5 New growth engine การขับเคลื่อนยุคใหม่ของเศรษฐกิจไทยจาก Economic Forum 2025

บทความนี้พามาดู Session:The FDI Playbook for a New Geopolitical Era กลยุทธ์ดึงดูดการลงทุนไทยในโลกที่เปลี่ยนแปลง จากงาน Economic Forum 2025 โดย คุณนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน โลกการลงทุนกำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วมาก การเข้าใจภาพรวมการลงทุนไม่ใช่แค่เรื่องของคนทำการเงินอย่างเดียว วันนี้เลยอยากจะมาสรุปประเด็นเด็ดๆ จากงานให้เพื่อนนักการตลาดได้เข้าใจภาพใหญ่ว่าตอนนี้โลกเขากำลังเคลื่อนไปทางไหนและแบรนด์เราควรเตรียมตัวอย่างไรดี ไปชมกันค่ะ

จากการบรรยายของ คุณนฤตม์ มี 5 ปัจจัยหลักที่กำลังพลิกโฉม Supply Chain และการลงทุนระดับโลก ซึ่งนักการตลาดไม่ควรมองว่าเป็นเรื่องไกลตัวค่ะ เพราะมันจะส่งผลต่อรูปแบบธุรกิจ แผนการผลิต ไปจนถึงพฤติกรรมผู้บริโภคในระยะยาว

Economic Forum 2025

1. Geopolitical tensions สงครามเย็นยุคใหม่ระหว่างมหาอำนาจ

ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และจีน ไม่ว่าจะในด้านการค้าหรือเทคโนโลยีกำลังกลายเป็นสงครามโลกครั้งที่ 3 ในเชิงเศรษฐกิจ เพราะไม่ได้กระทบแค่รัฐบาลแต่ส่งผลต่อโครงสร้างการผลิตของทั้งโลก ตั้งแต่การจำกัดการส่งออกชิปเครื่องจักร AI ไปจนถึงการแย่งชิงแร่หายากที่เป็นหัวใจของอุตสาหกรรมไฮเทค ทำให้ Supply Chain โลกต้องปรับตำแหน่งใหม่แบบเร่งด่วน

นี่เป็นสัญญาณว่าธุรกิจต้องรับมือกับความเสี่ยงด้าน Supply Chain ต้นทุนที่ผันผวนและการขาดแคลนวัตถุดิบมากขึ้น ที่สำคัญคือทัศนคติของผู้บริโภคอาจเปลี่ยนตามสถานการณ์การเมืองระหว่างประเทศ ซึ่งส่งผลต่อภาพลักษณ์ของแบรนด์โดยตรงโดยเฉพาะแบรนด์ระดับโลกที่มีฐานการผลิตหรือมีจุดยืนทางการเมืองชัดเจน

2. Disruptive Technologies พลังเปลี่ยนโลกที่มาแรงที่สุด

AI กำลังกลายเป็นแรงขับเคลื่อนจริงของเศรษฐกิจและการลงทุนทั่วโลกรวมถึงในไทยด้วยค่ะ เราเริ่มเห็นเม็ดเงินไหลเข้าสู่อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับ AI โดยตรง ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ PCB หรือแม้แต่ Data Center ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเพราะ AI ต้องการโครงสร้างพื้นฐานรองรับระดับมหาศาล

อีกทั้ง AI วันนี้กลายเป็นเครื่องมือจำเป็นตั้งแต่การวิเคราะห์ลูกค้าแบบละเอียด การทำคอนเทนต์เฉพาะบุคคลไปจนถึงการคาดการณ์ยอดขายและเทรนด์ล่วงหน้า แบรนด์ที่ไม่ใช้ AI จะเสียเปรียบทั้งด้านต้นทุน เวลาและความสามารถในการแข่งขัน แต่ที่สำคัญไปกว่านั้นคือโอกาสทางธุรกิจใหม่ ผู้ที่เข้าใจ AI ก่อน ยังมองเห็นช่องว่างและโมเดลธุรกิจใหม่ที่ผู้เล่นรายอื่นยังไม่ทันเห็นด้วยซ้ำ

3. Sustainability จาก Nice to Have เป็น Must Have

กติกาเรื่องความยั่งยืนไม่ได้หยุดอยู่แค่สินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอีกต่อไป เพราะวันนี้ผู้บริโภคและกฎหมายในหลายประเทศเริ่มมองทั้งระบบตั้งแต่ขั้นตอนผลิต ไปจนถึงการขนส่งและพลังงานที่ใช้ ซึ่งหมายความว่าแบรนด์ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าไม่ใช่แค่สินค้าที่เขียว แต่ทั้งกระบวนการต้องเขียวด้วย ตั้งแต่ Green Process, Green Energy ไปจนถึง Green Logistics และ Supply Chain ทั้งหมด

ความยั่งยืนไม่ได้เป็นแค่โครงการ CSR หรือกิจกรรมทำภาพอีกแล้วแต่กำลังกลายเป็นตัวตัดสินใจซื้อหลักของคนรุ่นใหม่โดยเฉพาะ Gen Z และ Millennials แบรนด์ที่ทำได้จริงและพิสูจน์ได้ด้วยข้อมูลจะมีความได้เปรียบที่คู่แข่งลอกไม่ได้ แต่ถ้าทำแค่พูดให้ดูดีโดยไม่มีหลักฐาน รองรับ ก็เสี่ยงถูกมองว่า Greenwashing และวันนี้ลูกค้าตรวจสอบได้ง่ายกว่าที่เคย

4. Global Minimum Tax เกมเปลี่ยนไปแล้ว

กฎ Global Minimum Tax ที่กำหนดให้บริษัทข้ามชาติต้องเสียภาษีอย่างน้อย 15% ทำให้วิธีดึงดูดนักลงทุนแบบเดิมที่พึ่งภาษีต่ำ เริ่มใช้ไม่ได้ผลเหมือนก่อนหลายประเทศ including ไทยจึงต้องปรับกลยุทธ์จากการลดภาษีมาเป็นการให้สิทธิประโยชน์รูปแบบใหม่ เช่น Tax Credit หรือ เงินสนับสนุนการลงทุนแทน

การเปลี่ยนแปลงนี้อาจกระทบโครงสร้างต้นทุนของธุรกิจ ซึ่งส่งผลต่อราคาขายและการแข่งขันในตลาดโดยตรง แบรนด์จึงต้องเตรียมรับมือกับต้นทุนที่อาจสูงขึ้นและอาจต้อง ทบทวนกลยุทธ์ราคาให้สอดคล้องกับสภาพตลาดใหม่ด้วย

5. Aging Society ประชากรโลกแก่ลง

หลายประเทศกำลังเข้าสู่ภาวะแรงงานลดแต่ความต้องการผลิตไม่ลดทำให้ภาคอุตสาหกรรมต้องเร่งเปลี่ยนไปใช้เทคโนโลยีแทนแรงงานคน ไม่ว่าจะเป็น Automation, Robot หรือ AI เพื่อให้การผลิตเดินต่อได้แม้คนทำงานน้อยลง และมูลค่าทางเศรษฐกิจยังเติบโตได้

ภาวะ Aging Society ไม่ได้หมายถึงแค่ตลาดผู้สูงอายุใหญ่ขึ้นแต่หมายถึงการเปลี่ยนโครงสร้างสังคมทั้งระบบ จำนวนแรงงานลด กำลังซื้อกระจายใหม่ ภาระของคนวัยทำงานสูงขึ้นและผู้สูงอายุเองก็กลายเป็นผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อสูงกว่าเดิม แบรนด์จึงต้องปรับทั้งสินค้า บริการ และประสบการณ์ให้ตอบโจทย์ทั้ง Silver Generation ที่ต้องการคุณภาพชีวิตที่ดีและกลุ่มวัยทำงานที่ต้องการความสะดวก ประหยัดเวลา และเทคโนโลยีช่วยลดภาระ

Economic Forum 2025

สิ่งน่าสนใจคือ แม้ว่า FDI ทั่วโลกจะลดลงถึง 11% แต่การลงทุนที่เข้าสู่อาเซียนกลับเพิ่มขึ้น 8% อาเซียนกำลังกลายเป็น New Global Manufacturing Hub ของโลกอย่างแท้จริงค่ะ เหตุผลง่ายๆ คือ บริษัทข้ามชาติหันมาใช้กลยุทธ์ China Plus+1 กระจายความเสี่ยงโดยคงฐานการผลิตในจีนเพื่อตลาดจีนแต่ย้ายฐานการผลิตสำหรับตลาดอื่นมาที่อาเซียน

จุดแข็งของอาเซียนที่ทำให้เป็นที่จับตา

  • ประชากรเกือบ 700 ล้านคน = ตลาดขนาดใหญ่ที่มี purchasing power เพิ่มขึ้น
  • ต้นทุนการดำเนินธุรกิจแข่งขันได้
  • ทรัพยากรธรรมชาติและแร่ธาตุอุดมสมบูรณ์
  • นโยบายส่งเสริมการลงทุนและสิทธิประโยชน์ที่น่าสนใจ
  • วางตัวเป็นกลางทางภูมิรัฐศาสตร์ทำให้มีความเสี่ยงต่ำ
Economic Forum 2025

ประเทศไทยยังคงเป็นหนึ่งในประเทศที่มีศักยภาพสูงสุดด้านการลงทุนในอาเซียน ด้วยจุดแข็งสำคัญอย่างโครงสร้างพื้นฐานพร้อมใช้งาน บุคลากรที่มีทักษะและ Supply Chain ที่แข็งแรงโดยเฉพาะในอุตสาหกรรมยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์ ช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา มีโครงการลงทุนใหม่มากกว่า 3,700 โครงการรวมมูลค่า 1.3 ล้านล้านบาท

อุตสาหกรรมดาวรุ่งที่กำลังเติบโตเร็ว

  1. Bio-based & Green Industries (BCG)
  2. EV+Battery and Key Parts
  3. International Business Center
  4. Digital
  5. Semiconductor and Advanced Electronics

พูดได้เลยว่านักการตลาดไม่สามารถมองเรื่องนี้เป็นเรื่องไกลตัวได้อีกต่อไปแล้วเพราะทุกการเปลี่ยนแปลงหรือการลงทุนของอุตสาหกรรมจะส่งผลต่อสินค้า ผู้บริโภค คู่แข่ง และกลยุทธ์ที่เราต้องเลือกใช้ ผู้เขียนเลยมองว่า 3 สิ่งที่นักการตลาดควรเริ่มทำตอนนี้ คือ 1.มองเกมให้ไกลกว่าแค่วันนี้ อย่ารอให้เทรนด์เกิดแล้วค่อยวิ่งตามค่ะ ถ้ารู้ว่า EV, AI, หรือ Food Innovation กำลังเป็นเมกะเทรนด์ ให้เริ่มวางแผน content, product, และ partnership ตั้งแต่ตอนนี้

2.คิดระดับภูมิภาค แต่ตีโจทย์ให้ตรงคนไทย เพราะตลาดอาเซียนกำลังกลายเป็นตลาดเดียว การสื่อสารต้องมองภาพใหญ่แต่ยังต้องเข้าใจ insight แบบ local 

3.ทำเรื่อง Sustainability ให้เป็นของจริง ไม่ใช่แค่คำพูด แบรนด์ที่ไม่มีเรื่องราวด้านสิ่งแวดล้อมจะเสียเปรียบแน่นอนค่ะ เพราะลูกค้ารุ่นใหม่เลือกแบรนด์จากคุณค่าที่เชื่อโลกธุรกิจไม่รอใครตอนนี้ไม่ใช่คำถามว่าจะเปลี่ยนไหมแต่คือคุณจะเปลี่ยนทันโลกหรือเปล่า

ขอบคุณที่อ่านจนจบนะคะ และสามารถอ่านบทความอื่น ๆ ได้ที่นี่

อุ๋มอิ๋ม Marketing Content Creator และ Data Insight Researcher ของการตลาดวันละตอน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *