิ เครื่องซักผ้าขนาดเล็ก หรือเตียงเดี่ยวที่มาพร้อมฟังก์ชันจัดเก็บใต้เตียง นอกจากนี้ ดีไซน์ที่เรียบง่าย สไตล์มินิมอล ยังช่วยมอบความรู้สึกสงบ สบายตา และเป็นระเบียบ ซึ่งเข้าไปตอบโจทย์พฤติกรรมของคนอยู่คนเดียว ที่ต้องการเปลี่ยนห้องพักให้กลายเป็นเซฟโซนสำหรับการชาร์จพลังในทุก ๆ วันครับ
2. Single Friendly Environment สร้างพื้นที่แห่งความสบายใจ
ร้านอาหารมักถูกวาง Position ให้เป็นที่สำหรับการพบปะสังสรรค์ แต่เมื่อพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป แบรนด์ต้องใช้กลยุทธ์ Contextual Marketing เข้ามาจับอินไซต์ตรงนี้ให้ทันครับ การสร้างบรรยากาศที่เป็นมิตรกับคนโสดหรือคนที่มาคนเดียว หัวใจสำคัญคือการสร้าง Emotional Connection เพื่อมอบความรู้สึกปลอดภัยทางจิตใจ ให้ลูกค้ากล้าที่จะก้าวเข้ามาใช้บริการโดยไม่ต้องกดดันหรือความรู้สึกเขินครับ
โดยร้านราเมงข้อสอบ (A Ramen) หรือสุกี้อย่าง Yakiniku Like และ MK ที่เริ่มมีหม้อเดี่ยวและโซนที่นั่งส่วนตัว มีฉากกั้น ตอบโจทย์พฤติกรรม Solo Dining ให้ลูกค้ามานั่งกินข้าวคนเดียวได้อย่างสบายใจโดยไม่ต้องทนรับสายตาจากคนรอบข้างครับ
3. Personalize the Package เลิกบังคับให้ต้องแชร์หรือหารกับใคร
โมเดลธุรกิจประเภท Subscription หรือการขายบริการ มักจะขายความคุ้มค่าผ่านแพ็กเกจแบบ Family Plan หรือการแชร์กรุ๊ป ซึ่งนั่นกลายเป็น Pain Point สำคัญที่ทำให้คนโสดหรือคนที่อยู่คนเดียวรู้สึกเหมือนถูกเอาเปรียบครับ เพราะต้องจ่ายแพงกว่าหากใช้งานคนเดียว หรือต้องวุ่นวายไปตั้งตี้หาคนแปลกหน้ามาช่วยหารค่าใช้จ่าย กลยุทธ์ในยุค Solo Economy จึงเป็นการทำลายกำแพงนี้ทิ้ง และออกแบบความคุ้มค่าที่เกิดมาเพื่อผู้ใช้งานรายบุคคลโดยเฉพาะครับ
อย่าง Netflix และ TIDAL แพลตฟอร์มสตรีมมิงอย่าง Netflix ออกแพ็กเกจ Mobile เพียง 99 บาท/เดือน ส่วน TIDAL ก็ปรับแพ็กเกจรวมคุณภาพเสียงระดับ Hi-Res ให้ผู้ใช้รายบุคคลในราคาเพียง 139 บาท/เดือน ทำให้คนโสดรู้สึกคุ้มค่าและได้รับประสบการณ์แบบพรีเมียมโดยไม่ต้องง้อคนมาหารครับ
บทสรุป เจาะลึก Insight Solo Economy เทรนด์คนโสดมาแรง ทำไมคนยุคนี้ถึงอยากอยู่คนเดียว?
เทรนด์ Solo Economy คือโครงสร้างทางสังคมแบบใหม่ที่เกิดจากความคิดของคนยุคที่ว่า ท่ามกลางโลกที่วุ่นวาย การลงทุนเพื่อความสบายใจของตัวเองคือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดครับ ในมุมของการทำการตลาด การจะเจาะคนกลุ่มนี้ที่มีกำลังซื้อสูง แค่การลดไซส์สินค้า หรือการทำแพ็กเกจให้เล็กลงอาจจะไม่พออีกต่อไปครับ
หัวใจสำคัญคือการนำแนวคิดแบบ Contextual Marketing มาใช้ แบรนด์ต้องอ่านบริบทให้ออกว่า ในช่วงเวลาที่ลูกค้าเลือกจะอยู่คนเดียวนั้น พวกเขาต้องการอะไร และเข้าไปแก้ปัญหาแบบไม่ล้ำเส้นความเป็นส่วนตัว พร้อมทั้งสร้าง Emotional Connection เพื่อเปลี่ยนจากแค่แบรนด์สินค้า ให้กลายเป็นเซฟโซนที่พวกเขาไว้ใจครับ
ท้ายที่สุด ในตลาดที่ 1 คน = 1 ตลาดขนาดใหญ่ แบรนด์ที่สามารถบาลานซ์โจทย์ในมุม Brandformance ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งการส่งมอบฟังก์ชันที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตคนเดียวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับการสื่อสารที่ช่วยซัพพอตการอยู่คนเดียวจะสามารถครองใจชาว Solo ไปได้ในระยะยาวครับ
Source Source Source Source
บทความที่แนะนำให้อ่านต่อ