แคมเปญ You Know Where ของ McDonald’s New Zealand ถ้ามองแบบผิวเผินอาจดูเหมือนเป็นแค่ไอเดียครีเอทีฟที่กล้าทำอะไรแปลกใหม่ใช่มั้ยครับ แต่ในความเป็นจริงแล้ว มันเริ่มจากความแข็งแรงของแบรนด์ที่สะสมมาอย่างยาวนานจนถึงจุดที่สามารถลดทอนการสื่อสารลงได้โดยไม่สูญเสียความเข้าใจของผู้บริโภค
อีกมุมหนึ่งแคมเปญนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อแก้ปัญหาการรับรู้ หรือเพื่อเพิ่มยอดขายในระยะสั้นเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการใช้โอกาสในการแสดง Brand Power ในระดับที่แบรนด์ทั่วไปไม่สามารถทำได้ครับ หากย้อนกลับไปดูพฤติกรรมของผู้บริโภคในตลาด QSR (Quick Service Restaurant) จะพบว่า สินค้าหลักอย่างเบอร์เกอร์ เฟรนช์ฟรายส์ หรือไก่ทอด เป็นสินค้าในกลุ่มที่มีความเป็น Commodity สูงมากครับ
แคมเปญ You Know Where เปิดตัวในประเทศนิวซีแลนด์ในช่วงฤดูร้อน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ผู้คนมีการเดินทางท่องเที่ยวและใช้เวลานอกบ้านมากขึ้น โดย McDonald’s เลือกใช้สื่อ Outdoor เป็นช่องทางหลัก ไม่ว่าจะเป็น Billboard ขนาดใหญ่ตามถนนสายหลัก หรือพื้นที่โฆษณาที่มองเห็นได้ชัดเจนระหว่างการเดินทาง
FacebookFacebookXXLINELineในช่วงที่ Generative AI เริ่มเข้ามามีบทบาทกับงานโฆษณามากขึ้น หลายแบรนด์อาจหยิบเทคโนโลยีนี้มาใช้เพื่อช่วยลดเวลาในการผลิต หรือเพิ่มจำนวนคอนเทนต์ให้ทำได้เร็วขึ้นค่ะ แต่สำหรับ Asahi Super Dry การใช้ กลยุทธ์ AI ในแคมเปญ The Infinite Can ถูกพาไปไกลกว่านั้น เพราะแบรนด์ไม่ได้ต้องการแค่สร้างงานให้ได้มากขึ้น แต่ต้องการทำให้ “ความไม่ซ้ำ” กลายเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ที่ผู้คนได้รับจากตัวโฆษณาเอง เบื้องหลังแคมเปญนี้จึงมีทั้งแนวคิดของแบรนด์ งานศิลปะ และเทคโนโลยีที่ถูกนำมาเชื่อมเข้าด้วยกันอย่างน่าสนใจค่ะ วันนี้เบลล์เลยอยากพาทุกคนไปดูว่าแบรนด์ออกแบบแคมเปญอย่างไร และการใช้ Generative AI ครั้งนี้สามารถต่อยอดจากเครื่องมือสร้างคอนเทนต์ ให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของ Brand Experience ได้อย่างไร ไปดูกันเลยค่ะ Seek What Is Unique เมื่อ “ความแตกต่าง” กลายเป็นแกนใหม่ของ Asahi Super Dry ก่อนจะมาถึง The Infinite Can ต้องย้อนกลับไปที่ Brand Platform ของ Asahi Super […]