AI-Generated by Shutterstock (Prompt: a young woman with healthy glowing skin, wearing a white towel wrap on her head, gently applying skincare cream on her cheek in a softly lit bathroom, surrounded by pastel sticky notes with words “Clean Beauty”, “Dermatologist Tested”, “Non-comedogenic”, “Hypoallergenic”, “Non-Toxic”, “Natural” written in minimalist fonts, clean background, aesthetic skincare advertisement style, soft natural light, warm pastel color palette, modern beauty campaign, calm and confident mood –ar 4:5 –v 6 –style raw –q 2 –s 750)
มันคือการตอกย้ำ DNA ของแบรนด์ที่ว่า “The Truth Should be Ordinary” (ความจริงควรเป็นเรื่องธรรมดา) ที่แบรนด์ไม่ได้แค่พูด แต่แบรนด์ทำให้ดูเป็นการพิสูจน์ว่าแบรนด์ยึดมั่นในแก่นสารมากกว่า Marketing Fluff
สรุป การตลาด The Ordinary กับแคมเปญ The Periodic Fable ใช้ Anti-Marketing แฉวงการบิวตี้ด้วยตารางธาตุ
การตลาด The Ordinary กับแคมเปญ The Periodic Fable คือตัวอย่างการใช้ Anti-Marketing ในการเปลี่ยนความคิดคน ที่แสดงให้เห็นว่าการยืนหยัดในความจริง สามารถสร้างผลกระทบได้ยิ่งใหญ่กว่าการทุ่มงบโฆษณา
The Ordinary ไม่ได้แค่พยายาม “ชนะ” ในเกมนี้ แต่พวกเขากำลังพยายาม “เปลี่ยนกฎ” ของทั้งอุตสาหกรรม เพื่อตอกย้ำปรัชญาของแบรนด์ที่ว่า “The Truth Should be Ordinary” นั่นเองครับ
FacebookFacebookXXLINELineช่วงหลังถ้าเพื่อนๆ เลื่อนฟีด TikTok หรือ Instagram บ่อยๆ เหมือนผม น่าจะสังเกตเห็นอะไรแปลกๆ อย่างนึง นั่นคือคลิปที่เกี่ยวกับ F1 หรือ Formula 1 โผล่มาเต็มไปหมด แต่ไม่ใช่คลิปแซงโค้งหรือเปลี่ยนยางในพิทนะครับ กลับเป็นคลิปนักแข่งเดินเข้าสนามในชุดเท่ๆ คลิปตัดต่อ Charles Leclerc มองกล้องช้าๆ ประกอบเพลงเศร้า หรือคลิปเพื่อนซี้ Lando กับ Carlos แกล้งกันหลังบ้าน และที่น่าสนใจคือคนที่แชร์คลิปพวกนี้ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง Gen Z ครับ รู้มั้ยครับว่าตัวเลขมันชัดขนาดไหน จากรายงาน 2025 Global F1 Fan Survey ที่ Formula 1 ทำร่วมกับ Motorsport Network เก็บข้อมูลจากแฟนกว่า 100,000 คนใน 186 ประเทศ พบว่า 3 ใน 4 ของแฟนหน้าใหม่ของ F1 […]