ครึ่งปีแรกของ 2025 มีทั้งเรื่องให้ตั้งรับ ทั้งเรื่องให้ตั้งคำถาม ไม่ว่าจะเป็นราคาทองที่พุ่งจนจับไม่ลง ค่าครองชีพที่กดดันชีวิตประจำวัน ฝุ่นพิษที่กลับมารอบใหม่อย่างไม่มีวี่แววจะจาง หรือกระแส T-POP ที่ยังแรงแบบหยุดไม่อยู่
ในขณะที่หลายคนพยายาม “อยู่ให้รอด” ด้วยการตัดรายจ่ายหรือเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่าง ก็มีอีกหลายมุมที่น่าสนใจว่าคนไทยกำลัง “รู้สึกยังไง” กับสิ่งที่เกิดขึ้นบ้าง และในมุมนักการตลาดอย่างเรา จะทำอะไรกับสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ได้บ้าง?
แล้วเรารู้เรื่องนี้ได้ยังไง?
LINE TODAY POLL เป็นโพลที่เปิดให้คนบนแพลตฟอร์ม LINE TODAY มาโหวตในประเด็นที่กำลังเป็นกระแสจริง ๆ ตอนนั้น อย่างเรื่องราคาทอง ฝุ่นพิษ ค่าครองชีพ หรือเพลงฮิต โดยมีคนร่วมโหวตกว่า 30,000 คน จากฐานผู้ใช้งานกว่า 40 ล้านคนต่อเดือน
เพราะฉะนั้น ผลโหวตนี้เลยไม่ใช่แค่ความคิดเห็นเล่น ๆ แต่เป็นภาพสะท้อนว่า “คนไทยคิดอะไรอยู่” ในแต่ละโมเมนต์ของปี 2025 และยิ่งข้อมูลพวกนี้มาจากคนหลากหลายกลุ่มที่ใช้งาน LINE อยู่ทุกวัน ก็ยิ่งช่วยให้เราเข้าใจความรู้สึกของผู้บริโภคในภาพกว้างได้มากขึ้นค่ะ
มาลองดูไปพร้อมกันว่า “4 เรื่องที่คนไทยโหวตเยอะที่สุด” คืออะไร และมันกำลังบอกใบ้อะไรบางอย่างกับพฤติกรรมของผู้บริโภคในปีนี้
4 Insight จากเสียงของคนไทยครึ่งปีแรก 2025
1. คนไทยระวังการใช้จ่าย แม้ตลาดทองจะร้อนแรง
ราคาทองทะลุ 50,000 บาทต่อบาททองคำจากภาวะตึงเครียดทั่วโลก แต่เสียงโหวตกลับชี้ว่า คนส่วนใหญ่ยังไม่ลงทุนทันที
32.92% โหวตว่า “ยังไม่ซื้อตอนนี้ แต่จะซื้อเมื่อราคาถูกลง”
25.84% เลือก “ซื้อเก็บไว้เพื่อเก็งกำไร”
25.25% เลือก “ไม่ซื้อ เพราะราคาสูงเกินไป”
ตัวเลขนี้สะท้อนว่าแม้ของจะดูมีมูลค่า แต่คนไทยก็กำลังมองหา “จังหวะที่ใช่” มากกว่าจะรีบตัดสินใจตอนที่ยังรู้สึกไม่มั่นคงจากภาวะเศรษฐกิจที่ยังเปราะบาง
2. ค่าครองชีพกดดันหนัก คนงดของฟุ่มเฟือยก่อน
ค่าครองชีพที่พุ่งสวนทางกับรายได้ ทำให้หลายคนเริ่มเปลี่ยนพฤติกรรมชัดเจน ทั้งจากแรงกดดันระดับโลกอย่างราคาน้ำมันและค่าเงินบาทอ่อนตัว ไปจนถึงต้นทุนภายในประเทศก็เพิ่มมากขึ้น อย่างค่าแรง วัตถุดิบ และผลกระทบจากภัยแล้ง โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ที่ใช้ชีวิตแพงเป็นพิเศษ
33.62% เลือก “ช้อปปิ้งน้อยลง ไม่ซื้อของที่ไม่จำเป็น”
15.5% หาวิธีเพิ่มรายได้
15.23% เปรียบเทียบราคาก่อนซื้อ
เสียงจากโพลนี้ชัดมากว่า คนไม่ได้แค่ “จนลง” แต่ “คิดมากขึ้นก่อนจะใช้เงิน” และเริ่มมองหาทางรอดที่มากกว่าการประหยัดอย่างเดียว
3. PM2.5 คือปัญหาที่อยากให้รัฐจัดการมากที่สุด
แม้ปีนี้จะมีข่าวร้ายหลายเรื่อง ทั้งแผ่นดินไหว น้ำท่วม หรือเครนถล่ม แต่สิ่งที่คนโหวตให้รัฐควรจัดการก่อนคือ “ฝุ่น PM2.5”
30.42% โหวต “ฝุ่น PM2.5”
27.89% โหวต “น้ำท่วม”
24.74% โหวต “ข้อพิพาทชายแดน”
นี่คือสัญญาณว่าเรื่องสิ่งแวดล้อมไม่ใช่แค่กระแสผ่าน ๆ แต่กลายเป็นเรื่องที่กระทบชีวิตประจำวันจริงจัง โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ และภาคเหนือที่เจอมลพิษซ้ำ ๆ ทุกปี
4. T-POP เติบโตแบบมีพลัง
ท่ามกลางข่าวร้ายและความเครียดในชีวิต เพลงยังเป็นที่พึ่งใจของใครหลายคน โดยเฉพาะเพลงไทยที่กำลังเติบโตไกลถึงระดับนานาชาติ
30.68% โหวตให้เพลง “Bow Wow” จากวง BUS เป็นเพลงที่โดนใจที่สุดในครึ่งปี
18.67% เลือก “จนนิรันดร์ (Forever)” ของ NuNew
14.26% เลือก “กอดอุ่น” จาก BUTTERBEAR
VIDEO
เห็นได้ชัดว่า T-POP กำลังเป็นพื้นที่ใหม่ที่คนไทยพร้อมจะเทใจให้ และถ้ามีแรงสนับสนุนที่ต่อเนื่องจากหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นแฟนคลับ ศิลปิน หรือแบรนด์ที่เข้าใจจริง ๆ โอปอว่าวงการนี้ก็อาจกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของวัฒนธรรมไทยในยุคใหม่ได้เลยค่ะ
เราเรียนรู้อะไรจากข้อมูลนี้?
สิ่งที่เห็นจากผลโหวตในโพลนี้ อาจไม่ได้มีอะไรใหม่แบบเซอร์ไพรส์ แต่กลับ “ยืนยัน” บางเรื่องที่เราเคยสงสัย และสะท้อนว่าโลกของผู้บริโภคกำลังเปลี่ยนแปลงชัดเจนกว่าที่คิดค่ะ
คนไม่ได้แค่จนลง แต่คิดมากขึ้นก่อนจะจ่าย
จากเรื่องทองและค่าครองชีพ จะเห็นได้ว่าผู้บริโภคไม่ได้หายไป แต่แค่ “ลังเลนานขึ้น” และใช้หลักเหตุผลมากขึ้นในการเลือกสิ่งที่คุ้มค่าในแบบของตัวเอง
ความเครียดและความกังวลกลายเป็นสภาพแวดล้อมประจำวัน
ไม่ว่าจะจากเศรษฐกิจหรือฝุ่นพิษ คนจำนวนมากกำลังใช้ชีวิตในพื้นที่ที่เต็มไปด้วยความกดดันแบบเรื้อรัง ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อพฤติกรรม การตัดสินใจ และ แรงใจที่เหลืออยู่ในแต่ละวัน
ความรู้สึกดี ๆ ยังสำคัญ และ T-POP กำลังทำหน้าที่นั้น
ในขณะที่โลกภายนอกเต็มไปด้วยข่าวไม่ค่อยดี วงการ T-POP กลับกลายเป็นพื้นที่ที่คนไทยหลายคนรู้สึก “อิน” และ “อยากมีส่วนร่วม” อย่างเต็มใจ ซึ่งมันบอกได้ว่า “ความผูกพันทางอารมณ์” ยังเป็นพลังที่คนโหยหาอยู่เสมอ
แล้วในฐานะแบรนด์หรือคนทำการตลาด…ควรทำยังไง?
1. เข้าใจว่า “จังหวะในการตัดสินใจ” ของผู้บริโภคเปลี่ยนไป
อย่าคาดหวังว่าแค่มีโปรโมชั่นดีแล้วคนจะซื้อทันที ตอนนี้สิ่งที่คนต้องการคือเวลา ความมั่นใจ และหลักฐานว่า “คุ้มค่าจริง”
✅ ควรปรับ Funnel หรือ UX ให้เอื้อต่อคนที่ลังเล เช่น มีตัวช่วยเปรียบเทียบ รีวิวที่ตอบข้อสงสัย หรือระบบ save ไว้ก่อน ให้เขามีเวลาตัดสินใจมากขึ้น
2. อย่าขายของเพียงอย่างเดียว แต่ต้อง “ช่วยเขาเอาตัวรอด” ด้วย
คนจำนวนมากกำลังตัดของฟุ่มเฟือย และหาวิธีเพิ่มรายได้ แบรนด์ที่อยากอยู่ในชีวิตเขา ต้องเข้าใจ pain point นี้
✅ คิดโปรแกรมที่ช่วยประหยัด ทำแคมเปญ affiliate หรือสร้างคอนเทนต์ที่ทำให้คนรู้สึกว่า “มีเราแล้วชีวิตดีขึ้นจริง ๆ”
AI image generated by Shutterstock (Prompt : cinematic shot of Asian woman in a grocery store, holding two items and contemplating a purchase, vibrant product displays behind her, soft warm lighting, cinematic over-the-shoulder shot –ar 16:9)
3. ถ้าจะพูดเรื่องสิ่งแวดล้อม ต้อง “พูดจริง ทำจริง”
เพราะเรื่อง PM2.5 ไม่ใช่กระแส แต่เป็นสิ่งที่คนหายใจเจอทุกวัน แบรนด์ไม่ควรโหน แต่ควรหาทางช่วยอย่างเป็นรูปธรรม
✅ สนับสนุนพื้นที่ปลอดฝุ่น ทำสินค้า eco ที่จับต้องได้ หรือร่วมกับ local action ที่เกี่ยวข้องกับปัญหาในแต่ละพื้นที่
4. T-POP ไม่ใช่แค่กระแส แต่เป็นพื้นที่ทางอารมณ์
ตอนนี้คนไม่ได้แค่ “ชอบศิลปิน” แต่รู้สึกผูกพันกับ “ความเป็นเขา” ที่สื่อถึงบางอย่างในใจเรา แบรนด์ไหนที่อยากเข้าไปอยู่ในใจ จึงต้องมองลึกกว่าการใช้ศิลปินเป็น presenter แต่คือการเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของโลกที่แฟนคลับใช้ชีวิตอยู่ในนั้นจริง ๆ
✅ ทำแคมเปญที่เปิดให้แฟนมีส่วนร่วมจริง ๆ ออกสินค้า/กิจกรรมที่ต่อยอดจากสิ่งที่แฟนรักอยู่แล้ว และให้ศิลปินเป็น “คนเล่าเรื่องร่วมกับแบรนด์” ไม่ใช่แค่หน้าตาในโปสเตอร์
สรุป เทรนด์ครึ่งปี 2025 คนไทยใช้จ่ายระวัง หายใจลำบาก แต่ยังอิน T-POP
สำหรับโอปอ ข้อมูลจากโพลนี้กำลังบอกเราว่า “คนกำลังอยู่ในโลกที่เปลี่ยนเร็ว เหนื่อยง่าย และอยากรู้สึกว่าตัวเองยังเลือกอะไรได้อยู่บ้าง” ไม่ว่าจะในฐานะผู้บริโภค แฟนคลับ หรือแค่คนคนหนึ่งที่อยากใช้ชีวิตให้รอดไปวัน ๆ อย่างมีความหวัง
ถ้ามองจากมุมนักการตลาด บางทีสิ่งที่เราควรฟังมากที่สุด อาจไม่ใช่เสียงตอบรับต่อแคมเปญที่เพิ่งปล่อยไป แต่คือเสียงในใจของคนที่กำลังลังเล เหนื่อย และรอดูว่าใครจะเข้าใจเขาจริง ๆ
สุดท้ายโอปอแค่อยากชวนให้เราอย่าทำงานโดยมองแค่กราฟกับ ROI อย่างเดียว แต่ลองถามตัวเองดูว่า “สิ่งที่เรากำลังจะทำ จะช่วยให้โลกของใครบางคนเบาขึ้นนิดนึงไหม?” เพราะในวันที่ทุกอย่างมันหนักแบบนี้… คนแค่ต้องการแบรนด์ที่เขารู้สึกสบายใจที่จะอยู่ด้วยกันไปได้ในแต่ละวัน แล้วพบกันใหม่บทความหน้านะคะ :0)
อ่านบทความเพิ่มเติมที่นี่