Social Media & Influencer 2026 เมื่อ AI Content ทำคนสับสน “Trust” จึงกลายเป็นกุญแจสำคัญที่แบรนด์และอินฟลูฯ ต้องมี

ปี 2026 โลกของการทำการตลาดบนโซเชียลมีเดียกำลังหมุนไปอย่างรวดเร็วครับ สิ่งหนึ่งที่กลายเป็นความท้าทายครั้งใหญ่ของแบรนด์และครีเอเตอร์ คือเรากำลังอยู่ในยุค Content Overload ทั้งคอนเทนต์ที่เป็นประโยชน์ และคอนเทนต์จาก AI ที่มีทั้งดีและแฝงมาในรูปแบบมิจฉาชีพ (Scam Content) สิ่งเหล่านี้ทำให้ผู้บริโภคเกิดความสับสน นำไปสู่วิกฤตการณ์ที่เรียกว่า “Trust Crisis” หรือวิกฤตความเชื่อมั่นครับ วันนี้ผมเลยสรุป เทรนด์ Social Media และ เทรนด์อินฟลูฯ 2026 จากเวที Martech Expo 2026 ในเซสชัน Social Media & Influencer 2026 ครับ

โดย คุณปู สุวิตา จารวงศ์ (CEO Tellscore) และคุณโซอี้ โสภา พิมพ์สิริพานิช เจ้าของเพจ โซอี้ Digital Shortcut ที่ได้ให้คำตอบที่น่าสนใจว่า ทางรอดในปี 2026 ที่คนเริ่มไม่เชื่อสิ่งที่ตาเห็น ถูกซ่อนอยู่ในแนวคิดสำคัญที่เรียกว่า “Trust Economy” หรือระบบเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยความเชื่อใจครับ

คุณปู ให้มุมมองว่า ทุกวันนี้อัลกอริทึมผลักคอนเทนต์จำนวนมากมาให้เราเห็นจนเกิดความย้อนแย้ง (Paradox) ครับ ยิ่งบวกกับการเข้ามาของเทคโนโลยี AI ที่ทำให้การสร้างคอนเทนต์ทำได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น ฟีดของเราจึงเต็มไปด้วยเนื้อหาแบบแยกไม่ออก ทั้งฝั่งที่เป็นประโยชน์ และฝั่งที่เป็น Scam Content ซึ่งใช้ AI สร้างเสียงพากย์และภาพได้อย่างแนบเนียน

เมื่อก่อนเราอาจจะไถฟีดด้วยความเคยชินและพร้อมที่จะเชื่อสิ่งต่าง ๆ ได้ง่าย ๆ แต่ในยุคที่คนโดน AI หลอกจนไม่กล้าโอนเงิน ผู้บริโภคจึงไม่สามารถวางใจกับสิ่งที่เห็นเป็นประจำได้อีกต่อไป แบรนด์และนักการตลาดจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องสร้าง “Trust”มากขึ้นเพื่อให้สามารถผ่านกำแพงความระแวงนี้ไปให้ได้ครับ

หลายคนอาจมองว่าการทำคลิปไวรัล (Viral Content) คือเป้าหมายสูงสุด แต่คุณโซอี้ ชี้ให้เห็นว่า เราสามารถใช้เงินแก้ปัญหาเพื่อซื้อยอดการเข้าถึง (Reach) ได้ครับ แต่เราไม่สามารถใช้เงินซื้อ Trust ได้เลย

คลิปที่มียอดวิวเป็นล้านอาจไม่สามารถสร้างยอดขายได้ หากคลิปนั้นไม่สามารถเปลี่ยนผู้ชมให้เกิดความเชื่อมั่น การทำคอนเทนต์ยุคนี้จึงต้องโฟกัสไปที่ “Conversion Content” ที่เริ่มต้นจากการขยี้ Pain Point เพื่อค่อย ๆ นวดให้คนดูเกิดความเชื่อใจ และนำไปสู่การตัดสินใจซื้อในที่สุดครับ

หากต้องการอยู่รอดในยุค Trust Economy ครีเอเตอร์และแบรนด์จะต้องเข้าใจเรื่องความสัมพันธ์ (Relationship) และปรับตัวผ่าน 3 แกนหลักนี้ครับ

Social Media & Influencer 2026

เปลี่ยน Audience เป็น Community

คนดูเพียงอย่างเดียวจะขายของยากครับ แต่ถ้าเราสร้างชุมชนที่ทำให้เขารู้สึกว่าเป็น “พวกเดียวกัน” จะขายได้ง่ายขึ้น สิ่งที่ง่ายที่สุดคือการตอบคอมเมนต์ และทำให้พวกเขา “ถูกเห็น” ในพื้นที่ของเรา ครีเอเตอร์ที่มี Community ชัดเจนจะสามารถยกระดับตัวเองเป็นแบรนด์ได้เลย เช่น ปรากฏการณ์ของพี่ฟาโรสที่เปิดขายบัตรไม่กี่นาทีก็หมด, คุณทอย (DataRockie) ที่เปิดคลาสก็เต็มตลอด หรืออีเวนต์ของจุ๊มเหม่งที่คนมารอเจอจนแน่นห้างครับ

เปลี่ยน Content เป็น Experience

คนเริ่มเชื่อน้อยลงในสิ่งที่เราพร่ำบอก แต่เขาจะเชื่อในประสบการณ์ (Experience) และสิ่งที่เรารอดพ้นมาได้ การเล่าเรื่องราวแบบ Before/After หรือการแชร์ความผิดพลาด (Fail) ของตัวเอง จะกลายเป็นหลักฐานชั้นดีที่ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือและเสน่ห์ดึงดูดใจครับ

เปลี่ยน Soft Sell เป็น Right Offer

ยุคนี้หาเงินยากขึ้น เราต้องเลือกนำเสนอ “สิ่งที่ใช่” ให้แมตช์กับคนดูจริง ๆ ผู้บริโภคไม่ได้เกลียดการขายครับ แต่เกลียดความรู้สึกว่ากำลังถูกยัดเยียด เทคนิคคือต้อง “ขายแบบไม่ขาย” (Sell without selling) เริ่มที่ปัญหา เล่าเป็นเรื่องราวโดยไม่ท่องสคริปต์ แสดงผลลัพธ์ผ่านการใช้จริง และเพียงแค่เปิดช่องทางให้เขาตัดสินใจซื้อเองครับ

การจะดึงคนให้อยู่ใน Community นาน ๆ ต้องดูแล Customer Experience ให้ดีด้วยเทคนิคของคุณโซอี้ครับ

Social Media & Influencer 2026
  • ถูกได้ยิน: ทำให้ผู้ติดตามรู้ว่าเราได้ยินเสียงของเขา ผ่านการตอบคอมเมนต์ หรือนำคอมเมนต์มาทำคอนเทนต์
  • ถูกเรื่อง: นำเสนอเรื่องที่คนดูมีส่วนร่วมอยู่ด้วย ไม่ใช่แค่เรื่องที่เราอยากพูด
  • ถูกตัวตน: คาแรคเตอร์ โทนเสียง (Voice & Tone) ต้องชัดเจน ไม่เปลี่ยนไปมาจนคนดูสับสน
  • ถูกรอคอย: สร้างคอนเทนต์ที่มีรูปแบบชัดเจน สม่ำเสมอ จนคนดูรู้สึกรอคอยที่จะติดตาม

นอกจากนี้เรายังต้องปรับการเล่าเรื่องให้เข้ากับแต่ละแพลตฟอร์ม เพราะถึงไอเดียจะเหมือนกัน แต่วิธีการเล่า (Storytelling) ก็ต้องเปลี่ยนให้เข้ากับธรรมชาติของแพลตฟอร์มด้วยครับ

Social Media & Influencer 2026
  • TikTok: เน้นการ Hook ให้คนหยุดดู เหมาะกับการเข้าถึงคนใหม่ ๆ
  • Instagram: เน้นการโชว์ไลฟ์สไตล์และคาแรคเตอร์ (Identity)
  • Facebook: เน้นความเป็นชีวิตจริงที่จับต้องและเชื่อมโยงได้ (Relatable)
  • YouTube: เหมาะกับวิดีโอยาว (Long-form) ที่ต้องการอธิบายเนื้อหาให้ครบถ้วน

ในอดีตเราอาจวัดผลกันที่ยอดวิว แต่ปัจจุบันตัวชี้วัดคุณภาพคือ Engagement Rate (ซึ่งในไทยหากทำแบบออร์แกนิกได้ 4-5% ถือว่าหรูมากแล้วครับ) รวมถึงการดูระยะเวลาในการรับชม (Watch time) ยิ่งไปกว่านั้น แบรนด์ยุคใหม่เริ่มนำ Framework ทางการตลาดมาผสานกับ AI เพื่อวัดคะแนนความเชื่อใจและอารมณ์ร่วมของคอนเทนต์ออกมาเป็นตัวเลขแล้วครับ

Social Media & Influencer 2026

นอกจากนี้ Customer Journey ของผู้บริโภคก็สั้นลง บางคนโดนตกและตัดสินใจซื้อทันทีผ่านโซเชียลคอมเมิร์ซ คุณปูจึงแนะนำโมเดลธุรกิจที่เรียกว่า RACE (Reach, Act, Convert, Engage) ซึ่งสิ่งที่ห้ามพลาดเด็ดขาดคือ การทำ Engage ซ้ำๆ กับลูกค้าหลังการขายจบลงแล้ว (Retargeting) เพื่อรักษา Community ของลูกค้ากลุ่มนี้เอาไว้ครับ

สรุป Social Media & Influencer 2026 เมื่อ AI ทำคนสับสน “Trust” คือกุญแจสำคัญที่แบรนด์ต้องมี

ความเชื่อใจคือรากฐานของการทำธุรกิจยุคใหม่ครับ คุณโซอี้ได้ฝากหลักคิด 3T Business Model ไว้ให้แบรนด์นำไปปรับใช้ ได้แก่ Trends (ปรับตัวตามเทรนด์ให้ทัน), Tools (หาเครื่องมือมาช่วยทุ่นแรงในสิ่งที่ระบบอัตโนมัติทำได้) และ Transform (พัฒนาตัวเองอยู่เสมอ)

เหนือสิ่งอื่นใด นอกจากจะสร้าง Trust ด้วยเนื้อหาแล้ว ระบบหลังบ้านและการปิดการขายจะต้องราบรื่นและง่ายดายที่สุด (Make it easy to act / Fast and Easy) ครับ เพราะในยุค 2026 ที่ AI สามารถทดแทนและสร้างสิ่งต่าง ๆ ได้มากมาย สิ่งเดียวที่ AI ไม่สามารถเลียนแบบได้คือ “ความเชื่อใจ” และคนที่จะอยู่รอดได้ คือคนที่สร้าง Trust ให้เกิดขึ้นในใจผู้บริโภคได้นั่นเองครับ

อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่นี่

Marketing Content Creator and Data Insight Researcher

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *