After You Tea Original: ชาดำสูตรออริจินัลที่ลูกค้าคุ้นเคยจากในร้าน มาในรูปแบบพร้อมดื่มที่สะดวกสบาย ยังคงความกลมกล่อมและความหอมของชาดำแท้ ๆ ที่เป็นเอกลักษณ์
After You Tea Low Sugar: ชาดำสูตรหวานน้อยที่ตอบโจทย์เทรนด์สุขภาพและ Health-Conscious Consumer ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ลดความหวานลงแต่ยังคงรสชาติความหอมของชาดำไว้
ทำไมผมถึงบอกว่าเป็น Diversification? เพราะมันมีทั้ง New Product และ New Market เลยครับ ในด้าน New Product คือชาพร้อมดื่มบรรจุขวดซึ่งเป็นรูปแบบผลิตภัณฑ์และกระบวนการผลิตที่ After You ไม่เคยทำมาก่อน ส่วนใน New Market คือตลาดสินค้า Ready-to-Drink (RTD) Tea ผ่านช่องทางร้านสะดวกซื้อ ซึ่งเป็นตลาดใหม่ที่บริษัทไม่มีความเชี่ยวชาญ เมื่อเทียบกับตลาดร้านคาเฟ่ในห้างที่เป็นฐานที่มั่นเดิมของแบรนด์
การเลือกใช้กลยุทธ์ที่เสี่ยงที่สุดในตำรา สะท้อนว่า After You กำลังมองหา S-Curve ใหม่ หรือแหล่งรายได้ใหม่ นอกเหนือจากการขยายสาขาคาเฟ่ที่อาจจะเริ่มมีข้อจำกัดแล้วนั่นเองครับ
สมรภูมิ Red Ocean ที่มี ‘ยักษ์ใหญ่’ คุมเกม
ต้องบอกเลยว่าตลาดที่ After You กระโดดลงมาเล่นนี้ไม่ธรรมดาครับ ข้อมูลภาพรวมตลาดชาพร้อมดื่มในไทยมีมูลค่ามหาศาลกว่า 11,000 ล้านบาท (รายได้ที่เกิดในซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านสะดวกซื้อ: อ้างอิงจาก statista)
AI-Generated by Shutterstock (Prompt: a refrigerated display filled with various bottled ready-to-drink tea brands in different colors and labels, neatly arranged on shelves, condensation on the glass, bright cool lighting reflecting freshness, modern clean store background, realistic photography style, ultra-detailed, depth of field, cinematic lighting, horizontal composition –ar 16:9 –v 6 –style raw –q 2)
มาถึงจุดที่น่าวิเคราะห์ที่สุดครับ หลายคนอาจจะคิดว่า “ก็ไม่แปลกนี่ After You ก็เคยขายขนมปังนมสดหรือขนมอื่น ๆ ใน 7-Eleven มาก่อนแล้วนี่?” ผมต้องบอกเลยครับว่ามันไม่เหมือนกันเลย แม้จะเป็นช่องทาง 7-Eleven เดียวกัน แต่สงครามบนชั้นวางขนมกับสงครามในตู้แช่เครื่องดื่มนั้นก็แตกต่างกัน
ตลาดขนมหรือเบเกอรี่ในร้านสะดวกซื้อ แม้จะมีการแข่งขันแต่ก็มีความหลากหลาย กระจัดกระจายมากกว่า และผู้เล่นมีหลายระดับกว่า การที่ After You วางขนมปังในฐานะเบเกอรี่พรีเมียมจึงยังมีช่องว่างให้เล่นได้ไม่ยาก แต่สำหรับตลาดเครื่องดื่มชาพร้อมดื่ม นี่คือสมรภูมิที่มีเจ้าถิ่นหรือ Market Leaders ที่แข็งแกร่งเพียงไม่กี่รายครองพื้นที่ส่วนใหญ่ไว้เกือบทั้งหมด นี่คือสงครามการแย่งชิงพื้นที่ตู้แช่หรือ Battle for Shelf Space ที่ดุเดือด
พลังของแบรนด์หรือ Brand Halo อาจจะดึงดูดให้เกิดการทดลองซื้อหรือ Trial ได้ในครั้งแรก แต่การซื้อซ้ำหรือ Repeat Purchase คือความท้าทายที่แท้จริง After You กำลังเดิมพันว่ารสชาติ และชื่อเสียงของแบรนด์จะแข็งแกร่งพอที่จะทำให้ผู้บริโภคยอมจ่ายชาดำแบบขวดในราคา 37 บาท หรือไม่?
สรุป ถอดรหัส กลยุทธ์ After You ผ่านเลนส์ Ansoff Matrix กับสมรภูมิชา RTD หมื่นล้าน
ผมมองว่า กลยุทธ์ After You ในเกมนี้ เป็นก้าวที่น่าจับตามองมากเหมือนกันครับ ก็เรียกได้ว่าเป็นการสร้าง S-Curve ใหม่ให้กับบริษัทเลยทีเดียว ในการขยายฐานลูกค้าให้กว้างออกไปจากเดิมที่มีข้อจำกัดเรื่องจำนวนสาขาคาเฟ่ ไปสู่ร้านสะดวกซื้อที่สามารถเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคได้มากกว่าหลายเท่าตัว และยังเป็นการเปลี่ยนสถานะแบรนด์จากร้านคาเฟ่ที่เป็นจุดหมายปลายทางหรือ Destination ไปสู่สินค้าที่อยู่ในชีวิตประจำวันหรือ Daily Product อีกด้วยครับ
FacebookFacebookXXLINELineเคยสงสัยไหมครับว่าทำไมสินค้าดีแต่ขายไม่ได้? วันนี้ผมจะพาทุกคนมาหาคำตอบผ่านจากหนังสือ Positioning หนังสือที่จะช่วยให้คุณยึดพื้นที่ในใจลูกค้าได้ก่อนใครครับ ก่อนจะเริ่มผมขออนุญาตเปิดด้วยประโยคของ Al Ries และ Jack Trout (ผู้เขียนหนังสือเล่มนี้) ที่เขียนไว้ว่า “Positioning is not what you do to a product. Positioning is what you do to the mind of the prospect.” ผมอยากชวนทุกคนมาปรับมุมมองกันใหม่ครับ ลืมภาพที่การตลาดคือการต้องคิดสโลแกนเท่ ๆ หรืองานครีเอทีฟล้ำ ๆ เพื่อเอาสิ่งใหม่ ๆ เข้าหัวคนไปก่อนครับ เพราะในโลกของการตลาดตอนนี้หัวใจสำคัญคือการเข้าใจความต่างของ 2 คำนี้ครับ สิ่งที่ทำให้ผู้บริโภคซื้อสินค้าของเราคือ Perception ของลูกค้าครับ ดังนั้นสิ่งที่เราต้องทำคือหาให้เจอว่าตอนนี้เขาคิดหรือเชื่ออะไรอยู่ แล้วพาแบรนด์เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในความเชื่อนั้นแทนครับ แล้วถ้าถามว่างานครีเอทีพยังสำคัญมั้ยคำตอบคือ สำคัญครับ แต่งานครีเอทีฟเหล่านั้นจะเป็นแค่โฆษณาที่คนดูสนุกแล้วก็ลืมถ้าเราวาง Positioning ผิดตั้งแต่แรกครับ ใน EP […]