คู่จิ้น “วิลเลี่ยม-เอส” จากซีรีส์ ThamePo (Heart That Skips a Beat) ดึงกลุ่ม Gen Z และแฟนคลับซีรีส์วาย ปรากฏการณ์นี้สะท้อนว่าซีรีส์วายไทยกลายเป็นเครื่องมือ Pop Culture ที่ขับเคลื่อนทราฟฟิกห้างได้จริง ห้างที่จับเทรนด์นี้ได้ก่อนคือผู้ชนะ
Festival Landmark งานสงกรานต์ มหาบันเทิง ดึงคนทุกช่วงวัย ทราฟฟิกพุ่งเฉียด แสนคนต่อวัน ตัวเลขแสนคนต่อวันสำหรับห้างหนึ่งห้างเป็นตัวเลขที่น่าทึ่งมาก เทียบเท่ากับงานคอนเสิร์ตในอินดอร์สเตเดียมเลยทีเดียว
RAMA 2 ACTIVE AEROBIC งานเต้นแอโรบิคที่มีผู้เข้าร่วม กว่า 1,000 คน ดึงกลุ่ม Wellness Community และแม่บ้านในย่าน ซึ่งเป็นกลุ่มที่มี Purchasing Power สูงและเป็น Repeat Visitor หลัก
3 อีเวนต์นี้ดู surface เหมือนไม่เกี่ยวกัน แต่ถ้ามองในเชิงกลยุทธ์ มันคือการ Cover All Segments ของทั้งย่านได้ครบ ตั้งแต่ Gen Z แฟนซีรีส์ ไปจนถึงครอบครัว ไปจนถึงผู้หญิงวัยทำงานและแม่บ้านที่รักสุขภาพ
Tree Chamber Zone & New Brands แหล่งรวมร้านอาหารและไลฟ์สไตล์ นำโดย Tonkatsu Aoki ร้านทงคัตสึระดับตำนานจากโตเกียว, ร้านในเครือ iberry Group อย่างทองสมิทธ์ กับข้าวกับปลา แซ่บอิลี่ พร้อมแบรนด์ชั้นนำอื่นๆ เช่น MINISO โฉมใหม่พร้อมสินค้าลิขสิทธิ์แท้ (IP Products), Ari Football ร้าน Specialty Store สำหรับฟุตบอลระดับโลก และ KKV คอนเซ็ปต์สโตร์เทรนดี้จากจีน Mix นี้น่าสนใจตรงที่ผสมระหว่าง Heritage Brand (Tonkatsu Aoki), Local Champion (iberry Group), Mass Premium (MINISO ใหม่), Niche Specialty (Ari Football), และ Trendy New Wave (KKV) ครบทุก Layer ของผู้บริโภค
Brand New Coming Soon เตรียมพบกับแบรนด์ระดับโลก อาทิ YONNY ร้านปลาต้มผักกาดดองที่มี มากกว่า 2,600 สาขาทั่วโลก, ZHANGLIANG MALATANG หมาล่าทั่งยอดนิยมระดับโลก, Yuen Kee Dumpling ร้านเกี๊ยวสไตล์กวางตุ้งต้นตำรับ และ Flying Tiger Copenhagen ร้านสินค้าไลฟ์สไตล์ดีไซน์สแกนดิเนเวียนจากเดนมาร์ก พร้อมโซน Show Case รับเทรนด์ IG Fashion ที่เปิดตัวไปเมื่อสิงหาคมปีที่ผ่านมา การเอาแบรนด์ระดับโลกเข้ามาในห้างชานเมืองทำให้คนในย่านรู้สึกว่าไม่ต้องเข้าเมืองไปก็ได้ของเหมือนกัน ซึ่งนี่คือหัวใจของ The New Urbanist
จุดที่น่าเรียนรู้สำหรับนักการตลาดคือ Brand Mix ไม่ใช่แค่ Random Selection แต่มันคือการคิดเชิง Portfolio เหมือนกองทุน ที่ต้องมีทั้ง Safe Asset (แบรนด์ Mass ที่ดึงทราฟฟิกแน่นอน) Growth Asset (แบรนด์ใหม่ที่กำลังมา) และ Niche Asset (แบรนด์เฉพาะกลุ่มที่ดึง High Value Customer) ผสมกันให้ลงตัว
Strategic Rings การล้อมกรุงเทพด้วยห้างของ Central Pattana
ถ้าจะเข้าใจกลยุทธ์ของเซ็นทรัล พระราม 2 ให้ขาด ต้องมองภาพใหญ่ของ Central Pattana ทั้งกลุ่มด้วยครับ
Central Pattana มีกลยุทธ์ที่เรียกว่า Strategic Rings หรือการสร้างห้างเป็นวงๆ ล้อมรอบกรุงเทพตามทิศทั้ง 4 โดยมีปรัชญาตามที่ Dr. Nattakit Tangpoonsinthana CMO ของ Central Pattana เคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า “Bangkok is not just a CBD” หรือกรุงเทพไม่ได้มีแค่ใจกลางเมือง
ลองดูแผนที่กรุงเทพแล้วเพื่อนๆ จะเห็นว่า Central Pattana วางห้างเป็นวงรอบเมืองชัดเจน ทิศตะวันออกมี Central EastVille, ทิศตะวันตกมี Central Westville (เปิดปี 2566) อันนี้แถวบ้านผม และ Central Westgate, ทิศใต้มี Central พระราม 2 และ Central Mahachai (สมุทรสาคร), ทิศเหนือมี Central Rama 9 และ Central Westgate, รอบนอกมี Central Salaya (นครปฐม) และ Central Village (Luxury Outlet)
แต่ละห้างมี Positioning ที่ต่างกันชัดเจน
Central Westville (ราชพฤกษ์) ชู Concept West at Its Best เน้น Semi-outdoor, Pet-friendly, Sustainability ตั้งเป้า Upper-class lifestyle hub
Central EastVille (เอกมัย-รามอินทรา) ชู Concept Bonding Park เน้น Lifestyle ครอบครัวคนเมือง
Central พระราม 2 ชู Concept The New Urbanist กับ Tagline ไลฟ์สไตล์ดี..ดี มีได้ทุกวัน เน้นกลุ่มครอบครัวทุกช่วงวัยและ Mass Premium
ที่น่าสนใจกว่านั้นคือคำพูดที่ว่า “เมื่อ Central เปิดในทำเลใดๆ มูลค่าที่ดินจะเพิ่ม 50-60%” ตัวเลขนี้สะท้อน Power ของ Brand Central Pattana ในฐานะ Place Maker ที่สามารถเปลี่ยนย่านได้จริงๆ เป็นสิ่งที่แบรนด์ทั่วไปต้องอิจฉาครับ
4. เป็น Third Place ของลูกค้า ไม่ใช่แค่ Destination ในยุคที่ผู้บริโภคมีตัวเลือกล้นเหลือ การเป็นแค่ Destination ที่ลูกค้ามาเมื่อมีโอกาสไม่พอ ต้องเป็น Third Place ที่ลูกค้ามาทุกวันได้ ทั้งกิน เล่น พักผ่อน ทำงาน นี่คือสิ่งที่ Starbucks ทำได้กับร้านกาแฟ Apple ทำได้กับ Apple Store และตอนนี้ Central Pattana กำลังทำได้กับห้าง
คำถามที่ผมอยากฝากทิ้งท้ายให้เพื่อนๆ นักการตลาดลองคิดต่ออีกนิดคือ ธุรกิจของคุณตอนนี้กำลังเป็น Destination หรือ Third Place ของลูกค้ากันแน่ ถ้ายังเป็นแค่ Destination ลูกค้าจะมาเมื่อมีเหตุผลให้มา แต่ถ้าเป็น Third Place ได้ ลูกค้าจะมาแม้ไม่มีเหตุผลก็ตาม
และในยุคที่ทุกแบรนด์แย่งเวลาและ Mindshare ของลูกค้ากันอย่างดุเดือด ผมว่าคุณควรจะคิดใหม่ ปรับใหม่ และก้าวขึ้นเป็น Third Place ของลูกค้าให้ได้แล้วครับ