รวม 10 ไอเดียเพิ่ม Brand Awareness ให้คนรู้จักแบรนด์คุณในเวลาสั้นๆ ตั้งแต่ Newsjacking ถีง Mascot Marketing แล้วจะไม่บ่นว่า "มึงรู้จักกูน้อยไป"

10 Idea Increase Brand Awareness ให้คนรู้จักแบรนด์คุณไม่น้อย

เคยมีนักการเมืองไทยท่านหนึ่งพูดเวลาเจอนักข่าวว่า “มึงรู้จักกูน้อยไปซะแล้ว” ฟังครั้งแรกผมก็ขำครับ แต่พอคิดดี ๆ ประโยคนี้สะท้อนปัญหาที่นักการตลาดและเจ้าของแบรนด์เจอกันอยู่ทุกวัน นั่นคือ คนรู้จักเราน้อยเกินไปจริงๆ

เพราะไม่ว่าสินค้าจะดีแค่ไหน บริการจะเทพเพียงใด ถ้าคนไม่รู้ว่าแบรนด์เรามีอยู่บนโลกใบนี้ทุกอย่างก็จบครับ ไม่มีทางขาย ไม่มีทางโต ไม่มีทาง Top of Mind สำหรับใครได้เลย

ปัญหาคือทำยังไงให้คนรู้จักแบรนด์เราในเวลาที่งบไม่ได้เยอะเท่าแบรนด์ใหญ่ระดับโลกอย่าง Coca-Cola และเวลาก็ไม่ได้มีให้รอเป็นปี ๆ เหมือนแบรนด์ระดับโลก

บทความนี้ผมเลยรวบรวม 10 Idea Increase Brand Awareness ที่นักการตลาดและเจ้าของแบรนด์เอาไปใช้ได้จริง พร้อม Case Study จากบทความในการตลาดวันละตอนที่ทำสำเร็จมาแล้วครับ

Awareness สำคัญแค่ไหน ทำไมแบรนด์ใหญ่ถึงยังลงทุนเรื่องนี้ไม่หยุด

ก่อนเข้าเนื้อหาผมขอเคลียร์สั้น ๆ ก่อนว่า Brand Awareness ไม่ใช่แค่เรื่องของการที่คนเห็นโลโก้หรือเห็นหน้าเราบ่อย ๆ แต่มันคือทรัพย์สินทางการตลาดที่ทบต้นทบดอกได้ในระยะยาวครับ

แบรนด์ที่คนรู้จักก่อนมักได้ Margin ที่ดีกว่า ปิดการขายเร็วกว่า และจ่าย Customer Acquisition Cost ถูกกว่าแบรนด์ที่ลูกค้าไม่เคยได้ยินมาก่อน นั่นคือเหตุผลว่าทำไม Apple, Nike, Coca-Cola ที่ใคร ๆ ก็รู้จักอยู่แล้วถึงยังทุ่มงบหลายพันล้านดอลลาร์ต่อปีไปกับการทำ Awareness เพราะถ้าหยุดเมื่อไหร่ คู่แข่งแซงเมื่อนั้น และเมื่อนั่นก็อาจจะเผลอบ่นกับลูกค้าว่า “มึงรู้จักกูน้อยไปซะแล้ว” ครับ

เรามาดู 10 ไอเดียเพิ่ม Awareness กันเลยดีกว่าครับ

1. Newsjacking หรือการเกาะกระแสข่าวให้ทัน Real-time

World Cup Delivery แคมเปญ Real-time Marketing ที่สร้างตำนานไวรัลไปทั่วประเทศ

Newsjacking หรือการเกาะกระแสข่าวให้ทัน Real-time คือเทคนิคที่ใช้ต้นทุนต่ำแต่ได้ Awareness สูง เพราะแบรนด์ไม่ต้องสร้างกระแสเอง แค่กระโดดเข้าไปอยู่ในบทสนทนาที่คนกำลังพูดถึงให้ถูกจังหวะครับ

ตัวอย่างที่ผมชอบมากคือเคสของ PedidosYA แบรนด์ Food Delivery จากละตินอเมริกา ที่ใช้กระแสฟุตบอลโลกทำแคมเปญ World Cup Delivery จนกลายเป็นไวรัลเข้าถึงประชากรมากกว่าครึ่งหนึ่งของประเทศ อ่านรายละเอียดได้ในบทความ World Cup Delivery แคมเปญ Real-time Marketing ของการตลาดวันละตอน

ข้อดีของ Newsjacking คือต้นทุนต่ำ ทำได้ในวันเดียว และผลลัพธ์ออกเร็วมาก แต่ข้อควรระวังคืออย่าไปเกาะข่าวเศร้า โศกนาฏกรรม หรือเรื่องที่ละเอียดอ่อนเด็ดขาด เพราะแทนที่จะได้ Awareness ดี ๆ จะกลายเป็นทัวร์ลงแทน

Actionable Insight: จัดทีม Social Listening ดูเทรนด์ทุกเช้า มีคนตัดสินใจได้เร็วในทีม และเตรียม Template ที่พร้อมขึ้นโพสต์ได้ภายใน 1 ชั่วโมง

2. Strategic OOH หรือการวางป้ายโฆษณาที่ทำให้คนถ่ายรูปแชร์

หลายคนคิดว่า OOH หรือ Out-of-Home Advertising เป็นสื่อที่ตายแล้วในยุค Digital แต่ความจริงคือป้ายกลางแจ้งที่ออกแบบให้คนอยากถ่ายรูปแชร์ ยังเป็นเครื่องมือสร้าง Awareness ที่แรงที่สุดอยู่

เทรนด์ที่น่าจับตามองคือ 3D Outdoor Advertising หรือป้ายโฆษณาแบบ 3 มิติ ที่ใช้เทคโนโลยี DeepScreen และ Anamorphosis บิดเบือนภาพให้ดูเหมือนสิ่งของกระโดดออกมาจากป้ายจนทำให้คนต้องยกมือถือถ่ายแชร์อัตโนมัติ การตลาดวันละตอนเคยวิเคราะห์เทรนด์นี้ไว้ในบทความป้ายโฆษณาแบบ 3D Outdoor เทรนด์ใหม่ สู่โลกอนาคต ครับ

หลักการสำคัญของ Strategic OOH ในยุคนี้คือป้ายต้อง “เห็นแล้วอยากถ่ายรูปและแชร์” ไม่ใช่แค่ “เห็นแล้วผ่าน” เพราะแบรนด์จะได้ Earned Media จาก User Generated Content คูณสิบจากการลงทุนเพียงครั้งเดียว

Actionable Insight: เลือกป้ายในจุดที่คนเดินช้าและมีมือถือในมือ เช่น ปากทางออก BTS หรือลาน Tourist Spot จะได้ Engagement สูงกว่าป้ายข้างทางด่วนที่คนแค่ขับรถผ่าน

3. Mascot Marketing หรือการสร้างตัวการ์ตูนแทนแบรนด์ให้คนรัก

ในบรรดา 10 ไอเดียทั้งหมดผมว่า Mascot Marketing หรือการสร้างตัวการ์ตูนแทนแบรนด์คือไอเดียที่ปังที่สุดในไทยช่วง 2 ปีที่ผ่านมาครับ และเคสที่ยกตัวอย่างได้ดีที่สุดคือ Butterbear หรือ น้องเนย ที่ไม่ได้หยุดอยู่แค่หน้าร้าน แต่กลายเป็น IP ที่แบรนด์อื่น ๆ ต้องการมาร่วมงานด้วย

การตลาดวันละตอนเคยถอดบทเรียนเรื่องนี้ผ่านเคส Butterbear x SABINA ที่ใช้พลัง Mascot ของน้องเนยมาเป็น Soft Power ขยายแบรนด์ชุดชั้นใน SABINA ให้กลายเป็น Lifestyle Brand อ่านได้ในบทความ Butterbear x SABINA เมื่อ Collab x Soft Power x Moment Marketing มาบรรจบ

เหตุผลที่ Mascot Marketing เร่ง Awareness ได้เร็วเพราะความน่ารัก และที่สำคัญ ตัวการ์ตูนเป็น Brand Ambassador ที่ไม่มีทางสร้างข่าวฉาว ข่าวดราม่า ไม่มีเรียกค่าตัวขึ้น และอยู่กับแบรนด์ได้ตลอดชีวิตครับ

Actionable Insight: ถ้าจะทำมาสคอตออกแบบให้ขยับตัวได้บนกล้องมือถือ และวางคาแรกเตอร์ให้น้องเป็น “เพื่อน” หรือ “เด็กน้อย” ไม่ใช่ “พนักงานในชุดการ์ตูนอะไรก็ไม่รู้”

4. Brand Collaboration หรือการจับมือแบรนด์อื่นเพื่อแลกฐานแฟน

ถ้าคุณไม่มีฐานแฟน วิธีที่เร็วที่สุดในการได้ Awareness คือ ไปจับมือกับแบรนด์ที่มีฐานแฟนเหนียวแน่นอยู่แล้วครับ นี่คือเหตุผลที่ Brand Collaboration เป็นไอเดียที่ทรงพลังที่สุดอย่างหนึ่งในการเร่ง Awareness

เคสที่น่าศึกษาในปี 2025 คือ CHAGEE x POP MART ที่ใช้ Art Toy คาแรกเตอร์ HACIPUPU มาผูกกับเมนูชาองุ่นเขียวใหม่ พร้อม Pop-up Event และของสะสม Limited Edition กระจายไปถึง 4 ประเทศคือไทย สิงคโปร์ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ในครั้งเดียว อ่านรายละเอียดในบทความ ถอด 4 กลยุทธ์ CHAGEE x POP MART Collaboration Marketing ของการตลาดวันละตอน

หลักการที่ทำให้ Collaboration ปังคือ ทั้งสองฝั่งต้องได้ประโยชน์ และ Audience ของทั้งสองฝั่งต้องมี Overlap ที่สมเหตุสมผล ไม่ใช่จับคู่กันแค่เพราะดัง

Actionable Insight: มอง Brand Collab เป็นการแลก Audience ไม่ใช่การยืม Celebrity หาแบรนด์ที่ Audience ใกล้เคียงแต่ไม่ใช่คู่แข่งโดยตรง แล้วร่วมกันสร้าง Story ที่ทั้งสองฐานแฟนรัก

5. Micro และ Nano Influencer Marketing หรือพลังของคนตัวเล็กที่ใหญ่กว่าที่คิด

Nano Influencer

หลายแบรนด์ยังติดกับดักว่า Influencer ที่มีผู้ติดตามหลักล้านคือคำตอบ แต่ความจริงในปี 2025-2026 มันเปลี่ยนไปแล้วครับ

การตลาดวันละตอนเคยวิเคราะห์ไว้ว่า Nano Influencer ที่มีผู้ติดตามไม่เกิน 10,000 คน คือกลุ่มที่สร้าง Engagement Rate สูงที่สุด และเหมาะกับธุรกิจ D2C หรือ Direct-to-Consumer ที่ต้องการ Build Trust กับ New Audience Segment โดยเฉพาะ อ่านรายละเอียดได้ในบทความ ทำไมธุรกิจ D2C ควรเลือกใช้ Nano Influencers ฉบับเข้าใจง่าย

ที่สำคัญกว่านั้นคือ Content ของ Micro และ Nano Influencer ดู Authentic กว่าโฆษณา ทำให้ Audience ไม่รู้สึกว่ากำลังถูกขายของอยู่ครับ

Actionable Insight: แทนที่จะลงงบทั้งก้อนกับ Top Influencer คนเดียว ลองแบ่งเป็น 10-20 Micro Influencer ในกลุ่มเป้าหมายเดียวกันคุณจะได้ Touch Point มากกว่า Trust สูงกว่า และ Risk ต่ำกว่าด้วย

6. Hashtag Challenge หรือการชวนคนมาเล่นเทรนด์กับเรา

แทนที่จะเล่าให้คนฟังว่าแบรนด์เราดียังไง ลองเปลี่ยนเป็นชวนคนมาเล่นกับแบรนด์เราดูครับ นี่คือเสน่ห์ของ Hashtag Challenge บน TikTok ที่ทำให้แบรนด์ได้ Awareness แบบก้าวกระโดดในเวลาไม่กี่วัน

ตัวอย่างที่น่าสนใจคือ Vaseline Verified แคมเปญที่ปลุกแบรนด์เก่าแก่อย่างวาสลีนให้กลับมาเท่บน TikTok โดยไม่ต้องรีแบรนด์ ด้วยการชวน User ส่ง Hack การใช้วาสลีนแปลก ๆ แล้ว Verify ให้ดูเลยว่าใช้ได้จริงไหม ผลคือยอดขายโตขึ้น 43% และเกิด UGC จำนวนมหาศาล อ่านได้ในบทความ Vaseline Verified แบรนด์เก่าแก่ Reframe ยังไงให้ยอดขายพุ่ง 43% ของการตลาดวันละตอน

หลักการคือออกแบบ Challenge ให้ง่ายพอที่คนทั่วไปจะทำได้ และมีโครงสร้างให้คนเอาไป Remix ต่อ เพราะเมื่อ TikTok Algorithm เห็นว่ามี User Generated Content จำนวนมากภายใต้ Sound หรือ Hashtag เดียวกัน ระบบจะดันให้คนเห็นเพิ่มเรื่อย ๆ

Actionable Insight: ก่อนปล่อย Challenge ทดสอบกับทีมในออฟฟิศก่อนว่าทำตามได้ใน 30 วินาทีไหม และอยากแชร์ให้เพื่อนเห็นไหม ถ้าคำตอบทั้งสองข้อคือใช่ก็ปล่อยได้เลย

7. Guerrilla Marketing หรือการตลาดกองโจรที่งบน้อยแต่ดังกระจาย

Guerrilla Marketing หรือการตลาดแบบกองโจร คือไอเดียที่นักการตลาดงบน้อยควรศึกษาที่สุดครับ เพราะหลักการคือใช้ความคิดสร้างสรรค์มากที่สุดเพื่อแลกกับเงินที่น้อยที่สุด แล้วได้ Earned Media คูณร้อย

การตลาดวันละตอนเคยรวบรวม 3 เคสที่ทำได้ดีไว้ครับ ตั้งแต่ 3M ที่เอาเงิน 3 ล้านดอลลาร์ใส่ตู้กระจกนิรภัยกันกระสุนของตัวเองแล้วท้าให้คนทุบ ไปจนถึง Nike และเคสอื่น ๆ ที่งบน้อยแต่ไอเดียพังกำแพง อ่านได้ในบทความรวมดาว 3 แบรนด์ที่ทำ Guerrilla Marketing Campaigns ได้จี๊ดน่าจด

ข้อดีของ Guerrilla Marketing คือต้นทุนต่อ Reach มักถูกกว่า Paid Media มาก เพราะสื่อชอบเขียนถึงให้ฟรี และคน Generation Z มีแนวโน้มจะแชร์เหตุการณ์แปลก ๆ มากกว่าโฆษณาธรรมดา

Actionable Insight: ก่อนทำ Guerrilla Stunt ถามตัวเองว่า ถ้าเราไม่ใช่เจ้าของแบรนด์นี้ เราจะอยากแชร์เรื่องนี้ให้เพื่อนฟังไหม ถ้าคำตอบคือไม่ก็คิดใหม่ครับ

8. Sponsorship หรือการเอาแบรนด์ไปเกาะ Big Moment ที่คนใจจดใจจ่อ

Sponsorship หรือการสปอนเซอร์งานใหญ่ ๆ คือทางลัดในการเอาแบรนด์ไปอยู่ในโมเมนต์ที่คนมีอารมณ์ร่วมสูงสุด แต่การสปอนเซอร์สมัยใหม่ไม่ใช่แค่แปะโลโก้แล้วจบครับ

เคสที่ผมชอบมากคือ LIDL แบรนด์ Supermarket จากเยอรมันที่ไปสปอนเซอร์ Tomorrowland เทศกาล EDM ที่ใหญ่ที่สุดในโลกทั้งที่ดูไม่เข้ากันเลย แต่เขาคิดแคมเปญชื่อ Songs for Your Taste หรือ Blend Test เอาผักผลไม้มาปั่นเป็น Smoothie 10 รสชาติขายในงาน เปลี่ยนความไม่เข้ากันให้กลายเป็นจุดเด่นที่คนจดจำได้ อ่านในบทความ Brand Sponsorship ยังไงให้ไม่น่าเบื่อ Engagement ดี ได้ผลทันที

หลักการที่ทำให้ Sponsorship ปังคือต้องคิดเรื่อง Content Integration ด้วยว่าจะเอา Story ของแบรนด์ใส่เข้าไปในงานนั้นยังไงที่ไม่ใช่แค่ติดโลโก้ครับ

Actionable Insight: เลือกงานที่ Audience ตรงกับแบรนด์ก่อน Size ของงาน งานเล็กที่ Audience ตรงเป๊ะ มี ROI สูงกว่างานใหญ่ที่ Audience กระจาย

9. Pop-up Event หรือการสร้างประสบการณ์ที่คนต้องมาดูเอง

ในยุคที่ทุกคนใช้ชีวิตอยู่บนหน้าจอ การสร้าง Offline Experience กลับกลายเป็นเรื่องที่ทรงพลังขึ้นครับ Pop-up Event หรือกิจกรรมระยะสั้นที่จัดในจุดยุทธศาสตร์คือไอเดียที่ช่วยให้แบรนด์เร่ง Awareness โดยเฉพาะในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพ

ตัวอย่างที่ดีในไทยคือ ASICS SportStyle Pop-Up ใจกลางสยามเซ็นเตอร์ ที่ใช้คอนเซปต์สวน Zen แบบญี่ปุ่นมาเชื่อมโยงกับ Brand Heritage ของตัวเอง สร้าง Immersive Experience ที่ให้ลูกค้าได้สัมผัสตัวตนของแบรนด์ไม่ใช่แค่มาดูสินค้า อ่านได้ในบทความ การตลาด ASICS ใช้ SportStyle Pop-Up สร้าง Immersive Experience ของการตลาดวันละตอน

จุดที่ Pop-up Event ต่างจากร้านปกติคือ Scarcity หรือความขาดแคลนตามเวลา เมื่อจัดแค่ระยะสั้นคนจะรู้สึกว่าถ้าไม่ไปวันนี้ พลาดเลย ซึ่งช่วยให้คนต่อคิวยาว และคนต่อคิวยาวก็คือ Content ที่คนถ่ายรูปแชร์ต่อให้ฟรีอีกที

Actionable Insight: ออกแบบ Pop-up ให้ถ่ายรูปแล้วโพสต์ลง Instagram Story ได้ทันที คือ Pop-up ต้อง Photogenic ตั้งแต่ผนัง พื้น สินค้า ไปจนถึง Touchpoint เล็ก ๆ อย่างฉลากและถุง

10. UGC Campaign หรือการให้ลูกค้ากลายเป็นนักการตลาดให้แบรนด์

ไอเดียสุดท้ายแต่อาจเป็นไอเดียที่ยั่งยืนที่สุดคือ UGC Campaign หรือ User Generated Content ซึ่งคือการให้ลูกค้าเป็นคนสร้างคอนเทนต์เกี่ยวกับแบรนด์เอง

ตัวอย่างที่ผมชอบมากคือ AKA ร้านยากินิกุที่ใช้ UGC Marketing สร้างแคมเปญ “เผ็ดรอบวง องศาเดือด” ชวนลูกค้าประกวดส่งคอนเทนต์เกี่ยวกับเมนูเผ็ดของร้าน ผลลัพธ์คือลูกค้ากว่า 90% ที่เข้าใช้บริการในช่วงแคมเปญสั่งเมนูใหม่นี้ และเกิด Engagement กระจายไปทั่ว Social Media โดยที่แบรนด์แทบไม่ต้องจ่ายค่าโฆษณา อ่านได้ในบทความ แคมเปญการตลาด AKA สร้าง UGC Marketing เพิ่มความเผ็ดร้อน

เหตุผลที่ UGC ทรงพลังคือคนเชื่อคนปกติด้วยกันมากกว่าเชื่อ Marketer ครับ Content ที่ลูกค้าทำเอง มี Trust สูงกว่า Branded Content หลายเท่า

Actionable Insight: ออกแบบสินค้า บริการ หรือสถานที่ ให้มี Moment ที่คนอยากถ่ายรูป จากนั้น Repost UGC จากลูกค้าให้บ่อย เพราะลูกค้าที่ถูก Repost จะกลายเป็นแฟนแท้ของแบรนด์ทันที

สรุป 10 Idea Increase Brand Awareness ให้คนรู้จักคุณไม่น้อย และข้อเตือนใจที่นักการตลาดต้องจำให้ขึ้นใจ

ทั้ง 10 ไอเดียที่ผมรวบรวมมา ไม่ว่าจะเป็น Newsjacking, Strategic OOH, Mascot Marketing, Brand Collaboration, Micro Influencer, Hashtag Challenge, Guerrilla Marketing, Sponsorship, Pop-up Event หรือ UGC Campaign ล้วนเป็นไอเดียที่นักการตลาดและเจ้าของแบรนด์เอาไปใช้ได้จริงครับ

ผมไม่ได้บอกว่าต้องทำให้ครบทั้ง 10 ในเวลาเดียวกัน แต่ลองเลือกมา 2-3 ไอเดียที่เข้ากับ Stage ของแบรนด์คุณมากที่สุด แล้วลงมือทำให้ลึกพอที่จะเห็นผล แทนที่จะทำทั้งหมดแบบครึ่ง ๆ กลาง ๆ ครับ

แต่ก่อนจะปิดท้ายผมอยากย้ำเรื่องสำคัญหนึ่งเรื่องครับ การเร่ง Awareness ไม่ได้แปลว่าให้ทำทุกวิถีทางให้คนรู้จักแบรนด์เราเยอะที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะการทำให้คนรู้จักแบบ “รัก” ดีกว่าการทำให้คนรู้จักมาก ๆ แบบ “เกลียด” อย่างเทียบไม่ได้ครับ

แบรนด์ที่คน “เกลียดแล้วรู้จัก” คือแบรนด์ที่ตายในระยะยาว เพราะทุกครั้งที่คนเห็นโลโก้พวกเขาจะนึกถึงเรื่องไม่ดีแทนที่จะนึกถึงสินค้า และเมื่อมีทางเลือกอื่นพวกเขาจะหันไปทันที

ดังนั้นนับจากนี้ไปเวลาเพื่อน ๆ นักการตลาดจะออกไอเดียเร่ง Awareness ลองตั้งคำถามสั้น ๆ ก่อนปล่อยทุกครั้งครับว่า แคมเปญนี้ทำให้คนรู้จักแบรนด์เราในแบบที่เรา “อยากให้รู้จัก” หรือเปล่า

ถ้าคำตอบคือใช่ ลุยเลยครับ แต่ถ้าคำตอบคือไม่ หรือมีความเสี่ยงที่คนจะรู้จักแล้วเกลียด อันนี้ไม่ควรหาทำครับ เพราะแบรนด์พังในระยะยาวรักษาเท่าไหร่ก็ไม่กลับมาเหมือนเดิม

Awareness ที่ดี คือ Awareness ที่มาพร้อม Brand Love ครับ แล้วคุณก็จะได้ไม่บ่นเหมือนนักการเมืองคนหนึ่งว่า “มึงรู้จักกูน้อยไป” เพราะหลังจากพูดคำนั้นไป คนทั่งประเทศรู้จักท่านอย่างที่ท่านไม่อยากให้รู้จักแล้วครับ

เจ้าของเพจการตลาดวันละตอน อาจารย์พิเศษวิชา Data-Driven Communication เขียนหนังสือมาแล้ว 7 เล่ม Personalized Marketing, Data-Driven Marketing, Data Thinking, Contextual Marketing, Social Listening, CRM และ ขายดีขึ้นร้อยเท่ากับการตลาดร้อยตอน และที่ปรึกษาด้านการตลาด Data-Driven Advisor

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *