สำหรับในบทความที่เบสอยากมาเล่าให้ทุกคนได้อ่านในวันนี้ เบสมองว่าเป็นนอกจากจะเป็น Case Study ที่ไม่ใช่แค่เป็นนำการเพิ่มคอนเทนต์ให้แบรนด์จากลูกมาเป็นตัวชูที่มีการหยิบ Context มาสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายอย่างตรงจุดแล้ว ที่มีกลยุทธ์การวางแผนในช่องทางการสื่อสาร และการร่วมมือระหว่างแบรนด์เท่านั้น
แคมเปญนี้ยังเป็น Role Model ที่น่าสนใจที่ทุกคนสามารถนำไปปรับใช้ได้เพื่อให้การทำการตลาดของทุกคนสามารถสร้างความแปลกใหม่ให้กับการทำแคมเปญาการตลาดได้อย่างดีด้วยครับ
และนี่คือแคมเปญจากแบรนด์มันฝรั่งทอดแบรนด์โปรดของเบสอย่าง Pringles ที่เกิดขึ้นในทวีปยุโรป โดยมี Prinkle UK ร่วมกับเอเจนซี่ Grey London เป็นแม่งาน
เรียกได้ว่าเป็น เทรนด์ที่ถูกพูดถึงบ่อย ๆ ในช่วงที่ผ่านมา หรือ เรื่องปกติในการปรับตัวของหลายธุรกิจที่มีแต่เดิมอยู่แล้วเลยครับ ที่แบรนด์ต่าง ๆ มีความจำเป็นจะต้องจับกลุ่มลูกค้าที่กำลังมีกำลังในการจับจ่ายซื้อสินค้าในอนาคตมากขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อให้แบรนด์สามารถอยู่ต่อไปได้ หนึ่งในนั้นคือ การหันมาจับกลุ่มเป้าหมายคน Gen Z
โดยแต่ละแบรนด์ก็จะเลือกหยิบ Contenxt ที่เกี่ยวข้องกับคน Gen Z ในแต่ละมุมมองที่แตกต่างกันออกไปตามความเหมาะสมของสินค้าและแบรนด์ของตัวเองมาใช้ในการทำแคมเปญการตลาด เพื่อให้คน Gen Z รับรู้การมีอยู่ของแบรนด์ และหันมาบริโภคสินค้าของแบรนด์ด้วย
เช่น ตอนดูหนังจากผู้ให้บริการ Streaming, ตอนปาร์ตี้กับเพื่อน ๆ, ตอนดูบอลถ่ายทอดสด ฯลฯ และ 1 ในนั้นคือ การเลือกกินขนมขณะเล่นเกม ซึ่งเป็น 1 ในพฤติกรรมที่มีความนิยมหรือได้รับความสนใจเป็นอันดับต้น ๆ ของคน Gen Z เลยครับ
เรื่องนี้เองสำหรับ Pringles ที่อยากเจาะกลุ่มคน Gen Z อยู่แล้ว จึงนำไปสู่การ CoC หรือ Co-Creation กับแบรนด์ที่อยู่ในตลาดเกมที่มีชื่อเสียงและที่ได้รับความนิยมอย่างมากในแถบยุโรป อย่าง X box แบรนด์ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเกมและเครื่องเล่นเกม Console X box Series ที่กำลังมองในตลาดกลุ่มเป้าหมายนี้อยู่เช่นกัน
โจทย์ที่ท้าทายที่ตามมาคือ Pringles จะนำเสนอแบรนด์ของตัวเองและนำเสนอตัวเกมของทาง X Box ยังไงดีให้การทำแคมเปญครั้งนี้มีประสิทธิภาพและประสบความสำเร็จมากที่สุด
ซึ่งในเวลานั้นจุดสังเกตที่น่าสนใจคือคอนเทนต์ที่คนถ่ายพูดเล่นกับ AI หรือ ใช้เสียงที่คล้าย AI จาก Google Translate เป็นตัวแทนในการถ่ายทอดข้อมูล นั้นค่อนข้าง Viral มากทีเดียว รวมไปถึงการมาของหนัง Free Guy ที่พูดถึง AI ที่มีหัวใจเป็นของตัวเอง ที่มีกระแสตอบรับที่ดีจากคนดูอย่างมาก
เกิดเป็นไอเดียว่า ถ้า NPC ในเกมสามารถตอบโต้ได้มากกว่าขีดจำกัดเดิมที่ถูกโปรแกรมให้ ถ้าจริง ๆ แล้วมันไม่ใช่ AI แต่เป็นคนขึ้นมาจะเป็นยังไง ?
นำไปสู่แคมเปญที่มีชื่อว่า Stay in the Game ที่เป็นการเฟ้นหา End User ให้สมัครงานเข้ามาเพื่อกลายมาเป็น AI ปลอมใน Train Sim World ที่มีค่าจ้างกว่า $25,000 หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 800,000 กว่าบาท !
โดยกติกาการร่วมสนุกก็ง่าย ๆ เลยเพียงแค่ ถ่ายรูปหรือถ่ายวิดีโอตัวเองคู่กับ Pringles แล้วโพสต์ลง Social Media ส่วนตัว พร้อมคำอธิบายว่าทำไมคุณถึงเหมาะที่จะเป็น NPC ของเกม เปิด Public และสุดท้ายคือติด #PringlesStayInTheGame เท่านี้ทุกคนก็จะได้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมนี้แล้ว
เรียกได้ว่า เป็นไอเดียที่ทั้งส่งเสริมให้ Pringles ถูกซื้อสินค้า มีพื้นที่สื่อ แล้วยังส่งเสริมให้ตัวเกมของทาง X Box ดูน่าสนใจและน่าเล่นมากยิ่งขึ้นไปด้วยในเวลาเดียวกันเลยทีเดียวครับ
ซึ่งในส่วนของช่องทางในการสื่อสารแคมเปญทาง Pringles ก็วางกลยุทธ์ออกมาได้ค่อนข้างน่าสนใจและครอบคลุมมากครับ โดย Key theme จะออกมาเป็นในเชิงของการ Recruit คนเข้ามาทำงานเป็น AI ปลอมให้กับเกมจริง ๆ และแจกเงินจริง ๆ ด้วย Tagline ‘Real pay, Not a real job. Obviously’
ส่วนช่องทางการสื่อสารก็ใช้แบบ IMC แทบทั้งหมดเลยไม่ว่าจะเป็นการใช้ Local Transporation, การใช้ Influencer สาย Gamersในการช่วยประชาสัมพันธ์กิจกรรม, การใช้สื่อ Social Media Official
และตัว Hero Idea ที่ทำให้แคมเปญนี้โด่งดังที่สุด คือ การตั้งตู้ Vending Machine ถือตอบโต้ได้ด้วยระบบ AI ปลอม ที่ถูกพากษ์เสียงโดยศิลปินตลกชื่อดัง
Check out these humans trying to get work in a video game as the Pringles vending machine filling NPC (non-playable character)* To raise awareness of the role, a talking vending machine conducted interviews. Obvs. #PringlesStayInTheGame *Real money. Not a real job. pic.twitter.com/tdiFSP7BNx
Here's another vending machine interview in our search for the vending machine filling NPC (non-playable character)* Turns out lots of humans want to get paid to work in a video game.#PringlesStayInTheGame *Real money. Not a real job. pic.twitter.com/8eVUjB1Tuo