ก่อนอื่นเบลล์อยากพาทุกคนมาทำความรู้จักกับตัวเอกของเราในวันนี้กันก่อนค่ะ นั่นก็คือเทศกาล NEXTOPIA Biodiversity Week: Wild Wonders & Local Harvest ซึ่งเป็นงานที่จัดขึ้นโดยกลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ ผ่านพื้นที่ NEXTOPIA ชั้น 5 สยามพารากอน ที่ถูกวางให้เป็นเมืองต้นแบบแห่งโลกอนาคต และเป็นพื้นที่ที่รวบรวมแนวคิดด้านสิ่งแวดล้อม นวัตกรรม และการมีส่วนร่วมของผู้คนไว้ด้วยกันค่ะ ภายใต้แนวคิด Co-creating communities for a better world เพื่อร่วมสร้างสังคมและโลกที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน
โดยงานนี้จัดขึ้นเนื่องในโอกาส International Day for Biodiversity หรือวันสากลแห่งความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 18-24 พฤษภาคม 2569 ค่ะ โดยมีเป้าหมายสำคัญเพื่อสร้างความเข้าใจและความตระหนักรู้ถึงความสำคัญในการฟื้นฟูธรรมชาติ การอนุรักษ์ระบบนิเวศ และการสร้างสมดุลคุณภาพชีวิตของมนุษย์ในหลายมิติค่ะ โดยทางงานได้หยิบธีม Biodiversity ที่สุดแสนจะเป็นเรื่องไกลตัว มาพัฒนาเป็นประสบการณ์ที่ทุกคนเข้าถึงและมีส่วนร่วมได้
ภายในงานจึงไม่ได้มีแค่นิทรรศการหรือเวทีให้ความรู้เท่านั้นค่ะ แต่ถูกออกแบบให้เป็น ‘Lifestyle Festival’ เทศกาลที่รวมกิจกรรมหลากหลายรูปแบบตลอดทั้งสัปดาห์ โดยทั้งหมดถูกแบ่งออกเป็น 6 กิจกรรมไฮไลต์ ได้แก่ International Day for Biodiversity 2026, Superfood Festival, Zero Hour: CFNT Board Game Night, ECOTOPIA Biodiversity Week, Discover the Taste of Better Living และ No Bee, No Life ที่เบลล์กำลังจะพาทุกท่านไปแกะรอยกลยุทธ์การตลาดเบื้องหลังกันต่อว่า เขาเปลี่ยนเรื่องที่ดูไกลตัวให้กลายเป็นประสบการณ์ที่สัมผัสได้จริงได้อย่างไรบ้างค่ะ
International Day for Biodiversity 2026 ใช้ Thought Leadership สร้างบทบาทของแบรนด์ในประเด็นระดับโลก
โดยแกนสำคัญของกิจกรรมนี้คือการพาผู้เข้าร่วมค่อย ๆ มองเห็นความเชื่อมโยงของ Biodiversity ในหลายระดับค่ะ ตั้งแต่ภาพใหญ่ระดับโลก ไปจนถึงชีวิตประจำวันที่เราเกี่ยวข้องอยู่จริง ผ่านเวทีสำคัญ 3 ช่วง ได้แก่ The Global Vision, The Collaboration: Local Roots & Heart of the Forest และ The BlueFrontier ซึ่งช่วยขยายให้เราเห็นค่ะว่าเรื่องของธรรมชาติและความเป็นอยู่ของมนุษย์ ต่างเกี่ยวข้องและส่งผลถึงกันในแบบที่ใกล้ตัวกว่าที่หลายคนคิดค่ะ
เพื่อเชื่อมประเด็น Biodiversity เข้ากับชีวิตของคนเมืองมากขึ้น งานนี้ยังมีเวที Bangkok Urban Biodiversity ที่จัดขึ้นในวันที่ 23 พฤษภาคม ที่รวบรวมเครือข่ายภาคประชาชนและกลุ่มคนรุ่นใหม่ เช่น Citizen Science, City Nature Challenge, Big Trees Project และอีกหลายเครือข่าย มาร่วมแลกเปลี่ยนแนวคิดเกี่ยวกับการสร้างกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองสีเขียวค่ะ สำหรับเบลล์เวทีนี้ช่วยทำให้เราเห็นค่ะว่า ความหลากหลายทางชีวภาพไม่ได้อยู่เฉพาะในผืนป่าหรือพื้นที่อนุรักษ์เท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับเมืองที่พวกเราใช้ชีวิตอยู่ทุกวันด้วยค่ะ
และนอกจากเวทีเสวนาแล้ว งานนี้ยังเปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้ผ่านการลงมือทำใน Workshop: Crafting for the Planet ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้เรื่องระบบนิเวศผ่านงานศิลปะ งานคราฟต์ และวิทยาศาสตร์ ซึ่งเบลล์มองว่าเป็นกิจกรรมที่ทำให้เรื่องไกลตัวดูน่าสนุกและทำให้คนหันมาสนใจมากขึ้นอีกด้วยค่ะ พร้อมกิจกรรมนี้ยังปลูกฝังแนวคิดดี ๆ ที่ว่า “การเปลี่ยนโลก เริ่มต้นได้จากมือของเราเอง” ทำให้เรื่องการดูแลธรรมชาติไม่ใช่แค่สิ่งที่เราได้รับฟัง แต่เป็นสิ่งที่เราได้ลองสัมผัสและทำความเข้าใจด้วยตัวเองนั่นเองค่ะ
Superfood Festival ใช้ Lifestyle Marketing ทำให้ Sustainability เข้าใกล้ชีวิตประจำวัน