พฤติกรรมคนยุคใหม่ เทสต์ดี

วิเคราะห์พฤติกรรมคนยุคใหม่เทสต์ดีได้ แค่จ่าย 5 บาท โดย Self-Presentation Theory

ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาในโลกออนไลน์ได้เกิดปรากฏการณ์ที่ทั้งแปลกใหม่แต่ก็น่าสนใจของ พฤติกรรมคนยุคใหม่ ครับ นั่นคือการเกิดขึ้นของกลุ่ม ๆ นึงใน Facebook และในโซเชียลมีเดียอื่น ๆ ที่เปิดให้สมาชิกซื้อขายภาพถ่ายไลฟ์สไตล์ เทสต์ดี โดยเฉลี่ยราคาเพียง 5 บาท – 10 บาท ซึ่งสิ่งที่ผมแปลกใจก็คือเป็นเป็นสินค้าที่มีผู้สนใจจำนวนมากอย่างไม่น่าเชื่อเลยครับ เดี๋ยวบทความนี้พามาเจาะลึกกัน

อย่างที่ได้เกริ่นไปครับ มีกลุ่มใน Facebook และโซเชียลมีเดียอื่น ๆ ที่เปิดให้สมาชิก “ซื้อขายภาพถ่ายไลฟ์สไตล์ เทสต์ดี” โดยเฉลี่ยราคาเพียง 5 บาท – 10 บาท ซึ่งภาพที่ถูกนำมาซื้อมาขายในกลุ่มไม่ได้เป็นภาพศิลปะคุณภาพสูง ไม่ใช่ภาพจากกล้องระดับมืออาชีพ แต่เป็นภาพที่คนทั่วไปถ่ายเก็บไว้ ไม่ว่าจะเป็นภาพโต๊ะกาแฟสวย ๆ, มุมที่โชว์ MacBook, รูปอาหาร, รูปช่อดอกไม้, ภาพที่กำลังฟังเพลงหรือดูหนังในอุปกรณ์ Apple ภาพเดินชมงานศิลป์ที่หอศิลป์, ภาพถ่ายวิวรีสอร์ตหรือโรงแรม ไปจนถึงภาพเซลฟี่เอามือหรืออุปกรณ์บังหน้าเพื่อให้ใครก็ใช้ได้ โดยไม่ต้องสนใจว่าหน้าจริงเป็นอย่างไร (ตัวอย่างโพสต์ในภาพครับ)

สิ่งที่เหมือนกันในทุกภาพคือบรรยากาศแบบชีวิตที่ดูดีแบบพอดี ๆ ไม่หรูเกินจริง ไม่บ้าน ๆ เกินไป แต่มีรสนิยม มีความเป็นระเบียบ มีความ Aesthetic ที่เห็นแล้วรู้สึกว่าเจ้าของภาพเป็นคนทันสมัย ใช้ชีวิตน่าอิจฉาเล็ก ๆ ครับ ซึ่งผู้ซื้อส่วนใหญ่นำภาพเหล่านี้ไปโพสต์เป็นสตอรี่ โพสต์ประกอบเนื้อหา หรือแม้กระทั่งใช้เป็นรูปโปรไฟล์โดยไม่รู้สึกว่ากำลังทำอะไรที่ผิดปกติ ขณะที่ผู้ขายเองก็ยินดีรับบรีฟ ถ่ายภาพใหม่ให้ตามต้องการ และยังให้คำมั่นว่าจะลบภาพออกจากอัลบั้มหลังขาย เพื่อให้ลูกค้าเป็นเจ้าของภาพแบบไม่ซ้ำใคร

เรื่องนี้สะท้อนว่าภาพถ่ายได้กลายเป็นสิ่งในการแต่งเติมตัวตนบนโลกออนไลน์จนไม่ต่างจากเสื้อผ้า น้ำหอม หรือพร็อพประดับฉาก สิ่งที่ผู้คนซื้อไม่ใช่ภาพ แต่คือบรรยากาศของชีวิตที่อยากให้คนอื่นเห็น และสิ่งที่ผู้ขายนำเสนอไม่ใช่ภาพถ่าย แต่คือไลฟ์สไตล์สำเร็จรูปที่ซื้อง่ายขายคล่องในตลาดดิจิทัลยุคใหม่ ปรากฏการณ์นี้กลายเป็นสัญญาณสำคัญว่า คนยุคใหม่ให้คุณค่ากับสิ่งที่ “ถูกมองเห็น” มากกว่าที่เราคิดครับ

ต้องเล่าก่อนครับว่า Self-Presentation Theory ปรากฏขึ้นอย่างชัดเจนครั้งแรกในหนังสือ The Presentation of Self in Everyday Life ในปี 1956 ของ Erving Goffman นักสังคมวิทยาชาวแคนาดา–อเมริกัน Self-Presentation Theory คือทฤษฎีที่อธิบายว่ามนุษย์ทุกคนล้วน “เลือกวิธีแสดงตัวเอง” ต่อหน้าผู้อื่นอย่างมีเป้าหมาย

พฤติกรรมคนยุคใหม่ เทสต์ดี

โดย Erving Goffman เปรียบชีวิตเหมือนการแสดงละครบนเวทีที่มีทั้งด้านหน้า (front stage) ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เราตั้งใจนำเสนอภาพลักษณ์ที่ดีที่สุด และด้านหลัง (back stage) ที่ซ่อนตัวตนจริง ความเหนื่อยล้า หรือสิ่งที่ไม่ต้องการให้ใครเห็นไว้ โดยทฤษฎีนี้มองว่าการกระทำ คำพูด การแต่งกาย หรือแม้แต่สิ่งของที่เลือกใช้ ล้วนเป็นอุปกรณ์ประกอบฉากที่ช่วยควบคุมความประทับใจของผู้ชมรอบข้าง ซึ่งจุดสำคัญของทฤษฏีนี้คือมนุษย์ไม่ได้โกหก แต่กำลัง “คัดเลือก” ส่วนที่ต้องการให้โลกเห็นเพื่อให้สอดคล้องกับบทบาทที่สังคมคาดหวัง หรือบทบาทที่ตนเองอยากเป็นครับ

แต่ในยุคโซเชียลมีเดีย Self-Presentation มีความเข้มข้นกว่าเดิมมาก เพราะพื้นที่ออนไลน์คือเวทีสาธารณะที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้ผู้คนรู้สึกว่าถูกประเมินอยู่เสมอ จึงยิ่งพยายาม Curate ตัวตนอย่างประณีต ดังนั้นภาพถ่าย โพสต์ และสตอรี่จึงกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการออกแบบบุคลิกที่อยากสื่อสาร ไม่ว่าจะเป็นความมีรสนิยม ความมีวินัย ความเก่ง ความมั่นคง หรือความเป็นคนใช้ชีวิตดี

เมื่อมองปรากฏการณ์ “เทสต์ดีได้ แค่ 5 บาท” ผ่านกรอบคิดของ Self-Presentation Theory จะเห็นภาพชัดขึ้นว่าเหตุใดภาพถ่ายราคา 5–10 บาทจึงมีความหมายมากกว่าที่คิด ภาพถ่ายกลายเป็นอุปกรณ์ประกอบฉากที่สำคัญที่สุดในการเล่าเรื่องตัวตน ยิ่งสังคมออนไลน์ประเมินกันผ่านสิ่งที่โพสต์ให้เห็น ได้มากกว่าสิ่งที่เป็นจริง

ดังนั้นความต้องการจัดการภาพลักษณ์จึงยิ่งเพิ่มสูง และนี่คือเหตุผลว่าทำไมภาพถ่ายแบบ Aesthetic ถึงขายดีในราคาถูก เพราะมันช่วยประหยัดทั้งเวลา แรง และต้นทุนในการสร้างภาพของชีวิตแบบที่ผู้ชมอยากเห็น ในมุมของ Self-Presentation ภาพเหล่านี้ทำหน้าที่เป็นสัญลักษณ์ของบทบาทที่ผู้ใช้ต้องการเล่น เช่น ภาพคาเฟ่ที่หมายถึงคนมีรสนิยม, ภาพโต๊ะทำงานสวย ๆ, ภาพรีสอร์ตหรือวิวคอนโด

พฤติกรรมคนยุคใหม่ เทสต์ดี

สิ่งที่ซื้อจึงไม่ใช่ภาพถ่ายหนึ่งใบ แต่เป็นฉากหนึ่งฉากของตัวตนที่ช่วยเสริมความน่าเชื่อถือบนเวทีออนไลน์ และที่สำคัญคือมันเติมเต็มช่องว่างระหว่าง “ตัวตนจริง” กับ “ตัวตนที่อยากเป็น” ได้อย่างรวดเร็วแบบทันท่วงที ทุกคนรู้ดีว่าแม้ตัวเองไม่ได้เที่ยวบ่อย ไม่ได้ใช้ของแพง หรือไม่ได้มีเวลาจัดโต๊ะให้สวยเท่าคนอื่น แต่ก็สามารถเล่าเรื่องตัวเองให้เป็นแบบนั้นได้ ในแง่จิตวิทยานี่คือการใช้สร้างภาพลักษณ์ที่สอดคล้องกับค่านิยมของสังคมร่วมสมัย

ผมมองว่าปรากฏการณ์นี้เป็นหนึ่งในผลลัพธ์ของสังคมที่กดดันให้ผู้คนต้องนำเสนอตัวเองอย่างสวยงามอยู่เสมอ มันคือกลไกการปรับตัวในโลกที่ทุกโพสต์คือการสื่อสาร และทุกคนเป็นผู้ชมซึ่งกันและกันครับ Self-Presentation Theory ช่วยให้เข้าใจว่าการซื้อภาพราคา 5 บาท ไม่ได้สะท้อนความหลอกลวง หากแต่สะท้อนความต้องการที่ตัวเองอยากให้คนอื่นเห็นและเข้าใจ เป็นการซื้อความรู้สึกมั่นใจครับ

สุดท้ายแล้ว ปรากฏการณ์ “ เทสต์ดี ได้ แค่จ่าย 5 บาท” ไม่ได้สะท้อนสังคมที่ปลอมมากขึ้น แต่อาจสะท้อนความจริงรูปแบบใหม่ ที่คนยุคนี้ต้องอยู่ท่ามกลางสายตาของผู้อื่นตลอดเวลา จึงต้องเลือกแสดงด้านที่ทำให้รู้สึกมีคุณค่าและไม่โดดเดี่ยวในโลกออนไลน์ ภาพถ่ายกลายเป็นภาษาที่ใช้สื่อสารตัวตนแทนประสบการณ์จริง และการซื้อภาพในราคาถูกก็เป็นเพียงวิธีที่ช่วยให้ผู้คนควบคุมเรื่องราวของตัวเองได้แม่นยำขึ้น Self-Presentation Theory ทำให้เราเห็นว่ามนุษย์ไม่ได้อยากหลอกใคร แต่แค่ต้องการพื้นที่ที่ตัวเองดูดีพอจะอยู่ร่วมกับผู้อื่น และภาพราคา 5 บาทก็ทำหน้าที่เป็นเครื่องมือเติมความมั่นใจเล็ก ๆ ในสังคมที่การแข่งขันด้านภาพลักษณ์ไม่เคยหยุดพักเลยครับ

บทความที่แนะนำให้อ่านต่อ

ชื่อเติ้ลครับ เป็น Senior Data Insight Researcher & Marketing Content Creator แห่งการตลาดวันละตอนครับ ^^ มีงานอดิเรกเป็น ผู้ช่วยนักวิจัยฝั่ง Consumer Insights ที่คณะวิทยาศาตร์การกีฬา ที่จุฬาครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *