Generative AI ตัวช่วยใหม่สำหรับ HR ยุค Digital

สวัสดีครับเพื่อน ๆ นักการตลาดทุกคน ปัจจุบันต้องยอมรับว่า AI เข้ามามีบทบาทสำคัญอย่างมากในการทำงานของคนปกติอย่างเรา ๆ แม้แต่ในด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล (HR) ที่คอยสรรหาและดูแลบุคลากรภายในองค์กรก็ตาม และด้วย Generative AI หรือ Gen AI ก็กำลังกลายเป็นกุญแจสำคัญในการปลดล็อกศักยภาพการบริหารทรัพยากรมนุษย์ยุคใหม่

จากการสำรวจองค์กรธุรกิจในปี 2024 ที่จัดทำโดย SHRM สมาคมวิชาชีพด้านทรัพยากรบุคคล พบว่า องค์กรธุรกิจต่างเริ่มหันมาสนใจในการนำ AI เข้ามาใช้ในกะบวนการทำงานของ HR เพิ่มมากขึ้น

Gen AI
Source: www.shrm.org

จากภาพเราจะเห็นเลยว่าองค์กรขนาดใหญ่ที่ต้องมีการบริหารทรัพยากรบุคคลภายในองค์เป็นจำนวนมาก ก็ให้ความสำคัญในการนำ AI เข้ามาใช้ในส่วนนี้ หรือแม่แต่ธุรกิจขนาดเล็กก็ตาม ซึ่งผมมองว่ามันแสดงให้เห็นถึงแนวโน้มในอนาคต กับบทบาทที่เพิ่มขึ้นของ AI ที่จะเข้ามามีส่วนช่วยในการเพิ่มศักยภาพของธุรกิจ

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมีองค์กรธุรกิจเพียง 1 ใน 4 (26%) ที่นำ AI เข้ามาใช้ในการสนับการทำงานของ HR ซึ่งหากมองในแง่ของตัวเลขอาจจะดูน้อย แต่ถ้ามองอีกมุมหนึ่งก็หมายความว่าหลายองค์กรยังไม่สามารถใช้ศักยภาพของ AI ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับองค์กรได้

Gen AI
Source: www.shrm.org

ก็นับว่าเป็นโอกาสที่องค์กรธุรกิจจะได้มองหา Solution ใหม่ ๆ ที่จะมาช่วยให้การทำงานของ HR นั้นมีประสิทธิภาพและสร้างผลลัพธ์ที่ดีที่สุดให้กับองค์กรธุรกิจ ซึ่งก็คือ Generative AI หรือ Gen AI

การมาของ Gen AI ส่งผลกระทบเป็นอย่างมากสำหรับคนที่ทำงานเป็น HR ในปัจจุบัน จากเดิมในตำแหน่งนี้ที่มีบทบาทหลัก อย่างการจัดการธุรกรรมและการดำเนินงาน โดยใช้ระบบอัตโนมัติ เช่น ระบบการจ่ายเงินเดือน, การคัดกรอง Resume หรือการวัด Performance ของพนักงาน แต่สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงแค่การใช้เครื่องมือ เพื่อให้เกิดความสะดวกรวดเร็วสำหรับผู้ที่ทำงานในตำแหน่งนี้เท่านั้น

Gen AI
Source: www.bcg.com

แต่ในอนาคต Gen AI จะกลายเป็นเหมือนเพื่อนร่วมงานอีกคนหนึ่ง ที่ไม่ได้แค่การจัดการธุรกรรมและการดำเนินงานเท่านั้น แต่จะมีบทบาทสำคัญในการวิเคราะห์และออกแบบกลยุทธ์ในการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลภายในองค์กรให้มีประสิทธิภาพมายิ่งขึ้น 

ซึ่งผมมองว่ามันค่อนข้างจะเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับการทำ Internal Marketing ในการสร้างความสัมพันธ์กับพนักงานภายในองค์กร เพื่อทำให้เกิดความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกับบริษัท

จากที่ผมได้พูดไปในข้างต้นว่า Gen AI จะเข้ามาแปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำงานของ HR และจะมีบทบาทมากขึ้นในองค์กร โดยข้อมูลจาก Boston Consulting Group บอกถึงผลกระทบที่มีต่อ HR ดังนี้

  • Dramatically Self-service platform จะมีการใช้แพลตฟอร์มที่ช่วยให้พนักงานภายในองค์กรสามารถติดต่อกับ HR ได้ดียิ่งขึ้น โดยผ่านระบบที่สามารถปรับรูปแบบข้อมูลให้เหมาะตามแต่ละบุคคลได้
  • Productivity and Experience Enhancements สามารถช่วยให้ HR ทำงานได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และสามารถมาโฟกัสในงานที่มีความสำคัญอย่างการเข้ามาดูพนักงานมากยิ่งขึ้น เพราะสุดท้ายและการได้พูดคุยหรือปรึกษากับคนด้วยกันก็ยังคงมีความสำคัญ
  • Truly Personalised ซึ่ง AI จะเป็นเหมือน “ผู้ช่วย” ที่จะช่วย HR รู้จักและเข้าใจพนักงานมากขึ้น เช่น รูปแบบการทำงาน ความต้องการเรียนรู้และพัฒนาของพนักงาน ซึ่งจะนำไปสู่การปรับแผนการทำงานให้เหมาะกับแต่ละคน เพื่อดึงดูดกลุ่มคนที่อยากจะเข้ามาทำงานและรักษาพนักงานเดิมที่มีศักยภาพให้อยู่กับองค์กร 
Gen AI
AI-Generated Image by Shutterstock (Prompt: Generative Ai transforming HR, employees interacting with AI-driven systems, modern office setting, captured in the style of documentary photography)

แน่นอว่ามันไม่ได้จะเข้ามาแทนที่ตำแหน่งงานของ HR แต่จะมาช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น ด้วยความสามารถในการรวบรวมข้อมูลที่ไม่เป็นโครงสร้าง (Unstructure Information) เข้าด้วยกันและเชื่อมโยงกันในหลาย ๆ ด้าน นำไปสู่การช่วยออกแบบกลยุทธ์ด้านบุคลากรภายในองค์กร และผมจะขอยกตัวอย่างของแบรนด์ที่มีการนำ Generative AI เข้ามาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โดย L’Oréal ได้สร้าง Chatbot ชื่อว่า Mya ในการช่วยคัดกรองผู้สมัครขั้นตอนแรกของการรับสมัครงาน โดย Mya จะตอบคำถามของผู้สมัครและรวบรวมข้อมูลสำคัญ เช่น ความพร้อมในการทำงานและสถานะวีซ่า ซึ่งจะช่วยประหยัดเวลาให้กับเหล่า HR นอกจากนี้ ในขั้นตอนต่อไป L’Oréal ยังใช้ Seedlink ซอฟต์แวร์ AI ที่จะช่วยวิเคราะห์คำตอบของคำถามสัมภาษณ์แบบปลายเปิด ซึ่งช่วยให้ผู้สัมภาษาณ์มีความแม่นยำในการค้นหาบุคลากรที่มีศักยภาพได้มากยิ่งขึ้น

Gen AI

ผลลัพธ์คือ แผนก HR สามารถประหยัดเวลาได้มากถึง 200 ชั่วโมงจากเวลาปกติ ในการจ้างนักศึกษาฝึกงาน 80 คน จากกลุ่มผู้สมัครที่มากถึงถึง 12,000 คน

Panasonic ที่เมริกาเหนือได้นำระบบ Visier People Insight มาใช้ ซึ่งระบบนี้มี AI ที่ช่วยจัดการงานบุคคลโดยให้โดยการรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับผู้สมัครหรือพนักงาน เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลเหล่านั้นให้กลายเป็นชุดข้อมูลของแต่ละคนที่เป็นข้อมูลเชิงลึก เพื่อนำไปวางกลยุทธ์ด้านบุคลากร การใช้ข้อมูล การวิเคราะห์ และการรับฟังความเห็นได้ทันที

ซึ่งส่งผลให้สามารถปรับปรุงกลยุทธ์ด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งเสริมประสบการณ์ที่ดีให้กับพนักงาน และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานภายในองค์กร

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่า AI จะได้รับการพัฒนาจนนำไปใช้งานได้หลากหลายด้าน และใช้ช่วยในการทำงาน HR ได้แบบครบจบทุกกระบวนการ แต่ในการสร้างประสิทธิภาพการทำงานในระยะยาวต้องมีการเตรียมความพร้อมและวางกลยุทธ์เพื่อให้ AI สามารถสร้างผลลัพธ์ได้จริง

ทาง Bluebik ได้เปิดเผยกลยุทธ์ Gen AI Use Cases ที่น่าสนใจสำหรับงาน HR ทั้งการสรรหาบุคลากร การบริหารผลการปฏิบัติงาน และการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคล โดยสามารถแบ่งออกเป็น 15 Use case ดังนี้

  • Automated Job Description Generation – วิเคราะห์คำอธิบายตำแหน่งงาน ข้อมูลบริษัท และเทรนด์ในภาคธุรกิจ และสร้างคำอธิบายตำแหน่งงานที่เหมาะสมที่สุด
  • Targeted Ad Placement – วิเคราะห์ตลาดแรงงานและความสนใจของผู้สมัครงาน และทำโฆษณารับสมัครงานบนเว็บไซต์และโซเชียลมีเดีย
  • Resume Screening – ระบุผู้สมัครที่เหมาะสมที่สุดจากทักษะและประสบการณ์ทำงานแบบอัตโนมัติ
  • Skills Matching – จับคู่ผู้สมัครงานที่ตรงกับความต้องการของตำแหน่งงาน
  • Predictive Personality Assessment – ระบุแนวโน้มลักษณะผู้สมัครงานที่เหมาะสมกับวัฒนธรรมองค์กร
  • Skills Gap Analysis – วิเคราะห์ทักษะพนักงานและให้คำแนะนำในการเสริมทักษะที่จำเป็นต่อการทำงาน
  • Attrition Prediction – วิเคราะห์ข้อมูลและผลการปฏิบัติงานเพื่อหาความเสี่ยงการลาออก
  • Succession Planning – ระบุตัวพนักงานที่มีศักยภาพได้รับการเลื่อนตำแหน่ง
  • Personalized Learning Paths – แนะนำโปรแกรมฝึกอบรมพนักงานที่เหมาะสมกับตำแหน่งงาน ทักษะ และประสบการณ์ทำงาน
  • Knowledge Management – จัดระบบเอกสาร ระเบียบปฏิบัติงานต่าง ๆ เพื่อให้ง่ายต่อการค้นหาสำหรับพนักงาน 
  • Career Pathing – ช่วยพนักงานในการสร้าง Career Path ที่เหมาะสมกับตัวเอง
  • Personalized Benefits – สร้างแพคเกจสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ที่เหมาะสมกับพนักงานแต่ละคน 
  • Payroll Automation – เพิ่มประสิทธิภาพของระบบบัญชีเงินเดือน
  • Compliance Monitoring – ติดตามและแจ้งเตือนความเสี่ยงด้านการปฏิบัติการ 
  • Chatbots for HR Helpdesk – แชทบอทตอบคำถามเกี่ยวกับ HR ตลอด 24 ชั่วโมง

การสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจจาก AI ไม่ใช่แค่การทำเทคโนโลยีมาใช้งาน แต่ต้องมาจากการวางกลยุทธ์และการจัดลำดับความสำคัญว่าจะนำ AI ไปใช้สร้างคุณค่าให้องค์กรที่จุดไหน และต้องมีความพร้อมเรื่องข้อมูลสำหรับพัฒนาโมเดล AI ให้สร้างผลลัพธ์ได้ตามความต้องการ

สรุป

ในยุคที่ AI กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในทุกภาคส่วนของธุรกิจ การนำ Generative AI หรือ Gen AI เข้ามาใช้ในการบริหารทรัพยากรบุคคลร่วมกับ HR จะไม่ได้แค่เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน แต่ยังช่วยสร้างความสามารถในการวิเคราะห์และออกแบบกลยุทธ์ให้เหมาะสมกับพนักงานแต่ละคนได้อีกด้วย

ผมมองว่า Gen AI ไม่ได้เข้ามาแทนที่การทำงานในตำแหน่ง HR โดยสิ้นเชิง แต่จะเข้ามาช่วยให้เกิดการทำงานแบบผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีและมนุษย์ ซึ่งจะช่วยให้การบริหารทรัพยากรบุคคลมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ดังนั้นการเตรียมความพร้อมในการนำ Gen AI เข้ามาใช้ อาจจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่แตกต่างให้กับองค์กรในอนาคต

อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่นี่

Marketing Content Creator and Data Insight Researcher

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *