ที่ผ่านมา อัลกอริทึมของแพลตฟอร์มส่วนใหญ่มักทำงานอยู่บนพื้นฐานของการคาดเดาจากพฤติกรรมในอดีต (Predictive AI) ครับ โมเดลแบบนี้ไม่ใช่ว่าไม่ดีนะครับ ในทางกลับกันมันทำหน้าที่ได้ยอดเยี่ยมมากในการสร้าง “ความแม่นยำ” ตามตรรกะที่ว่า ถ้าคุณเคยชอบฟังเพลงแนว A ระบบก็จะป้อนเพลงแนว A มาให้เรื่อย ๆ ซึ่งตอบโจทย์การฟังในชีวิตประจำวันได้ดี
AI-Generated by Shutterstock (Prompt: A high-quality cinematic photo of a stylish Gen Z individual wearing sleek over-ear headphones, relaxing in a bright minimalist room. Neutral color palette (beige, white, and soft grey). Large windows with soft morning sunlight casting gentle shadows. Clean lines, a single indoor plant, and wooden floor. Shot on 35mm lens, 8k resolution, highly detailed skin texture and fabric.)
แต่ความแม่นยำที่ตีกรอบไว้เกินไปก็อาจเป็นการจำกัดรสนิยมของเราให้แคบลง เมื่อมองมาที่พฤติกรรมของผู้บริโภคยุคนี้ โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z ที่เติบโตมาพร้อมกับสภาวะความว้าวุ่นใจ พวกเขามีรสนิยมและตัวตนที่ลื่นไหลและไม่ชอบถูกตีกรอบตายตัว คนกลุ่มนี้เริ่มรู้สึกอึดอัดกับประสบการณ์แบบรอรับ
หากเรามองในมุมของการตลาดและการสื่อสารแบรนด์ สิ่งที่ Spotify ทำคือการยกระดับ Predictive AI ให้กลายเป็น Contextual AI หรือ AI ที่ทำงานบนพื้นฐานของการเข้าใจบริบทครับ
FacebookFacebookXXLINELineผมเชื่อว่าหลาย ๆ คนหรือเด็ก Gen Z แบบผมน่าจะเคยเล่นหรืออย่างน้อยก็ต้องเคยเห็นเกม Cut the Rope กันมาบ้างครับ เกมที่เราต้องคอยตัดเชือกให้ลูกอมตกไปหา Om Nom มอนสเตอร์สีเขียวที่อ้าปากรอกินลูกอมอยู่ด้านล่าง แต่เมื่อวันที่ 10 กันยายนที่ผ่านมา ซึ่งเป็น World Suicide Prevention Day หรือ วันป้องกันการฆ่าตัวตายโลก Om Nom กลับหยิบคำที่ทุกคนคุ้นเคยอย่าง “Cut the Rope” มาใช้ครับ โดย Official Account ของเกมโพสต์ข้อความสั้น ๆ เกี่ยวกับวันป้องกันการฆ่าตัวตาย พร้อม Message สั้น ๆ แต่ทรงพลังครับ บทความนี้เลยอยากชวนทุกคนมาดูว่าทำไมการหยิบคำว่า “Cut the Rope” และ Mechanic เดิมที่มีอยู่ มาเปลี่ยน Context ใหม่ ทำให้คำเดิม ๆ กลายเป็น […]