Marketing Campaign Case Study รวมเคสแคมเปญการตลาดจากแบรนด์ไทย และแบรนด์ดังทั่วโลก ที่นักการตลาดจำเป็นต้องรู้
พื้นที่สำหรับแบรนด์ สินค้า หรือบริการ ที่อยากเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่เป็นนักการตลาด ผู้บริหาร และเจ้าของธุรกิจ กว่าแสนคนต่อเดือน สนใจติดต่อ [email protected]
ถอด 3 กลยุทธ์การตลาด Cheetos กับแคมเปญ Other Hand เปลี่ยน Pain Point เป็น UGC ระดับโลก
FacebookFacebookXXLINELineบางครั้งความผิดพลาดในชีวิตประจำวันก็ไม่ได้เกิดจากความไม่เก่ง แต่เกิดจากการที่เรากำลังใช้ “มือข้างไม่ถนัด” ทำทุกอย่างแทนอยู่นั่นเองค่ะ จากโมเมนต์เล็ก ๆ แบบนี้ ถูกหยิบมาขยายเป็นไอเดีย กลยุทธ์การตลาด ของแคมเปญ “Other Hand” จาก Cheetos ที่เล่าโลกของความไม่ถนัดได้อย่างน่าสนใจ ผ่านภาพของความเฟลที่ใคร ๆ ก็เคยเจอ และถูกต่อยอดออกมาในหลากหลายรูปแบบอย่างสร้างสรรค์ ก่อนที่แบรนด์จะนำอินไซต์นี้ไปพัฒนาเป็นประสบการณ์และคอนเทนต์ที่ทำให้คนไม่ใช่แค่ดู แต่ยังอยากมีส่วนร่วมและเล่นต่อด้วยตัวเอง จนแคมเปญนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่โฆษณาแต่กลายเป็นพฤติกรรมที่คนหยิบไปใช้และเล่าต่อในชีวิตจริง Cheetos กับแคมเปญ “Other Hand” จากอินไซต์สู่การสร้างประสบการณ์แบรนด์ แคมเปญ “Other Hand” ของ Cheetos เริ่มต้นจากโจทย์สำคัญของแบรนด์ที่ต้องการรักษาความเป็น top-of-mind และเพิ่มการพิจารณาในกลุ่มผู้บริโภค Gen Z และ Millennials ท่ามกลางตลาดขนมที่มีการแข่งขันสูงขึ้น โดยแทนที่จะสร้างข้อความใหม่ทั้งหมด แบรนด์เลือกกลับมาทบทวน “จุดแข็งเดิม” ของตัวเอง นั่นคือประสบการณ์การกินที่สนุก แต่แลกมากับความเลอะของผงชีสที่ติดมือ หรือที่เรียกว่า Cheetle ที่คนคุ้นเคยกันอยู่แล้วนั่นเองค่ะ จากตรงนี้เบลล์ว่ามันน่าสนใจตรงที่แบรนด์ไม่ได้หยุดแค่ product truth แต่เอามาขยายต่อเป็นอินไซต์ว่าผู้บริโภคส่วนใหญ่มักใช้มือข้างถนัดในการกิน Cheetos ส่งผลให้ […]
ถอด 3 กลยุทธ์ KitKat กับแคมเปญ Commuter Camo เปลี่ยนความรู้สึกธรรมดาให้เป็นไอเดียที่จับต้องได้
FacebookFacebookXXLINELineในยุคที่ผู้บริโภคคุ้นชินกับการเลื่อนผ่านโฆษณาอย่างรวดเร็ว แบรนด์จำนวนมากยังคงแข่งขันกันด้วยการเพิ่มความซับซ้อนและความยิ่งใหญ่ให้กับการสื่อสาร ขณะเดียวกันพฤติกรรมของผู้คน โดยเฉพาะ Gen Z กลับให้ความสำคัญกับสิ่งที่เข้าใจง่าย สนุก และรู้สึกมีส่วนร่วมได้ทันที แคมเปญ Commuter Camo ของ KitKat จึงเลือกหยิบเอาช่วงเวลาเล็ก ๆ อย่างการเดินทางในชีวิตประจำวัน ซึ่งเต็มไปด้วยความต้องการพื้นที่ส่วนตัว มาตีความใหม่ให้กลายเป็นไอเดียที่มองเห็นได้จริงจนกลายเป็นกรณีศึกษาที่สะท้อนทิศทางการสื่อสารแบรนด์ยุคใหม่ที่เคลื่อนไปใกล้ชีวิตผู้บริโภคมากขึ้น ทำความรู้จักแคมเปญ Commuter Camo ของ KitKat แคมเปญ Commuter Camo เป็นการที่ KitKat เปิดตัวฮู้ดดี้รุ่นลิมิเต็ดที่ออกแบบมาให้ “กลืนไปกับสภาพแวดล้อม” บนขนส่งสาธารณะ โดยลวดลายของเสื้อถูกออกแบบให้คล้ายกับเบาะรถไฟและรถบัสในออสเตรเลีย เพื่อให้คนใส่รู้สึกเหมือนได้อยู่เงียบ ๆ กับตัวเองมากขึ้นระหว่างการเดินทางนั่นเองค่ะ ฮู้ดดี้ตัวนี้ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโมเมนต์นั้นโดยตรงเลยนะคะ โดยสามารถรูดซิปปิดได้จนคลุมทั้งใบหน้า ซึ่งเพิ่มความรู้สึกเหมือนตัดตัวเองออกจากคนรอบข้าง และยังมีกระเป๋าเล็ก ๆ สำหรับใส่ KitKat ซึ่งเชื่อมโยงกับช่วงเวลา “Have a break” ของแบรนด์ได้อย่างชัดเจนค่ะ เมื่อหมดช่วงพักผู้ใส่สามารถกลับด้านเสื้อเป็นสีแดงที่มีโลโก้ KitKat เพื่อกลับเข้าสู่โหมดปกติ ในส่วนของการเปิดตัวแคมเปญนี้ถูกปล่อยออกมาในรูปแบบเดียวกับการขายสินค้าแฟชั่นเลยค่ะ โดยมีการปล่อยทีเซอร์บนโซเชียลเพื่อสร้างความสนใจก่อนเปิดขายผ่านเว็บไซต์เฉพาะ ซึ่งบรรยากาศทั้งหมดนี้ทำให้ฮู้ดดี้ดูเหมือนเป็นไอเท็มที่คนอยากได้และอยากมีไว้ครอบครองจริง ๆ […]
ถอด 5 กลยุทธ์ Whopper Detour เมื่อ Burger King ใช้ Hijack Marketing เปลี่ยนหน้าร้านคู่แข่งเป็น Conversion Channel
FacebookFacebookXXLINELineถ้าวันหนึ่งคุณกำลังยืนต่อคิวอยู่หน้าร้าน McDonald’s แล้วมือถือเด้งขึ้นมาว่า “ซื้อ Whopper ของ Burger King ได้ในราคา 1 บาท” คุณจะทำยังไงต่อคะ? ถ้าเป็นเบลล์ก็คงจะลองกดไปดูแล้วคงรีบไปเปลี่ยนใจไปอีกแบรนด์ทันที ซึ่งฟังดูแล้วเหมือนโปรโมชั่นธรรมดาทั่วไปเลยใช่มั้ยคะ แต่ความจริงแล้วนี่คือหนึ่งในแคมเปญที่ฉลาดมากในโลกการตลาดที่ถูกพูดถึงเป็นจำนวนมากกับแคมเปญ Whopper Detour ที่ Burger King ไม่ได้พยายามดึงลูกค้าเข้าร้านของตัวเองตั้งแต่แรก แต่เลือกใช้วิธี “ไปดักลูกค้า” ในจุดที่ลูกค้ากำลังจะตัดสินใจซื้อจากคู่แข่งแทน ซึ่งมันเหมือนเป็นการเอาพื้นที่ของคู่แข่งมาเปลี่ยนให้กลายเป็นโอกาสของตัวเองได้แบบเนียนมากค่ะ Whopper Detour เมื่อ Burger King ส่งลูกค้าไป McDonald’s เพื่อซื้อ Burger King แคมเปญนี้ของ Burger King ไม่ได้เริ่มต้นจากการตั้งคำถามว่า “จะขายสินค้าอย่างไร” แต่เริ่มจากโจทย์ที่ท้าทายกว่านั้น คือ “จะทำอย่างไรให้ผู้บริโภคยอมดาวน์โหลดและใช้งานแอปของแบรนด์” ซึ่งในความเป็นจริงแอปพลิเคชันในกลุ่มร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดไม่ใช่สิ่งที่ผู้บริโภครู้สึกจำเป็นต้องมีค่ะ ส่งผลให้การกระตุ้นให้เกิดการดาวน์โหลดเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยากแม้จะมีการใช้โปรโมชั่นหรือการแจกสินค้าเข้ามาช่วยก็ตาม Burger King จึงเลือกใช้แนวทางที่แตกต่างออกไปโดยนำเทคโนโลยีด้านการระบุตำแหน่ง (Location-based Technology) มาเป็นแกนหลักของแคมเปญ ภายใต้แนวคิด Whopper Detour ซึ่งเป็นการออกแบบประสบการณ์ที่เชื่อมโยงระหว่าง […]
แคมเปญการตลาด r/eal Reviews จาก Dove ผสาน Social Proof และ Pratfall Effect สร้าง Trustworthy ให้กับแบรนด์
FacebookFacebookXXLINELineในยุคที่เราเปิดโซเชียลมีเดียมาก็เจอแต่ Sponsor Contents หรือรีวิวที่ผ่านการบรีฟมาเป็นอย่างดี การจะทำให้ผู้บริโภครู้สึกเชื่อใจแบรนด์จริง ๆ จึงกลายเป็นความท้าทายที่ยากขึ้นเรื่อย ๆ ครับ วันนี้ผมจะพามาดูเคสการตลาดที่น่าสนใจจากแบรนด์ Dove (โดฟ) กับแคมเปญ r/eal Reviews ด้วยการพาแบรนด์ไปไปอยู่ในบทสนทนาบน Reddit ซึ่งเป็นคอมมูนิตี้ที่ขึ้นชื่อเรื่องการรีวิวที่ตรงไปตรงมา และวิจารณ์สินค้าได้ดุเดือดที่สุดแห่งหนึ่งบนอินเทอร์เน็ต เมื่อ Dove โยนแบรนด์ให้ชาว Reddit รีวิวแบบ No Filter ย้อนกลับไปช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2026 โดฟได้ร่วมมือกับเอเจนซี่โฆษณาอย่าง DAVID London, AKQA Paris และ WPP Media เพื่อโปรโมตผลิตภัณฑ์มาสก์บำรุงผมที่กวาดรางวัลมามากมายอย่าง Dove Intensive Repair 10-in-1 Serum Mask ครับ วิธีการของแคมเปญนี้คือ แบรนด์เข้าไปตั้งกระทู้บนแพลตฟอร์ม Reddit เพื่อชวนให้ผู้ใช้งานมาร่วมรีวิวสินค้าตัวนี้กันแบบตรงไปตรงมา โดยทางแบรนด์ให้สัญญาเลยว่าจะนำคอมเมนต์ 50 อันดับแรกไปใช้เป็นสื่อโปรโมตจริง ๆ แบบไม่มีการคัดกรอง ไม่มีการแก้ไขข้อความ […]
การตลาด Huggies ท้าพิสูจน์ผ้าอ้อมกันอึทะลัก ปล่อยทารก 18 คนนั่งบนของหรูมูลค่าครึ่งล้าน
FacebookFacebookXXLINELineเวลาที่เราดูโฆษณาผ้าอ้อมเด็กเราจะคงจะเห็นการทดลองเอาน้ำสีฟ้ามาราดลงบนแผ่นรองเพื่อโชว์ให้เห็นว่าผ้าอ้อมแห้งไวแค่ไหนใช่มั้ยครับ แต่สำหรับคนเป็นพ่อแม่ ฝันร้ายของพวกเขาไม่ใช่น้ำสีฟ้าแต่คืออึระเบิดทะลักผ้าอ้อมที่พุ่งไปเลอะเสื้อผ้า โซฟา หรือเบาะรถ ซึ่งสร้างความปวดหัวในการทำความสะอาดแบบสุด ๆ ครับ แบรนด์ผ้าอ้อมอย่าง Huggies จึงตัดสินใจสร้างแคมเปญพิสูจน์ผ้าอ้อมรุ่นใหม่ของพวกเขาสามารถจัดการกับปัญหานี้ได้อยู่หมัด แคมเปญนี้มาในรูปแบบของรายการ Live-streaming ภายใต้ชื่อ “Expensive Sh*t” โดยทางแบรนด์ได้จับเอาเด็กทารกจำนวน 18 คน มาสวมผ้าอ้อม Huggies แล้วปล่อยให้นั่งทับ คลานเล่นลงบนของใช้โบราณ พรมทอมือ และเฟอร์นิเจอร์ดีไซเนอร์หรูหราระดับโลก ที่มีมูลค่ารวมสูงถึง 450,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว ๆ 15 ล้านบาทเลยครับ การเอาเด็กทารก ไปวางไว้บนของแสนแพงแบบนี้ แคมเปญนี้มีที่มาที่ไปอย่างไร? และมีกลยุทธ์การตลาด อะไรที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังความกล้าหาญนี้บ้าง? วันนี้เราจะมาถอดรหัสกับ การตลาด Huggies ท้าพิสูจน์ผ้าอ้อมกันอึทะลัก ปล่อยทารก 18 คนนั่งบนของหรูมูลค่าครึ่งล้าน ที่มาของแคมเปญ เมื่ออึทะลักคือฝันร้ายที่ทำลายวันดี ๆ ของพ่อแม่ จุดเริ่มต้นมาจาก Consumer Insight ของคนมีลูก แบรนด์ค้นพบว่าปัญหาอึระเบิดทะลักผ้าอ้อมคือ Universal Pain […]
ถอดรหัส กลยุทธ์ Spotify สร้าง AI-Prompted Playlists เปลี่ยนการฟังเพลงด้วย Contextual AI
FacebookFacebookXXLINELineในยุคที่หันไปทางไหนแพลตฟอร์มต่าง ๆ ก็ใช้ AI เข้ามาเป็นตัวขับเคลื่อน เรามักจะคุ้นเคยกับระบบที่คอยประมวลผลข้อมูลมหาศาลแล้วเสิร์ฟเนื้อหามาให้เราแบบอัตโนมัติใช่ไหมครับ แต่คำถามที่น่าสนใจก็คือ ทำไมสิ่งเราได้กลับไม่ได้ตรงใจของเรา? เพราะบางทีอัลกอริทึมอาจจะเก่งเรื่องตัวเลขสถิติ แต่กลับยังขาดความละเอียดอ่อนทางอารมณ์ ซึ่งนี่คือจุดที่ กลยุทธ์ Spotify ก้าวเข้ามาอัปเกรดประสบการณ์นี้ครับ แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งที่ขึ้นชื่อว่าเป็นตัวท็อปเรื่อง Personalization กำลังขยายขีดจำกัดของตัวเอง ด้วยฟีเจอร์ใหม่ที่ไม่ได้พึ่งพาแค่ “อัลกอริทึมคาดเดาพฤติกรรม” เพียงอย่างเดียว แต่เปิดโอกาสให้ “อารมณ์และความรู้สึก” เข้ามาเป็นตัวร่วมนำทางด้วย เมื่อ ‘ความแม่นยำ’ แบบเดิม อาจไม่ตอบโจทย์ความรู้สึกที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ที่ผ่านมา อัลกอริทึมของแพลตฟอร์มส่วนใหญ่มักทำงานอยู่บนพื้นฐานของการคาดเดาจากพฤติกรรมในอดีต (Predictive AI) ครับ โมเดลแบบนี้ไม่ใช่ว่าไม่ดีนะครับ ในทางกลับกันมันทำหน้าที่ได้ยอดเยี่ยมมากในการสร้าง “ความแม่นยำ” ตามตรรกะที่ว่า ถ้าคุณเคยชอบฟังเพลงแนว A ระบบก็จะป้อนเพลงแนว A มาให้เรื่อย ๆ ซึ่งตอบโจทย์การฟังในชีวิตประจำวันได้ดี แต่ความแม่นยำที่ตีกรอบไว้เกินไปก็อาจเป็นการจำกัดรสนิยมของเราให้แคบลง เมื่อมองมาที่พฤติกรรมของผู้บริโภคยุคนี้ โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z ที่เติบโตมาพร้อมกับสภาวะความว้าวุ่นใจ พวกเขามีรสนิยมและตัวตนที่ลื่นไหลและไม่ชอบถูกตีกรอบตายตัว คนกลุ่มนี้เริ่มรู้สึกอึดอัดกับประสบการณ์แบบรอรับ นอกจากนี้ยังมีข้อมูลที่พบว่า คนกว่า 65% ต้องการมีอำนาจควบคุมประสบการณ์และเนื้อหาที่พวกเขาเห็นให้มากขึ้น […]
รวม 10 Case Study Gen Z Marketing ที่นักการตลาดต้องรู้
FacebookFacebookXXLINELineอย่างที่หลายคนเริ่มเห็นภาพกันชัดขึ้นเรื่อย ๆ ครับ ว่า การทำการตลาดกับ Gen Z ในวันนี้ ไม่ใช่แค่การสื่อสารเพื่อปิดการขายให้เร็วที่สุด แต่คือการเข้าไปทำความเข้าใจว่าเค้าใช้ชีวิตกันอย่างไร เชื่ออะไร เสพอะไร และมีวิธีแสดงตัวตนผ่านสิ่งรอบตัวแบบไหน เพราะสำหรับคนรุ่นนี้ แบรนด์ไม่ใช่แค่ผู้ขายสินค้า แต่คือหนึ่งในองค์ประกอบของ Culture ที่เขาเลือกจะมีส่วนร่วมด้วย การตลาดวันละตอนในวันนี้เลยอยากจะพาทุกคนไปดู 10 Case Study Gen Z Marketing ทั้งจากแบรนด์ระดับโลกและแบรนด์ในไทย ว่าแต่ละแบรนด์มีวิธีแทรกตัวเข้าไปอยู่ในโลกของ Gen Z ได้อย่างไร พร้อมแล้วไปดูกันเลยครับ 1. Ikea x Gustaf Westman by Ikea เปลี่ยนมีตบอลธรรมดาให้กลายเป็น Pop Culture สุดไฮป์ ปัญหา: เมนู Meatball ของ Ikea เป็น Signature ที่ทุกคนรู้จักดี แต่มันก็กลายเป็นความคุ้นเคยที่ดูธรรมดาและขาดความน่าตื่นเต้นไปแล้ว สำหรับกลุ่ม Gen Z ที่มองหาความแปลกใหม่ […]
3 กลยุทธ์การตลาด Coach พลิกอินไซต์เจาะกลุ่ม Gen Z ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ Literary Chic
FacebookFacebookXXLINELineสวัสดีครับทุกคน วันนี้ก่อนเริ่มผมมีคำถามสั้น ๆ มาถามครับ ถ้าคุณต้องทำแคมเปญเจาะกลุ่ม Gen Z คุณจะใช้อะไรดึงดูดพวกเขาครับ? เชื่อว่าคำตอบแรก ๆ ในหัวของหลายคนคงหนีไม่พ้นการทำคอนเทนต์ที่ต้องไว ต้องเป็นวิดีโอสั้น เพราะภาพจำที่เรามีต่อ Gen Z คือกลุ่มคนที่โตมากับหน้าจอและพร้อมจะปัดนิ้วหนีคุณภายใน 3 วินาทีใช่ไหมครับ? แต่ถ้าผมบอกว่าช่วงหลังมานี้กำลังมีสิ่งที่สามารถดึงดูดพวกเขาได้ดีกว่าคลิปวีดีโอสั้นล่ะครับแล้วคำตอบอาจจะทำให้ทุกคนต้องอึ้งครับ ในยุคที่โลกออนไลน์มันไปเร็วมาก สิ่งที่เกิดขึ้นกับวัยรุ่นกลุ่มนี้คือความเหนื่อยจากโลกออนไลน์ครับ พวกเขากำลังมองหาการที่ใช้ชีวิตยังไงให้ช้าลง และสิ่งที่พวกเขาใช้หนีออกมาใช้ชีวิตให้ช้าลง และได้อยู่กับตัวเองเพื่อค้นหาตัวตนคือหนังสือครับ นี่คือ Consumer Insight ที่แบรนด์อย่าง Coach เลือกหยิบมาเป็นแคมเปญต้อนรับคอลเล็กชัน Spring 2026 ในชื่อว่า Explore Your Story ครับ Coach นำความคลาสสิกของแบรนด์มาผสานกับอินไซต์ของวัยรุ่นยุค 2026 ได้ยังไง? และกลยุทธ์เบื้องหลังแคมเปญนี้ซ่อนอะไรไว้บ้าง? ผมจะพาไปถอดรหัสกับ 3 กลยุทธ์การตลาด Coach พลิกอินไซต์เจาะกลุ่ม Gen Z ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ Literary Chic จาก Insight สู่ Product เมื่อหนังสือคือเซฟโซนทางใจของวัยรุ่น เคยเป็นมั้ยครับ? บางทีเราก็รู้สึกเหนื่อยและเบื่อที่ต้องพยายามเป็นคนเก่งตลอดเวลา เหนื่อยที่ต้องคอยวิ่งตามภาพความสำเร็จของคนอื่นที่โชว์อยู่เต็มฟีดโซเชียล […]
แคมเปญการตลาด Samsung Worst Children’s Library สร้างห้องสมุดที่น่ากลัวที่สุด เพื่อขายมือถือเด็ก
FacebookFacebookXXLINELineสวัสดีครับเพื่อน ๆ ในยุคนี้ผู้ปกครองหลายคนให้แท็บเล็ตเป็นพี่เลี้ยงของลูก ๆ เพื่อให้ลูกหยุดวุ่นวายจนลืมไปว่าโลกอินเทอร์เน็ตนั้นเต็มไปด้วยเนื้อหาที่เป็นอันตรายต่อเด็กครับ การจะทำโฆษณาเพื่อเตือนสติพ่อแม่ด้วยวิธีธรรมดา ๆ ก็คงจะถูกปัดทิ้งไปอย่างรวดเร็วครับ Samsung มองเห็น Pain Point ข้อนี้จึงตัดสินใจจับมือกับ Safe Surfer ผู้ให้บริการตัวกรองอินเทอร์เน็ตในนิวซีแลนด์ สร้างสรรค์แคมเปญที่ชื่อว่า The Worst Children’s Library ขึ้นมาเพื่อโปรโมตมือถือเด็กสำหรับเด็กที่ถูกออกแบบมาให้ปลอดภัยสำหรับเด็กโดยเฉพาะ แคมเปญที่นี้จะมีที่มาที่ไปและซ่อนกลยุทธ์การตลาดอะไรไว้เบื้องหลังบ้าง? วันนี้เรามาถอดรหัสไปพร้อมกันกับ แคมเปญ การตลาด Samsung Worst Children’s Library สร้างห้องสมุดที่น่ากลัวที่สุด เพื่อขายมือถือเด็ก เมื่อการยื่นมือถือให้เด็กอันตรายกว่าที่คิด จุดเริ่มต้นของแคมเปญนี้มาจากตัวเลขสถิติที่น่าตกใจและทำให้ผู้ปกครองต้องขนลุกครับ เพราะข้อมูลจากการวิจัยระบุชัดเจนว่า สถิติสุดดาร์กเหล่านี้ สอดคล้องกับประโยคของนักการเมืองชาวไอร์แลนด์คนหนึ่งที่เคยกล่าวไว้ว่า “ลองจินตนาการดูว่า ถ้าเราเอาทุกสิ่งที่เด็ก ๆ เคยสัมผัสหรือเห็นบนโลกออนไลน์มารวมกันไว้ในห้องสมุด มันคงจะเป็นห้องสมุดสำหรับเด็กที่เลวร้ายที่สุด และคงไม่มีพ่อแม่คนไหนยอมให้ลูกเฉียดเข้าไปใกล้ที่นั่นเด็ดขาด แต่พอเรายื่นสมาร์ตโฟนที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตให้พวกเขา นั่นแหละคือสิ่งที่เรากำลังทำอยู่” สถิติและคำพูดเหล่านี้ กลายเป็นไอเดียให้ Samsung มองเห็นช่องว่างในการทำการตลาด แบรนด์จึงตัดสินใจที่จะสร้างห้องสมุดที่เลวร้ายที่สุดให้เกิดขึ้นมาจริง ๆ เพื่อให้ผู้ปกครองเข้าใจถึงความโหดร้ายในโลกออนไลน์ครับ หนังสือ 1,200 เล่มที่ถูกเขียนขึ้นจากฝันร้ายบนโลกออนไลน์ […]
การตลาด McDonald’s โฆษณาที่ไม่ต้องบอกว่าเป็นใคร แต่ทุกคนรู้
FacebookFacebookXXLINELineในยุคที่ทุกแบรนด์พยายามพูดให้มากขึ้น เพื่อแย่งความสนใจผู้บริโภค การตลาดวันละตอนเลยอยากพามาดูแคมเปญ การตลาด “You Know Where” ของ McDonald’s กลับเลือกทำตรงกันข้าม ด้วยการลดทอนการสื่อสารจนแทบไม่เหลืออะไรเลย ไม่มีโลโก้ ไม่มีภาพสินค้า และไม่มีข้อความขาย แต่กลับยังทำให้คนเข้าใจได้ทันทีว่านี่คือแบรนด์อะไร ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าเมื่อแบรนด์แข็งแรงมากพอ การตลาดที่ทรงพลังที่สุดอาจไม่ใช่การพูดให้มากขึ้น แต่คือการพูดให้น้อยลง แล้วปล่อยให้ความทรงจำของผู้บริโภคทำงานแทนครับ ที่มาของแคมเปญ You Know Where แคมเปญ You Know Where ของ McDonald’s New Zealand ถ้ามองแบบผิวเผินอาจดูเหมือนเป็นแค่ไอเดียครีเอทีฟที่กล้าทำอะไรแปลกใหม่ใช่มั้ยครับ แต่ในความเป็นจริงแล้ว มันเริ่มจากความแข็งแรงของแบรนด์ที่สะสมมาอย่างยาวนานจนถึงจุดที่สามารถลดทอนการสื่อสารลงได้โดยไม่สูญเสียความเข้าใจของผู้บริโภค อีกมุมหนึ่งแคมเปญนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อแก้ปัญหาการรับรู้ หรือเพื่อเพิ่มยอดขายในระยะสั้นเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการใช้โอกาสในการแสดง Brand Power ในระดับที่แบรนด์ทั่วไปไม่สามารถทำได้ครับ หากย้อนกลับไปดูพฤติกรรมของผู้บริโภคในตลาด QSR (Quick Service Restaurant) จะพบว่า สินค้าหลักอย่างเบอร์เกอร์ เฟรนช์ฟรายส์ หรือไก่ทอด เป็นสินค้าในกลุ่มที่มีความเป็น Commodity สูงมากครับ คู่แข่งทุกรายสามารถผลิตสินค้าในลักษณะเดียวกันได้ และผู้บริโภคเองก็ไม่ได้แยกแยะความแตกต่างเชิงคุณสมบัติได้ชัดเจนเสมอไป ดังนั้น […]
พื้นที่สำหรับแบรนด์ สินค้า หรือบริการ ที่อยากเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่เป็นนักการตลาด ผู้บริหาร และเจ้าของธุรกิจ กว่าแสนคนต่อเดือน สนใจติดต่อ [email protected]