ถอดรหัสกลยุทธ์ Lifestyle Marketing ของ SEA LIFE Bangkok ฉลองครบรอบ 20 ปีที่เป็นมากกว่าอควาเรียม

หากพูดถึงแลนด์มาร์คใจกลางกรุงเทพฯที่พาเราสำรวจโลกใต้ทะเลอย่าง SEA LIFE Bangkok ซีไลฟ์ แบงคอก คงเป็น Top of Mind ของใครหลายคนใช่ไหมคะ ในฐานะศูนย์การเรียนรู้และความบันเทิงระดับโลกที่อยู่คู่คนไทยและนักท่องเที่ยวมาอย่างยาวนาน ภายใต้การดูแลของเมอร์ลิน เอ็นเตอร์เทนเมนท์ส เป็นแลนด์มาร์กยอดฮิตยาวนานกว่า 20 ปีไม่ใช่เรื่องง่ายเลยค่ะ โดยเฉพาะยุคนี้ที่ผู้บริโภคเปลี่ยนเร็วกว่าเดิม วันนี้เราจะมาเจาะลึก ถอดรหัสกลยุทธ์ Lifestyle Marketing เบื้องหลังการฉลองครบรอบ 20 ปีของซีไลฟ์ว่าทำไมแบรนด์ถึงต้องขยับตัวครั้งใหญ่ทั้งการจัดแสดง Dive Into the Water Dance Show และการเปิดตัวมูลนิธิฯ อย่างเป็นทางการ แบรนด์กำลังก้าวสู่ยุค Edutainment ที่ครบทั้งความรู้ ประสบการณ์และความสนุกแบบที่คนรุ่นใหม่อยากกลับมาอีกครั้งค่ะ

ในมุมของผู้เขียนเองรู้สึกว่าการฉลองครบรอบของแบรนด์คือบททดสอบว่าแบรนด์มองอนาคตอย่างไร และเข้าใจผู้บริโภคมากแค่ไหนค่ะ ซึ่ง SEA LIFE Bangkok ทำให้เห็นชัดว่าตัวเองไม่ได้หยุดอยู่กับความสำเร็จที่ผ่านมาเฉยๆ แต่ใช้ 20 ปี เป็นจังหวะทองในการยกระดับแบรนด์อย่างมีวิสัยทัศน์ค่ะ

ถอดรหัสกลยุทธ์ Lifestyle Marketing

เพราะการเลือกเปิดตัวโชว์ใหม่ เปิดมูลนิธิและรีเฟรชทิศทาง Edutainment เป็นสัญญาณว่าแบรนด์คิดเพื่อคนรุ่นใหม่จริง ๆ ถือว่าแบรนด์ใช้โอกาสครบรอบได้อย่างชาญฉลาดค่ะ และนี่แหละที่ทำให้ SEA LIFE Bangkok ยืนหนึ่งเรื่องประสบการณ์และวัฒนธรรมความบันเทิงในใจผู้บริโภคได้ต่อไป เรามาดูกันค่ะ ว่าการเลือกใช้ครบรอบ 20 ปีเพื่อประกาศ 3 สิ่งใหญ่นั้นมีอะไรบ้าง 

การจัดแสดง Dive Into the Water Dance Show หรือระบำนางเงือกใต้น้ำที่เปิดให้ชมแค่วันที่ 1–9 ธันวาคม ทันทีที่มีเวลาจำกัดผู้บริโภคจะรู้สึกกลัวพลาดเพราะเป็นโชว์ที่ไม่ได้เกิดขึ้นตลอดทั้งปีค่ะ นี่จึงเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้ SEA LIFE Bangkok สร้าง News Value ดันกระแสบนโซเชียลและยังใช้เป็นโอกาสทดสอบความสนใจของผู้ชมต่อกิจกรรมแนวใหม่ได้ในเวลาเดียวกันค่ะ

ถอดรหัสกลยุทธ์ Lifestyle Marketing

อีกหนึ่งจุดแข็งของแคมเปญนี้คือการจับมือกับ Mermaid Land โดยมีโค้ชปูเป้-ธัญลักษณ์ พุฒิสิริโรจน์ อดีตนักกีฬาว่ายน้ำลีลาทีมชาติไทยมาร่วมแสดงและนี่คือการเลือกพาร์ทเนอร์ที่นำเสนอความงดงามของทะเลในรูปแบบแฟนตาซี ผ่านศิลปะการเคลื่อนไหวใต้น้ำแถม Storytelling ที่เชื่อมโยงโลกใต้น้ำกับการอนุรักษ์ทะเลได้แบบเป็นธรรมชาติค่ะ ทำให้แคมเปญรู้สึกจริงใจและมีตัวตนมากกว่าแค่กิจกรรมโชว์ตัวธรรมดา

อีกหนึ่งในไฮไลต์สำคัญของการฉลองครบรอบ 20 ปี SEA LIFE Bangkok คือการเปิดตัว มูลนิธิซีไลฟ์แบงคอก พลัส (SEA LIFE Bangkok Plus Foundation) ที่มุ่งส่งเสริมการอนุรักษ์มหาสมุทรและสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลในประเทศไทยอย่างเป็นทางการค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการฟื้นฟูพันธุ์สัตว์น้ำ ดูแลระบบนิเวศทะเล การจัดกิจกรรมเชิงอนุรักษ์ รวมถึงการปลูกฝังจิตสำนึกให้เยาวชน ครอบครัว และกลุ่มผู้ด้อยโอกาสได้เข้าใจโลกใต้ทะเลมากขึ้น นอกจากนี้มูลนิธิยังเปิดโอกาสให้กลุ่มที่ขาดโอกาสสามารถเข้าชม SEA LIFE Bangkok ได้ฟรีเพื่อให้ประสบการณ์และความรู้เข้าถึงทุกคนแบบไม่จำกัดค่ะ

ถอดรหัสกลยุทธ์ Lifestyle Marketing

แต่สงสัยไหมคะ ว่าทำไม SEA LIFE Bangkok ต้องตั้งมูลนิธิขึ้นมาอย่างเป็นทางการ คำตอบคือเพราะผู้บริโภคยุคใหม่ โดยเฉพาะ Gen Z และ Millennials คาดหวังมากกว่าแค่แบรนด์ที่ทำธุรกิจได้ดีค่ะ ต้องเป็นแบรนด์ที่ทำสิ่งดีต่อสังคมอย่างยั่งยืนด้วย การตั้งมูลนิธิช่วยเสริมทั้งความน่าเชื่อถือ ความโปร่งใสในการบริหารเงินบริจาคและยังทำให้การทำงานด้านการอนุรักษ์เชื่อมโยงกับเครือข่ายระดับโลกอย่าง SEA LIFE Trust ได้อย่างเป็นระบบพร้อมประกาศชัดว่าไม่ใช่แค่สถานที่ท่องเที่ยวแต่คือศูนย์การเรียนรู้และแรงบันดาลใจเพื่อการอนุรักษ์ค่ะ 

มาถึงข้อสุดท้ายก็น่าสนใจไม่แพ้กันค่ะ คือการบอกชัดว่าแบรนด์จะเดินหน้ากลยุทธ์ Lifestyle Marketing อย่างต่อเนื่อง ซึ่งหมายถึงการทำให้ SEA LIFE ไม่ได้เป็นแค่สถานที่เที่ยวค่ะ แต่เป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ของผู้คนโดยแผนหลักคือการจัดกิจกรรมระดับ Talk of the Town ทุกไตรมาส การดึงพาร์ทเนอร์ระดับโลกมาสร้างกิมมิคใหม่ ๆ และการสื่อสารอย่างครบทุกช่องทางทั้งออนไลน์และออฟไลน์เพื่อให้แบรนด์ปรากฏตัวในทุกโมเมนต์สำคัญของผู้ชมค่ะ

ถอดรหัสกลยุทธ์ Lifestyle Marketing
ขอบคุณภาพจาก Shutterstock AI Generator Prompt: Amidst swirling currents of ever-changing blues and greens, kids, eyes wide with wonder, press tiny fingers against the glass of a colossal aquarium. Vibrant fish dart and glide, their scales shimmering like liquid rainbows. Surrounding them, a warm, inviting glow envelops the scene, casting reflections that dance over delighted faces. The air is filled with bubbly laughter and awestruck exclamations—an enchanting tableau of familial joy. Electric hues ripple through the watery expanse, capturing a perfect moment of childhood ecstasy in a kaleidoscope of light and life.

แล้วทำไมถึงต้องเน้น Lifestyle Marketing คำตอบคือเพราะตลาดท่องเที่ยวสมัยนี้ไม่ได้แข่งขันกันแค่ราคาหรือภาพสวยๆอีกต่อไปค่ะ แต่แข่งขันกันที่ประสบการณ์และคอนเทนต์ที่แชร์ได้จริง การทำกิจกรรมที่ตรงกับไลฟ์สไตล์ของครอบครัว คู่รัก หรือกลุ่มเพื่อนจะช่วยให้ SEA LIFE ถูกมองเป็นกิจกรรมประจำปีไม่ใช่แค่ที่เที่ยวครั้งเดียวก็พอยิ่งไปกว่านั้น Talk of the Town ยังช่วยให้แบรนด์มีเรื่องน่าสนใจให้พูดถึงตลอดปี สร้างเหตุผลให้ลูกค้ากลับมาใหม่และทำให้สื่อหรืออินฟลูเอนเซอร์เข้ามาเล่าเรื่องให้ซึ่งนับเป็นเกมการตลาดที่ฉลาดและยั่งยืนอีกขั้นค่ะ

จากที่พวกเราได้อ่านไปทั้งหมดจะเห็นว่า สิ่งที่ SEA LIFE Bangkok ทำในวาระครบรอบ 20 ปี เป็นการรีเฟรชตัวเองแบบโดดเด่นค่ะ เพราะซีไลฟ์ไม่ได้เลือกเพียงด้านเดียว แต่บาลานซ์ทั้งความสนุกและความหมายให้เดินไปด้วยกันได้เช่นด้านหนึ่งใช้โชว์นางเงือกสร้างความว้าวดึงให้อยากเข้าไปสัมผัส อีกด้านก็ผลักดันมูลนิธิ SLBKK Plus เพื่อเล่าเรื่องความยั่งยืนที่จับต้องได้และตอบโจทย์ค่านิยมของผู้บริโภคยุคใหม่

จากนั้นได้ประกาศเดินหน้า Lifestyle Marketing อย่างจริงจังก็เหมือนแบรนด์กำลังบอกเราว่า อควาเรียมยุคนี้เป็นสถานที่ที่อยากชวนคนมาใช้เวลา มาออกเดต มาถ่ายรูป มาดูโชว์หรือมาเปิดโลกการเรียนรู้ร่วมกับครอบครัว กลายเป็น Soft Power ด้านท่องเที่ยวของไทยได้แบบไม่ฝืนเลยค่ะ

สุดท้ายผู้เขียนบอกตามตรงว่า SEA LIFE เป็นตัวอย่างที่ดีของแบรนด์ที่ไม่อยู่นิ่งแม้จะเป็นเบอร์ต้นๆมายาวนานก็ยังหาทางสร้างจุดขายใหม่ ๆ เพื่อให้คนอยากกลับมาเสมอเป็นบทเรียนที่น่าชวนคิดมาก ๆ ว่าบางทีการอยู่บนอับดับต้นๆก็ไม่ยากเท่าการรักษาอับดับให้น่าสนใจต่อไปค่ะ

ขอบคุณที่อ่านจนจบนะคะ และสามารถอ่านบทความอื่น ๆ ได้ที่นี่

อุ๋มอิ๋ม Marketing Content Creator และ Data Insight Researcher ของการตลาดวันละตอนค่ะ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *