นักการตลาดอย่างเราน่าจะคุ้นกับชื่อ Generation ที่เราใช้แบ่งคนมานานใช่มั้ยครับ Gen X คือคนที่โตมากับทีวีและเทป ส่วน Gen Y หรือ Millennials โตมากับ Internet กับ Email และ Gen Z ก็โตมากับ Smartphone และ Social Media
แต่ในปี 2026 นี้ผมอยากชวนเพื่อนๆ รู้จัก Generation ใหม่ที่กำลังเปลี่ยนทุกอย่างเร็วกว่าทุกครั้ง ผมเรียกพวกเขาว่า Generation A ครับ
A ในที่นี้ไม่ได้แปลว่า Alpha นะครับ แต่ย่อมาจาก Generation AI หรือเจนที่ขาด AI ในชีวิตประจำวันไม่ได้อีกต่อไป
ที่ผมพูดแบบนี้ไม่ใช่พูดเล่นๆ นะครับ เพราะจากรายงาน Stanford HAI 2026 AI Index ระบุว่า Generative AI ใช้เวลาเพียง 3 ปี ก็แตะระดับ Adoption Rate 53% ของประชากรโลกแล้ว เร็วกว่า Smartphone, PC และ Internet ในประวัติศาสตร์ทุกตัว ChatGPT แตะ 900 ล้าน Weekly Active Users ในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 จาก 400 ล้านเมื่อปีก่อน หรือโต 2.25 เท่าใน 12 เดือนเท่านั้นเองครับ
ฉะนั้นบทความนี้ผมจะพาเพื่อนๆ นักการตลาด ผู้บริหาร และเจ้าของธุรกิจ มาทำความเข้าใจ Gen A แบบครบทุกมุม ตั้งแต่ใครคือคนกลุ่มนี้ พวกเขาเปลี่ยน Consumer Journey อย่างไร เมื่อคนทำงานทั้งโลกพึ่ง AI จนขาดไม่ได้แล้วเกิดอะไรขึ้น ไปจนถึงสิ่งที่นักการตลาดไทยต้องเริ่มทำตั้งแต่วันนี้ก่อนจะสาย ใครที่ทำธุรกิจหรืออยู่ในวงการการตลาดควรอ่านแล้ว Save เก็บไว้ใช้ได้เลยครับ
ทำไม Gen A ถึงเป็นคนละเรื่องกับ Gen X, Gen Y, Gen Z
Gen X เกิดประมาณ 1965-1980 พวกเขาคือคนที่ดูทีวี ฟังวิทยุ และโตมาในยุค Mass Media ที่นักการตลาดควบคุมข้อมูลได้เกือบทั้งหมด Gen Y หรือ Millennials เกิดปี 1981-1996 พวกเขาคือ Digital Natives รุ่นแรกที่โตมากับ Internet, Email และ Search Engine การตลาดเริ่มกระจายจาก Broadcast มาเป็น Search
Gen Z เกิดปี 1997-2012 พวกเขาคือ Mobile Natives และ Social Natives ที่โตมากับ Smartphone, Instagram และ TikTok การตลาดเปลี่ยนจาก Search เป็น Discovery ผ่าน Algorithm ของ Social Media
แต่ Gen A หรือ Generation AI ไม่ได้เป็นแค่ Generation ถัดไปในเส้นเดียวกันครับ มันคือการเปลี่ยน Mental Model ของคนทั้งรุ่น เพราะเด็ก Gen Alpha ที่กำลังเรียนประถมตอนนี้และ Gen Z รุ่นปลาย พวกเขามองว่าความรู้ไม่ใช่สิ่งที่ต้อง “เรียน” หรือ “จำ” แต่เป็นสิ่งที่ “ถาม AI” ได้ตลอดเวลา และนี่คือ Paradigm Shift ที่ใหญ่กว่าทุก Generation Gap ที่ผ่านมา
ที่น่าสนใจคือ Gen A ไม่ได้จำกัดอยู่ที่ปีเกิดเหมือน Generation อื่นครับ แต่เป็น Concept Overlay ที่ครอบทับ Gen Alpha (เกิด 2010+) และ Gen Z รุ่นปลายเป็นหลัก แต่ก็ลามไปถึง Millennials และ Gen X ที่ใช้ AI เข้มข้นจนขาดไม่ได้ด้วย พูดง่ายๆ คือ Gen A คือใครก็ตามที่เกิดสงสัยอยากรู้คำตอบเรื่องไหนมาแล้วเปิด ChatGPT มาถามก่อนเปิด Google เพื่อเสิร์จหานั่นแหละครับ
ข้อมูลจาก Pew Research Center ที่สำรวจวัยรุ่นอเมริกัน 13-17 ปี จำนวน 1,458 คนช่วงปลายปี 2025 พบว่า 64% ของวัยรุ่นเคยใช้ AI Chatbot แล้ว และ 28% ใช้ทุกวัน โดย 16% ใช้หลายครั้งต่อวันแบบ Almost Constantly ที่สำคัญกว่านั้น 12% ใช้ AI ขอ Emotional Support และ 16% ใช้คุยเล่นเป็นเพื่อน
ในขณะที่ Common Sense Media สำรวจ Teens อเมริกัน 1,060 คน พบว่า 72% ของ Teens เคยใช้ AI เป็นเพื่อนจริงๆ และ 33% เคยเลือกคุยกับ AI แทนคนในเรื่องสำคัญครับ ตัวเลขนี้ไม่ได้บอกว่า AI กำลังมาแทนที่เพื่อนที่เป็นมนุษย์ แต่กำลังบอกว่า AI ได้กลายเป็น Trusted Touchpoint ของเด็กยุคใหม่ไปแล้ว
AI ไม่ใช่ Tool อีกต่อไป แต่กลายเป็น Touchpoint แรกของการตัดสินใจ
ที่น่าสนใจกว่านั้นคือเรื่อง Brand Discovery ครับ 47% ของ Gen Z ค้นพบ Brand ใหม่ผ่าน ChatGPT ในปี 2025 เทียบกับ Gen X ที่ 37% และค่าเฉลี่ยทั้งหมดที่ 36% ตัวเลขนี้แปลว่า ChatGPT กำลังกลายเป็น Discovery Channel ใหม่ที่นักการตลาดไม่ได้คุมเหมือนสมัยที่เคยคุม Google Ad หรือ Facebook Ad ครับ
Salesforce Case Study ของการเปิดตัว Agentforce Commerce
Salesforce เปิดตัว Agentforce Commerce ในช่วงปลายปี 2025 หลังพบว่า Online Traffic จาก AI Assistant เพิ่มขึ้น 119% Year-over-Year ในช่วงครึ่งปีแรกของ 2025 ครับ และในช่วง Cyber Week 2025 ที่เพิ่งผ่านมา AI Agent มีส่วนทำให้เกิด Order Volume มูลค่าถึง 67,000 ล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็น 20% ของ Global Order ทั้งหมด ส่วน Retailer ที่ใช้ AI Agent มี Sales Growth สูงถึง 13% เทียบกับเจ้าที่ไม่ได้ใช้ที่โตแค่ 2% เท่านั้น
บริบทคือ Salesforce เห็นว่าผู้บริโภคเริ่มซื้อของผ่าน AI Agent มากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ใช่แค่ค้นหาแล้วไปคลิกที่ Brand แต่บอก AI ว่าต้องการอะไรแล้วให้ AI ไปหาและซื้อให้เลย ในงานสำรวจของ Skai ที่สำรวจผู้บริโภคอเมริกัน 1,000 คนในเดือนมีนาคม 2026 พบว่า 29% ของ Gen Z เคยซื้อสินค้าผ่าน ChatGPT Shopping Feature โดยตรง เทียบกับ Baby Boomer ที่เพียง 5%
Built In วิเคราะห์ปรากฏการณ์นี้แล้วชี้ว่า Outage ครั้งนั้นเผยให้เห็นปัญหาที่เรียกว่า Shadow AI หรือพนักงานใช้ AI ส่วนตัวทำงานบริษัทโดยที่ฝ่าย IT ไม่รู้และไม่ได้เตรียม Fallback พอ ChatGPT ล่มคนทั้งบริษัทถึงรู้พร้อมกันว่ามีคนใช้ ChatGPT เยอะกว่าที่คิด และไม่มีใครรู้วิธีทำงานแบบไม่มี AI อีกแล้ว
ที่น่าสนใจคือข้อมูลจาก Microsoft Work Trend Index 2025 ที่สำรวจคนทำงาน 31,000 คนใน 31 ประเทศ พบว่า 82% ของผู้นำองค์กรวางแผนใช้ AI Agent ขยาย Workforce Capacity ใน 12-18 เดือนข้างหน้า และ 52% ของพนักงานพร้อม 57% ของผู้นำยอมรับแล้วว่างานที่มั่นคงไม่มีอยู่จริงอีกต่อไป
Anthropic Economic Index ที่วิเคราะห์การใช้งาน Claude ในเดือนพฤศจิกายน 2025 พบว่า 49% ของอาชีพที่มี Task อย่างน้อย 25% ที่ทำผ่าน Claude ไปแล้ว และที่น่ากลัวกว่านั้นคือสัดส่วน Directive Use หรือการสั่งให้ AI ทำงานทั้งหมดเลย (ไม่ใช่แค่ช่วย) เพิ่มจาก 27% ปลายปี 2024 เป็น 39% ในเดือนกันยายน 2025 ครับ จะเห็นว่าการใช้ AI เพื่อทำงานแบบ Automation แซงหน้าการใช้ AI เพื่อเสริมการทำงาน Augmentation เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์
Cognitive Debt หรือหนี้ความคิดที่กำลังก่อตัวในสมอง Gen A
ที่ผมอยากเตือนเพื่อนๆ มากที่สุดคือเรื่องนี้ครับ การพึ่ง AI ทุกอย่าง ไม่ได้เป็นแค่เรื่อง Productivity แต่มันกำลังเปลี่ยนสมองของเราจริงๆ
MIT Media Lab เผยแพร่งานวิจัยชื่อ Your Brain on ChatGPT ในเดือนมิถุนายน 2025 ทีมวิจัยนำโดย Kosmyna และคณะ ทดลองกับผู้เข้าร่วม 54 คนอายุ 18-39 ปี แบ่งเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มที่ใช้ ChatGPT เขียนเรียงความ กลุ่มที่ใช้ Search Engine และกลุ่มที่ใช้สมองตัวเองล้วนๆ จากนั้นวัด Neural Connectivity ด้วยเครื่อง EEG จำนวน 32 จุดบนสมอง
ในด้านเศรษฐกิจ TDRI ร่วมกับ ETDA และ SAP ประเมินตลาด AI ของไทยจาก 48,000 ล้านบาทในปี 2024 จะโตเป็น 130 พันล้านบาทภายในปี 2030 หรือ CAGR 18% ครับ ในขณะที่ Access Partnership ร่วมกับ Google ประเมินว่าถ้าไทย Embrace AI เต็มที่จะปลดล็อกมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ถึง 2.6 ล้านล้านบาทภายในปี 2030
5 สิ่งที่นักการตลาดไทยต้องเริ่มทำตั้งแต่วันนี้เพื่อมัดใจ Gen A
อ่านมาถึงตรงนี้เพื่อนๆ คงเห็นภาพแล้วครับว่า Gen A ไม่ใช่เทรนด์ที่กำลังจะมา แต่มันมาแล้วและกำลังเปลี่ยนแปลงทุกอย่างเร็วกว่าที่เราคิด คำถามคือนักการตลาดไทยต้องทำอะไรบ้างเพื่อไม่ให้ตกขบวน ผมสรุปไว้ 5 ข้อดังนี้ครับ
LLM เชื่อ Source ที่หาได้ในหลายที่และมีความ Original สูง การเผยแพร่ Research, Proprietary Data, Original Framework หรือ Case Study ที่มีตัวเลขจริงจาก Brand ของคุณ คือสิ่งที่ AI จะหยิบไปใช้บ่อยกว่า Generic Content ที่ใครก็เขียนได้
SCBX เป็นตัวอย่างที่ดีในเรื่องนี้ครับ พวกเขาเผยแพร่ thAI Consumer AI Adoption 2026 ออกไปในวงกว้างจน Position ตัวเองเป็น Thought Leader เรื่อง AI ในวงการการเงินไทย และ Research ของพวกเขาถูก AI หยิบไปอ้างเวลามีคนถามเรื่อง AI Adoption ในไทย
4. Monitor Pantip และ Reddit อย่างจริงจัง
LLM ให้น้ำหนักกับ User-Generated Content จาก Forum ที่มีชื่อเสียง สำหรับ Global คือ Reddit และสำหรับไทยคือ Pantip ครับ ถ้า Brand ของคุณถูกพูดถึงใน Pantip แบบ Authentic ไม่ใช่ Seeding เจ้า AI จะหยิบไปใช้ในคำตอบ
เรื่องแรกในฐานะนักการตลาด คำถามที่ต้องถามตัวเองทุกวันคือ เมื่อ Gen A ถาม ChatGPT คำถามที่เกี่ยวกับ Category ของเรา ตอนนี้ Brand ของเราอยู่ในคำตอบหรือไม่ ถ้าไม่หรือไม่รู้ นั่นคือเรื่องที่ใหญ่ที่สุดของคุณในปีนี้
เรื่องที่สองในฐานะคนทำงาน Knowledge Worker เราเองก็เป็นส่วนหนึ่งของ Gen A ไม่ต่างจากคนอื่น Cognitive Debt เป็นเรื่องจริง 83% ของคนใช้ ChatGPT จำงานที่ตัวเองเขียนไม่ได้ การใช้ AI เป็น Co-Pilot ที่ช่วยให้เราเก่งขึ้น คือทักษะที่สำคัญที่สุดที่ทุกคนต้องสร้างให้ตัวเองในยุค Gen A ครับ
ดังนั้นคำถามคือ ไม่ใช่ Brand ของคุณพร้อมแล้วหรือยังสำหรับ Gen A แต่คือ ตัวคุณเองพร้อมแล้วหรือยังครับที่จะทำตัวเองให้เก่งขึ้นด้วย AI แทนที่จะปล่อยให้มันคิดแทนเราจนเมื่อเวลาผ่านไปเราจะกลายเป็นคนที่คิดอะไรไม่เป็นเลย