ถอดรหัส BytePlus กับการยกระดับประสบการณ์ในทุก Touchpoint จาก Session Redefine Experiences with Multimodal AI ในงาน Martech Expo 2026

ในงาน Martech Expo 2026 ครั้งนี้ มีช่วงหนึ่งที่ทำให้เบลล์รู้สึกได้ชัดเจนว่าโลกของเทคโนโลยีกำลังก้าวไปอีกระดับหนึ่ง โดยเฉพาะเมื่อมีการพูดถึงแนวคิดของ Multimodal AI ซึ่งเป็นเนื้อหาจาก Session “Redefine Experiences with Multimodal AI” โดย Dr. Kanokrung Poosikiao, Sales Director จาก BytePlus ที่ช่วยเปิดมุมมองใหม่เกี่ยวกับบทบาทของ AI ได้อย่างน่าสนใจค่ะ แนวคิดนี้ไม่ได้เป็นเพียงการพัฒนาให้ AI ฉลาดขึ้นในเชิงการประมวลผลข้อมูลเท่านั้น แต่เป็นการยกระดับให้ AI สามารถเข้าใจมนุษย์ได้ลึกขึ้นผ่านการผสานข้อมูลหลายรูปแบบเข้าด้วยกัน ทั้งข้อความ เสียง ภาพ และวิดีโอ

เมื่อองค์ประกอบเหล่านี้ถูกเชื่อมเข้าด้วยกัน AI จึงไม่ได้เพียงแค่ “ตอบ” ได้ดีขึ้น แต่สามารถ “เข้าใจบริบท” ของสิ่งที่เกิดขึ้นได้อย่างรอบด้านมากขึ้น ความสามารถในลักษณะนี้ทำให้บทบาทของ AI เปลี่ยนจากเครื่องมือ ไปสู่การเป็นผู้ช่วยที่สามารถสื่อสารและทำงานร่วมกับมนุษย์ได้อย่างเป็นธรรมชาติมากขึ้นค่ะ ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในโลกของการตลาดและธุรกิจ

หลังจากที่เบลล์ได้เห็นภาพรวมของ Multimodal AI แล้ว หนึ่งประเด็นที่ใน Session นี้ขยายให้เห็นภาพชัดมากขึ้น คือบทบาทของ Ecosystem ของ AI ที่อยู่เบื้องหลังแพลตฟอร์มขนาดใหญ่ ซึ่งหลายคนอาจคุ้นเคยผ่านแอปพลิเคชันอย่าง TikTok หรือ CapCut

BytePlus

สิ่งที่ผู้ใช้งานทั่วไปมองเห็น เช่น ระบบแนะนำคอนเทนต์ หรือ Recommendation Engine นั้น แท้จริงแล้วเป็นเพียงส่วนหนึ่งของระบบทั้งหมดเท่านั้นค่ะ ขณะที่เบื้องหลังยังมีโครงสร้าง AI ที่ซับซ้อน ซึ่งทำหน้าที่วิเคราะห์และเรียนรู้พฤติกรรมของผู้ใช้งานในระดับที่ละเอียดมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นความสนใจ จังหวะเวลา บริบท หรือรูปแบบการใช้งานที่เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละช่วงเวลา ซึ่งในมุมนี้เบลล์มองว่าเป็นสิ่งที่ทำให้ AI เริ่มเข้าใจ “ความเป็นมนุษย์” ได้ลึกขึ้นอย่างเห็นได้ชัดค่ะ

จากความสามารถในการเข้าใจผู้ใช้งานในระดับลึกนี้ จึงถูกนำมาต่อยอดสู่การประยุกต์ใช้ในภาคธุรกิจ โดยเฉพาะในด้าน E-commerce ผ่านแนวคิดของ AI Agent หรือ Agent Kid ที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าให้มีความเฉพาะบุคคลมากยิ่งขึ้นค่ะ

AI Agent ทำหน้าที่เสมือนพนักงานขายส่วนตัว ที่สามารถให้คำแนะนำสินค้าได้อย่างเหมาะสมกับแต่ละบุคคล โดยอาศัยการวิเคราะห์ข้อมูลพฤติกรรมที่ผ่านมา ทำให้สามารถเข้าใจความต้องการของลูกค้าแต่ละราย และนำเสนอสินค้าได้อย่างตรงจุด มากขึ้นค่ะ พร้อมทั้งสามารถโต้ตอบและให้ข้อมูลได้แบบเรียลไทม์อย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งเบลล์รู้สึกว่าสิ่งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของเทคโนโลยีแต่เป็นการเปลี่ยน “ประสบการณ์การซื้อ” ไปอีกระดับหนึ่ง

BytePlus

แนวทางนี้ไม่เพียงช่วยเพิ่มโอกาสในการขาย แต่ยังช่วยสร้างประสบการณ์แบบ Personalized Experience ที่มีความต่อเนื่องและสอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าในแต่ละช่วงเวลา ขณะเดียวกันธุรกิจยังสามารถลดต้นทุนด้านบุคลากร และเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการได้อย่างชัดเจนมากขึ้นอีกด้วยค่ะ ซึ่งในมุมของเบลล์มองว่าสิ่งนี้กำลังสะท้อนให้เห็นว่า “ความเข้าใจลูกค้า” ที่กำลังกลายเป็นหัวใจสำคัญของการแข่งขันในยุคนี้ และเทคโนโลยี AI ที่อยู่เบื้องหลัง Ecosystem ขนาดใหญ่ก็เข้ามาเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถเข้าใจลูกค้าได้ลึกและแม่นยำมากขึ้นในระดับที่ก่อนหน้านี้อาจทำได้ยากค่ะ

อีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญที่เบลล์มองเห็นจาก Session นี้ คือการที่ AI ไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แค่ในกลุ่มนักพัฒนา หรือทีมเทคนิคอีกต่อไป แต่กำลังถูกทำให้กลายเป็นเครื่องมือที่ “ทุกคนสามารถใช้งานได้จริง” มากขึ้นอย่างชัดเจนค่ะ

BytePlus ได้มีการพัฒนา AI ในรูปแบบ Ready-to-use SaaS ซึ่งช่วยลดความซับซ้อนในการใช้งานลงอย่างมาก ทำให้ผู้ใช้งานทั่วไป รวมถึงทีม Marketing สามารถนำ AI มาใช้ในการทำงานได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานด้านเทคนิคเชิงลึก ไม่ว่าจะเป็นการสั่งให้ AI ช่วยร่างข้อความ การตั้ง Automation การสร้างคอนเทนต์ หรือแม้แต่การสร้างภาพและวิดีโอ ก็สามารถทำได้ภายในไม่กี่ขั้นตอน ในมุมของเบลล์สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงการ democratize AI อย่างแท้จริง เพราะสิ่งที่กลายมาเป็นตัวแปรสำคัญ ไม่ใช่ทักษะทางเทคนิคอีกต่อไป แต่คือ “ไอเดีย” และความสามารถในการนำ AI ไปประยุกต์ใช้ให้เกิดคุณค่าในงานจริง

BytePlus

ต่อเนื่องจากนั้น อีกหนึ่งส่วนที่น่าสนใจและถือเป็นหัวใจสำคัญของการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ คือการเปิดตัวโมเดล AI ตระกูล Seed ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการสร้างคอนเทนต์ในหลากหลายมิติได้อย่างครบถ้วนมากยิ่งขึ้น โดยสามารถสรุปความสามารถหลักได้ดังนี้

  • Voice AI ที่มีความเป็นธรรมชาติและเข้าใจอารมณ์ เสียงที่สร้างขึ้นไม่ได้เป็นเพียงเสียงสังเคราะห์ แต่สามารถถ่ายทอดอารมณ์ น้ำหนักเสียง และความรู้สึกได้สอดคล้องกับบริบทของเนื้อหา ซึ่งทำให้การสื่อสารมีความสมจริงและเข้าถึงผู้ฟังได้มากยิ่งขึ้น
  • Reasoning, Visual Understanding และ Content Creation
    โมเดลที่สามารถคิด วิเคราะห์ และเข้าใจบริบทได้ในระดับลึก ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการตอบคำถาม แต่สามารถเชื่อมโยงข้อมูล สร้าง Knowledge Base และช่วยสนับสนุนการคิดเชิงกลยุทธ์ให้กับองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • Image Generation ระดับโปรดักชัน
    สามารถสร้างภาพจาก Prompt หรือภาพอ้างอิงได้อย่างมีคุณภาพสูงในระดับที่นำไปใช้งานจริงด้านการตลาดได้ทันที ช่วยลดเวลาและข้อจำกัดในกระบวนการออกแบบได้อย่างมาก
  • Video Generation ที่ช่วยลดต้นทุนอย่างมีนัยสำคัญ
    จากเดิมที่การผลิตวิดีโอคุณภาพสูงต้องใช้ทรัพยากรจำนวนมาก ทั้งงบประมาณและเวลา ปัจจุบัน AI สามารถสร้างวิดีโอในระดับโฆษณาได้ภายในระยะเวลาที่สั้นลงอย่างมาก ซึ่งในมุมของเบลล์มองว่าเป็นการลด Barrier ของการสร้างสื่อได้อย่างชัดเจน

ภาพรวมของ Seed Models จึงไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือใหม่ในการสร้างคอนเทนต์ แต่เป็นการลดข้อจำกัดเดิม ๆ ของการผลิตสื่อ และเปิดโอกาสให้ทั้งบุคคลและองค์กรสามารถสร้างสรรค์งานที่มีคุณภาพได้ง่ายขึ้นในระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนค่ะ

ในหัวข้อนี้เป็นการยกตัวอย่างภาพของ AI ที่เริ่มเข้าไปอยู่ในทุก Touchpoint ของธุรกิจผ่านโซลูชันของ BytePlus ซึ่งช่วยให้เห็นการประยุกต์ใช้งานได้อย่างเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น

ในบริบทของธุรกิจค้าปลีก AI กำลังทำหน้าที่เสมือน “ดวงตา” ของธุรกิจ ที่สามารถมองเห็นและวิเคราะห์สิ่งที่เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา โดยไม่จำกัดอยู่เพียงการเก็บข้อมูล แต่สามารถนำข้อมูลเหล่านั้นมาใช้ในการตัดสินใจได้แบบเรียลไทม์ ไม่ว่าจะเป็นการตรวจจับสินค้าที่ใกล้หมดหรือใกล้เสีย การแนะนำการจัดวางสินค้าให้เหมาะสม หรือแม้แต่การตรวจสอบคิวที่จุดชำระเงินเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการ

สิ่งเหล่านี้ช่วยให้ธุรกิจสามารถบริหารจัดการได้อย่างแม่นยำมากขึ้น และลดภาระงานที่ต้องอาศัยแรงงานมนุษย์ในงานที่ต้องตรวจสอบซ้ำ ๆ ซึ่งในมุมของเบลล์มองว่าเป็นตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นว่า AI สามารถเข้ามาเติมเต็มการทำงานในระดับปฏิบัติการได้อย่างชัดเจน

นอกจากในพื้นที่ของร้านค้าแล้ว BytePlus ยังแสดงให้เห็นถึงบทบาทของ AI ในด้านการสื่อสาร โดยเฉพาะในรูปแบบของวิดีโอ ซึ่งกำลังกลายเป็นรูปแบบหลักของการสื่อสารในธุรกิจยุคปัจจุบัน AI ไม่เพียงช่วยให้การสร้างวิดีโอเป็นเรื่องง่ายและรวดเร็วขึ้น แต่ยังสามารถเข้าใจองค์ประกอบของการเล่าเรื่อง ทั้งในด้านมุมกล้อง แสง และลำดับของเนื้อหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

BytePlus

ธุรกิจสามารถสร้างคอนเทนต์ได้หลากหลายเวอร์ชันภายในระยะเวลาสั้น ปรับเปลี่ยนภาษาให้เหมาะกับแต่ละตลาด หรือพัฒนาเนื้อหาสำหรับการเรียนรู้และการฝึกอบรมในองค์กรให้มีความเฉพาะบุคคลมากขึ้น ซึ่งช่วยลดข้อจำกัดเดิม ๆ ในด้านเวลา งบประมาณ และทรัพยากรและเปิดโอกาสให้การสื่อสารสามารถขยายไปได้ในระดับสากลมากยิ่งขึ้น

ในอีกมิติหนึ่ง BytePlus ยังนำเสนอความสามารถด้าน Voice Intelligence ที่สะท้อนให้เห็นว่า “เสียง” กำลังกลายเป็นองค์ประกอบสำคัญของการสร้างประสบการณ์ AI สามารถปรับน้ำเสียงให้สอดคล้องกับบริบท เข้าใจอารมณ์ของเนื้อหา และถ่ายทอดความรู้สึกออกมาได้อย่างเหมาะสม

เมื่อเสียงสามารถสื่อสารได้มากกว่าคำพูด แต่รวมถึงอารมณ์และความรู้สึกด้วย การเล่าเรื่องผ่านเสียงจึงมีพลังมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งในมุมของเบลล์มองว่านี่เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นว่า AI ไม่ได้เพียงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน แต่กำลังเข้ามายกระดับ “ประสบการณ์” ในทุกจุดที่ธุรกิจเชื่อมต่อกับลูกค้าได้อย่างแท้จริงค่ะ

สรุป ถอดรหัส BytePlus กับการยกระดับประสบการณ์ในทุก Touchpoint จาก Session Redefine Experiences with Multimodal AI ในงาน Martech Expo 2026

จากเนื้อหาทั้งหมดใน Session นี้ ทำให้เบลล์มองเห็นภาพของ AI ที่ไม่ได้เป็นเพียงเทคโนโลยีที่อยู่เบื้องหลังการทำงานอีกต่อไป แต่กำลังก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของทุก Touchpoint ในธุรกิจอย่างชัดเจนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการสร้างประสบการณ์เฉพาะบุคคลผ่าน AI Agent การยกระดับการทำงานด้วยเครื่องมือที่เข้าถึงได้ง่าย ไปจนถึงการนำ AI ไปประยุกต์ใช้จริงในธุรกิจทั้งด้าน Retail, Video และ Voice

สิ่งที่น่าสนใจคือ การเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในเชิงประสิทธิภาพของเครื่องมือ แต่เป็นการเปลี่ยนวิธีคิดในการทำงานและการสร้างประสบการณ์ให้กับลูกค้า ซึ่งเบลล์มองว่า AI ไม่ได้เข้ามาทำหน้าที่แทนมนุษย์ไปซะทีเดียว แต่เข้ามาเสริมศักยภาพทำให้ธุรกิจสามารถเข้าใจลูกค้าได้ลึกขึ้นและตอบสนองได้รวดเร็วมากขึ้นในทุกช่วงของ Customer Journey ดังนั้นความได้เปรียบอยู่ที่ความสามารถในการนำ AI มาใช้ให้เกิดคุณค่าได้จริงในบริบทของธุรกิจ และสามารถเชื่อมต่อประสบการณ์ของลูกค้าได้อย่างต่อเนื่องและมีความหมายมากยิ่งขึ้นค่ะ

อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่นี่นะคะ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *