UGC (User-Generate Contents) เป็นคอนเทนต์ประเภทที่มีการพูดถึงเกี่ยวกับแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรือทางอ้อม ที่เกิดขึ้นจากตัวลูกค้า หรือ End User ยินยอมสร้างขึ้นมาอย่างสมัครใจเองด้วยจุดประสงค์บางอย่าง โดยที่ไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียหรือได้รับผลประโยชน์ใด ๆ จากแบรนด์มาตั้งแต่แรก
ทั้งนี้เพื่อสะท้อนหรือบอกให้ทุกคนใน Social Media ของพวกเขารู้ว่าตัวตนของพวกเขาเป็นอย่างไร ตัวตนในรูปแบบไหนที่ลูกค้าของเราอยากให้คนอื่นเห็น ซึ่งแบรนด์ของเราจะกลายมาเป็นเครื่องมือให้กับลูกค้าของเราด้วยครับ
ถ้าให้ยกตัวอย่างกิจกรรม เราจะสามารถเห็นได้ตาม Social Media ทั่วไปเลยครับอย่างเช่น การกดไลค์เพจ/โพสต์กิจกรรมและแชร์ลง Facebook ส่วนตัวพร้อมแคปชั่นบางอย่าง, การอัดวิดีโอแล้วโพสต์ใต้คอมเมนต์ของต้นโพสต์ หรือส่งเข้าอีเมล์ของแบรนด์
ยกตัวอย่างแคมเปญ 3 Bar Superstar ของ Adidas ที่เบสเคยเขียนไป ก็เป็น Case Study ที่ดีที่ทุกคนสามารถเข้าไปศึกษาได้เลยครับ
ตัวแคมเปญมีการจัดให้ลูกค้าของแบรนด์สามารถเข้าร่วมแต่งเนื้อเพลงและอัดเป็นไฟล์เสียงส่งเข้ามาให้กับแบรนด์ ซึ่งสิ่งที่จะได้รับจากแบรนด์นั่นคือ โอกาสในการที่จะได้ร่วมงานกับศิลปิน รวมไปถึงการได้มี Music Video เป็นของตัวเองด้วย เรียกได้ว่าเป็นการสร้างชื่อเสียงในสังคมและเพิ่มโอกาสสู่การเป็นศิลปินของคนที่เข้าร่วมด้วย
ความง่ายในการที่ลูกค้าจะสร้าง UGC ก็มีส่วนที่ทำให้เราจะมีคอนเทนต์ที่พูดถึงแบรนด์ได้ในปริมาณมากด้วยเช่นกันนะครับ นอกเหนือจากการถ่ายรูป หรือ ถ่ายวิดีโอด้วยตัวลูกค้าเอง โดยในส่วนนี้อาจจะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลาย ๆ อย่างที่เราออกแบบเงื่อนไข
โดยส่วนที่เบสคิดว่ามีผลโดยตรงมากที่สุดคือ Platform ที่ใช้ในการสร้างคอนเทนต์ครับ โดยเบสจะขอยกตัวอย่างฟีเจอร์ Brand hashtag challenge จาก TikTok ของแคมเปญ The Voice of Checkout ที่น้องปลื้มได้เขียนเอาไว้ก่อนหน้านี้ครับ
อย่างที่เรารู้กันว่า TikTok เป็น Social Media Platform ที่มีขึ้นเพื่อการดู Short Video ที่เต็มไปด้วยสิ่งที่เราชอบ จากการออกแบบอัลกอริทึ่มและรูปแบบการใช้งาน (UX : User Experience Design) ที่สะดวก รวมไปถึงการสร้างคอนเทนต์ที่มีอะไรให้เล่นมากมายบน Platform ที่สร้างง่ายมาก ๆ ด้วยเช่นกัน
ซึ่งนั่นทำให้พฤติกรรมของคนที่มาเล่น TikTok คือ Entertainment ล้วน ๆ ทั้งในแง่ของการดูและการสร้าง หมายความว่านี่คือ Platform ที่สร้าง Engagement จาก End User อย่างแท้จริงเลยครับ
เมื่อเป็นแบบนั้นแล้วเวลามีอะไรที่น่าสนุกอย่างที่แคมเปญ The Voice of Checkout ทำ นั่นทำให้มีคนสนใจและเข้าร่วมสร้างคอนเทนต์ร่วมเล่นกับแบรนด์เยอะมาก ๆ โดยที่แบรนด์ไม่ได้ต้องทำหนังโฆษณาหรือ Production คอนเทนต์อะไรให้ใช้งบประมาณมากมายเลยครับ