ในโลกสังคมเราปัจจุบันนี้ที่เต็มไปด้วยความกดดันทั้งจากเศรษฐกิจและสังคม การดูแลตัวเองกลายเป็นเรื่องที่ท้าทายสำหรับหลาย ๆ คนโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่ต้องรับมือกับทั้งความเครียด การเพิ่มเริ่มหัดใช้ชีวิต และความวิตกกังวลในชีวิตประจำวันแนวคิด ‘รักตัวเอง หรือ (Self-Love)’ ตอนนี้กลายเป็นสิ่งที่ถูกพูดถึงกันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเริ่มต้นจากสิ่งเล็ก ๆ ที่ใกล้ตัวและล่าสุดทาง อายิโนะโมะโต๊ะ ได้ใช้กลยุทธ์นี้ในการเปิดตัวแคมเปญใหม่ล่าสุดที่สะท้อนถึงการใส่ใจตัวเองผ่านการเลือกทานอาหารที่ดีกับ ‘กินอร่อย ใจก็ดีขึ้น’ ผ่านโฆษณาออนไลน์ชุด ‘ร้านอาหารตาม(ใจ)สั่ง’ เพื่อเชิญชวนและเป็นการสะท้อนถึง ความต้องการและชวนให้ผู้คนกลับมาเห็นคุณค่าของการดูแลตัวเองในช่วงเวลาที่ยากลำบาก กับ กลยุทธ์การตลาด ใหม่ของ อายิโนะโมะโต๊ะ วิเคราะห์ผ่าน Ansoff Matrix
เปิดตัวด้วย ‘ร้านอาหารตาม(ใจ)สั่ง’ กับกิมมิกที่สะท้อนความจริงใจ
แคมเปญนี้เปิดตัวด้วยโฆษณาชุดนี้มีการใช้ ‘ร้านอาหารตาม(ใจ)สั่ง’ ที่มีให้เราเห็นทั้งแบบ On-line และ Off-line ต้องบอกว่าเป็นกิมมิกในการเล่าเรื่องที่น่าสนใจมาก เช่น การสะท้อนถึงแนวคิดของการเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเองในทุกมื้ออาหาร จากในคลิปเราจะเห็นกันใช่ไหมคะว่า แต่ละตัวละครจะเลือกสั่งอาหารตามใจจากเมนูที่มีความหลากหลาย ซึ่งแต่ละเมนูถูกคัดสรรมาอย่างพิถีพิถันเพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้คนที่ต่างกันไปในช่วงเวลาที่กำลังเผชิญกับความเครียดหรือความวิตกกังวล
เช่น ผู้หญิงที่โดนบอกเลิกด้วยคำว่า ‘ให้แยกย้ายกันไปเติบโต’ ก็จะเสิร์ฟเป็นเมนูอกไก่รูปหัวใจพร้อมกับวิธีการกินที่เริ่มจากการตัดอกให้รูปหัวใจ (เป็นเหมือนถ้าอกหักสิ่งแรกที่ควรทำคือ ‘ตัดใจ’ ก่อน) หรือแม้กระทั่งปัญหาบูลลี่บนโลกออนไลน์ของคอนเทนต์ครีเอเตอร์รุ่นใหม่ ที่โดนทัวร์ลงฉ่ำจนหมดกำลังใจจะไลฟ์ต่อก็จะถูกเสิร์ฟด้วย Passion Fruit (ที่เป็นเหมือนการบอกนัย ๆ ว่าอย่าหมด passion ในการใช้ชีวิตนะ) และหนุ่มออฟฟิศที่เจอกับอาการเบิร์นเอาท์และความท็อกซิกในที่ทำงาน ก็จะถูกเสิร์ฟด้วยซุปดีท็อกช่วยเบาใจ
พร้อมกับตอนจบของโฆษณาที่ปิดจบได้อย่างสวยงามกับคอนเซปที่ว่า ‘กินอร่อย ใจก็ดีขึ้น’ เป็นความอบอุ่นและความหวังดีแบบน่ารักฉบับ อายิโนะโมะโต๊ะ ที่อยู่คู่คนไทยและเป็นส่วนสำคัญของความอร่อยของทุกเมนูอาหารจริง ๆ กับกำลังใจที่บอกว่าทุกคนก็จะสามารถเดินหน้าปะทะกับปัญหาได้ด้วยจิตใจที่แข็งแกร่งกว่าเดิมนะ ส่วนตัวของผู้เขียนเองมองว่า การที่ใช้ ‘ร้านอาหารตาม(ใจ)สั่ง’ ในโฆษณาไม่ใช่แค่การพูดถึงการเลือกอาหารเท่านั้นนะคะ แต่สามารถบ่งบอกได้ถึงถึงความเป็นอิสระในการเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเองในทุกมื้ออาหารและเป็นการกระตุ้นให้ผู้บริโภคได้เห็นถึงความสำคัญของการดูแลทั้งร่างกายและจิตใจของตัวเองด้วยนะ
กลยุทธ์การสร้างประสบการณ์ที่ Connect กับปัญหาของผู้บริโภค
จากในโฆษณาจะเห็นใช่ไหมคะว่าทาง อายิโนะโมะโต๊ะ เลือกที่จะนำเอกลักษณ์ของแบรนด์ที่มุ่งมั่นในการสร้าง ‘ความกินดีมีสุข’ มาใช้ในการสร้างความสัมพันธ์ที่มีคุณค่า ด้วยการกระตุ้นให้ผู้บริโภคนั้นกลับมาคิดถึงการดูแลตัวเองจากมื้ออาหารที่ดี (เหมือนกับวดีเด้ดที่ว่า ‘รักตัวเองไม่เจ็บเลยสักวัน’) ต้องบอกว่ากลยุทธ์นี้ไม่ใช่แค่นำเสนอในเรื่องการสื่อสารเท่านั้นนะคะยังสร้างการรับรู้ให้ผู้บริโภค โดยการเชื่อมโยงเรื่องราวของการ ‘กิน’ กับ ‘สุขภาพ’ เข้าด้วยกันด้วย
และการเลือกใช้คำที่สั้น กระชับ เข้าใจง่ายอย่าง ‘กินอร่อย ใจก็ดีขึ้น’ ส่วนตัวผู้เขียนเองมองว่าเป็นความสัมพันธ์ที่ไม่สามารถแยกออกจากกันได้จริง ๆ ระหว่างการกินและสุขภาพจิตใจ และจากตรงนี้ก็ยิ่งทำให้ผู้บริโภคสามารถมองเห็นความสำคัญของการทานอาหารที่ดีในชีวิตประจำวัน อีกทั้งยังสามารถเป็นทางเลือกที่ช่วยสร้างความสุขและลดความเครียดได้ด้วยนะ
เชื่อมโยงกับปัญหาของคนในสังคม
อย่างที่ทราบกันดีใช่ไหมคะว่าในยุคที่ทุกอย่างดูหมุนไปอย่างรวดเร็วและไม่แน่นอน เช่น สถานการณ์ Covit-19 ที่ทำเอาคนทั่วโลกต่างได้รับผลกระทบทุกภาคส่วนกระทบกันอย่างไม่หวาดหวั่น ปัญหาเศรษฐกิจที่ไม่ค่อยดี ความกดดันจากการทำงาน หรือปัญหาสังคมที่มีความซับซ้อนมากขึ้น ทำให้คนรุ่นใหม่หลายคนต่างก็เกิดความรู้สึกเหนื่อยหน่ายและเครียดกับชีวิตประจำวัน ซึ่งสิ่งที่มักจะตามมาคือความรู้สึกว่างเปล่า และการขาดความสุขในการใช้ชีวิตนั่นเอง
credit: https://www3.weforum.org/docs/WEF_The_Global_Risks_Report_2021.pdf
จากข้อมูลเพิ่มเติมยังพบอีกนะคะว่า สุขภาพจิต ถือเป็นความเสี่ยงอันดับต้น ๆ ในยุคนี้เลยจากรายงาน ‘The Global Risks Report 2021’ โดย World Economic Forum พบว่า สุขภาพจิต นั้นกลายเป็นความเสี่ยงที่ผู้คนทั่วโลกกังวลมากที่สุดโดยเฉพาะในช่วงวิกฤต COVID-19 และเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน ซึ่งตรงนี้กำลังจะบอกอะไรกับเรา? จากข้อมูลผลกระทบทางด้านจิตใจที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและเศรษฐกิจที่รวดเร็วและหนักหน่วงในช่วงที่ผ่านมากำลังจะบอกกับเราว่า 58% ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่า สุขภาพจิต เป็นหนึ่งในความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในช่วงวิกฤต COVID-19 โดยมีผลกระทบจากการเพิ่มขึ้นของ ความเครียด และ ความวิตกกังวล ซึ่งก็ถือเป็นประเด็นสำคัญที่หลายคนต้องเผชิญในยุคนี้
และการที่คนไทยในยุคปัจจุบันต้องรับมือกับความเครียดจากหลาย ๆ ปัจจัย เช่น การปรับตัวกับการทำงานในช่วงวิกฤต การเปลี่ยนแปลงในชีวิตประจำวัน หรือปัญหาด้านการเงินทำให้แนวคิดเรื่อง การดูแลตัวเอง หรือ Self-Love กลายเป็นหัวใจสำคัญในการจัดการกับปัญหานี้
และต้องให้คะแนน อายิโนะโมะโต๊ะ 10/10 เลยนะคะที่เลือกที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในช่วยการส่งเสริมการดูแลสุขภาพจิตของคนไทยเราผ่านแคมเปญ ‘กินอร่อย ใจก็ดีขึ้น’ ไม่ใช่แค่ให้คนไทยได้รับประทานอาหารที่มีคุณภาพและอร่อยเท่านั้น แต่ยังชวนให้ทุกคนให้ความสำคัญกับตัวเองทั้งในด้านร่างกายและจิตใจ ด้วยการเสริมสร้างสุขภาพจิตที่ดีเริ่มต้นได้จากการกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพอีกด้วย (ยกนิ้วกดไลคืให้เลยค่ะ)
แคมเปญ ‘กินอร่อย ใจก็ดีขึ้น’ ส่งเสริม Self-Love และความสุขในชีวิตประจำวัน
อายิโนะโมะโต๊ะจึงได้สร้างกิจกรรมการตลาดที่ทั้ง ออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อเชิญชวนให้คนไทยทุกคนมาร่วมกัน “รักตัวเอง” โดยเริ่มจากการทานมื้ออาหารที่ดีและมีคุณภาพ แคมเปญนี้ไม่เพียงแต่ต้องการกระตุ้นให้ผู้บริโภคสนใจผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ แต่ยังเป็นการสร้างการรับรู้ในระดับสังคมว่า การรักตัวเองและการดูแลจิตใจนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญ
ชวนวิเคราะห์ Ansoff Matrix กับ อายิโนะโมะโต๊ะ
Ansoff Matrix เป็น Marketing Framework ถือว่าเป็นเครื่องมือที่ช่วยในการขยายธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพได้ดีเลย ซึ่งในแต่ละช่องก็จะมีความเสี่ยงในระดับที่แตกต่างกันทั้งนี้เวลาวิเคราะห์และการเลือกก็ขึ้นกับกลยุทธ์มุมมองของแต่ละองค์กรที่แตกต่างกันไป
Ansoff Matrix กับ แคมเปญ ‘กินอร่อย ใจก็ดีขึ้น’
หากใครยังไม่รู้ว่า Ansoff Matrix นั้นคืออะไรผู้เขียนขอแวะอธิบายให้ฟังคร่ารว ๆ สัก 2 นาที Ansoff Matrix ประกอบหลัก ๆ ด้วย 4 หลักที่ใช้ในการวิเคราะห์ ได้แก่ Market Penetration, Product Development, Market Development, และ Diversification จะมีอะไรกันบางนั้นไปทำความรู้จักกันเลย
1.Market Penetration (เจาะตลาดด้วยผลิตภัณฑ์เดิม)
การเติบโตด้วยสินค้าเดิม และ ผลิตภัณฑ์เดิมที่มีอยู่ เช่น การเพิ่มการซื้อซ้ำการกลับมาซื้อซ้ำของลูกค้า การทำโปรโมชั่นและโฆษณา
2.Market Development (บุกตลาดใหม่ด้วยผลิตภัณฑ์เดิม)
จากสินค้าค้าเดิมสู่ตลาดตลาดใหม่ที่กำลังจะเข้าไป เช่น การขยายตลาดสินค้าส่งออกต่างประเทศ
3.Product Development (พัฒนาผลิตภัณฑ์สินค้าใหม่ในตลาดเดิมที่อยู่)
เป็นการเติบโตด้วยสินค้าผลิตภัณฑ์ใหม่ในตลาดเดิม เช่น ขนมรสชาติใหม่ รถรุ่นใหม่
4.Diversification (พัฒนาสินค้าใหม่บนตลาดใหม่)
เป็นการเติบโตด้วยสินค้าใหม่ในตลาดใหม่ ตรงนี้ผู้ที่เล่นในตลาดนี้จำเป็นต้องวิเคราะห์ความเสี่ยงให้ดี เพราะไม่งั้นอาจพังได้
และจากแคมเปญ ‘กินอร่อย ใจก็ดีขึ้น’ ในมุมมองของผู้เขียนเองมองว่าสามารถอยู่ในตำแหน่งของ Market Penetration ใน Ansoff Matrix ค่ะเนื่องจากเป็นการใช้ ผลิตภัณฑ์เดิม (จากอายิโนะโมะโต๊ะ) แต่ได้มีการพัฒนาแนวทางการตลาดใหม่ ที่เน้นการเชื่อมโยงกับสุขภาพจิตและการดูแลตัวเองและการสร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ ผ่านตัวละคร 3 แบบ 3 สถานการณ์ในการเลือกทานอาหาร บวกกับการใช้แนวคิดการสั่งอาหารที่สามารถตอบโจทย์ความรู้สึกของแต่ละคนในช่วงเวลาที่ยากลำบาก(ทุกช่วงเวลาที่ยากลำบากหรือท้าทาย อายิโนะโมะโต๊ะ ขอช่วยฮีลใจนะ) ตรงนี้ผู้เขียนเองยังมองว่าเป็นการช่วย พัฒนาผลิตภัณฑ์ ในรูปแบบที่เชื่อมโยงกับความต้องการใหม่ ๆ ของผู้บริโภคในตลาดเดิมด้วยค่ะ
สรุป
อายิโนะโมะโต๊ะ กับแคมเปญ ‘กินอร่อย ใจก็ดีขึ้น’ ไม่ใช่แค่เป็นการโปรโมทผลิตภัณฑ์เท่านั้นนะคะ แต่ยังเป็นการขับเคลื่อน นำเสนอ แนวคิดที่สำคัญในยุคปัจจุบันเกี่ยวกับการดูแลตัวเองและการรักตัวเองผ่านการเลือกทานอาหารที่ดีและมีประโยชน์ และการเลือกใช้ ‘ร้านอาหารตาม(ใจ)สั่ง’ ที่เป็นกิมมิกที่โดดเด่นสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเองในทุก ๆ ด้านช่วยให้แบรนด์อย่าง อายิโนะโมะโต๊ะ ไม่ใช่แค่เป็นผู้นำในด้านการส่งเสริมสุขภาพเท่านั้นแต่ยังเป็นแบรนด์ที่สามารถเชื่อมโยง connect กับความเป็นอยู่ที่ดีและความสุขในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคได้อีกด้วย
เป็นยังไงกันบ้างคะกับ แค่ ‘กินอร่อย ใจก็ดีขึ้น’ กลยุทธ์การตลาด ใหม่ของ อายิโนะโมะโต๊ะ รักตัวเอง ผ่านมื้ออาหารกับ Ansoff Matrix
สำหรับผู้อ่านที่น่ารักทุกคนที่อยากติดตามข่าวสารทางการตลาด และไม่อยากพลาดแหล่งรวมความรู้ดี ๆ ที่อัปเดททุกวัน สไตลด์การตลาดวันละตอนทางผู้เขียนเองก็มีช่องทางแนะนำเพิ่มเติมให้ผู้อ่านทุกท่านแวะไปทักทายพูดคุยกันได้สามารถติดตามได้ไม่ว่าจะเป็นจาก เพจการตลาดวันละตอน รวมไปถึง เว็บไซต์ Twitter Instagram และ YouTube ของการตลาดวันละตอนได้เลยนะคะการตลาดวันละตอนขอเป็นอีกหนึ่งแหล่งความรู้ที่ไม่ว่าจะเพศไหน อายุเท่าไหร่ ก็สามารถเเวะเข้ามาอัพเดทความรู้กันได้แล้วพบกันใหม่ในบทความหน้าค่ะ see you ka ʕʽɞʼʔʕ•̫͡•ʔ
บทความที่แนะนำเพิ่มเติม