ความสุขชั้นแรกของ The Field Society เริ่มต้นจากสิ่งที่เรียบง่ายมาก แต่กลับเป็นสิ่งที่คนเมืองหลายคนอาจโหยหาอยู่ลึก ๆ นั่นคือการได้กลับมาใกล้ธรรมชาติอีกครั้งค่ะ ในชีวิตประจำวันของคนกรุงเทพเรามักอยู่กับถนนที่รถติดที่หันไปทางไหนก็มีแต่อาคารสูง และตารางเวลาที่วิ่งเร็วแทบตลอดวัน การได้นั่งลงบนผืนหญ้ามองเห็นต้นไม้รอบตัว หรือปล่อยให้ตัวเองอยู่กับบรรยากาศที่ไม่เร่งรีบ จึงกลายเป็นความสุขเล็ก ๆ ที่มีค่ามากกว่าที่คิดค่ะ
The Field Society เลือกเปิดประสบการณ์ด้วยภาพของเทศกาลปิกนิกบนผืนหญ้าท่ามกลางผืนป่า ผ่านกิจกรรม The Field Picnic ที่ชวนผู้คนมาปูเสื่อนั่งพัก และใช้เวลากับพื้นที่ธรรมชาติในจังหวะสบาย ๆ โดยมี Forest at The Forestias เป็นส่วนหนึ่งของบรรยากาศสำคัญ ตรงนี้เบลล์มองว่าน่าสนใจมากเลยทีเดียวค่ะ เพราะธรรมชาติในงานไม่ได้ถูกใช้เป็นแค่ฉากหลังให้ถ่ายรูปสวย ๆ แต่กลายเป็นหัวใจของประสบการณ์ทั้งหมด เป็นเหมือนจุดเริ่มต้นที่ทำให้คนค่อย ๆ ลดความเร็วของตัวเองลง จากที่เคยต้องใช้ชีวิตแบบเร่งรีบ การมาที่นี่เหมือนได้เปลี่ยนมาอยู่อีกโลกนึง ที่เราสามารถนั่งสงบ ๆ ฟังเสียงรอบตัว หรือปล่อยให้วันนั้นค่อย ๆ ผ่านไปอย่างไม่ต้องเร่งรีบ
เมื่อธรรมชาติเปิดพื้นที่ให้คนได้ผ่อนคลายแล้ว ความสุขชั้นถัดมาของ The Field Society คือการทำให้พื้นที่นั้นกลายเป็นที่ที่ผู้คนได้ใช้เวลาร่วมกันจริง ๆ ค่ะ เพราะหลายครั้งความสุขอาจเกิดขึ้นจากการมีช่วงเวลาเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างทาง The Field Society จึงไม่ได้ออกแบบให้คนมาแค่เดินดูงานแล้วกลับ แต่ชวนให้คนมาอยู่ในบรรยากาศนั้นนานขึ้น ผ่านกิจกรรมหลายแบบที่ค่อย ๆ เติมชีวิตให้พื้นที่ค่ะ
ขณะเดียวกันก็ยังมี Live Performance อย่าง Balloon Art, Juggling และ Magician ที่ช่วยเติมความสนุกให้กับคนทุกเจนเนอเรชัน รวมถึง Live Music ดนตรีฟังสบายที่ช่วยเต็มเติมพื้นที่แห่งความสุขให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น และทำให้พื้นที่ปิกนิกกลางธรรมชาติมีชีวิตชีวาโดยไม่ต้องเร่งเร้าเกินไปค่ะ
3. Fantasy Escape ความสุขจากการหลบเข้าไปในโลกจินตนาการ
หลังจากพาคนเข้าใกล้ธรรมชาติ และเปิดพื้นที่ให้ได้ใช้เวลาร่วมกันแล้ว The Field Society ยังเติมความสุขอีกชั้นหนึ่งที่ทำให้งานนี้มีเสน่ห์ต่างจากเทศกาลปิกนิกทั่วไปค่ะ นั่นคือการพาผู้คนหลบเข้าไปในโลกจินตนาการผ่าน Immersive Experience ที่จะชวนทุกคนหลบจากโลกภายนอก แล้วเดินทางเข้าไปในโลกแฟนตาซีเล็ก ๆ ที่ซ่อนอยู่ภายใน Lumis Theater Hall ค่ะ
เบลล์มองว่า Fairy Circle เป็นเหมือนชั้นสุดท้ายที่ทำให้ภาพของ The Field Society สมบูรณ์มากขึ้นค่ะ เพราะมันทำให้งานนี้ไม่ได้หยุดอยู่ที่ความผ่อนคลายหรือการใช้เวลาร่วมกันเท่านั้น แต่ยังเพิ่มความรู้สึกสนุกตื่นตา และมีจินตนาการเข้าไปด้วย ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้ผู้ใหญ่ก็รู้สึกเหมือนได้กลับไปเล่นกับความฝันเล็ก ๆ ของตัวเอง ส่วนเด็ก ๆ ก็สามารถสนุกกับโลกที่ดูมหัศจรรย์ได้ในแบบของเขาค่ะ