เจาะลึก Data ผู้ใช้งาน X (Twitter) Global ปี 2026 โอกาส ความท้าทาย และ Next Step ที่นักการตลาดต้องรู้

X เป็นแพลตฟอร์มนี้ก็ปรับเปลี่ยนอยู่เรื่อย ๆ จนหลายแบรนด์ก็เกิดคำถามว่า ทิศทางของแอปพลิเคชันนี้กำลังไปทางไหน? หลังจากที่ศึกษาผมพบเรื่องที่น่าสนใจว่า สถิติผู้ใช้งานบน X ในปี 2026 นั้น ยังคงมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างจากโซเชียลมีเดียอื่น ๆ ครับ วันนี้ผมเลยจะพามาดู Data ของผู้ใช้งานและเจาะลึกลงไปในมุมมองของการทำการตลาดครับ ใครคือผู้ใช้งานกลุ่มหลัก และพฤติกรรมแบบไหนที่แบรนด์ต้องจับทางให้ถูกเพื่อเปลี่ยนความท้าทายให้เป็นโอกาสทองทางธุรกิจกับบทความ เจาะลึก Data ผู้ใช้งาน X (Twitter) Global ปี 2026 โอกาส ความท้าทาย และ Next Step ที่นักการตลาดต้องรู้

ในวันนี้แพลตฟอร์ม X ในปัจจุบันมี Active Users ที่แบรนด์สามารถยิงโฆษณาไปถึงได้สูงถึง 557 ล้านคนทั่วโลกครับ ซึ่งตลาดที่ใหญ่ที่สุดต้องยกให้ “สหรัฐอเมริกา” ที่มีผู้ใช้งานราว 105 ล้านคน ตามมาด้วย “ญี่ปุ่น” ที่ 74.5 ล้านคน ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นว่า X ยังคงเป็นแพลตฟอร์มสำคัญในประเทศที่เป็นผู้นำด้านเศรษฐกิจและศูนย์กลางเทรนด์โลกครับ

ขอบคุณรูปภาพจาก: resourcera

แต่ความสนุกมันอยู่ตรงที่เราเจาะลึกลงไปในข้อมูล Demographics ครับ เพราะคาแรกเตอร์ของผู้ใช้งานบน X นั้นมีความเฉพาะตัวสูงมาก Data ระบุว่าผู้ใช้งานกลุ่มหลักคือคนที่มีอายุต่ำกว่า 35 ปี ซึ่งก็คือกลุ่มคนวัยทำงานตอนต้นที่มีกำลังซื้อและพร้อมจับจ่าย อย่างไรก็ตามจำนวนฐานผู้ใช้งานกลุ่มวัยรุ่นกำลังลดลงครับ ในปี 2026 มีตัวเลขกลุ่มผู้ใช้งานที่อายุ 18-24 ปีเพียง 27.39% เท่านั้นครับ

Data X
ขอบคุณรูปภาพจาก: resourcera

นอกจากนี้สิ่งที่ผมตกใจมาก ๆ คือในแพลตฟอร์มยังดึงดูดผู้ใช้งานผู้ชายมากกว่า โดยมีสัดส่วนสูงถึง 64.4% ทิ้งห่างผู้หญิงที่อยู่ในระดับ 35.4% เพื่อน ๆ อ่านแล้วคงจะตกใจไม่แพ้กับผมเพราะภาพจำของเราต่อ X มันจะเป็นฟิลแบบ Feminist ผู้หญิงบ่นมากกว่าใช่มั้ยครับ ซึ่งจากอินไซต์ตรงนี้กำลังบอกว่า หากคุณกำลังทำการตลาดสินค้ากลุ่ม Tech, Gadget, ยานยนต์, กีฬา, คริปโต หรือเกมมิง พื้นที่บน X คือตลาดที่ค่อนข้างน่าสนใจเลยนะครับ

Data X
ขอบคุณรูปภาพจาก: searchlogistics

และสุดท้ายระยะเวลาในการใช้งานแพลตฟอร์มครับ ผู้ใช้งานบน X ใช้เวลาเฉลี่ยเพียง 28 นาทีต่อวันเท่านั้นครับ พฤติกรรมการเสพข้อมูลที่นี่จึงต้อง สั้น กระชับ และเน้นการอัปเดตสถานการณ์ให้จบไวที่สุด จากพฤติกรรมตรงนี้นำไปสู่ตัวเลขที่ว่า 71% ของทวีตทั้งหมดบนแพลตฟอร์ม ไม่มีคนไลก์ ไม่มีคนรีพลาย และไม่มีคนรีโพสต์เลยครับ

Data X
ขอบคุณรูปภาพจาก: onclusive

ต่อมาเราจะมาวิเคราะห์ X ผ่านมุมมองของการซื้อสื่อโฆษณาครับ จากสถิติในรอบปีที่ผ่านมายอดผู้ใช้งานที่แบรนด์สามารถเข้าถึงได้ผ่านโฆษณาบน X นั้นร่วงลงไปถึง 5.3% หรือคิดเป็นตัวเลขผู้ใช้งานที่ไม่เห็นโฆษณากว่า 33 ล้านคน ซึ่งถือเป็นทิศทางที่สวนกับโซเชียลมีเดียแพลตฟอร์มอื่น ๆ อย่าง Facebook และ YouTube ที่ตัวเลข Ad Reach ยังคงไต่ระดับเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ

Data X
ขอบคุณรูปภาพจาก: business.x

แต่ความย้อนแย้งคือ ในขณะที่ยอดการเข้าถึงโฆษณาลดลง แต่ผู้คนกลับเข้ามาใช้งานกันมากกว่าเดิมครับ เมื่อเราไปดูสถิติการใช้งานจริงหลังบ้านจะเจอว่า ยอด Traffic ในเดือนธันวาคมกลับพุ่งสูงถึง 3.8 พันล้านครั้ง ซึ่งเติบโตขึ้นจากเดิม 2.7% แถม X ยังสามารถทำลายสถิติยอดดาวน์โหลดแอปพลิเคชันใหม่ ได้ในเดือนสิงหาคมและกันยายน 2025 ที่ผ่านมาอีกด้วยครับ

ความน่าสนใจของ X คือพฤติกรรมการลงคอนเทนต์ครับ มีผู้ใช้งานเพียงแค่ 10% บนแพลตฟอร์มที่ลงคอนเทนต์ครองสัดส่วนสูงถึง 92% ของคอนเทนต์ทั้งหมดที่อยู่บนหน้าฟีด โดยกลุ่ม Active เหล่านี้ มีอัตราการโพสต์เฉลี่ยถึง 157 ครั้งต่อเดือนเลยครับ

ขอบคุณรูปภาพจาก: technext

สำหรับผู้ใช้งานอีก 90% ที่เหลือบน X เลือกที่จะเป็นเพียง Lurker หรือเป็นผู้อ่านที่ไม่แสดงตัวตนครับ พวกเขาเข้ามาเพื่อตามสถานการณ์ หรืออัปเดตเทรนด์เงียบ ๆ มากกว่าที่จะทวีตด้วยตัวเอง อินไซต์นี้ไปช่วยตอบคำถามสำคัญจากสถิติก่อนหน้านี้ครับว่า ทำไมทวีตส่วนใหญ่บนแพลตฟอร์มถึงไม่มีคนกด Reaction เพราะคนส่วนใหญ่แค่ตั้งใจมาเก็บข้อมูลแล้วไปนั่นเองครับ

Data X

นอกจากนี้ผู้ใช้งาน X ไม่ได้อยู่แค่ในแพลตฟอร์มเดียวครับ เกือบ 100% (99.9%) ของผู้ใช้งาน มีบัญชีโซเชียลมีเดียอื่น ๆ ใช้งานควบคู่ไปด้วยเสมอ โดยแอปพลิเคชันฮิตของฐานผู้ใช้งานคือ Instagram (88.1%), YouTube (81%) และ Facebook (80.5%) ครับ

เมื่อผู้บริโภคบน X ใช้เวลาในแอปแค่ 28 นาทีต่อวัน และกว่า 90% เป็นกลุ่ม Lurkers แนวทางการทำการตลาดก็ต้องขยับจากเดิมที่แบรนด์พยายามทำคอนเทนต์โดยมี Objective เป็น Engagement-Driven ผมว่าเราน่าจะต้องเปลี่ยนมาโฟกัสที่การทำ Contextual Marketing มากขึ้นครับ เพราะผู้บริโภคในแพลตฟอร์มนี้ไม่ค่อยเสพโฆษณา แต่ต้องการเนื้อหาที่ ถูกที่ ถูกเวลา และถูกบริบท ดังนั้น การวัดผลและการสร้าง Impact จึงต้องเปลี่ยนไปสู่การสื่อสารกับผู้ใช้งานโดยตรงแทนครับ

ตัวอย่างที่เห็นภาพชัดที่สุดคือการเข้าไป Quote ทวีต ของผู้ใช้งานคนอื่น หรือการเข้าไปตอบกลับในทวิตที่กำลังแมส เพราะการทำแบบนี้จะเป็นการเอาตัวแบรนด์เข้าไปอยู่ในบริบทที่ลูกค้ากำลังสนใจพอดีครับ ซึ่งต่อให้กลุ่ม Lurkers กว่า 90% จะไม่เคยกดไลก์แบรนด์คุณเลย แต่อย่างน้อยข้อความที่แบรนด์สื่อสารออกไปอย่างถูกที่ถูกเวลานั้น ก็ได้เข้าไปอยู่ในสายตา และสร้างการจดจำให้กับพวกเขาได้ครับ

ในขณะเดียวกัน เมื่อการยิง Ad ผลลัพท์ไม่ได้ออกมาสูงเท่าแพลตฟอร์มอื่น สวนทางกับจำนวนคนที่ยังเข้ามาอัปเดตข่าวสาร การทำตลาดแบบ Push Marketing ก็อาจจะไม่เวิร์คครับ ผมว่าทางออกคือแบรนด์ต้องเข้าใจ Trend ให้ลึกขึ้น และอาศัยการทำ Real time Marketing หรือ Trendjacking ให้เป็น เพราะใน X การที่ลูกค้ารู้สึกว่าแบรนด์นี้อินไปกับสิ่งที่สังคมกำลังพูดถึงค่อนข้างสำคัญครับ และเรื่องของ Customer SUpport บน X ก็สำคัญมากครับ แบรนด์ที่ชนะบน X คือแบรนด์ที่ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าเขาสามารถคุยด้วยได้ทันทีที่มีปัญหา ผ่านการทำ Customer Support ที่รวดเร็ว นี่คือหัวใจของการตลาดบน X ครับ

สุดท้ายถ้าถามว่าการทำการตลาดบน X ยังน่าสนใจอยู่มั้ย คำตอบของผมคงเป็น ยังคงน่าสนใจมากครับ แต่ไม่ใช่สำหรับทุกแบรนด์อีกต่อไป X ไม่ใช่พื้นที่สำหรับแบรนด์ที่เน้นการทำ Mass Communication หรือ Push Marketing แบบเดิม ๆ อีกต่อไป แต่เป็นพื้นที่สำหรับแบรนด์ที่มีความคล่องตัวสูง เข้าใจการเล่นกับ Real time Data และกล้าที่จะสื่อสารแบบ Humanized แบบที่คนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ครับ

Source Source Source

บทความที่แนะนำเพิ่มเติม

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *