จากรายงาน Digital Report Thailand 2026 ของ We Are Social ที่การตลาดวันละตอนเอามาสกัดให้เหลือแต่ประเด็นสำคัญที่นักการตลาดต้องรู้ออกมาเป็นสองพาร์ทแรก ประกอบด้วย Thailand Digital Stat & Insight 2026 และ Social Media Insight Thailand 2026 มาถึงบทความนี้จะปิดท้ายรายงานด้วยการพูดถึงข้อมูลส่วนการใช้งบการตลาดและโฆษณาดิจิทัลประเทศไทย ที่คิดว่านักการตลาดส่วนใหญ่คงอยากรู้
คนชอบเสพสื่อแบบไหน ชอบโฆษณาแบบไหน ไม่ชอบโฆษณาแบบใด ทำไมถึงบล็อคแอด หรืองบการตลาดขยับไปทางไหน ทั้งหมดนี้จะช่วยให้นักการตลาดอย่างเรารู้ว่าควรจะปรับกลยุทธ์อย่างไรในปีนี้ อย่างน้อยก็ลดความผิดพลาดที่ไม่จำเป็นเพื่อเพิ่มโอกาสประสบความสำเร็จได้ครับ
ถ้าพร้อมแล้วมาอ่านการสรุปและสกัด 34 Digital Advertising Insight 2026 Thailand กันครับ
34 Thailand Digital Advertising Stat & Insight 2026
1. 15 Brand Discovery Insights 2026 ผู้บริโภคได้รู้จักแบรนด์ผ่านช่องทางไหนมากที่สุด
38.6% Search Engines เช่น Google หรือ Bing
โฆษณาทีวี 32.5%
รายการทีวี หรือภาพยนต์ 29.5%
29.2% โฆษณาบนโซเชียลมีเดีย
28.5% เว็บของแบรนด์
28.1% Ads in Mobile Apps โฆษณาในแอป
27.8% เว็บเปรียบเทียบสินค้า เช่น Priza
25.6% Word of Mouth คำบอกเล่าปากต่อปาก
25.2% เว็บรีวิว
24.8% โฆษณาบนเว็บไซต์
23.3% คอมเมนต์บนโซเชียลมีเดีย
21.3% Video Ads ในแอปเกม
20.1% สื่อโฆษณาในร้านค้า
19.8% Video Pre-Roll Ads
18.8% เห็นจากโพสของแบรนด์บนโซเชียลมีเดีย
2. 15 Brand Research Channel ผู้บริโภคค้นหาแบรนด์ที่สนใจผ่านช่องทางไหนมากที่สุด
54% Search Engine เช่น Google หรือ Bing
46.4% โซเชียลมีเดีย
44% แอปมือถือ
35.6% รีวิวจากลูกค้า
34.4% เว็บของแบรนด์
33% เว็บเทียบราคาสินค้า เช่น Priza
29.4% เว็บแจกคูปองส่วนลด
28.3% เว็บวิดีโอ
20.5% เว็บรีวิวสินค้าแบบเฉพาะทาง
19.7% เว็บบล็อกที่พูดถึงสินค้านั้น
17.4% Video Reviews
16.7% เว็บถามตอบ เช่น Pantip
15.3% แชท
12.5% เว็บฟอรั่ม หรือ กลุ่ม
11.6% Micro-Blogs เช่น X
3. 15 ช่องทางที่คนชอบ Engage กับแบรนด์
44.6% เข้ามาที่เว็บของแบรนด์
36.4% ติดตามแบรนด์บนโซเชียลมีเดีย
28.9% ดูคลิปวิดีโอที่แบรนด์ทำ
23.3% เข้ามาดูหน้าเพจหรือโซเชียลมีเดียของแบรนด์
19.1% อ่านอีเมลที่แบรนด์ส่งมาให้
18.6% ดาวน์โหลดแอปของแบรนด์
18.6% กดแชร์หน้าที่อ่านจากเว็บของแบรนด์ลงโซเชียล
17% อัปโหลดภาพลงโซเชียลมีเดียของแบรนด์ หรือ User Generated Content
16.2% เล่นเกมที่แบรนด์ทำ
15% รีวิวลงเว็บของแบรนด์
14.9% อ่านบล็อกของแบรนด์
14% สแกน QR code จากแบรนด์
13.9% กดโฆษณาบนเว็บไซต์
12.9% กดโฆษณาของแบรนด์บนโซเชียลมีเดีย
12.3% ให้ไอเดียพัฒนาสินค้าหรือบริการกับแบรนด์นั้น
4. 161,663 ล้านบาท คือตัวเลขคาดการณ์งบการตลาดในบ้านเรา (น่าจะน้อยกว่าความเป็นจริงไปมาก) 5. +4.1% จากปีก่อน หรือราวๆ 6,400 ล้านบาท 6. 71,850 ล้านบาท ตัวเลขคาดการณ์งบการตลาดออนไลน์อย่างเดียว คิดเป็นสัดส่วน 44% ของงบโฆษณาทั้งหมด 7. +9,1% จากปีก่อ นหรือราวๆ 5,900 ล้านบาท
8. Digital Advertising & Marketing ถูกเอาไปใช้กับช่องทางไหนเป็นจำนวนเท่าไหร่
22,130 ล้านบาท In-App Ads โฆษณาในแอปมือถือ
21,470 ล้านบาท Social Media Ads โฆษณาบนโซเชียลมีเดีย
19,000 ล้านบาท โฆษณาแบบคลิปหรือวิดีโอออนไลน์ เช่น YouTube
18,000 ล้านบาท โฆษณาแบบเสิร์จ SEM เช่น Google Ads
15,150 ล้านบาท โฆษณาประเภทแบนเนอร์ตามเว็บไซต์
2,740 ล้านบาท โฆษณาตามเว็บบอร์ด
2,670 ล้านบาท โฆษณาแบบเสียง เช่น Spotify
2,490 ล้านบาท โฆษณาผ่านอินฟลูเอนเซอร์ (อันนี้น่าจะผิดไปมาก)
9. 1,054 บาท คืองบการตลาดออนไลน์เฉลี่ยต่อคนไทยหนึ่งคน 10. 21.1% รู้สึกว่าโฆษณาออนไลน์ที่เห็นนั้นเกี่ยวกับตัวเขา แสดงว่าอีกกว่า 80% รู้สึกว่าโฆษณาที่เห็นนั้นไม่ได้เกี่ยวอะไรกับพวกเขาเลย!! 11. 50.5% หาข้อมูลทางออนไลน์ก่อนตัดสินใจซื้อ แสดงว่ามีอีกเกือบ 50% ที่ตัดสินใจซื้อทันทีโดยไม่หาข้อมูล!! Impluse Shopper 12. 57.6% เข้าไปดูโซเชียลมีเดียของแบรนด์ ดูว่าแบรนด์โพสอะไรบ้าง 13. 44.6% เข้าไปดูเว็บของแบรนด์ที่สนใจในหนึ่งเดือนที่ผ่านมา 14. 13.9% กดแบนเนอร์โฆษณาตามเว็บในเดือนที่ผ่านมา 15. 12.9% กดโฆษณาที่เห็นบนโซเชียลมีเดียในเดือนที่ผ่านมา 16. 18.6% ดาวน์โหลดหรือใช้งานแอปของแบรนด์ในเดือนที่ผ่านมา
17. Programmatic Ad Insight 2026
54,322 ล้านบาท คืองบโฆษณาที่คาดว่าใช้กับระบบโฆษณาแบบ Programmatic Ads
+10.5% เพิ่มขึ้นจากปีก่อนประมาณ 5,177 ล้านบาท
คิดเป็นสัดส่วน 76% จากงบโฆษณาดิจิทัลทั้งหมด
+1.3% จากปีก่อนเมื่อเทียบกับงบโฆษณาดิจิทัลทั้งหมด
18.In-App Ads Insights 2026 ข้อมูลโฆษณาภายในแอป
22,052 ล้านบาท ตัวเลขคาดการณ์งบโฆษณาเฉพาะในช่องทางภายในแอป
+10.9% งบโฆษณาในแอปเพิ่มขึ้นจากปีก่อนประมาณ 2,173 ล้านบาท
คิดเป็นสัดส่วน 31% จากงบโฆษณาดิจิทัลทั้งหมด
+1.7% จากปีก่อนเมื่อเทียบกับงบโฆษณาดิจิทัลทั้งหมด
15,340 ล้านบาท ตัวเลขคาดการณ์งบโฆษณาที่ใช้ไปกับแพลตฟอร์มขายของออนไลน์
+15.3% งบโฆษณาในแพลตฟอร์มขายสินค้าออนไลน์เพิ่มขึ้นจากปีก่อนประมาณ 2,039 ล้านบาท
คิดเป็นสัดส่วน 21.4% จากงบโฆษณาดิจิทัลทั้งหมด
+5.7% จากปีก่อนเมื่อเทียบกับงบโฆษณาดิจิทัลทั้งหมด
21,477 ล้านบาท ตัวเลขคาดการณ์งบโฆษณาบนโซเชียลมีเดียไทยตลอดทั้งปี
+13.7% เพิ่มขึ้นจากปีก่อน หรือคิดเป็นเงินประมาณ 2,591 ล้านบาท
คิดเป็นสัดส่วน 30% จากงบโฆษณาดิจิทัลทั้งหมด
+5.7% จากปีก่อนเมื่อเทียบกับงบโฆษณาดิจิทัลทั้งหมด
21,477 ล้านบาท ตัวเลขคาดการณ์งบโฆษณาบนโซเชียลมีเดียไทยตลอดทั้งปี
+13.7% เพิ่มขึ้นจากปีก่อน หรือคิดเป็นเงินประมาณ 2,591 ล้านบาท
คิดเป็นสัดส่วน 30% จากงบโฆษณาดิจิทัลทั้งหมด
+4.3% จากปีก่อนเมื่อเทียบกับงบโฆษณาดิจิทัลทั้งหมด
22. Influencer Marketing Budget Insight งบการตลาดอินฟลูไทย
2,489 ล้านบาท ตัวเลขคาดการณ์งบการตลาดที่ใช้ไปกับ Influencer (คาดว่าต่ำกว่าจริงไปมากครับ)
+13.3% เพิ่มขึ้นจากปีก่อน หรือคิดเป็นเงินประมาณ 291 ล้านบาท
คิดเป็นสัดส่วน 3.5% จากงบโฆษณาดิจิทัลทั้งหมด
+3.9% จากปีก่อนเมื่อเทียบกับงบโฆษณาดิจิทัลทั้งหมด
Thailand Privacy and PDPA Insights 2026 เจาะลึกพฤติกรรมความเป็นส่วนตัวบนดิจิทัลของคนไทย
23. 64.5% รู้สึกกังวลกับเรื่อง Fake News ไม่แน่ใจในสิ่งที่เห็นบนออนไลน์มากขึ้น 24. 26.6% รู้สึกว่าบริทษัท หรือหน่วยงานต่างๆ ที่มี Personal Data ของตัวเองอาจเอาข้อมูลส่วนตัวไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาติ หรือเกินกว่าที่ได้รับอนุญาติ 25. 34.1% ของคนไทยไม่กดรับ Web Cookies 26. 22.4% ของคนไทยติดตั้งระบบ Block Ad ปิดกั้นโฆษณาบนออนไลน์ 27. 8.7% ของคนไทยเล่นเน็ตผ่าน VPN เพื่อความเป็นส่วนตัวขั้นสุด แนะนำพี่วัว BullVPN เลย
เจาะลึกเหตุผลที่คนไทยติดตั้งตัวบล็อคโฆษณา Ad Blocker Insight
28. 67.4% รู้สึกว่ามีโฆษณาเยอะเกินไป 29. 46.1% เพราะโฆษณาเกะกะขวางทางการอ่าน เช่น พวกแบนเนอร์ที่โผล่มาบังอยู่ตลอดเวลา ส่วนตัวผมก็รำคาญมาก 30. 45.3% แค่อยากปกป้องความเป็นส่วนตัวของตัวเอง ไม่อยากให้ใครรู้ว่าดูอะไรอยู่ 31. 45.2% รู้สึกว่าโฆษณาที่เห็นไม่ได้เกี่ยวกับตัวเอง 32. 41.9% หยุดโฆษณาที่ไม่เหมาะสม เช่น เว็บพนัน เช่น เว็บโป๊ 33. 33.1% เพื่อโฆษณาทำให้คอมพิวเตอร์หรือมือถือทำงานช้าลง 34. 21.8% ไม่อยากให้บริษัทเก็บดาต้าใดๆ ของตัวเอง
สรุป 34 Digital Advertising Stat & Insight 2026 Thailand ข้อมูลรายงานสถิติงบการตลาดและโฆษณาดิจิทัลประเทศไทย
ภาพรวมปี 2026 ดิจิทัลยังคงเติบโตและครองส่วนแบ่งงบโฆษณาเกือบครึ่ง (44%) และโตเร็วกว่าสื่อเก่าถึง 2 เท่าตัว หัวใจสำคัญคือ “ผู้บริโภคฉลาดขึ้น หวงแหนความเป็นส่วนตัวมากขึ้น และต้องการสิ่งที่ตรงใจจริงๆ”
การทำปูพรมหว่านโฆษณาแบบเดิมได้ผลน้อยลงมาก เพราะคนไทยกว่า 80% รู้สึกว่าโฆษณาไม่เกี่ยวกับตัวเอง และเริ่มใช้เครื่องมือบล็อกโฆษณามากขึ้น
แบรนด์จึงต้องหันมาเน้น “คุณภาพ” ของคอนเทนต์ การใช้ Data ที่แม่นยำ (โดยเคารพ PDPA) และการสร้าง Owned Media (เว็บไซต์/โซเชียลของตัวเอง) ให้แข็งแกร่ง เพื่อให้ลูกค้าเป็นฝ่ายเดินเข้ามาหาเอง
และนี่คือ 5 Digital Advertising Strategy กลยุทธ์การตลาดและโฆษณาดิจิทัลที่อยากแนะนำให้ทำในปี 2026 ครับ
1. Website and SEM Back
ดูเหมือนกลยุทธ์การตลาดแบบวันวานจะกลับมามีความสำคัญมากขึ้นในวันนี้ เพราะ
Search Engines (Google/Bing) เป็นอันดับ 1 ทั้งในการที่คน “เริ่มรู้จักแบรนด์” (38.6%) และใช้ “ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติม” (54%)
เว็บไซต์ของแบรนด์ เป็นช่องทางที่คนชอบเข้ามามีส่วนร่วม (Engage) มากที่สุดอันดับ 1 (44.6%) และสำคัญมากในการหาข้อมูล
งบโฆษณา SEM (Search Ads) คาดว่าจะโตขึ้นถึง +15.3% ซึ่งสูงเป็นอันดับต้นๆ ของการเติบโต
ดังนั้นสิ่งที่นักการตลาดควรทำในปีนี้คือ
กลับมาโฟกัสที่ SEO และ SEM อย่างจริงจัง: ห้ามทิ้ง Google Search เด็ดขาด เพราะเป็นประตูบานแรกที่ลูกค้าที่ “มีความต้องการซื้อ” จะเปิดเข้ามา
ยกเครื่องเว็บไซต์แบรนด์ (Website Revamp): เว็บไซต์ไม่ใช่แค่โบรชัวร์ออนไลน์ แต่คือ “Main Hub” ในการปิดการขายและการสร้าง Engagement ดังนั้นเว็บต้องโหลดเร็ว ข้อมูลครบ รองรับมือถือ และมี UX/UI ที่ดี
สร้างคอนเทนต์สำหรับลูกค้านักเปรียบเทียบ: คนไทยชอบเทียบราคาและดูรีวิว (เว็บเปรียบเทียบ 33%, รีวิว 35.6%) ควรทำหน้าเปรียบเทียบสินค้าของตัวเองให้ชัดเจนบนเว็บ หรือทำ SEO ดักคีย์เวิร์ดเปรียบเทียบ
2. Social Relationship Management
เพราะโซเชียลมีเดียและวิดีโอคอนเทนต์ไม่ใช่แค่พื้นที่ของการโฆษณาอย่างเดียว แต่มันคือพื้นที่สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับกลุ่มเป้าหมายตั้งแต่ต้น เพราะ
Social Media เป็นช่องทางอันดับ 2 ในการค้นหาแบรนด์ (46.4%) และการติดตาม (36.4%)
งบโฆษณา Social Media สูงเป็นอันดับ 2 (21,500 ล้านบาท) และยังโตต่อเนื่อง
พฤติกรรม Engagement ที่สำคัญคือ การดูคลิปวิดีโอ (28.9%) และการเข้าไปส่องหน้าเพจแบรนด์ว่าโพสต์อะไรบ้าง (57.6%)
ดังนั้นสิ่งที่นักการตลาดควรทำในปีนี้คือ
Video-First Strategy: วิดีโอยังคงเป็นรูปแบบคอนเทนต์ที่ทรงพลังที่สุด ทั้ง Short-form (TikTok, Reels, Shorts) และ Long-form (YouTube) เพื่ออธิบายสินค้าหรืองสร้างความบันเทิง
อย่าปล่อยให้เพจร้าง: คนจะเข้า “ส่อง” เพจก่อนซื้อ ดังนั้นหน้าบ้านโซเชียลต้องมีการเคลื่อนไหว สื่อสารถึงตัวตนแบรนด์ที่ชัดเจน ไม่ใช่มีแต่โพสต์ขายของ
ใช้ Social เป็นช่องทางฟังเสียงลูกค้า: คอมเมนต์และการแชทคือข้อมูลชั้นดี อยื่ามองข้าม (คนหาข้อมูลผ่านแชท 15.3%)
3. Marketplace Advertising โฆษณาบนแพลตฟอร์มขายของออนไลน์มาแรงมาก
เมื่อคนซื้อสินค้าออนไลน์ตามแพลตฟอร์มต่างๆ มากกว่าซื้อตรงกับแบรนด์ ดังนั้นการทำการตลาดและโฆษณาผ่าน Marketplace เหล่านี้จึงส่งผลต่อยอดขายมากเพราะ
งบโฆษณาบน Online Retail Platform (เช่น Shopee, Lazada, TikTok Shop) คาดว่าจะเติบโตสูงสุดถึง +15.3%
แม้สัดส่วนงบยังน้อยกว่า Social และ Search แต่การเติบโตบ่งบอกว่าแบรนด์เริ่มโยกเงินไปที่จุดที่ “ใกล้การซื้อ” มากที่สุด
ดังนั้นสิ่งที่นักการตลาดควรทำในปีนี้คือ
ย้ายงบไปลงโฆษณาใน Marketplace: หากคุณขายสินค้าออนไลน์ การลงโฆษณาในแพลตฟอร์มที่คนพร้อมซื้ออยู่แล้ว (เช่น Shopee Ads) มีโอกาสได้ ROI สูงกว่าการยิงแอดหว่านในโซเชียลทั่วไป
4. Privacy & Relevancy เมื่อโฆษณาส่วนใหญ่ไม่เกี่ยวกับตัวเอง
มีคนไทยแค่ 21.1% ที่รู้สึกว่าโฆษณาที่เห็น “เกี่ยวข้อง” กับตัวเอง (อีก 80% คือรำคาญ!)
คนไทยเริ่ม Ad Block (22.4%), ไม่รับ Cookies (34.1%) และใช้ VPN (18.7%) เพราะรำคาญโฆษณาที่เยอะเกินไป เกะกะ และไม่เกี่ยวกับตัวเอง
ความกังวลเรื่อง Fake News และการใช้ข้อมูลส่วนตัวโดยไม่ได้รับอนุญาตมีสูงมาก
ดังนั้นสิ่งที่นักการตลาดควรทำในปีนี้คือ
เลิกทำ Mass Advertising: การยิงแอดแบบ Broad Targeting จะได้ผลน้อยลงและสร้างความรำคาญ
ใช้ First-Party Data อย่างฉลาด: เก็บข้อมูลลูกค้าของตัวเองผ่านการสมัครสมาชิก, CRM และนำมาทำ Personalized Marketing ที่ตรงกลุ่มจริงๆ แทนการพึ่งพา Third-Party Cookies
เคารพ PDPA อย่างจริงใจ: การขอความยินยอมต้องโปร่งใส การที่แบรนด์ดูน่าเชื่อถือเรื่องข้อมูล จะช่วยสร้าง Trust ในยุคที่คนขี้ระแวง
ปรับปรุงคุณภาพ Creative โฆษณา: สาเหตุที่คนบล็อกโฆษณาคือ “รำคาญและเกะกะ” ดังนั้นโฆษณาต้องไม่รบกวนการใช้งาน (Intrusive) และต้องมีความคิดสร้างสรรค์พอที่จะทำให้คนอยากดู
5. Researcher & Impluse Shoppers จับลูกค้าสองขั้วสุดแต่ละด้านให้ได้
เมื่อลูกค้าวันนี้มีสองกลุ่มอย่างเห็นได้ชัด กลุ่มที่ขอหาข้อมูลแน่นๆ ก่อนซื้อ กับกลุ่มที่ถ้าถูกใจก็พร้อมซื้อเลยโดยไม่คิด แต่ทั้งสองกลุ่มนี้อยู่ในตัวผู้บริโภคคนเดียวกันได้ทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ที่ต่างกันไปเพราะ
50.5% หาข้อมูลก่อนซื้อ (Researcher)
อีกเกือบ 50% ตัดสินใจซื้อทันทีโดยไม่หาข้อมูล (Impulse Shopper)
ดังนั้นสิ่งที่นักการตลาดควรทำในปีนี้คือ
กลยุทธ์สำหรับ Impulse Shopper: ใช้โปรโมชั่นที่กระตุ้นความอยาก, Flash Sale, การทำคอนเทนต์ที่เน้นอารมณ์, และที่สำคัญคือ Journey การซื้อต้องสั้นและง่ายที่สุด (เช่น กดจาก TikTok Shop แล้วซื้อได้เลยใน 2 คลิก)
กลยุทธ์สำหรับ Researcher: เตรียมข้อมูล Support ให้แน่นบนเว็บไซต์, รีวิวจากผู้ใช้จริง, Influencer สายรีวิวละเอียด, บทความเปรียบเทียบ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กลุ่มนี้
สรุปทิ้งท้ายสั้นๆ ได้ว่าเลิกทำการตลาดหรือโฆษณาที่น่ารำคาญ แล้วหันมาสร้าง Digital Brand Ecosystem ของตัวเองโดยเฉพาะเว็บไซต์ ทำ Content Marketing โดยเฉพาะวิดีโอให้พวกเขาสนใจ และใช้ Data-Driven Marketing เพื่อ Personalization สิ่งที่ลูกค้าน่าจะกำลังต้องการจริงๆ ในตอนที่พวกเขาพร้อมซื้อที่สุดครับ
อ่านสรุป 89 Digital Stat & Insight Thailand 2026
อ่านสรุป 28 Social Media Stat & Insight Thailand 2026
อ่านรายงาน Digital Report Thailand 2026 ฉบับเต็มจาก We Are Social: https://indd.adobe.com/embed/22d0dc4f-4201-4feb-9127-5f2c0661b23e?startpage=1&allowFullscreen=true