ต้องบอกเลยว่าอุตสาหกรรมร้านอาหารในประเทศไทยมีแนวโน้มที่จะเติบโตขึ้นอย่างมาก จากข้อมูล วิจัยกรุงศรี พบว่า ตั้งแต่ปี 2024-2026 ธุรกิจร้านอาหารหรือภัตตาคารในประเทศไทยจะมีอัตตราการเติบโตเฉลี่ยอยู่ที่ 4-5 % ต่อปี และถ้าใครอยากจะ รู้ทันเทรนด์ร้านอาหารที่เปลี่ยนไว ต้องไปที่งาน Retech 2024 แต่ก่อนที่จะไป เรามาดูกันก่อนว่าตอนนี้เทรนด์ธุรกิจร้านอาหาร ที่กำลังเกิดขึ้นในปี 2024 มีอะไรแล้วบ้าง
สัญญาณของการเปลี่ยนแปลง
ต้องบอกว่าสิ่งนี้เริ่มเกิดขึ้นมาตั้งแต่ปี 2023 หลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ผู้บริโภคเริ่มกลับมารับประทานอาหารภายในร้านเพิ่มมากขึ้นในช่วงที่ผ่านมา และพฤติกรรมของผู้บริโภคในการเลือกรับประทานอาหารก็เปลี่ยนแปลงไปด้วยเช่นกัน
ทำให้ในปี 2024 อุตสาหกรรมร้านอาหารถูกขับเคลื่อนโดยพฤติกรรมและความต้องการการที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง โดย 5 แนวโน้มที่มีความน่าสนใจ และยังเป็นโอกาสที่ธุรกิจจะสามารถนำไปต่อยอดให้เติบโตได้มีดังนี้
การใช้จ่ายอย่างระมัดระวังท่ามกลางเศรษฐกิจที่ปั่นป่วน และมองหาความคุ้มค่าทียอมจ่าย
การขยาย Touchpoint ของแบรนด์ผ่านช่องทางดิจิทัล
การการสร้าง Brand loyalty และการทำ Personalization
การลงทุนในเทคโนโลยีเพื่อสร้างประสิทธิภาพในกระบวนการทำงาน
การมีส่วนร่วมของธุรกิจ ในการสร้างความเปลี่ยนแปลงให้สังคมและสิ่งแวดล้อมไปในทิศทางที่ดีขึ้น
#Cautious Spending in a Turbulent Economy
สิ่งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่กับประเทศไทยแต่เกิดขึ้นกับทั่วโลก ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ปั่นป่วนในปัจจุบันโดยเฉพาะในระดับมหาภาค (Macro Economy) ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของ อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น วัตถุดิบหรือสินค้าราคาสูงขึ้น หรือแม้แต่ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันอย่างค่าน้ำ ค่าไฟ ก็เพิ่มสูงขึ้น
ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้ผู้บริโภคมีความระมัดระวังในการใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มของผู้บริโภคที่มีระดับรายได้ปานกลางลงไป แต่อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลในปี 2023 Mastercard SpendingPulse พบว่า เมื่อเปรียบเทียบระหว่างสินค้าและประสบการณณ์ที่จากการรับบริการ ผู้บริโภคมีการใช้จ่ายในการรับบริการ (Service) มากกว่าสินค้าที่เป็นสิ่งของ (Product) แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มการเติบโตอุตสาหกรรมร้านอาหาร
ถึงแม้ว่าผู้บริโภคในปัจจุบันจะมองหาประสบการณ์การรับประทานอาหารที่แปลกใหม่ แต่จากเหตุการณ์ข้างต้น ทำให้ผู้บริโภคก็ต้องคำนึงถึงงบประมาณของตัวเอง ดังนั้นความคุ้มค่าจึงกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการเลือกรับประทานอาหารของผู้บริโภค
ตัวอย่างเช่น สุกี้ตี๋น้อยที่เป็นธุรกิจในอุตสาหกรรมร้านอาหารบุฟเฟต์ ในปี 2023 มีกำไรสุทธิกว่า 913 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 54% จากปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 591 ล้านบาท ตัวเลขนี้บ่งบอกถึงแน้วโน้มพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เน้นความคุ้มค่าในการรับประทานอาหารได้อย่างดี
#Expanding Brand Touchpoints Through Digital Channels
ในยุคนี้ถ้าใครไม่มีการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วยในการทำธุรกิจ ก็คงจะไม่สามารถเติบโตไปในอนาคตได้ ปัจจุบันร้านอาหารต่าง ๆ ก็ได้สร้าง Community หรือการสร้างแอปพลิเคชัน ที่จะช่วยเชื่อมต่อระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภคได้ เทคโนโลยีเหล่านี้จะเข้ามาช่วยในการปรับปรุงประสบการณ์ (Customer Experience) ของลูกค้าให้ดีขึ้น
AI-Generated Image by Shutterstock (Prompt: A man browsing food delivery options on a modern smartphone, his profile picture displayed as a sleek circular icon on the interface, vibrant and colorful food menu options below, camera angle from behind capturing him holding the phone with a soft bokeh background, warm ambient lighting reflecting off the screen, Documentary Photography, cinematic depth of field, high-resolution detail.)
ในขณะเดียวกันก็ยังสามารถเป็นเครื่องมือที่ทำหน้าที่ Tracking พฤติกรรมของลูกค้าได้ และแบรนด์ก็สามารถเก็บข้อมูลของลูกค้าเพื่อนำมาใช้ในการทำ Data-driven ให้กับธุรกิจได้เช่นกัน ซึ่งแบรนด์ก็จะสามารถส่งมอบสินค้า บริการ หรือข้อเสนอต่าง ๆ ได้ตรงตามความต้องการของลูกค้าได้เช่นกัน
ตัวอย่างเช่น Starbuck ที่มีแอพพลิเคชันสำหรับระบบสมาชิกของลูกค้า ที่ผู้ใช้สามารถสั่งซื้อและชำระเงินได้อย่างไม่มีสะดุด พร้อมข้อเสนอที่ปรับแต่งเฉพาะบุคคล ไม่ว่าจะเป็นรางวัลรวมถึงเครื่องดื่มฟรี ข่าวสารพิเศษ และโอกาสที่อาจจะได้ร่วมกิจกรรมกับแบรนด์ที่ไม่เหมือนใคร
#Enhancing Brand Loyalty and Personalizing Consumer Experiences
อีกหนึ่งเครื่องมือหนึ่งที่ช่วยสร้าง Loyalty ของลูกค้าที่มีต่อแบรนด์ก็คือโปรแกรมสมาชิก (Membership Program) แต่ในปัจจุบันการเป็นสมาชิกแบบเดิม ๆ ทั้งการสะสมแต้มเพื่อรับของแลกพอยท์ อาจจะไม่เพียงพอในการดึงดูดลูกค้าอีกต่อไป
ผู้บริโภคทุกวันนี้มีอำนาจในการตัดสินใจหรือเลือกใช้สินค้าและบริการเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ร้านอาหารเป็นจำนวนมาก ต้องวางแผนและออกแบบการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปรับข้อเสนอให้เป็นไปตามความต้องการของผู้บริโภค (Personalization )
AI-Generated Image by Shutterstock (Prompt: A vibrant collage of diverse people happily browsing on their smartphones, each person holding a phone with a playful, colorful 3D icon floating beside it, pastel backgrounds, soft lighting, modern and clean design, Magazine Photography Style, professional lighting, high contrast, sharp detail.)
ร้านอาหารส่วนใหญ่ในประเทศไทยโดยเฉพาะผู้ประกอบการรายย่อย ยังคงขาดการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการสร้างระบบสมาชิก รวมไปถึงบางรายที่มีการใช้แล้วแต่ก็ยังคงประสบปัญหาอย่างการใช้งานระบบที่มันยากเกินไป หรือแม้แต่ระบบที่ไม่สามารถปรับตามความต้องการของผู้บริโภคได้ ซึ่งก็เรียกได้ว่าเป็นข้อจำกัดของเหล่าผู้ประกอบการในปัจจุบัน ซึ่งต้องหา Solution ที่จะมาช่วยในการแก้ปัญหาส่วนนี้
ในขณะที่ผู้เล่นรายใหญ่ต่างพยายามออกแบบออกแบบโปรแกรมใหม่ โดยเลี่ยงการเสนอโปรโมชั่นแบบทั่วไป แต่มาเน้นการสร้างประสบการณ์ที่ดีสะสมคะแนนประกอบไปด้วย การจัดลำดับของสมาชิกในแต่ละระดับ การดึงผู้บริโภคมาร่วมเล่นเกม รวมไปถึงการนำเสนอคุณค่าที่ปรับแต่งเฉพาะบุคคลมากขึ้น
จะเห็นว่าการสร้างความภักดีของลูกค้าที่มีต่อแบรนด์มีความเชื่อมโยงกับการทำ Personalization เป็นอย่างมาก เพราะสิ่งเหล่านี้จะช่วยให้ร้านอาหารสามารถจัดการ การรับรู้ และความคาดหวังของผู้บริโภค เพื่อมอบคำแนะนำที่ตอบโจทย์ความต้องการที่แท้จริงที่ผู้บริโภคได้
ตัวอย่างเช่น MyMcDonald’s Rewards จากแบรนด์ McDonald’s ซึ่งเป็นโปรแกรมสะสมคะแนนที่ให้ลูกค้าสะสมคะแนนทุกครั้งที่สั่งซื้อผ่านแอปพลิเคชันหรือในร้านอาหาร โดยลูกค้าสามารถแลกคะแนนสะสมเป็นอาหารฟรีหรือข้อเสนอพิเศษที่ปรับตามความต้องการแต่ละบุคคลตามจากการอ้างอิงพฤติกรรมการสั่งซื้อที่ผ่านมา
#Investing in Technology to Optimize Operational Efficiency
แน่อนอนว่าการจาก 2 หัวข้อก่อนหน้าก็ถือว่าเป็นการลงทุนเทคโนโลยีแต่เป็นในส่วนที่เกี่ยวข้องกับลูกค้าโดยตรง แต่มีอีกหนึ่งส่วนที่เป็นจุดสำคัญที่ผมมองว่าปัจจุบันร้านอาหารทุกร้านจะต้องมีก็คือ ระบบที่ช่วยให้การทำงานหลังบ้านของธุรกิจ และพนักงานทำงานได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และตัวอย่างที่ทุกคนรู้จักอย่างระบบ POS นั่นเอง
และยังรวมไปถึงระบบอัตโนมัติ (Automatic System) ต่าง ๆ ที่จะเข้ามาช่วยให้การทำงานของพนักงานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ด้วยความสามารถในการลดการทำงานในลักษณะของการทำซ้ำ ซึ่งจะช่วยให้พนักงานสามารถตอบสนองและมอบประสบการณ์ให้กับลูกค้าได้ได้ดียิ่งขึ้น
นอกจากนี้ถึงแม้ว่าจะอยู่ในช่วงของการเริ่มต้น แต่จะก็กำลังเป็นที่สนใจเป็นอย่างมากนั่นก็คือ เทคโนโลยี AI
ตัวอย่างเช่น McDonald’S ที่เริ่มใช้ AI เข้ามาใช้ผ่านช่องทางไดรฟ์ทรู (Drive-thru) ในบางสาขาที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งช่วยให้สามารถรับคำสั่งซื้อจากลูกค้าได้โดยอัตโนมัติและมีความแม่นยำ อีกทั้งยังลดข้อผิดพลาดในการสั่งซื้อที่อาจเกิดขึ้นเมื่อมีการสื่อสารผิดพลาดระหว่างลูกค้ากับพนักงาน
Corporate Involvement in Driving Positive Social and Environmental Change
การให้ความสำคัญในเกี่ยวกับความยั่งยืนเป็นสิ่งที่ตอบสนองต่อคุณค่าของผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน ที่ต้องการมีส่วนร่วมสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
ดังนั้นคำมั่นสัญญาต่อ ESG (สิ่งแวดล้อม สังคม และการดูแล) ไม่ใช่เพียงแค่กระแสนิยมอีกต่อไป จะเห็นว่าในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาแบรนด์ต่าง ๆ ซึ่งรวมถึงในอุตสาหกรรมร้านอาหารเอง ก็หันมาให้ความสำคัญตามหลัก ESG หรือแม้แต่การประกาศคำมั่นสัญญานี้ต่อผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องซึ่งรวมถึงผู้บริโภคด้วยเช่นกัน
อุตสาหกรรมร้านอาหารมีความพร้อมในการปรับตัวให้เป็นไปตามหลัก ESG ในหลากหลายวิธี และโซลูชันที่กำลังเป็นที่นิยมมีอยู่หลายประเภท ไม่ว่าจะเป็น
การลดขยะที่เกิดจากอาหาร
การลดหรือไม่ใชบรรจุภัณฑ์ที่จะนำไปสู่การสร้างขยะพลาสติก
ปรับปรุงเมนูอาหารให้ดีต่อสุขภาพมากขึ้น
การให้พนักงานมีเวลาในการทำงานที่ยืดหยุ่น
ส่งเสริมการฝึกฝนทักษะต่าง ๆให้กับพนักงาน
และหากแบรนด์ต้องการที่เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ การให้ความสำคัญในด้านนี้ก็จะเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมาก ด้วยเทรนด์ในปัจจุบันที่คนรุ่นใหม่มีความตระหนักรู้เกี่ยวกับความสำคัญทั้งด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม พวกเขาจะเลือกแบรนด์ที่ให้ความสำคัญกับคุณค่าเหล่านี้ มากกว่าแบรนด์อื่น ๆ
จากแนวโน้มทั้งหมดจะเห็นว่ามันอาจจะไม่ได้ใหม่สำหรับธุรกิจร้านอาหาร แต่เทรนด์เหล่านี้จะกลายเป็นรากฐานในการพัฒนาและต่อยอดธุรกิจร้านอาหารให้เติบโตได้ในอนาคต
นอกจากนี้ในประเทศไทยก็ได้มีการจัดงาน Restech – Restaurant Technology Expo 2024 ที่จะมาช่วยให้เหล่าผู้ประกอบการได้มาอัปเดตความรู้ในแวดวงร้านอาหารโดย รวมไปถึงเทรนด์เทคโนโลยีต่าง ๆ ที่จะเข้ามาช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์ นับว่าเป็นโอกาสที่ดีที่หล่าผู้ประกอบการจะได้เห็นภาพแนวโน้มที่เกิดขึ้นแล้ว และกำลังจะเกิดขึ้น
หากใครสนใจสมารถลงทะเบียนลงเข้าร่วมงานแบบไม่มีค่าใช้จ่าย ได้ที่ https://www.eventpop.me/e/47218-restech2024?aff=everydaymarketing
โดยงานจะจัดในวันที่ 13 – 15 กันยายน 2567 ณ ฮอลล์ 6 อิมแพค เมืองทองธานี เวลา 9.00-19.00 น. และติดตามรายละเอียดงานเพิ่มเติมผ่านทาง LINEOA : @restech หรือ https://lin.ee/AodLf50
สรุป
จาก เทรนด์ธุรกิจร้านอาหาร ในปี 2024 ไม่ได้เป็นแค่กระแสที่กำลังมาแรงในอุตสาหกรรมร้านอาหาร แต่ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่จะกำหนดทิศทางการเติบโตในอนาคต ธุรกิจที่สามารถปรับตัวและนำเทรนด์เหล่านี้ไปต่อยอดจะมีโอกาสในการแข่งขันและสร้างความยั่งยืนได้
ในยุคที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับประสบการณ์ การทำความเข้าใจและเตรียมความพร้อมในทุกด้านตั้งแต่การใช้เทคโนโลยี การมอบประสบการณ์ที่คุ้มค่า ไปจนถึงการมีส่วนร่วมในความยั่งยืน จะเป็นกุญแจสำคัญในการนำพาธุรกิจร้านอาหารก้าวสู่ความสำเร็จในอนาคต
อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่นี่