Content Creator Trends 2027 เมื่อใคร ๆ ก็สร้างคอนเทนต์ขึ้นมาได้ในทันตา ความเป็นตัวเองจึงเป็นสิ่งสำคัญ

ในทุกวันนี้การเป็น Content Creator อาจไม่ใช่เรื่องยากเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้วครับ เพราะการเข้ามาของคลิปสั้นและ AI ทำให้การสร้างคอนเทนต์เป็นเรื่องที่ง่ายขึ้นกว่าเดิมมาก ใคร ๆ ก็สามารถหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายคลิป ตัดต่อ หรือสร้างคอนเทนต์ออกมาได้ภายในเวลาไม่นาน

แต่ในวันที่ทุกคนทำคอนเทนต์ได้ง่ายขึ้น ความท้าทายอาจไม่ได้อยู่ที่การทำคอนเทนต์ให้ออกมาเยอะที่สุดอีกต่อไป แต่อยู่ที่การทำยังไงให้ผู้คนยังอยากกลับมาดู กลับมาติดตาม และยังเชื่อในตัวเรามากกว่า เพราะสุดท้ายแล้วสิ่งที่คนดูจำได้ อาจไม่ใช่แค่คอนเทนต์หนึ่งชิ้น แต่คือคนที่อยู่เบื้องหลังคอนเทนต์เหล่านั้นมากกว่าครับ

เนื้อหานี้ผมได้รับฟังมาจาก Session “Creator & Influencer Trends 2027” ภายในงาน  CTC2026 ซึ่ง Session นี้ได้พูดคุยโดยคุณปู – สุวิตา จรัญวงศ์ CEO & Co-founder ของ Tellscore, คุณเอ็ม – ขจร เจียรนัยพานิชย์ จาก RAiNMaker และคุณอิสระ ฮาตะ Co-Founder ของ Rubsarb Production โดยได้ร่วมกันแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับทิศทางของ Creator Economy ในวันที่ใคร ๆ ก็สร้างคอนเทนต์ได้ง่ายขึ้น แต่ความเชื่อใจและความเป็นตัวตนกลับกลายเป็นสิ่งที่สำคัญมากกว่าเดิมครับ

Content Creator Economy กำลังโต แต่การแข่งขันในวงการก็สูงตามไปด้วย

Creator Economy ในประเทศไทยกำลังเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องครับ คุณเอ็มเล่าว่า ปีนี้เป็นอีกปีที่แพลตฟอร์ม Social Media ระดับโลกเริ่มให้ความสำคัญกับตลาดไทยมากขึ้น อย่าง YouTube ที่เริ่มจัดกิจกรรม Community ในไทยแทบทุกเดือน รวมถึง TikTok ที่ก็เข้ามาลงทุนและผลักดัน Creator ไทยอย่างจริงจัง ทำให้ทุกวันนี้ Creator ไม่ได้เติบโตอยู่บนแพลตฟอร์มใดแพลตฟอร์มหนึ่งอีกต่อไป แต่เริ่มมีโอกาสสร้างตัวตนบนหลายแพลตฟอร์มได้พร้อมกัน

ในขณะเดียวกัน ภาพของ Creator ก็เริ่มเปลี่ยนไปด้วยครับ แม้ว่าหมวดหมู่ยอดนิยมเดิมหรือ Big 7 จะยังคงได้รับความสนใจอยู่ แต่ก็เริ่มมีหมวดใหม่อย่าง แม่และเด็ก ศิลปะและวัฒนธรรม รวมถึงสัตว์เลี้ยง ที่เติบโตขึ้นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะสายแม่และเด็กกับสัตว์เลี้ยงที่แม้จะทำคอนเทนต์ได้ยากกว่า แต่กลับเป็นพื้นที่ที่ยังมีโอกาสเติบโตสูง ขณะที่หมวด IT กลับเริ่มลดลง เพราะเทคโนโลยีไม่ได้เป็นหมวดเฉพาะอีกต่อไป แต่ค่อย ๆ เข้าไปอยู่ในคอนเทนต์แทบทุกประเภทแทน

 Creator Trend 2027 10 main

คุณเอ็มยังชี้ให้เห็นอีกว่า ไม่ใช่ทุกแพลตฟอร์มจะเหมาะกับทุกหมวดหมู่ของคอนเทนต์ อย่างคอนเทนต์สายรถยนต์ ผู้ชมส่วนใหญ่ก็ยังนิยมดูผ่าน YouTube มากกว่า เพราะธรรมชาติของเนื้อหาต้องการเวลาในการอธิบายและรีวิวมากกว่าคลิปสั้น ทำให้การเลือกแพลตฟอร์มอาจสำคัญไม่แพ้การเลือกว่าจะเล่าเรื่องอะไร

แม้ว่าปัจจุบันคอนเทนต์ที่ผู้คนบริโภคมากที่สุดจะเป็นคลิปสั้น ซึ่งคิดเป็นกว่า 82.7% ของการรับชมทั้งหมด แต่เมื่อทุกคนสามารถสร้างคอนเทนต์ได้ง่ายขึ้น การแข่งขันของ Creator ก็สูงขึ้นกว่าเดิมเช่นกัน และนั่นอาจเป็นเหตุผลว่าทำไม “ความเป็นตัวเอง” จึงเริ่มมีความสำคัญมากกว่าการทำคอนเทนต์ให้เยอะเพียงอย่างเดียว

Algorithm Runner เมื่อทุกคนวิ่งตาม Algorithm ความเป็นตัวเองจึงเริ่มมีมูลค่ามากขึ้น

อีกภาพหนึ่งที่เห็นชัดจาก Session นี้คือ เมื่อคลิปสั้นกลายเป็นรูปแบบคอนเทนต์หลักของหลายแพลตฟอร์ม Creator จำนวนมากก็เริ่มวิ่งตามตัวเลขมากขึ้นครับ ทุกครั้งที่มีแพลตฟอร์มใหม่หรือรูปแบบคอนเทนต์ใหม่ที่กำลังโต ผู้คนก็มักจะพยายามทำตามสิ่งที่ Algorithm กำลังผลักดัน เพื่อให้ยอดวิวและการเข้าถึงเติบโตเร็วที่สุด

คุณอิสระเล่าว่า ในวันที่คลิปสั้นเติบโต และ AI ทำให้การตัดต่อ การสร้างภาพ หรือการผลิตคอนเทนต์ง่ายกว่าเดิมมาก การแข่งขันของ Creator ก็สูงขึ้นตามไปด้วย แต่สิ่งที่เริ่มเห็นน้อยลงคือคนที่เริ่มทำคอนเทนต์จากความสนุกหรือความสนใจของตัวเองจริง ๆ เพราะหลายคนเริ่มทำตามตัวเลขตามกระแส มากกว่าทำจากสิ่งที่ตัวเองชอบครับ

 Creator Trend 2027 Creator

สำหรับคุณอิสระ สิ่งที่ยึดมาตลอดคือการทำในสิ่งที่ตัวเองรู้สึกว่าสนุกก่อน แล้วหวังว่าคนที่เข้ามาดูจะสนุกไปกับสิ่งนั้นด้วย ถ้าวันหนึ่งผู้ชมจะเติบโตขึ้น เปลี่ยนความสนใจ หรือย้ายไปติดตามช่องอื่น ก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ แต่สิ่งที่ยังเหลืออยู่กับ Creator ในระยะยาว คือความเชื่อใจและตัวตนที่ค่อย ๆ สร้างขึ้นมาตลอด

ในมุมของคุณปูก็พูดไปในทิศทางเดียวกันครับว่า สิ่งที่มีค่าที่สุดในวันนี้อาจไม่ใช่แค่การรู้วิธีทำ Hook หรือรู้จังหวะของ Algorithm แต่คือ Audience Trust หรือความน่าเชื่อถือของเรา เพราะต่อให้ AI จะช่วยผลิตคอนเทนต์ได้เร็วขึ้นหรือทำให้ทุกคนสร้างงานได้ง่ายขึ้น แต่ AI ก็ยังไม่มีความเชื่อ ความคิดเห็น หรือประสบการณ์ชีวิตแบบเดียวกับมนุษย์ครับ

ในวันที่ทุกคนเข้าถึงเครื่องมือชุดเดียวกัน ความแตกต่างจึงอาจไม่ได้อยู่ที่ว่าใครใช้ AI เก่งกว่า แต่คือใครทำให้คนดูรู้สึกว่า “นี่คือคอนเทนต์จากคนคนนี้” มากกว่าครับ

Reels feels like Hi! คลิปสั้นทำให้คนรู้จัก แต่คลิปยาวทำให้คนเชื่อใจ

แม้ว่าคลิปสั้นจะกลายเป็นรูปแบบคอนเทนต์ที่คนดูมากที่สุดในตอนนี้ แต่คุณเอ็มได้ชี้ให้เห็นอีกมุมหนึ่งที่น่าคิดครับว่า คลิปสั้นอาจทำหน้าที่ได้ดีในการทำให้คนเห็นเรา รู้จักเรา หรือสะดุดกับเราในช่วงเวลาสั้น ๆ แต่ไม่ได้แปลว่าคลิปสั้นจะทำหน้าที่สร้างความสัมพันธ์ระยะยาวได้เสมอไป

คุณเอ็มเปรียบเทียบไว้ว่า คลิปสั้นอาจเหมือนเพื่อนที่เราเจอกันในห้าง ทักทายกันแป๊บเดียวแล้วเดินผ่านกันไป แต่คลิปยาวเหมือนการได้นั่งกินข้าวด้วยกัน มีเวลาได้คุย ได้ฟัง ได้แลกเปลี่ยน และค่อย ๆ ทำความเข้าใจตัวตนของคนตรงหน้ามากขึ้น

 Creator Trend 2027 Hi

ตรงนี้ทำให้เห็นว่าคลิปสั้นกับคลิปยาวอาจไม่ได้ทำหน้าที่แทนกันทั้งหมดครับ คลิปสั้นอาจช่วยเปิดประตูให้คนเข้ามารู้จัก Creator ได้เร็ว แต่คลิปยาวยังมีพื้นที่ให้ Creator อธิบายตัวเอง เล่าความคิด เล่ามุมมอง และสร้างความเชื่อใจที่ลึกกว่าได้มากกว่า

สำหรับ Creator บางคน Long Form จึงยังมีมูลค่ามาก เพราะมันทำให้คนดูไม่ได้เห็นแค่คอนเทนต์หนึ่งชิ้น แต่เริ่มเข้าใจว่าเราคิดยังไง มองโลกแบบไหน และมี Opinion ต่อเรื่องต่าง ๆ อย่างไร ซึ่งทั้งหมดนี้คือสิ่งที่ทำให้คนดูค่อย ๆ จำเราได้ ไม่ใช่แค่จำคลิปของเราได้ครับ

Trust System เพราะความไว้ใจสร้างได้ถ้าเป็นระบบ

ถ้าความเป็นตัวเองคือสิ่งที่ทำให้คนดูจำ Creator ได้ ความเชื่อใจก็น่าจะเป็นสิ่งที่ทำให้คนดูยังอยากอยู่กับ Creator ต่อครับ เพราะในวันที่ AI ช่วยสร้างคอนเทนต์ได้เร็วขึ้น และทุกคนสามารถผลิตงานออกมาได้มากขึ้นกว่าเดิม สิ่งที่เริ่มสำคัญขึ้นเรื่อย ๆ อาจไม่ใช่แค่ว่าใครทำคอนเทนต์ได้ไวกว่า แต่คือใครยังทำให้คนดูรู้สึกได้ว่าสิ่งที่กำลังฟังอยู่มีที่มา มีความคิด และมีความรับผิดชอบอยู่ข้างหลัง

 Creator Trend 2027 Trust

คุณปูพูดถึงเรื่องนี้ผ่านคำว่า Audience Trust หรือความเชื่อใจจากผู้ชม ซึ่งเป็นสิ่งที่ Creator ต้องค่อย ๆ สร้างขึ้นมา ไม่ใช่แค่จากคอนเทนต์ที่ดูดี แต่จากวิธีคิด วิธีเล่า และความสม่ำเสมอในการรับผิดชอบต่อสิ่งที่ตัวเองสื่อสารออกไป เพราะต่อให้ AI จะช่วยเขียน ช่วยตัดต่อ หรือช่วยหาไอเดียได้เร็วแค่ไหน แต่ AI ก็ยังไม่มีความเชื่อหรือ Opinion แบบเดียวกับมนุษย์

Creative Authencity Framework 6 ทริคในการเป็น Authencity Creator มืออาชีพ

ความเชื่อใจไม่ได้เกิดจากการบอกว่าตัวเองจริงใจเท่านั้นครับ แต่มันเกิดจากรายละเอียดเล็ก ๆ ในการทำงานของ Creator ด้วย เช่น เรารู้หรือไม่ว่าเรากำลังพูดในฐานะใคร เราหยิบข้อมูลมาจากที่ไหน เราให้เครดิตแหล่งข้อมูลหรือเปล่า และเรามีการตรวจสอบสิ่งที่พูดมากพอไหม คุณปูจึงพูดถึงหลักคิดในการสร้าง Trust ของ Creator ไว้เพิ่มเติมประมาณนี้ครับ

  • Who am I – ก่อนจะทำคอนเทนต์ Creator ต้องรู้ก่อนว่าตัวเองกำลังพูดในฐานะอะไร เพราะถ้าเรายังไม่ชัด คนดูก็อาจไม่รู้ว่าจะเชื่อเราในเรื่องไหน
  • Original Respect – ในวันที่ทุกอย่างถูกนำมาต่อยอดได้ง่ายขึ้น การหยิบไอเดียหรือคอนเทนต์ของคนอื่นมาใช้ จึงต้องระวังและให้เกียรติต้นทางมากขึ้นกว่าเดิม
  • Source Transparency – การบอกที่มา แหล่งข้อมูล หรือเครดิต อาจดูเป็นเรื่องเล็ก แต่เป็นสิ่งที่ทำให้คนดูรู้ว่า Creator ไม่ได้พูดขึ้นมาลอย ๆ
  • Research Backup – ถ้าเป็นเรื่องที่ต้องใช้ข้อเท็จจริง การมีข้อมูลหรือ Research สนับสนุนอยู่ข้างหลัง จะทำให้คอนเทนต์มีน้ำหนักและน่าเชื่อถือมากขึ้น
  • Human First, Algorithm Second – เพราะสุดท้ายแล้วคนที่ดูคอนเทนต์ไม่ใช่ Algorithm แต่เป็นมนุษย์ที่มีความรู้สึก มีบริบท และจับได้ว่าอะไรถูกทำมาเพื่อเขาจริง ๆ
  • Take Responsibility – ยิ่ง Creator มีอิทธิพลต่อคนดูมากขึ้น ความรับผิดชอบต่อคอนเทนต์ที่ปล่อยออกไปก็ยิ่งสำคัญขึ้นตามไปด้วย

Choosing Creator เลือก Content Creator ยังไงให้ได้ผลลัพท์มากกว่าแค่ยอดวิว

เมื่อ Creator มีจำนวนมากขึ้น สิ่งที่ยากขึ้นสำหรับแบรนด์อาจไม่ใช่การหา Creator สักคนมาช่วยพูดถึงสินค้า แต่คือการเลือกให้ถูกว่าคนไหนเหมาะกับแบรนด์ของเราจริง ๆ ครับ เพราะในโลกที่ทุกคนเห็นตัวเลขได้ง่ายมาก ยอดวิว ยอดไลก์ หรือจำนวนผู้ติดตามอาจกลายเป็นสิ่งแรกที่แบรนด์มองเห็น แต่ไม่ได้แปลว่าสิ่งเหล่านั้นจะตอบโจทย์ของแบรนด์เสมอไป

คุณปูเล่าว่า ก่อนจะเลือก Creator แบรนด์ต้องรู้ Stage ของตัวเองก่อนว่า ตอนนี้แบรนด์อยู่ตรงไหน สินค้ามีความ Unique มากแค่ไหน เป็นแบรนด์ที่สร้างมานานแล้ว หรือเป็นสินค้าที่เฉพาะกลุ่มมาก ๆ เช่น สินค้าอย่างผ้าอ้อมหมา เพราะโจทย์ของแบรนด์ที่ต้องการ Mass Awareness กับแบรนด์ที่ต้องการคนที่เข้าใจสินค้าเฉพาะทาง อาจไม่ได้ต้องการ Creator แบบเดียวกัน

อีกส่วนหนึ่งที่สำคัญคือ แบรนด์ต้องเข้าใจก่อนว่าคอนเทนต์จะถูกปล่อยในพื้นที่แบบไหน เพราะแต่ละแพลตฟอร์มมี Format มีพฤติกรรมผู้ชม และมี Algorithm ที่ต่างกัน ถ้าโจทย์ของแบรนด์ต้องการยอดวิวเร็ว ๆ Creator ที่ถนัดคลิปสั้นอาจตอบโจทย์กว่า แต่ถ้าโจทย์คือต้องการให้คนดูเข้าใจสินค้า เชื่อในรายละเอียด หรือใช้เวลาฟังมากขึ้น Long Form ก็อาจเหมาะกว่า

คุณปูยังพูดถึงเรื่อง Lifestyle Match ด้วยครับ เพราะ Creator ที่ดีสำหรับแบรนด์หนึ่ง อาจไม่ใช่ Creator ที่ดีที่สุดสำหรับอีกแบรนด์หนึ่งเสมอไป ต่อให้ตัวเลขจะดูดีแค่ไหน แต่ถ้าชีวิต ความสนใจ หรือภาพจำของ Creator ไม่เข้ากับสิ่งที่แบรนด์อยากสื่อสาร คนดูก็อาจรู้สึกได้ว่าการร่วมงานนั้นไม่ค่อยเป็นธรรมชาติ

และเพราะไม่มีใครรู้ตั้งแต่แรกว่า Creator คนไหนจะเวิร์กที่สุด คุณปูจึงมองว่าการทำ A/B Testing ยังเป็นเรื่องสำคัญ แบรนด์อาจต้องทดลองหลายรูปแบบ หลาย Creator หลายข้อความ แล้วดูว่าคอนเทนต์แบบไหนสร้างผลลัพธ์ได้จริง ไม่ใช่เลือกจากความรู้สึกหรือเลือกจากชื่อเสียงเพียงอย่างเดียว

สุดท้ายแล้ว ถ้าแบรนด์ต้องการผลลัพธ์มากกว่าแค่ Awareness การทำงานกับ Creator ก็อาจไม่ได้จบแค่การโพสต์หนึ่งครั้งแล้วรอดูยอดวิว แต่ต้องคิดต่อว่าคอนเทนต์นั้นจะถูกขยายผลอย่างไร จะใช้ Ads ช่วย Scale ไหม และจะวัดผลจากอะไรบ้าง เพราะ Creator Marketing ในวันนี้อาจไม่ใช่แค่การยืมเสียงของคนดังมาพูดแทนแบรนด์ แต่คือการเลือกคนที่คนดูเชื่อ และทำให้ความเชื่อนั้นกลายเป็นผลลัพธ์ทางธุรกิจได้จริงครับ

Content Creator ที่อยู่ได้นาน ไม่ได้มีแค่คอนเทนต์ แต่มี Asset ของตัวเอง

อีกมุมหนึ่งที่คุณอิสระพูดไว้น่าสนใจคือ การเป็น Creator ในระยะยาวอาจไม่ได้แปลว่าเราต้องผลิตคอนเทนต์ออกมาตลอดเวลาเสมอไปครับ เพราะบางช่วงที่เรารู้สึกตันหรือไม่รู้ว่าจะเล่าอะไร การฝืนทำคอนเทนต์ต่อไปเรื่อย ๆ อาจไม่ได้ทำให้ตัวตนของเราชัดขึ้น แต่กลับทำให้เรายิ่งไกลจากสิ่งที่เราอยากเล่าจริง ๆ มากกว่า

คุณอิสระเล่าว่า บางครั้งสิ่งที่ Creator ควรทำอาจเป็นการถอยออกมาใช้ชีวิต ไปลองทำอะไรใหม่ ๆ หรือกลับไปอยู่กับสิ่งที่ตัวเองสนใจจริง ๆ เพราะสุดท้ายแล้วคอนเทนต์ที่ดีจำนวนมากไม่ได้เกิดจากการนั่งคิดว่าจะทำอะไรให้ไวรัล แต่เกิดจากชีวิต ความสนใจ และประสบการณ์บางอย่างที่ Creator ได้เจอด้วยตัวเอง

Source: เดลินิวส์

ตัวอย่างที่เห็นภาพคือเรื่องของคุณอิสระที่ไปแข่ง Hyrox แล้วใส่ชุดสีส้ม จนกลายเป็นไวรัลขึ้นมา หรือแม้แต่เรื่องเล็ก ๆ อย่างงานอดิเรก ความชอบเฉพาะทาง หรือของที่ Creator ใช้อยู่เป็นประจำ เช่น คีย์บอร์ด เสื้อผ้า หรือกิจกรรมบางอย่าง สิ่งเหล่านี้อาจดูเหมือนรายละเอียดเล็กมากในชีวิตประจำวัน แต่ถ้าถูกเล่าซ้ำอย่างเป็นธรรมชาติ มันก็สามารถกลายเป็น Asset ที่คนดูจำ Creator คนนั้นได้

ผมว่านี่คือสิ่งที่น่าสนใจมากในยุคที่คอนเทนต์ถูกผลิตได้ง่ายขึ้นครับ เพราะถ้า Creator มีแค่คอนเทนต์ คนดูก็อาจจำเราได้เพียงบางคลิป แต่ถ้า Creator มี Asset ของตัวเอง คนดูจะเริ่มจำเราได้จากภาพจำบางอย่างที่มากกว่าคลิปหนึ่งชิ้น

ในระยะยาว Creator ที่แข็งแรงอาจไม่ใช่คนที่ทำคอนเทนต์ได้เยอะที่สุดอย่างเดียว แต่คือคนที่ค่อย ๆ สร้างโลกของตัวเองขึ้นมาได้ โลกที่ทำให้คนดูรู้สึกว่า ถ้าพูดถึงเรื่องนี้ ภาพนี้ หรือความรู้สึกแบบนี้ เขาจะนึกถึง Creator คนนั้นขึ้นมา เหมือนที่พอพูดถึงเบียร์ หลายคนก็อาจนึกถึงคุณอิสระขึ้นมานั่นเองครับ

บทสรุป Content Creator Trend 2027 เมื่อความเป็นตัวเองกลายเป็นสิ่งสำคัญ

การเป็น Creator ในอนาคตอาจไม่ได้ง่ายขึ้นเพียงเพราะเรามีเครื่องมือที่ดีขึ้นครับ เพราะแม้ AI จะช่วยให้เราทำคอนเทนต์ได้เร็วขึ้น คลิปสั้นจะช่วยให้เราเข้าถึงคนได้มากขึ้น แต่ในอีกด้านหนึ่ง ทุกอย่างที่ง่ายขึ้นก็กำลังทำให้การแข่งขันหนาแน่นขึ้นเช่นกัน

ในวันที่ใคร ๆ ก็สร้างคอนเทนต์ได้ สิ่งที่ทำให้ Creator แตกต่างอาจไม่ใช่แค่จำนวนงาน การตาม Algorithm ได้ไว หรือการรู้เทคนิคการทำ Hook แต่คือการมีตัวตนที่ชัดพอให้คนดูจำได้ มีความคิดที่ทำให้คนดูเชื่อ และมีบางอย่างที่ทำให้คนดูรู้สึกว่า เขาไม่ได้กำลังดูคอนเทนต์ทั่วไป แต่กำลังฟังคนคนหนึ่งที่มีมุมมองจริง ๆ อยู่ข้างหลัง

สุดท้ายแล้ว คนดูอาจไม่ได้ติดตาม Creator เพราะคลิปที่ไวรัลเพียงอย่างเดียว แต่ติดตามเพราะเขารู้สึกเชื่อใจ รู้สึกคุ้นเคย และรู้สึกว่าคนคนนี้มีบางอย่างที่เขาอยากกลับมาหาอีกเรื่อย ๆ และนั่นอาจเป็นสิ่งที่ทำให้ Creator อยู่ได้นานกว่าคอนเทนต์ชิ้นใดชิ้นหนึ่งครับ

บทความที่แนะนำให้อ่านต่อ

สวัสดีครับผม “น้ำเย็น” น้องใหม่การตลาดวันละตอน ตอนนี้ทำงานเป็น Junior Marketing content creator & Data insight researcher ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับบ ^^

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *