Digital Marketing Trend 2026 เมื่อเม็ดเงินโฆษณาไหลออกนอกประเทศพร้อม Data ของคนไทย

สิ่งที่ผมเชื่อว่าหลาย ๆ คนอาจยังไม่ทันสังเกตคือ ทุกวันนี้สิ่งที่กำลังไหลออกจากประเทศไทย อาจไม่ใช่แค่เม็ดเงินโฆษณาครับ เพราะในวันที่ผู้คนใช้เวลาอยู่บน Platform ต่างชาติมากขึ้น Data พฤติกรรม ความสนใจ ของคนไทยก็เริ่มถูกส่งต่อไปยัง Platform ที่เราไม่ได้เป็นเจ้าของมากขึ้นเช่นกันครับในบทความนี้เราจะมเจาะ Digital Marketing Trend 2026 กันครับ

เนื้อหานี้ผมได้รับฟังมาจากบทสัมภาษณ์พิเศษของคุณภวัต เรืองเดชวรชัย President & CEO ของ MI Group ซึ่งได้พูดถึงทิศทางของอุตสาหกรรมสื่อไทยในวันที่ Data, AI และ Platform ต่างชาติกำลังเข้ามามีบทบาทมากขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทบกับ Media Ecosystem ของประเทศไทยครับ

เวลาพูดถึงการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมสื่อในช่วงหลายปีที่ผ่านมา หลายคนอาจมองว่าเม็ดเงินโฆษณากำลังย้ายจากสื่อแบบเดิมไปสู่ Platform Digital มากขึ้นครับ แต่คุณภวัตกลับมองว่าสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นอาจใหญ่กว่านั้นมากครับ

เพราะในวันที่ผู้คนใช้เวลาอยู่บน Platform ต่างชาติมากขึ้น เม็ดเงินโฆษณาก็เริ่มไหลตามผู้บริโภคไปอยู่บน Platform เหล่านั้นเช่นกันครับ แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าคือ สิ่งที่ไหลออกไปอาจไม่ได้มีแค่เม็ดเงินเพียงอย่างเดียว เพราะทุกครั้งที่ผู้คนใช้งาน Platform ต่าง ๆ ข้อมูล พฤติกรรม และความสนใจของคนไทยก็ถูกเก็บสะสมอยู่บนระบบเหล่านั้นไปพร้อมกันด้วย

Data คนไทย หลุด

MI Group พบว่าเมื่อ Data เหล่านี้ไหลออกไป AI ก็เริ่มเรียนรู้จากข้อมูลของคนไทย และ Algorithm ก็เริ่มมีบทบาทมากขึ้นในการกำหนดว่าวันหนึ่ง ๆ คนไทยจะได้เห็นอะไร เชื่ออะไร หรือสนใจอะไร ซึ่งเรื่องนี้อาจไม่ได้กระทบแค่ธุรกิจสื่อหรือธุรกิจโฆษณาเท่านั้น แต่กำลังกระทบต่อ Media Ecosystem ทั้งระบบครับ

จุดนี้เป็นจุดที่น่าสนใจครับ เพราะหลายครั้งเวลาเราพูดถึงการแข่งขันของสื่อ เรามักมองเรื่องเม็ดเงินเป็นหลักครับ แต่ในความเป็นจริง สิ่งที่กำลังเคลื่อนย้ายไป Platform ต่างประเทศนอกจากเม็ดเงินมหาศาลยังก็มี Data ที่สะท้อนพฤติกรรม ความสนใจ และวิธีคิดของผู้คนพ่วงไปด้วยครับ

เมื่อ Data ของคนไทยไหลไปอยู่บน Platform ต่างชาติ สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาไม่ใช่แค่การที่ Platform เหล่านั้นรู้จักคนไทยมากขึ้นครับ แต่ Data เหล่านั้นยังกลายเป็นวัตถุดิบให้ AI เรียนรู้และพัฒนาต่อไปด้วยครับ

เพราะในยุคที่ AI มีบทบาทมากขึ้น ข้อมูลจำนวนมหาศาลที่เกิดจากการใช้งานมันไม่ได้เป็นเพียงข้อมูลธรรมดาอีกต่อไป แต่มันกลายเป็นความรู้ที่ช่วยให้ระบบเข้าใจภาษา พฤติกรรม และความต้องการของคนไทยได้ลึกขึ้นเรื่อย ๆ

Data คนไทย AI

สิ่งที่น่าคิดคือ แม้ Data เหล่านี้จะเกิดจากคนไทย แต่ระบบที่นำ Data ไปเรียนรู้และสร้างมูลค่าต่อกลับไม่ได้อยู่ในมือของประเทศไทยครับ นั่นหมายความว่า ยิ่งผู้คนใช้เวลาอยู่บน Platform ต่างชาติมากเท่าไร ระบบเหล่านั้นก็ยิ่งเข้าใจคนไทยมากขึ้น และสามารถต่อยอดความเข้าใจนั้นไปสู่การขายโฆษณา การแนะนำคอนเทนต์ หรือแม้แต่การสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ให้กับคนไทยได้มากขึ้นครับ

เมื่อผู้คนใช้เวลาอยู่บน Platform ต่างชาติมากขึ้น สิ่งที่กำลังมีอิทธิพลต่อการรับรู้ของผู้คนอาจไม่ใช่แค่สื่อหรือคอนเทนต์อีกต่อไป แต่คือ Algorithm ที่อยู่เบื้องหลัง Platform เหล่านั้นครับ

เพราะทุกวันนี้สิ่งที่ผู้คนเห็นบนหน้าจอ ไม่ว่าจะเป็นข่าวสาร คอนเทนต์ ความคิดเห็น หรือแม้แต่สินค้า ล้วนผ่านการคัดเลือกจากระบบบางอย่างก่อนจะมาถึงตัวผู้ใช้งานอยู่แล้ว ซึ่งยิ่งระบบเหล่านี้มี Data มากขึ้นเท่าไร ก็ยิ่งเข้าใจพฤติกรรมและความสนใจของผู้คนได้แม่นยำมากขึ้นเท่านั้นครับ

Data คนไทย Algorithm

จากมุมมองของคุณภวัต สิ่งที่น่าคิดคือ เมื่อ Data ของคนไทยอยู่บน Platform เหล่านั้นมากขึ้น Algorithm ก็ยิ่งมีบทบาทและอำนาจมากขึ้น ในการกำหนดว่าสิ่งใดควรถูกมองเห็น และสิ่งใดควรถูกลดการมองเห็นลงไปครับ

จุดนี้เป็นจุดที่น่าสนใจครับ เพราะหลายครั้งที่เวลาเราพูดถึงสื่อ เรามักนึกถึงคนที่เป็นผู้ผลิตคอนเทนต์หรือเจ้าของสื่อเป็นหลัก แต่ในปัจจุบันสิ่งที่กำลังกำหนดการมองเห็นของผู้คนจำนวนมาก อาจเป็นระบบหรือ Algorithm ที่อยู่เบื้องหลังแทนครับ

และเมื่อ Platform มีทั้ง Data มีทั้ง AI และมีทั้ง Algorithm อยู่ในระบบเดียวกัน อำนาจในการกำหนดว่าสิ่งใดจะถูกเห็นหรือไม่ถูกเห็น ก็อาจจะกระจุกตัวอยู่ในมือของคนเพียงไม่กี่กลุ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ เช่นกันครับ

ถ้ามองเพียงผิวเผิน เราอาจเห็นแค่ว่าเม็ดเงินโฆษณากำลังไหลออกจากสื่อแบบเดิมไปสู่ Platform Digital เป็นการปะทะกันระหว่างทีวีกับออนไลน์อย่างที่หลายคนเข้าใจครับ แต่ในมุมของคุณภวัต สิ่งที่น่ากังวลกว่าคือผลกระทบที่กำลังเกิดขึ้นกับ Media Ecosystem ไทยทั้งระบบครับ

เพราะเมื่อเม็ดเงิน ความสนใจ และ Data ค่อย ๆ ไหลออกไปอยู่บน Platform ต่างชาติมากขึ้น ผลกระทบไม่ได้เกิดขึ้นกับธุรกิจสื่อเพียงอย่างเดียวครับ แต่ยังเชื่อมโยงไปถึงคนทำงานอีกจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นผู้ผลิตรายการ, สำนักข่าว, Production House, Creator หรือผู้ที่อยู่ในอุตสาหกรรมสื่อทั้งหมด

หลาย ๆ ครั้งเวลาเราพูดถึงการเปลี่ยนแปลงของสื่อ เรามักมองเรื่องของธุรกิจเป็นหลัก แต่ในความเป็นจริง Media Ecosystem คือระบบที่เชื่อมโยงผู้คนจำนวนมากเข้าด้วยกันครับ และเมื่อส่วนหนึ่งของระบบเริ่มอ่อนแรงลง ผลกระทบก็อาจค่อย ๆ ลามไปยังส่วนอื่น ๆ ของระบบเช่นกันครับ

คำถามสำคัญจึงอาจไม่ใช่ว่าสื่อเดิมจะอยู่รอดหรือไม่ แต่คือประเทศไทยจะรักษา Media Ecosystem ของตัวเองเอาไว้ได้อย่างไร ในวันที่โลกของสื่อกำลังเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วครับ

อีกหนึ่งมุมที่ผมว่าค่อนข้างน่าสนใจจากบทสัมภาษณ์นี้คือ สื่อในวันนี้ไม่ควรถูกมองเป็นเพียงอุตสาหกรรมหนึ่งเหมือนในอดีตอีกต่อไปครับ เพราะในวันที่ Data, AI และ Platform เข้ามามีบทบาทมากขึ้น สิ่งที่สื่อกำลังถืออยู่ อาจไม่ได้มีแค่คอนเทนต์หรือพื้นที่โฆษณา แต่คือ “ความสนใจ” ของผู้คนครับ

ในอดีตเราอาจมองว่าสื่อเป็นธุรกิจที่ทำหน้าที่ผลิตและกระจายข้อมูลข่าวสาร แต่ในปัจจุบัน ความสนใจของผู้คนได้กลายเป็นทรัพยากรที่มีมูลค่ามากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะเมื่อมี Attention ก็จะมี Data เกิดขึ้น และเมื่อมี Data ก็จะสามารถนำไปต่อยอดเป็น AI, Commerce หรือบริการใหม่ ๆ ได้อีกมากมาย

จากมุมมองของคุณภวัต สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นจึงไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนแปลงของ Media Industry แต่คือการเปลี่ยนบทบาทของสื่อไปสู่สิ่งที่เรียกว่า National Attention Infrastructure หรือโครงสร้างพื้นฐานด้านความสนใจของประเทศครับ

จุดนี้เป็นจุดที่น่าสนใจครับ เพราะมันทำให้เราเริ่มมองสื่อในมุมที่ต่างออกไป จากเดิมที่มองว่าสื่อเป็นเพียงธุรกิจหนึ่งในระบบเศรษฐกิจ แต่ในวันนี้สื่ออาจกำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อมโยงผู้คน ข้อมูล เทคโนโลยี และความสามารถในการแข่งขันของประเทศเข้าด้วยกันมากกว่าที่หลายคนคิดครับ

MI GROUP ยังคงมองว่าครึ่งปีหลังอาจเห็นสัญญาณบวกมากขึ้นจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐครับ การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว และการใช้จ่ายที่อาจทยอยกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจอีกครั้งครับ

โดยกลุ่มอุตสาหกรรม / สินค้าและบริการที่คาดว่าน่าจะคึกคักเป็นพิเศษในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้ ได้แก่

  • Retail / E-Commerce (อันดับ 1 ต่อเนื่อง)
  • Websites & Apps (โตแรงที่สุด)
  • Non-Alcohol Beverages (FMCGs แข่งขันสูง)
  • Government Announcement (นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว)
  • Skincare (FMCGs แข่งขันสูง)
  • Motor Vehicles (EV จากจีน)
  • Dairy Products (นม Plant-based)
  • Leisure / Concert / Exhibition
  • Pharmaceuticals / Vitamin Supplement
  • Communications / Telco (เน้นการ Bundle กับ Streaming ในเครือ)

จากบทสัมภาษณ์นี้อาจไม่ใช่เรื่องของทีวีหรือออนไลน์ครับ แต่เป็นเรื่องของ Data คนไทย และ Attention มากกว่า เพราะในวันที่ผู้คนใช้เวลาอยู่บน Platform ต่างชาติมากขึ้น เม็ดเงิน ข้อมูล และความสามารถในการเรียนรู้ของ AI ก็เริ่มไหลตามไปด้วยเช่นกัน

และบางที ความท้าทายของประเทศไทยในวันนี้อาจไม่ใช่การหยุดการเปลี่ยนแปลง แต่คือการเตรียมตัวให้พร้อมกับการเปลี่ยนแปลงนั้น โดยยังคงรักษาความสามารถในการแข่งขัน ข้อมูล และอำนาจในการกำหนดอนาคตของตัวเองเอาไว้ให้ได้ครับ

บทความที่แนะนำให้อ่านต่อ

สวัสดีครับผม “น้ำเย็น” น้องใหม่การตลาดวันละตอน ตอนนี้ทำงานเป็น Junior Marketing content creator & Data insight researcher ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับบ ^^

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *