โลกค้าปลีกวันนี้ขยับเร็วกว่าที่คิดครับ ใครอ่านเทรนด์ออกก่อน คนนั้นได้เปรียบ และหนึ่งในการเดินหมากที่น่าจับตามากที่สุดตอนนี้ คือ กลยุทธ์ Central Retail ที่จับมือกับ Emart ยักษ์ใหญ่ค้าปลีกจากเกาหลีใต้ เปิดตัว “No Brand” ร้านค้า Grocery Store ในรูปแบบสแตนด์อโลนสโตร์เป็นครั้งแรกในไทย พร้อมสินค้ากว่า 2,200 รายการ มาเสิร์ฟประสบการณ์ช้อปปิ้งใหม่ที่เรียกว่า K-Value Retail เพื่อตอบรับกระแส Smart Value – Smart Shopper ที่กำลังมาแรงครับ
Smart Shopper Era พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ เมื่อ ‘ความคุ้มค่า’ ต้องมาพร้อมกับ ‘คุณภาพ’
ต้องบอกว่าพฤติกรรมของผู้บริโภคในยุคปัจจุบันได้เปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคที่เรียกว่า Smart Value และ Smart Shopper อย่างเต็มตัวแล้วครับ โดย คุณธนวัตร จิรจริยาเวช กรรมการผู้จัดการ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ได้แชร์อินไซต์ว่า ผู้บริโภคยุคใหม่หันมาให้ความสำคัญกับ ‘ความคุ้มค่าที่มาพร้อมคุณภาพ’ มากขึ้น ซึ่งกำลังกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของการเลือกซื้อสินค้า และกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ผลักดันให้อุตสาหกรรมค้าปลีกต้องปรับตัวในเชิงกลยุทธ์อย่างต่อเนื่อง
อีกหนึ่งแรงส่งที่ทรงพลังไม่แพ้กัน คือ กระแสวัฒนธรรมเกาหลี หรือ K-Content ที่ได้รับความนิยมทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลระบุว่าในปี 2567 ตลาดนี้มีมูลค่าสูงถึง 7.6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.7 ล้านล้านบาท) และคาดการณ์ว่าภายในปี 2573 มูลค่าการใช้จ่ายสินค้าเชิงวัฒนธรรมเกาหลีทั่วโลกจะขยายตัวไปแตะ 1.43 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 5.1 ล้านล้านบาท) เลยทีเดียวครับ
เมื่อหันมามองในประเทศไทย ข้อมูลจาก UN Comtrade Database ก็ยืนยันชัดเจนว่า สินค้าเกาหลีได้รับการยอมรับสูงมาก โดยมีมูลค่าการนำเข้าเติบโตเฉลี่ยถึง 8.3% ต่อปี ในช่วงปี 2562-2567 ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า Demand ของผู้บริโภคชาวไทยที่เปิดรับสินค้าไลฟ์สไตล์สไตล์เกาหลียังคงมีพื้นที่ให้เติบโตได้อีกมากครับ
World-Class Grocery Destination สู่เป้าหมายเบอร์หนึ่งค้าปลีกอาหาร
เมื่ออินไซต์ตลาดชัดขนาดนี้ Central Retail จึงเดินหน้าต่อยอดพอร์ตธุรกิจด้านอาหาร มุ่งสู่การเป็น World-Class Grocery Destination อย่างเต็มตัว และการนำ No Brand เข้ามาคือจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่ช่วยตอกย้ำเป้าหมาย Thailand’s Daily K-Flavour Destination พร้อมกับนำเสนอสินค้าคุณภาพดีในราคาที่ทุกคนเข้าถึงได้ครับ
สิ่งที่น่าสนใจในเชิงธุรกิจคือ ความมั่นใจในการขยายสโตร์ครั้งนี้มาจากการทำ Data Validation ที่รอบคอบครับ โดย คุณธนวัตร เปิดเผยดาต้าเพิ่มเติมว่า ในช่วง 3-5 ปีที่ผ่านมา ยอดขายสินค้าเกาหลีในท็อปส์เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มสินค้า HBC และ Snack ซึ่งเติบโตถึง 9%
ยิ่งไปกว่านั้น สินค้า No Brand ที่เคยนำร่องวางจำหน่ายไปก่อนหน้านี้ ก็ได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคเป็นอย่างดี โดยมียอดขายเติบโตถึง 1.5 เท่าในปี 2568 เมื่อเทียบกับปี 2566 และเตรียมพร้อมที่จะขยายสาขา No Brand รวม 10 สาขา ภายในปี 2571 โดยบริษัทฯ คาดว่าจะเปิดสาขาที่ 2 ได้ภายในไตรมาส 3 ของปีนี้ครับ
No Brand Philosophy คงไว้เฉพาะคุณภาพ และตัดทุกสิ่งที่ไม่จำเป็นออก
คอนเซปต์ของ “No Brand” ถือเป็นเคสที่น่าศึกษามากครับ ทางด้าน Mr. Byoung-Kan Roh, Head of No Brand Division จาก Emart ได้กล่าวถึงความร่วมมือครั้งนี้ว่า ไทยเป็นหนึ่งในตลาดค้าปลีกที่มีศักยภาพสูงที่สุดในเอเชีย ทั้งจากฐานผู้บริโภคคนรุ่นใหม่ พฤติกรรมการใช้จ่ายที่ให้ความสำคัญกับ ‘ความคุ้มค่าอย่างมีเหตุผล’ และการเปิดรับวัฒนธรรมเกาหลีที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน
จุดแข็งที่ทำให้ No Brand แตกต่างและได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคในเกาหลีใต้มาตลอดกว่า 11 ปี จนมีสาขามากกว่า 270 แห่ง และส่งออกกว่า 20 ประเทศทั่วโลก คือการยึดปรัชญา “คงไว้เฉพาะคุณภาพ และตัดทุกสิ่งที่ไม่จำเป็นออก”
ในยุคที่หลายแบรนด์ทุ่มงบการตลาดมหาศาล No Brand ให้ความสำคัญในการลดต้นทุนจากการตลาดที่ไม่จำเป็น เช่น การสร้างแบรนด์ หรือบรรจุภัณฑ์ที่ซับซ้อน เพื่อส่งมอบสินค้าที่มีคุณภาพในราคาที่เข้าถึงได้นั่นเองครับ
Store Location & Highlights บุกพิกัด No Brand มีอะไรน่าช้อปบ้าง?
ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้วอยากรู้ว่าร้านตั้งอยู่ที่ไหน และมีอะไรเด็ด ๆ บ้าง? สาขาแรกของ No Brand ตั้งอยู่บริเวณชั้น B1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล บางนา บนพื้นที่กว่า 250 ตารางเมตร ครับ โดยตั้งอยู่ใกล้ TOPS FOOD HALL สาขาศูนย์การค้าเซ็นทรัล บางนา
ภายในร้านก็เต็มไปด้วยสินค้า FMCG กว่า 2,200 รายการ ภายใต้โมเดล Value Retail และแนวคิด “คุณภาพดีในราคาที่เข้าถึงได้” โดยมีกลุ่มสินค้าไฮไลต์ที่ห้ามพลาด เช่น
- Trendy Korean Snacks: ขนมเกาหลีสุดฮิตอย่าง No Brand Cheddar Cheese Balls (ชีสบอลกรอบเคลือบชีสเชดดาร์), Purple Sweet Potato Chips (มันม่วงอบกรอบ), Gorgonzola Cheese Soft Corn (ข้าวโพดเนื้อนุ่มผสานชีสกอร์กอนโซลา) และ Potato Stick Truffle (มันฝรั่งแท่งกรอบปรุงรสทรัฟเฟิล)
- K-Street Food & Ready-to-Eat: เมนูพร้อมทานสไตล์สตรีทฟู้ดเกาหลี เช่น คิมบับ (Kimbap) ข้าวห่อสาหร่ายไส้แน่น และ ต็อกบกกี (Tteokbokki) เค้กข้าวเนื้อนุ่มหนึบในซอสหวานเผ็ด
- K-Beauty & Self-Care: สกินแคร์และไอเทมดูแลผิวแบบเอ็กซ์คลูซีฟจาก Emart ภายใต้แบรนด์ Glow Up เช่น Collagen Bakuchiol Firm&Glow Toner และ Collagen Firming Night Mask Cream
สรุป กลยุทธ์ Central Retail ดึง No Brand บุกไทย เสิร์ฟ K-Value Retail จับอินไซต์คนยุค Smart Shopper
กลยุทธ์ Central Retail ในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงแค่การสร้างกระแสชั่วคราว แต่เป็นการก้าวเดินที่ถูกคิดมาแล้วอย่างรอบด้านครับ ทั้งการใช้ Data Validation ยืนยันความต้องการของตลาด การจับมือกับพาร์ทเนอร์ระดับโลกอย่าง Emart และการอ่านกระแส K-Culture ให้ออกก่อนใคร ทั้งหมดนี้ถูกประกอบเข้าหากันอย่างลงตัว เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคยุค Smart Shopper ที่ต้องการทั้งคุณภาพและความคุ้มค่าในเวลาเดียวกันครับ
อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่นี่