AI-Generated by Shutterstock (Prompt: Middle-aged person hugging an adorable teddy bear doll, emotional and comforting moment, soft body language, gentle smile, fluffy teddy bear with toy-like appearance, set in a bright 3D cartoon world, fairy-tale environment, warm pastel tones, soft sunlight, heartwarming and healing atmosphere, Disney Pixar style, cinematic lighting, smooth 3D animation render –ar 16:9)
MINISO เลยเลือกใช้กองทัพคาแรคเตอร์อย่าง YOYO, Gift Bear หรือ DUNDUN มาเป็นแม่เหล็กดึงดูดลูกค้า ซึ่งกลยุทธ์นี้เป็นการเปลี่ยนจุดขายจากแค่ของใช้ทั่วไปมาเป็นการขาย Emotional Value แบบเต็มตัว
แต่ที่สำคัญคือยังคงรักษาจุดแข็งเรื่อง Value for Money เอาไว้ โดยขายของลิขสิทธิ์แท้ในราคาที่คนทั่วไปเข้าถึงง่าย ไม่ต้องจ่ายแพงเหมือนร้านของสะสมพรีเมียม ซึ่งจุดนี้แหละครับที่ทำให้เขาสร้าง Differentiation ในตลาดได้ชัดเจนมาก
Theme Park in the City & Store as Media เปลี่ยนร้านค้าเป็น “สื่อ” และ “สวนสนุก”
มีการนำโมเดลร้านรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า MINISO LAND มาใช้ ซึ่งเน้นการตกแต่งด้วยเทคโนโลยี 3D แบบไม่ต้องใส่แว่น และโซน Interactive ตัวอย่างที่ชัดเจนคือแคมเปญช่วงคริสต์มาสที่สยามสแควร์วัน ที่เนรมิตทางเดินยาวกว่า 60 เมตร ให้เป็น Christmas Promenade เชื่อมคนจากถนนคนเดินให้เดินเข้าสู่ตัวร้านได้แบบเนียน ๆ
ในมุมการตลาด นี่คือกลยุทธ์ Store as Media หรือการใช้หน้าร้านเป็นสื่อครับ การลงทุนตกแต่งร้านให้สวยและมีจุดถ่ายรูป ไม่ใช่แค่เพื่อความงาม แต่เพื่อกระตุ้นให้ลูกค้าถ่ายรูปและแชร์ลง Social Media (User Generated Content) กลายเป็นการทำ PR ฟรี ๆ ที่ Impact กว่าการซื้อโฆษณาเองอีกครับ