ในยุคที่คอนเทนต์ครีเอเตอร์เพิ่มมากขึ้น ครีเอเตอร์บางส่วนก็ได้มีการปรับตัวโดยการหารายได้เสริมหรือแม้แต่การสร้างธุรกิจของตัวเอง สิ่งที่น่าสนใจของ Session นี้ คือมันไม่ได้เริ่มต้นจากภาพ “เจ้าของแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จ” เลยครับ แต่เริ่มจากคนธรรมดาคนนึงที่ค่อย ๆ ลองผิดลองถูกอยู่ในยุคที่คำว่า Content Creator ยังไม่ได้ดูเป็นอาชีพเหมือนทุกวันนี้
เนื้อหาจาก Session “TBC” Creator & Business ในเวทีของ iCreator Camp Gen 3 Part Creator & Business ซึ่งใน Session นี้มีวิทยากรพิเศษเป็นครีเอเตอร์ชื่อดังอย่างคุณ ภาวิดา ชิตเดชะ หรือที่เราคุ้นกันในชื่อ ไอซ์ พาดี้ (ICEPADIE) ที่ตอนนี้เป็นทั้งครีเอเตอร์และ CEO Happy Sunday นั่นเองครับ และคุณเอ็ม ขจร เจียรนัยพาณิชย์ Editor-in-chief of RAiNMaker ซึ่งเป็นผู้จัดงาน iCreator Camp นั่นเองครับ
จุดเริ่มต้นของอาชีพ Creator ที่มาจากความกล้าที่จะลอง
คุณไอซ์เล่าว่า ก่อนจะมาเป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์เต็มตัว ตัวเองเคยเป็นทั้งช่างแต่งหน้า เป็นนักเขียน แล้วค่อย ๆ เข้ามาทำ YouTube ในยุคแรก ๆ ที่คนยังไม่แน่ใจเลยว่าสิ่งนี้จะกลายเป็นอาชีพจริงได้ไหม เพราะในตอนนั้น “งานประจำ” ยังเป็นสิ่งที่ดูมั่นคงกว่า การเปิดกล้องคุยกับคนดูยังดูเป็นเรื่องแปลกสำหรับหลายคนอยู่เลย ในตอนนั้นคุณไอซ์เลือกที่จะลองทำต่อเพราะเชื่อว่าการที่เราจะโดดเด่นในตอนนั้นได้เราก็ต้องกล้าที่จะแตกต่าง
เมื่อการหาตัวตนให้เจอกลายเป็นโจทย์ที่ยากสุดของ Creator
คุณไอซ์ได้เล่าถึงเส้นทางในช่วงแรกที่แทบไม่มีคนดูด้วยซ้ำ ยอด Views ส่วนใหญ่มาจากเพื่อนกับคุณแม่
และสิ่งที่ยากที่สุดในตอนนั้น ไม่ใช่เรื่อง Algorithm หรือยอด Reach แต่คือ “การหาตัวเองให้เจอ”
เพราะในวันที่ทุกคนเริ่มทำคอนเทนต์เหมือนกันหมด คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ “เราทำอะไรได้บ้าง” แต่กลายเป็น “คนจะจำเราในฐานะอะไร” เพราะบางคนแต่งหน้าเก่งกว่า ตัดคลิปเก่งกว่า หรือพูดเก่งกว่าสุดท้ายสิ่งที่ทำให้คนเริ่มจดจำคุณไอซ์ กลับไม่ใช่แค่เรื่อง Beauty เพียงอย่างเดียว แต่เป็นวิธีพูด วิธีมองโลก ความสดใส พลังงาน และความเป็นธรรมชาติที่ค่อย ๆ หล่อหลอมออกมาผ่านคอนเทนต์
ซึ่งผมว่านี่เป็นสิ่งที่น่าสนใจมากในยุคนี้ เพราะทุกวันนี้คนอาจเลียนแบบ Format กันได้หมดแล้ว แต่สิ่งที่ Copy ยากที่สุดกลับเป็น “ตัวตน” ที่แท้จริงที่จะกลายมาเป็นแก่นหลักของเราและเลียนแบบได้ยากครับ
เมื่อ Content Creator หันหน้าเข้าหา Business
ผมเชื่อว่าหลาย ๆ คนคงคิดว่าครีเอเตอร์มาทำแบรนด์แล้วจะประสบความสำเร็จในทันทีเพราะหลายครั้งเวลาเรามอง Creator ที่เริ่มมีแบรนด์ของตัวเอง เรามักเห็นแค่ภาพปลายทางเห็นวันที่สินค้าขายดี แฟนคลับแห่กันมาซื้อ เห็นวันที่แบรนด์โต แต่สิ่งที่ Session เล่าออกมาคือโลกของการเป็นเจ้าของธุรกิจมันไม่ได้โรแมนติกเหมือนโลกของ Passion เสมอไป
คุณไอซ์เล่าว่า จุดเริ่มต้นของการทำแบรนด์ Happy Sunday มาจากความคิดง่าย ๆ ว่า วันนึงอาชีพ Creator อาจไม่ได้มั่นคงตลอดไปถ้าวันนึงหยุดทำคอนเทนต์ รายได้ก็อาจหยุดตามไปด้วยเลยเริ่มมองหาการสร้าง “บางอย่าง” ที่สามารถเติบโตต่อได้ในระยะยาว
และนี่อาจเป็น Reality ใหม่ของ Creator Economy ในวันนี้เหมือนกันครับเพราะในอดีตหลายคนอาจมองว่า การมีชื่อเสียงคือปลายทางในอาชีพนี้ แต่ตอนนี้ Creator หลายคนเริ่มมองไกลไปกว่านั้นว่า “จะเปลี่ยน Attention ให้กลายเป็นธุรกิจที่ยั่งยืนยังไง”
Learning From Mistake เมื่อการเรียนรู้เกิดจากการที่เราล้ม
หลาย ๆ คนคงคิดว่าการที่คนที่ผู้ติดตามเยอะหรือเป็น Creator ชื่อดังอย่างคุณไอซ์ เมื่อขายของแล้วคนจะแห่ซื้อ หรือประสบความสำเร็จในทันที แต่ไม่เลยครับเพราะสิ่งที่คุณไอซ์เล่าตรงกันข้ามกันเลย ในช่วง 3 ปีแรกของธุรกิจคือการติดลบหลายล้าน เพราะไม่เข้าใจเรื่องการเงิน ไม่เข้าใจเรื่องธุรกิจ และต้องเรียนรู้ทุกอย่างจากการลงมือทำจริงทั้งหมด
สิ่งที่ทำให้คุณไอซ์เรียนรู้ได้ไวที่สุดเกิดจาก Learning From Mistake หรือการเรียนรู้จากความผิดพลาดที่เกิดขึ้นกับ Happy Sunday เพราะการที่ล้มแล้วลุกมาแก้ไขสิ่งนั้นเรื่อย ๆ จะทำให้เราได้เรียนรู้และเติบโตขึ้นนั่นเองครับ
“Passion อย่างเดียวไม่พอ” เมื่อต้องสวมหมวก CEO Happy Sunday
เพราะพอเริ่มมีทีม เริ่มมีต้นทุน ความรับผิดชอบก็เป็นสิ่งที่ตามมา เพราะโลกของการเป็น Creator กับโลกของการเป็น Business Owner มันกลายเป็นคนละเกมทันที
ฝั่งนึงใช้พลังงาน ความคิดสร้างสรรค์ และตัวตน ต้นทุนหลักคือตัวของเราเอง และ อุปกรณ์เสริมเพื่อช่วยในการทำงาน กลับกันอีกฝั่งต้องเรียนรู้เรื่องตัวเลข การลงทุน การจัดการ และการตัดสินใจที่บางครั้งไม่มีคำตอบถูกผิดชัดเจนเลยต้นทุนมันเลยไม่ได้มีแค่ตัวเรา แต่มันคือจำนวนเงินก้อนนึงครับ
สิ่งที่ทำให้แบรนด์ค่อย ๆ เติบโตขึ้น อาจไม่ใช่เพราะทุกอย่างสมบูรณ์แบบ แต่คือการ “ยังไม่ยอมแพ้” นั่นเองครับ ซึ่งผมว่า Mindset นี้สำคัญมาก โดยเฉพาะในยุคที่หลาย ๆ คนเห็นแต่ภาพความสำเร็จของ Creator จนบางครั้งลืมไปว่า เบื้องหลังจริง ๆ เต็มไปด้วยการลองผิด ลองถูก และแรงกดดันที่คนดูไม่เคยเห็นเลย
เมื่อแก่นหลักของแบรนด์ไม่ใช่ CEO Branding
นี่เป็นสิ่งที่คุณไอซ์ตั้งใจไว้ตั้งแต่แรกครับ เพราะไม่ต้องการให้แบรนด์ต้องผูกไว้กับชื่อไอซ์พาดี้ โดยคุณไอซ์ได้บอกว่าการที่แบรนด์ต้องมาซื้อสินค้าเพราะเราไม่ใช่จุดมุ่งหมายและการใช้เรามาเป็นจุดขาย ถ้าในวันนึงเราไม่สามารถทำ Content ได้แล้ว หรือว่าเกิดอะไรขึ้นกับคุณไอซ์ลูกค้าก็อาจจะไม่ซื้อสินค้าของ Happy Sunday ต่อครับ
คุณไอซ์เลยพยายามทำให้สินค้าของ Happy Sunday มีมูลค่าในตัวมันครับคอยฟังเสียงของลูกค้าอยู่เสมอ เช่น สินค้านี้ทำออกมาแล้วมันดีจริงไหม Packaging เป็นยังไง แล้วก็ได้นำมาปรับใช้ รวมไปถึงการที่แบรนด์ Happy Sunday ได้ Collab กับแบรนด์ต่าง ๆ เช่น Disney เพื่อออก Collection พิเศษทำให้สามารถดึงลูกค้ากลุ่มใหม่ ๆ ที่ไม่ใช่ฐานแฟนของคุณไอซ์ให้มาซื้อสินค้าของ Happy Sunday แต่มาซื้อด้วยเหตุผลอย่างอื่นแทนครับ
บทสรุปจาก Session
ในตอนนี้ที่ทุกคนสามารถเป็น Content Creator ได้ แต่การหาตัวตนกลับกลายเป็นสิ่งที่ทุกคนต้อง ตามหาผ่านการกล้าที่จะลอง กล้าที่จะเป็นตัวเองครับ และการที่ Content Creator จะเปลี่ยนผ่านไปเป็น Business Owner นั้นไม่สามารถขับเคลื่อนด้วย Passion เพียงอย่างเดียวครับแต่มันต้องผ่านการเรียนรู้หลากหลายอย่างเช่นการฟังเสียงของลูกค้าการลองผิดลองถูกและสิ่งที่ทำให้เราเรียนรู้ได้ไวที่สุดคือการล้มครับ แต่การล้มที่จะทำให้คุณได้ไปต่อคือการล้มแล้วไม่ยอมแพ้ครับ