Case Study Rebranding​ กลยุทธ์​ทางการตลาดที่ช่วยเปลี่ยนภาพลักษณ์​ กระตุ้น​ยอดขาย​ และจับกลุ่มลูกค้าใหม่​ สำหรับแบรนด​์ที่อยู่มานาน​

เช็กลิสต์​พร้อม​ Case​ Study​ Rebranding อย่างไรให้แบรนด์​ดังปังกว่าเดิม

Rebranding คืออะไร และต้องทำอย่างไร มาดูเช็คลิสต์พร้อม Case Study ดีๆ กัน

สำหรับ​คนที่ทำธุรกิจมานานๆ​ ย่อมต้องเจอกับปัญหาและความเปลี่ยนแปลง​อยู่​ตลอดเวลา​ ไม่ว่าจะ​เป็นเรื่อง​ของความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนไป​ หรือคู่แข่งหน้าใหม่ๆ​ ที่ผลัดเปลี่ยน​หมุนเวียน​กันมาลงสนามอยู่เรื่อยๆ​ ซึ่งถ้าคุณเองไม่อยากกลายเป็นแค่ตำนาน​ หรือถูกกลืนหายไปกับกาลเวลา​ สิ่งที่ทำได้คงหนีไม่พ้นการ Rebranding​ ของคุณ​ให้เข้ากับยุคสมัย​ และดูสดใหม่อยู่​เสมอ

คำถามก็คือ… แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าถึงเวลาแล้วที่เราควรจะ​ Rebranding​ ใหม่สักที แล้วการเปลี่ยนแปลง​ครั้ง​ใหญ่​นี้จะมีวิธีไหนที่สามารถ​ดึงดูด​ลูกค้า​ได้บ้าง

ทำไมต้อง​ Rebranding ? 

เคยสังเกตไหมคะว่าธุรกิจที่มีชื่อเสียงและอยู่มานานอย่าง​ ดอยคำ ศรีจันทร์​ หรือแม่ประนอม​ ทำไมถึงต้องตบเท้าทยอยกัน​ Rebranding​ ใหม่​ ทั้งที่ชื่อก็คุ้นหู​คุ้นตาผู้บริโภคกันอยู่แล้ว

จริงๆ​ แล้ว​ การ​ Rebranding นั้นถือเป็นหนึ่ง​ใน​กลยุทธ์​การตลาดในการสร้าง​ความสดใหม่ให้ทั้งกับภาพลักษณ์​ของตัวธุรกิจ​ รวมถึงสินค้าและบริการ​ โดยไม่จำเป็นว่าต้องเป็นแบรนด์ใหญ่เท่านั้น​ แต่แบรนด์เล็กเองก็สามารถรีแบรนด์​ได้เช่นกัน

ซึ่งการ​ Rebranding​ นอกจากทำให้ภาพลักษณ์​ธุรกิจ​ดูทันสมัยขึ้นแล้ว​ เป็นกลยุทธ์ที่ช่วยดึงดูดกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ รวมถึงทำให้ฐานลูกค้าเก่ารู้สึกตื่นตัวมากขึ้นด้วย

ธุรกิจ​แบบไหนที่ควรทำการ​ Rebranding

สำหรับ​ธุรกิจ​ที่แบมมองว่าควรจะทำการรีแบรนด์​นั้น​ แบ่ง​ออก​เป็น​ 3​ ประเภท​ ได้แก่​

  • Under Branding

หรือธุรกิจที่ไม่เคยมีการสร้างตัวตนของแบรนด์มาก่อน

  • Confused Branding

ธุรกิจที่มีจุดขาย​ หร​ือภาพลักษณ์​ที่ไม่ชัดเจน​ ทำให้ยังสื่อสารกับลูกค้าได้ไม่ตรงจุดเท่าทีาควร

  • Over Branding

ธุรกิจ​ที่มีภาพจำของสินค้า​หรือ​บริการ​ชนิดใดชนิดหนึ่งมากจนเกินไป​ คนทำให้ผู้บริโภค​ไม่นึกถึงสินค้าและบริการอื่นๆ​ ที่ธุรกิจ​มี

5 สัญญาณ​เตือนว่าถึงเวลาแล้วที่เราควร​ Rebrand​ing

เราลองมาดูกันว่ามีสัญญาณ​เตือนอะไรบ้างที่บ่งบอกว่า​น่าจะถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องทำการเปลี่ยนแปลง​ Rebranding​ ครั้งใหม่กันสักที

1.กลุ่มเป้าหมายเปลี่ยน

แรกที่บอกให้รู้ว่าเราควรจะต้องปรับตัวได้แล้วก็คือ กลุ่มเป้าหมายของเราที่เปลี่ยนไปจากเดิม​ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเป้าหมายใหม่ที่เริ่มหันมาให้ความสนใจกับสินค้าและบริการของเรามากขึ้น​ หรือกลุ่มลูกค้าเก่าที่เปลี่ยนพฤติกรรม​ไป​ ถ้าเราสามารถปรับภาพลักษณ์​และสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมาย​ได้ตรงจุด​ ก็จะสามารถ​สร้าง​ Awareness​ และสร้างโอกาส​ในการขายได้ในเวลาเดียวกัน​

2.แบรนด์​มีการขยายตลาด

ถ้าหากธุรกิจ​ของเรามีการขยายตลาด​ มีไลน์สินค้าใหม่ๆ​ เพิ่มมากขึ้น​ กรือมีรูปแบบธุรกิจ​ที่แตกต่สงไปจากเดิม​ ก็ควรจะทำการ​ Rebranding​ ใหม่ให้ดูทันยุคทันสมัย​ ควบคู่​กัน​ไป​ทั้งภาพลักษณ์​และระบบบริหาร​จัดการ​ภายใน​ ดีกว่าให้ผู้บริโภค​ติดกับภาพ​ลักษณ์​เดิมไปเรื่​อยๆ​ จนมองข้าม​สินค้า​และ​บริการ​ของเรา​ไป

3.เมื่อแบรนด์เป็นเพียงตำนานที่ถูกลืม

หลายธุรกิจ​นั้นเป็นแบรนด์เก่าแก่ที่โด่งดังและเป็นที่จดจำของคนในยุค​หนึ่ง​ แต่เมืาอเวลาผ่านไปแบรนด์​เหล่านั้นกลายเป็นเพียงแค่ความทรงจำ​ หรือเป็นแบรนด์​หนึ่งในประวัติศาสต​ร์ที่ถูกบอกเล่าหรือนิยมแค่เฉพาะกับคนรุ่นเก่าเท่านั้น​ ดังนั้นแบรนด์​จึงควรทางแบรนด์​จึงควรมีการ​ Rebranding​ เพื่อให้ตำนานได้กลับมามีชีวิต​อีก​ครั้ง​

4.เมื่อเห็นสัญญา​ Distrubtion

เมื่อโลก​เปลี่ยน​ เราเองก็ไม่ควรต้านทานกระแส​โลก​ จริงไหมคะ? ดังนั้นเมื่อไหร่ก็ตามที่เราเริ่มเห็นเค้าลางของการ​ Distrubtion​ ก็ควรเริ่มคิดที่จะวางแผน​ และทิศทาง​ในการ Rebranding​ ธุรกิจ​ไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ​ เพราะ​เมื่อไหร่ที่มีการเปลี่ยน​ทางเทคโนโลยี ก็จะทำให้ดทรนด์และ​พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไปเช่นกัน

5.มีแผนจะโกอินเตอร์​

ลองคิดภาพตามดูนะคะว่าถ้าธุรกิจของเรสจะมีการเปลี่ยนแปลง​ครั้ง​ใหญ่​อย่างการโกอินเตอร์​ ไม่ว่าจะแค่แถบประเทศ​เพื่อนบ้าน​ หรือไกลกว่านั้น​ สิ่งที่เราควรคิดและ​วางแผน​เป็น​อันดับ​ต้น​ๆ​ ก็คือการ​ Rebranding​ ธุรกิจ​ให้มีความเป็นสากลมากขึ้น​ เพื่อให้สอนค้าและบริการของเราสามารถเข้าถึงคนได้ในระดับที่​ Mass​ มากขึ้นนั่นเอง

Case​ Study​: 3 แบรนด์​ไทย​ ที่​ Rebranding​ แล้วปัง​ แถมดังกว่าเดิม

ใน​ความ​เป็นจริง​แล้ว​มีแบรนด์​ไทยหลายๆ​ แบรนด์​ในช่วงนี้ที่เริ่มทยอย​ Rebranding​ เพื่อเปลี่ยนภาพลักษณ์​ให้แบรนด์​ดูทีนยุค​ทันสมัยมากขึ้น​ ดังนั้นแบมเลยจะขอยกตัวอย่าง​ 3 แบรนด์​ที่​ Rebranding​ แล้วปังยิ่งกว่าเดิมมาให่ลองศึกษากันค่ะ

ศรีจันทร์​

สำหรับศรีจันทร์​นั้นเป็นแบรนด์​เครื่องสำอาง​ที่อยู่​คู่​คนไทยมากว่า​ 70 ปี​ โดยโปรดักส์​สร้างชื่อในสมัยนั้นก็คือ​ ‘ผงหอมศรีจันทร์’​ ที่ฮอตฮิตมากจนเรียกได้ว่าเป็นไอเทมเด็ดของสาวๆ​ ในยุคนั้นเลยทีเดียว

แต่เมื่อยุคสมัยผ่านไปความต้องการของตลาดเครื่องสำอางก็เปลี่ยนไปเช่นกัน​ กลายเป็นว่าของที่เคยได้รับความนิยมอย่างผงหอมศรีจันทร์​ สุดท้ายก็ถูกกลืนหายไปท่ามกลางคลื่นเครื่องสำอางแบบใหม่ๆ​ ที่มีสีสัน​ และความ​หลากหลาย​ที่ตอบ​โจทย์​ความต้องการ​ของ​ผู้บริโภค​รุ่น​ใหม่ๆ​ มากกว่า

ศรีจันทร์​เลยเริ่มต้นการ​ Rebranding​ ด้วยการลงพื้นที่เพื่อสำรวจและ​ศึกษา​ความต้องการ​ของลูกค้าในยุค​ปัจจุบัน​ จากนั้นจึง​ทำการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์​ออกมาโดยการเพิ่ม​คุณค่าให้ตัวสินค้าด้วยการนำส่วนผสมที่นำเข้า​จากต่างประเทศเข้ามาประกอบ​ เพื่อเพิ่มมูลค่าของสินค้ามากขึ้น​ โดยอยู่ในราคาที่จับต้องได้​ 

ที่สำคั​ญคือมีการปรับภาพลักษณ์​แบรนด์​ทั้งในเรื่องของ​โลโก้​ สีสัน​ และแพ็กเกจจิ้งของผลิตภัณฑ์​ให้ดูสวยงาน​ ทันสมัย​ ไม่เชย​ พกพาง่าย​ และใช้งานสะดวกขึ้น​ 

ส่วนในฝั่งของช่องทางจัดจำหน่าย​ ทางแบรนด์​ก็เดินหน้าจัดเต็มทั้งฝั่งออนไลน์​และออฟไลน์​ เรียกได้ว่าหาซื้อง่าย​ ไปทีาไหนก็เจอ

ไม่เพียงเท่านี้ในด้านการสื่อสารศรีจันทร์​เองก็ทำได้ดี​ ด้วยเนื้อหาที่สื่อถึงผู้หญิงยุคใหม่​โดยบอกเล่าความแข็งแกร่งของแบรนด์เครื่องสำอางไทยที่เข้าใจสาวไทยในทุกยุคทุกสมัย​ จนทำให้​แบรนด์​ศรีจันทร์​อยู่​ในกระแส​ เป็น​ที่พูดถึง และกลับมาได้รับความสนใจ​จากสาวๆ​ สมัยใหม่​ จนทำให้ยอดขายกลับมาพุ่งสูงขึ้นอีกครั้งเช่นกัน

Case Study Rebranding​ กลยุทธ์​ทางการตลาดที่ช่วยเปลี่ยนภาพลักษณ์​ กระตุ้น​ยอดขาย​ และจับกลุ่มลูกค้าใหม่​ สำหรับแบรนด​์ที่อยู่มานาน​

แม่ประนอม

ในกรณีของแม่ประนอมจะแตกต่างออกไป​ เพราะถึงแม้จะผ่านเวลามานาน​ ผลิตภัณฑ์น้ำจิ้มไก่ของแม่ประนอมก็ยังคงขายดีและได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง​ แต่แทบไม่มีใคร​รู้เลยค่ะว่านอกจากน้ำจิ้มไก่​แล้ว​ แม่ประนอมเขายังมี​สินค้า​ตัวอื่นๆ​ อย่างน้ำพริกเผา น้ำมันพริกเผา และน้ำพริกนรก​ อยู่​ด้วย

งานยี้แม่ประนอมก็เลยจัดการ​ Rebranding​ ตัวเอง​ ผ่านการทำคอนเทนต์​สุดสร้างสรรค์​ ไม่ว่าจะเป็นคำคมเด็ดๆ​ หรือสูตร​อาหารที่น่าสนใจ​ เปลี่ยนคาแรกเตอร์​ปม่ประนอมจากคุณ​ป้าเชยๆ​ ที่อยู่บนฉลากข้างขวด​ เป็นคุณป้าสุดแซ่บ​ ที่เก๋าเกม​ และแก่ประสบการณ์​ มาคอยสอนลูกๆ​ หลานๆ ให้สมกับเป็นตัวแม่ที่อยู่คู่ครัว คนไทยมาแล้วมากกว่า 60 ปี​ โดยมีกลุ่มเป้าหมายหลักเป็นแม่บ้านสมัยใหม่

แน่นอนว่าการ​ Rebranding​ ครั้งนี้เป็นที่พูดถึงกันในวงกว้าง​ จนบรรลุเป้าหมาย​ที่ต้องการสร้าง​การรับรู้การมีอยู่ของผลิตอื่นๆ​ ของแบรนด์​ด้วย

Case Study Rebranding​ กลยุทธ์​ทางการตลาดที่ช่วยเปลี่ยนภาพลักษณ์​ กระตุ้น​ยอดขาย​ และจับกลุ่มลูกค้าใหม่​ สำหรับแบรนด​์ที่อยู่มานาน​

ดอยคำ

สำหรับแบรนด์​นี้้ป็นการ​ Rebranding​ เนื่องจากกลุ่มเป้าหมายที่เปลี่ยนไป​ จากเดิมนั้นดอยคำมักจะถูกซื้อหาเป็นของฝาก​ ของเยี่ยมไข้​ หรือเป็นของขวัญสำหรับให้ผู้ใหญ่​ 

แต่เนื่องจากเทรนด์​รักสุขภาพ​ที่มาแรงแซงทางโค้งในช่วงหลายปีที่ผ่านมา​ ดอยคำจึงทำการ​ Rebranding​ ครั้งใหญ่​ โดยยังรักษาฐานลูกค้าเดิมที่เป็นกลุ่มคนที่รักสุขภาพ​ไว้​ ในขณะเดียวกันก็พุ่งเป้าจับกลุ่มไปที่คนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจในสุขภาพ​เช่นกัน

การ​ Rebranding​ ในครี้งนี้​ ทางดอยคำมีจุดประสงค์​ใน​การ​เจาะกลุ่มคนอายุ 20-30 ปี โดยเฉพาะ​ จึงมีการปรับภาพลักษณ์​ใหม่​ทั่วตัวโลโก้​ และแพ็กเก็จ​จิ้ง รวมถึงออกไลน์ผลิตภัณฑ์​ที่นอกจากจะมุ่งเน้นเรื่องสุขภาพ​แบบเดิมแล้วยังเพิ่มเติมเรื่องของความสวยจากภายในด้วย​ เช่น​ การปรับสูตรแบบ​ low sodium, การใช้ความหวานจากใบหญ้าหวานแทนน้ำตาล​ หรือการทำเครื่องดื่มน้ำมะเขือเทศ moctail ที่ดื่มง่าย และดีต่อผิวพรรณ​ เป็นต้น

ซึ่งการ​ Rebranding​ ครั้งนี้ก็ประสบผลสำเร็จ​เป็น​อย่างมาก​ ได้รับความสนใจจากคนรุ่นใหม่ที่ต้องการให้ผิวดูสุขภาพดีจากภายในสู่ภายนอก จะเห็นได้จากยอดขายและส่วนแบ่งการตลาดที่สูงขึ้นกว่าเก่าอย่างชัดเจน

Case Study Rebranding​ กลยุทธ์​ทางการตลาดที่ช่วยเปลี่ยนภาพลักษณ์​ กระตุ้น​ยอดขาย​ และจับกลุ่มลูกค้าใหม่​ สำหรับแบรนด​์ที่อยู่มานาน​

จากตัวอย่างที่แบมนำมาให้ดูจะเห็นว่าแต่ละแบรนด์​ก็มีวัตถุประสงค์​และสถานการณ์​ในการ​ Rebranding​ ที่แตกต่าง​กัน​ไป​ก็จริง​ แต่ด้วยการ​ Rebranding​ นั้นก็แสดงให้เห็นแล้วว่ากลยุทธ์​นี้มีประโยชน์​ และสามารถพาธุรกิจของคุณไปถึงเป้าหมายได้จริงๆ

ส่วนใครที่อยากเรียนรู้เกี่ยวกับกลยุทธ์และความรู้การตลาดอื่นๆ ที่น่าสนใจ แบมแนะนำให้ไปอ่านเพิ่มเติมได้ ที่นี่ เลยค่ะ

ในบทความหน้าแบมจะมีอะไรมาอัปเดตอีกบ้าง สามารถติดตามได้ผ่านเพจการตลาดวันละตอน รวมถึง Twitter และ Blockdit ของการตลาดวันละตอนนะคะ

ที่มา 1 / 2 / 3

Content Creator แห่งการตลาดวันละตอน ที่หลงรักการเล่าเรื่องผ่านตัวหนังสือ พอๆ กับการกินของอร่อย และใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการเป็นทาสแมว

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *