On Tea Tokyo

กลยุทธ์ Brand Extension จาก Zen Group เปิดตัวแบรนด์ On Tea Tokyo เจาะไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุคใหม่ด้วยคอนเซปต์ ‘Every Zen’

ปัจจุบันพฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนเร็วมากครับ การแข่งขันจึงเปลี่ยนไปโฟกัสที่การแทรกตัวเข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันของลูกค้าให้ได้บ่อยที่สุด ไม่เว้นแต่ Zen Group ที่ล่าสุดประกาศเปิดตัวแบรนด์ใหม่ “On Tea Tokyo”  ด้วย กลยุทธ์ Brand Extension ที่ต่อยอดความเชี่ยวชาญจากแบรนด์ On the Table Tokyo Café สู่การเจาะตลาดเครื่องดื่มชาเขียวและกลุ่มผู้บริโภคยุคใหม่ครับ 

Matcha Market กำลังโต แล้วโอกาสนี้อยู่ที่ไหน

การที่ Zen Group ตัดสินใจขยายธุรกิจสู่ตลาดเครื่องดื่มโดยเลือกชาเขียวหรือมัทฉะเป็นผลิตภัณฑ์หลัก สอดคล้องกับทิศทางตลาดที่กำลังเติบโตชัดเจน ข้อมูลอุตสาหกรรมช่วงปี 2025-2026 สะท้อนว่าความต้องการชาเขียวและมัทฉะในไทยขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ โดย Future Market Report ประเมินว่าตลาดชามัทฉะทั่วโลกในปี 2025 จะมีมูลค่าราว 550.50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และจะโตต่อเนื่องด้วย CAGR ประมาณ 9.53% ไปจนถึงปี 2033 โดยมีเอเชียแปซิฟิกเป็นแกนหลัก

กลยุทธ์ Zen Group

แต่ถ้าเรามาเจาะดูรายละเอียดกันจริง ๆ ปัจจัยที่ผลักดันเทรนด์นี้คือ “ความตระหนักรู้ด้านสุขภาพ” ของผู้บริโภค มัทฉะถูกมองว่าเป็นเครื่องดื่มที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ให้พลังงานที่ยั่งยืน แถมยังให้ความรู้สึกผ่อนคลายและสมดุลทางจิตใจอีกด้วย Zen Group จึงเลือกจังหวะนี้เปิดตัว On Tea Tokyo เพื่อชิงส่วนแบ่งตลาดที่ยังมีพื้นที่ว่างสำหรับผู้เล่นที่พร้อมทั้งระบบปฏิบัติการและคุณภาพสินค้าที่คงที่ในสเกลใหญ่นั่นเอง

กลยุทธ์ Brand Extension สู่การสร้าง Brand Ecosystem

Zen Group เลือกใช้ กลยุทธ์  Brand Extension โดยให้ On Tea Tokyo เป็นแบรนด์ลูกที่พัฒนามาจากร้าน On the Table Tokyo Café ซึ่งมีจุดยืนเป็นร้านอาหารสไตล์โตเกียวคาเฟ่อยู่แล้ว ซึ่งการทำแบบนี้คือการดึง Know-how ด้านสูตรเครื่องดื่มและความเข้าใจฐานลูกค้าเดิมมาเป็นแกนหลักในการต่อยอด ภาพลักษณ์ความเป็นญี่ปุ่นสมัยใหม่ ความพิถีพิถัน และความอบอุ่น จึงถูกถ่ายทอดจากแบรนด์แม่สู่แบรนด์ลูกได้โดยตรง ทำให้ลูกค้าเชื่อมั่นได้ง่ายขึ้นตั้งแต่วันแรก

กลยุทธ์ Zen Group

การขยายธุรกิจครั้งนี้ยังสะท้อนทิศทางขององค์กรที่ต้องการสร้าง Brand Ecosystem โดยตั้งใจให้ On Tea Tokyo เป็น Growth Engine ที่ขับเคลื่อนรายได้ใหม่ให้กับแบรนด์หลัก และที่น่าสนใจคือการขยายแบรนด์แบบนี้ยังช่วยเลี่ยงปัญหา Product Cannibalization หรือการแย่งยอดขายกันเองในเครือได้ด้วย เพราะ On the Table ขายอาหารมื้อหลัก ส่วน On Tea Tokyo ขายเครื่องดื่ม สองแบรนด์จึงส่งเสริมกันแบบ Cross-Selling นั่นเองครับ

การใช้ทรัพยากรที่มีอยู่เดิมยังช่วยลด Customer Acquisition Cost และเพิ่ม Purchase Frequency ได้ด้วย เพราะร้านอาหารแบบนั่งทานมักมีข้อจำกัดเรื่องความถี่ ลูกค้าอาจแวะมาแค่สัปดาห์ละครั้งหรือเดือนละครั้ง แต่เครื่องดื่มนั้นสั่งซื้อได้ทุกวัน การมีแบรนด์เครื่องดื่มในพอร์ตจึงเติมเต็ม Journey การบริโภค ทำให้แบรนด์มีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าบ่อยขึ้นนั่นเองครับ

เจาะกลุ่มผู้บริโภคยุคใหม่ด้วยคอนเซปต์ “Everyday Zen”  

เพื่อให้ตรงกับไลฟ์สไตล์ของกลุ่มเป้าหมาย On Tea Tokyo จึงถูกออกแบบการสื่อสารภายใต้คอนเซปต์ “Everyday Zen” ซึ่งเชื่อมโยงกับ Consumer Insights ในปัจจุบันครับ เพราะคนวัยทำงานและคนรุ่นใหม่ไม่ได้มองหาร้านอาหารแค่เพื่อกินให้อิ่มท้องอีกแล้ว แต่ต้องการพื้นที่และช่วงเวลาผ่อนคลายจากความเร่งรีบของการทำงาน

กลยุทธ์ Zen Group

เรื่องนี้สอดคล้องกับเทรนด์ Solo Economy และ Escape Economy ที่คนรุ่นใหม่นิยมใช้เวลาฟื้นฟูตัวเอง ท่ามกลางความเร่งรีบ วัฒนธรรมการทำงานแบบ Always-on และความกดดันทางเศรษฐกิจที่ทำให้หลายคนเหนื่อยล้าสะสม การชู Everyday Zen จึงเป็นการมอบช่วงเวลาแห่งความสงบให้ลูกค้าได้หยุดพักจากตารางชีวิต แบรนด์เลยวางตำแหน่งให้ On Tea Tokyo เป็นเครื่องดื่มที่เข้าไปเติมเต็มประสบการณ์และสร้างความสมดุลให้ลูกค้า ผ่านการออกแบบที่เข้าถึงง่าย ไม่ซับซ้อน แต่แฝงคุณภาพไว้ในทุกรายละเอียดครับ

นอกจากนี้ แบรนด์ยังมีการปรับโมเดลให้รองรับความสะดวกและรวดเร็ว โดยเน้น Takeaway และ Delivery เป็นหลัก แบรนด์ไม่ได้รอให้ลูกค้าเดินเข้าร้านในศูนย์การค้าเท่านั้น แต่เข้าไปอยู่ในโมเมนต์ที่ลูกค้าต้องการจริง ๆ 

Business Growth ด้วยโมเดล Cloud Kitchen

ซึ่งแผนการดำเนินงานในปี 2569 บริษัทตั้งเป้าขยายหน้าร้าน (Physical Store) 5 แห่ง โดยเริ่มสาขาแรกในพื้นที่ร้าน On the Table สาขาเซ็นทรัล พระราม 9 ซึ่งเป็นการบริหารพื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแบบ Space Optimization ควบคู่ไปกับการขยาย Cloud Kitchen อีก 15 แห่ง

โมเดล Cloud Kitchen มีจุดเด่นเรื่องต้นทุนที่ต่ำกว่าการเปิดหน้าร้านแบบดั้งเดิม ทั้งฝั่ง CAPEX และ OPEX การขยายผ่านโมเดลนี้ช่วยลดความเสี่ยงในการลงทุนได้มาก โดยเฉพาะในยุคที่เศรษฐกิจผันผวน การทุ่มเงินไปกับหน้าร้านขนาดใหญ่อาจไม่ใช่ทางเลือกที่คล่องตัวที่สุดเสมอไป การใช้ครัวกลางจึงช่วยให้แบรนด์ทดสอบตลาดในพื้นที่ใหม่ ๆ ได้เร็วขึ้น ถ้าพื้นที่ไหนกระแสตอบรับดี ก็ค่อยขยายเป็นหน้าร้านเต็มรูปแบบในอนาคตได้

แบรนด์ยังสามารถใช้พื้นที่ร่วมกับแบรนด์อื่นในเครือเพื่อกระจายสินค้าและทำเครื่องดื่ม โมเดลนี้คล่องตัวสูงและครอบคลุมพื้นที่ Delivery ในย่านชุมชนและออฟฟิศได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมแผนระยะยาวในการเปิดหน้าร้านเพิ่มไม่ต่ำกว่า 10 สาขาต่อปี การผสมผสานระหว่าง Physical Store ที่สร้างประสบการณ์ กับ Cloud Kitchen ที่เน้นยอดขายและการเข้าถึง จึงเป็นการวางโครงสร้างช่องทางจัดจำหน่ายที่เหมาะสมและตอบรับพฤติกรรมสั่งอาหารผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ได้ดีครับ

ความท้าทายที่รอข้างหน้า และก้าวต่อไปของ On Tea Tokyo และ Zen Group 

การก้าวเข้าสู่ตลาดเครื่องดื่มของ Zen Group แม้จะมีข้อได้เปรียบเรื่องทรัพยากรและฐานลูกค้าเดิม แต่ก็ต้องเจอกับความท้าทายไม่น้อยครับ ตลาดเครื่องดื่มในไทยถือเป็นหนึ่งในตลาดที่แข่งขันดุเดือด มีทั้งแบรนด์รายใหญ่และผู้เล่นรายย่อยเกิดใหม่อยู่เสมอ การสร้าง Brand Loyalty จึงเป็นงานที่ต้องอาศัยความสม่ำเสมอ ทั้งคุณภาพสินค้า การบริการ และการสื่อสารการตลาด

เพื่อให้ On Tea Tokyo ยืนหยัดในตลาดได้อย่างมั่นคง แบรนด์จำเป็นต้องรักษาสมดุลระหว่างการขยายสาขาอย่างรวดเร็วกับการคุมมาตรฐานเครื่องดื่มทุกแก้วให้ได้ตามที่ลูกค้าคาดหวัง การออก Seasonal Menu หรือทำ Collaboration กับพาร์ทเนอร์ที่น่าสนใจ ก็เป็นกลยุทธ์ที่ช่วยกระตุ้นยอดขายและสร้างสีสันให้แบรนด์ได้ ส่วนการใช้ฐานข้อมูลลูกค้าจากแบรนด์ในเครือมาทำการตลาดแบบเจาะจง ก็จะช่วยรักษาฐานลูกค้าเดิมและดึงลูกค้าใหม่ให้อยู่ในระบบนิเวศของแบรนด์ได้นานขึ้นนั่นเองครับ

สรุป กลยุทธ์ Brand Extension จาก Zen Group เปิดตัวแบรนด์ On Tea Tokyo เจาะไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุคใหม่ด้วยคอนเซปต์ ‘Every Zen’

การเปิดตัว On Tea Tokyo ด้วย กลยุทธ์ Brand Extension ที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลแนวโน้มตลาด การวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภค และความเข้าใจในกลไกของอุตสาหกรรมอย่างรอบด้านครับ การมุ่งสร้าง Brand Ecosystem ให้แบรนด์เข้าไปมีบทบาทในหลากหลายโอกาส ช่องทางจัดจำหน่าย และช่วงเวลาต่าง ๆ ของวัน คือการปรับโมเดลธุรกิจที่ช่วยเพิ่มความถี่ในการบริโภคได้อย่างตรงจุด

ทั้งหมดนี้คือการสร้างเครื่องยนต์ขับเคลื่อนการเติบโตตัวใหม่ที่จะเป็นกลไกสนับสนุนการขยายตัวขององค์กรในระยะยาว ด้วยการนำต้นทุนทางธุรกิจที่มีอยู่มาต่อยอดเพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปนั่นเองครับ

อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่นี่

Marketing Content Creator and Data Insight Researcher

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *