ถอดรหัส กลยุทธ์ดุสิตธานี เปิดโครงการ ‘ดุสิต อจารา หัวหิน’บุกตลาด Branded Residences เปลี่ยน Hospitality DNA ให้เป็นแต้มต่อในสนามอสังหาฯ

เชื่อว่าหลายคนในแวดวงอสังหาฯ คงกำลังจับตามอง กลยุทธ์ดุสิตธานี ครั้งสำคัญเมื่อไม่นานมานี้ใช่ไหมครับ กับการที่ “กลุ่มดุสิตธานี” แบรนด์โรงแรมระดับตำนานของไทยที่สั่งสมชื่อเสียงด้านบริการมายาวนานกว่า 75 ปี ได้ประกาศรุกตลาด “Branded Residences” อย่างเต็มตัว ผ่านโครงการ “ดุสิต อจารา หัวหิน”

ถ้ามองเผิน ๆ นี่อาจเป็นการขยายธุรกิจตามปกติ แต่ถ้าเรามาเจาะลึกกันจริง ๆ จะเห็นเลยครับว่านี่คือกลยุทธ์ที่มีความน่าสนใจอยู่เหมือนกันครับ เพราะเป็นการนำเอา Asset ที่จับต้องไม่ได้แต่แข็งแกร่งที่สุดขององค์กรอย่าง “Hospitality DNA” มาเป็นแต้มต่อสำคัญในสนามแข่งขันที่ดุเดือด เรามาถอดรหัสเรื่องนี้ไปพร้อม ๆ กันเลยครับ

Branded Residences เทรนด์อสังหาฯ โลกที่มองข้ามไม่ได้

ต้องบอกว่าการตัดสินใจของดุสิตธานีครั้งนี้เป็นการขานรับเทรนด์ใหญ่ของโลกที่กำลังโตวันโตคืน นั่นก็คือตลาด “Branded Residences” หรือโครงการที่พักอาศัยที่บริหารและให้บริการโดยแบรนด์โรงแรมชั้นนำนั่นเองครับ

เทรนด์นี้เกิดจากอินไซต์ของผู้บริโภคยุคใหม่ในตลาดลักชัวรี่ ที่ไม่ได้มองหาแค่บ้านหรือคอนโดสวย ๆ อีกต่อไป แต่พวกเขามองหา “ประสบการณ์” “ความสะดวกสบาย” และ “การการันตีคุณภาพ” 

ซึ่งแบรนด์โรงแรมสามารถเข้ามาตอบโจทย์ตรงนี้ได้ดีที่สุด ข้อมูลจาก CBRE Global ได้บอกว่า การมีแบรนด์โรงแรมเข้ามาบริหารนั้นสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้โครงการได้สูงถึง 25-30% เลยทีเดียว

ปรากฏการณ์นี้กำลังร้อนแรงไปทั่วโลกครับ ไม่ว่าจะเป็นยุโรป ตะวันออกกลาง แอฟริกา (เติบโต 77%) ทวีปอเมริกา (เติบโต 46%) ไปจนถึงเอเชีย-แปซิฟิกบ้านเรา (เติบโต 36%) 

และเมื่อซูมเข้ามาในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ‘หัวหิน’ ก็ถูกจัดให้เป็น 1 ใน 10 จุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับการพัฒนาโครงการประเภทนี้ด้วย การเดินเกมของดุสิตธานีครั้งนี้จึงเรียกได้ว่าถูกที่และถูกเวลาจริง ๆ ครับ

กลยุทธ์ดุสิตธานี เปลี่ยน ‘Hospitality DNA’ ให้เป็นจุดแข็งที่แตกต่าง

แล้วกลยุทธ์ที่ดุสิตธานีใช้คืออะไร? หัวใจสำคัญเลยก็คือการชูจุดยืนที่แตกต่างและยากที่จะมีใครลอกเลียนแบบได้ ผ่านแนวคิด “The Only Thai Branded Residence” ซึ่งเป็นการประกาศให้รู้ว่านี่คือแบรนด์สัญชาติไทยเพียงรายเดียวที่พัฒนาและบริหารโครงการหรูได้ครบวงจรด้วยตัวเอง

กลยุทธ์ดุสิตธานี

เรียกได้ว่าเป็นการสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งในตลาดเลยทีเดียวครับ เพราะส่วนใหญ่มักเป็นการจับมือกับแบรนด์โรงแรมจากต่างชาติครับ และที่สำคัญคือเรื่องความน่าเชื่อถือของกลยุทธ์นี้ยังถูกตอกย้ำด้วยความสำเร็จจากโครงการแรกที่พัฒนาด้วยตนเองมาแล้วของดุสิตธานีอย่าง “Dusit Residences and Dusit Parkside at Dusit Central Park” ยิ่งทำให้เห็นภาพชัดเจนว่านี่คือการต่อยอดความสำเร็จอย่างมั่นใจ ไม่ใช่การลองผิดลองถูกนับหนึ่งใหม่

‘ดุสิต อจารา หัวหิน’ ที่เป็นมากกว่าแค่คำว่า “ที่อยู่อาศัย”

พอไอเดียทั้งหมดถูกนำมาทำให้เป็นรูปธรรม “ดุสิต อจารา หัวหิน” จึงไม่ได้เป็นแค่โครงการที่พักอาศัย แต่เป็นพื้นที่ที่ออกแบบมาเพื่อคุณภาพชีวิตอย่างแท้จริงครับ ทั้งการมอบพื้นที่สีเขียวให้มากถึง 60% ของพื้นที่ทั้งหมด พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน และการออกแบบที่คำนึงถึงการอยู่อาศัยร่วมกันของคนทุกวัย (Multi-generational Living)

กลยุทธ์ดุสิตธานี

แต่ไฮไลต์ที่ถอดแบบมาจากโรงแรมอย่างแท้จริง คือมิติของการบริการที่ฝังลึกอยู่ในทุกรายละเอียด ภายใต้มาตรฐาน Gracious Hospitality ที่ครอบคลุมตั้งแต่เรื่องพื้นฐานไปจนถึงไลฟ์สไตล์เฉพาะบุคคลเลยครับ

  • บริการหลัก (Core Services): เปรียบเสมือนผู้ช่วยส่วนตัวที่ทำให้การใช้ชีวิตประจำวันเป็นเรื่องง่าย ตั้งแต่บริการ Concierge ตลอด 24 ชั่วโมง, บริการทำความสะอาด, บริการเปลี่ยนผ้าปูเตียง, การดูแลสวนส่วนตัว ไปจนถึงบริการรับมือเหตุฉุกเฉินและซ่อมบำรุง
  • กิจกรรมเวิร์คช็อป (Workshop Activities): เพื่อเติมเต็มไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัยให้มีสีสัน ไม่ว่าจะเป็นคลาสเรียนทำอาหาร, งานศิลปะ, งานฝีมือ และการออกกำลังกายอย่างโยคะหรือไทชิ
  • บริการเสริมพิเศษ (A La Carte Services): สำหรับความต้องการเฉพาะบุคคลขั้นสุด ที่สามารถเลือกได้ตามใจชอบ ตั้งแต่ Room Service, บริการเชฟส่วนตัว, การจัดงานเลี้ยงภายในที่พัก, สปาจากโรงแรม ไปจนถึงการใช้บริการรถของโรงแรม
  • ประสบการณ์สุดพิเศษ (Exclusive Experience): จุดนี้คือสิ่งที่หาจากที่ไหนไม่ได้จริง ๆ ครับ คือการให้สิทธิ์ผู้อยู่อาศัยเสมือนเป็นแขกของโรงแรมดุสิตธานี หัวหิน สามารถเข้าร่วมกิจกรรมในฟาร์มออร์แกนิคของโรงแรมได้ เช่น การดำนาข้าว, ป้อนนมลูกแพะ, เก็บไข่ไก่สดๆ หรือเพ้นท์กระถางปลูกผัก เป็นการทลายเส้นแบ่งระหว่างคำว่า “บ้าน” กับ “รีสอร์ท” ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ตอกย้ำความลักชัวรี่ ด้วย ‘Dusit Gold’ พร้อมสร้างความผูกพันระยะยาว

แต่สิ่งที่ผมมองว่าเป็นหมัดเด็ดที่สุดในเชิงกลยุทธ์ คือการมอบ “เอกสิทธิ์สมาชิก Dusit Gold ระดับแพลตินัม” ให้กับเจ้าของทุกคนครับ  โดยจะได้รับสิทธิพิเศษและประสบการณ์เหนือระดับในเครือดุสิตธานี

ไม่ว่าจะเป็นสิทธิในการรับห้องพักฟรีเมื่อแลกคะแนน อัพเกรด ห้องพักฟรี ส่วนลดค่าอาหาร ห้องพัก และบริการเพื่อสุขภาพทั่วโลก การขยายเวลาเช็กเอาต์ คลับเลาจน์ เป็นต้น หากมองผิวเผินนี่อาจดูเหมือนสิทธิพิเศษทั่วไป แต่ถ้ามองในเชิงลึกแล้ว มันคือเครื่องมือชั้นดีในการสร้าง “ระบบนิเวศของดุสิต” (Dusit Ecosystem) ที่ทรงพลังมาก

กลยุทธ์ดุสิตธานี

เพราะนี่คือการดึงให้ลูกค้าผูกพันกับแบรนด์ในระยะยาวครับ ไม่ว่าพวกเขาจะเดินทางไปที่ใดในโลก ก็มีแนวโน้มที่จะกลับมาเลือกใช้บริการในเครือดุสิตเสมอ ไม่ว่าจะเป็นโรงแรมหรือร้านอาหาร ผ่านสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ที่ได้รับ นี่คือการสร้าง Customer Lifetime Value ที่มองไกลกว่าแค่การซื้อขายอสังหาฯ ที่จบในครั้งเดียว

บทสรุป กลยุทธ์ดุสิตธานี ไม่ใช่แค่ที่พักอาศัย แต่คือคุณภาพแห่งการใช้ชีวิต

ท้ายที่สุดนี้ กลยุทธ์ดุสิตธานี ในการขับเคลื่อนครั้งนี้สะท้อนวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน เหมือนที่ คุณศิรเดช โทณวณิก รองประธานฝ่ายพัฒนาธุรกิจโรงแรม ได้กล่าวไว้ว่า “การพัฒนาโครงการ ดุสิต อจารา หัวหิน…เป็นบทพิสูจน์ว่า ประสบการณ์ในธุรกิจโรงแรมและการบริการสามารถต่อยอดสู่การสร้างที่อยู่อาศัยที่เติมเต็มทั้งคุณภาพชีวิต ความสุข และความยั่งยืนได้จริง”

กลยุทธ์ดุสิตธานี

“ดุสิต อจารา หัวหิน” จึงไม่ได้เป็นเพียงโครงการใหม่ แต่เป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงทิศทางในอนาคตของอสังหาฯ ระดับลักชัวรี่ ที่คุณค่าไม่ได้วัดกันที่ขนาดของพื้นที่อีกต่อไป แต่วัดกันที่ “คุณภาพของการใช้ชีวิต” ที่มีแบรนด์ผู้เชี่ยวชาญตัวจริงคอยดูแลอยู่เบื้องหลังนั่นเองครับ

อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่นี่

Marketing Content Creator and Data Insight Researcher

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *