พวกเขาทำเว็บไซต์ให้ร้านค้าที่สนใจจะให้ดาราดังคนนี้มาทำโฆษณาให้ แค่เจ้าของร้านเข้ามาลงทะเบียนแล้วก็กรอกข้อมูลเพื่อบอกว่าร้านคุณชื่ออะไร ร้านอยู่ที่ไหน หรือติดต่อได้ที่ไหน แล้วอยากโปรโมทโฆษณาสินค้าอะไร จากนั้น AI ก็จะ Gen Clip Video โฆษณาที่ดาราดังคนดังกล่าวจะมาพูดถึงร้านคุณ สินค้าคุณ แล้วก็บอกให้คนดูรู้ว่าจะไปซื้อได้ที่ไหนในไม่กี่นาที
ผลคือกลายเป็นไวรัลไปทั่วประเทศอินเดียเพราะทุกร้านต่างเข้ามาเจนคลิปโฆษณาจากดาราดังที่ไม่ต้องเสียเงินจ้าง เพราะทางแบรนด์ Cadbury จ่ายไว้ให้หมดแล้ว งานโฆษณาชิ้นนี้ได้รับรางวัล Grand Prix จาก Cannes Lion ถือเป็นรางวัลสูงสุดในแวดวงโฆษณาของโลก
นี่คือแคมเปญการตลาดแบบรู้ใจด้วยเอไอ Personalized Marketing 2.0 ที่น่าชื่นชมเพราะเป็นการช่วยทั้งสังคมอินเดียที่ยังซบเซาเพราะโควิด19 แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นการสร้าง Brand Love ไปคู่กัน
จากไอเดียนี้ที่ต้องการลดปัญหาด้วยการเพิ่ม Customer Experience ก็เลยมาสู่การเอาเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยแก้ปัญหาดังกล่าวว่า “ช่วยคิดหน่อยว่าถ้าจะขับจากบ้านไปสถานที่นี้ ต้องแวะชาร์จตรงไหนบ้าง ?”
แล้วก็ให้ AI ช่วยแนะนำสถานที่เที่ยวเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ระหว่างรอชาร์จ เรียกได้ว่าจากเดิมถ้าต้องใช้คนในการวางแผนการเดินทางล่วงหน้าให้น่าจะใช้ทั้งคนและเวลามากมาย
AI ทำให้ทุกอย่างทั้งไว ทั้งง่าย และก็ใช้งบที่น้อยกว่าการใช้คนมาก แคมเปญการตลาดนี้มีชื่อว่า Mystery Trip หรือทริปเที่ยวที่ลับ แบบลับจากคนขับรถน้ำมันจริงๆ
ไอเดียนี้เริ่มต้นจากปัญหาของลูกค้า และข้อจำกัดของสินค้าเรา ไม่ได้เริ่มตั้งต้นจาก AI ที่นักการตลาดส่วนใหญ่มักใช้กัน AI เป็นแค่เครื่องมือในการช่วยแก้ปัญหานั้นด้วยต้นทุนที่ต่ำ และระยะเวลาที่ไวครับ
Personalized Marketing 2.0 ใช้ AI แก้ปัญหาเรื่องความจำจาก Kodak
จากคำพูดผ่านปากบอกเล่าถูกเอามา Gen เป็นภาพถ่ายสไตล์ Kodak ที่ดูสวยงามสมจริง เสมือนว่ามีคนนั่งไทม์แมชชีนย้อนเวลาไปถ่ายรูปเหตการณ์วันนั้นกลับมาให้
ผลคือแคมเปญการตลาดนี้ช่วยกระตุ้นความทรงจำของผู้สูงอายุได้ดีขึ้นมาก เมื่อพวกเขาได้เห็นภาพถ่ายในอดีตวันวาน จากการ Gen ด้วย AI ที่ใช้ดาต้าภาพถ่ายจำนวนมหาศาลที่ Kodak มีและสะสมไว้นานยิ่งกว่าบริษัทกล้องหรือฟิล์มไหนๆ
อย่างที่ผมเคยพูดไปในงาน CTC2024 ว่าหนึ่งในเทรนด์การตลาดสำคัญนับจากนี้ไปนั่นก็คือนักการตลาดยุคใหม่จะไม่ใช่แค่ต้องเก่งใช้ดาต้า แต่ยังต้องฉลาดในการหาและเก็บ Customer Data ให้ได้ด้วย
และเมื่อเราก้าวเข้าสู่ยุค AI เต็มด้วยด้วย Generative AI การทำให้ลูกค้าหรือกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการอยากมอบ Data ให้กับเราด้วยความเต็มใจกลายเป็นเรื่องง่ายยิ่งขึ้นกว่าวันวาน
เด้งที่สองทางการตลาดที่แบรนด์ได้คือ Sleep Data เพราะตอนกรอกข้อมูลว่าตัวเองฝันอะไร ก็ต้องให้ข้อมูลด้วยว่านอนแบบไหน นอนบนที่นอนอะไร ที่นอนนั้นมีอายุนานเท่าไหร่
จากนั้น AI ก็จะเอาไปคำนวนต่อว่าที่นอนฝันแบบนี้เพราะที่นอนเก่าไม่ดีใช่หรือไม่ หรือน่าจะส่งผลอะไรต่อสุขภาพทั้งในระยะสั้นหรือระยะยาวหรือเปล่า
นี่คือ Consumer Insight Data สำคัญที่นักการตลาดคนไหนก็อยากได้ ทำให้แบรนด์ได้สะสมดาต้าเพื่อเอาไปปรับกลยุทธ์ว่าแคมเปญการตลาดครั้งหน้าควรใช้งบกับอะไรถึงจะทำให้เกิด ROI สูงสุด
ธนาคาร ING Bank ในต่างประเทศเลยจัดแคมเปญการตลาดที่ชื่อว่า Future Me ด้วยการใช้ Generative AI เป็นตัวช่วยกระตุ้นให้ผู้คนได้เข้ามาบอกว่าตัวเองฝันอยากใช้ชีวิตหลังเกษียณอย่างไร อยากปลูกป่า ปลูกต้นไม้ หรืออยากใช้ชีวิตโลดโผน เที่ยวต่างประเทศดูโลกกว้าง หรืออยากแค่เล่นเกม อ่านหนังสืออยู่บ้าน หรือจะแบบไหนก็ตามสามารถเข้ามาพิมพ์บอกได้ แล้วเดี๋ยวเราจะ Gen ภาพชีวิตเกษียณในฝันให้เป็นของตอบแทน
เชื่อไหมครับว่าแค่ให้ภาพที่ Gen ด้วย AI เป็นของรางวัล Trigger Data ก็ส่งผลให้ผู้คนมากมายเข้ามาบอกความฝันของตัวเองกันยกใหญ่ รวมกันแล้วกว่า 30,000 ภาพที่แคมเปญ Future Me ได้เจนออกไป และภาพที่ถูกเจนออกไปก็มีการพูดคุยคอมเมนต์ มีส่วนร่วมกันบนโซเชียลไม่น้อยกว่า 55,000 ครั้ง
แต่ประเด็นสำคัญสุดอยู่ที่ยอดขายครับ เพราะหลังจากที่กลุ่มเป้าหมายเข้ามาป้อนดาต้าให้กับแบรนด์ แบรนด์เจนภาพด้วยเอไอกลับไปให้ จากนั้นแบรนด์ก็ทำการ Tie-in แบบ Personalized Marketing 2.0 ด้วย AI ว่าบริการทางการเงินเพื่อเตรียมพร้อมการเกษียณของ ING Bank เหมาะกับเป้าหมายการเกษียณของแต่ละคนอย่างไร จนส่งผลให้ยอดขายสินค้ากลุ่มเกษียณนี้เพิ่มขึ้นกว่าเดิมถึง 300%
แต่ด้วยความสามารถของ Generative AI ทำให้คุณสามารถทำ Personalized at Scale ได้ง่ายๆ คุณแค่เซ็ต AI ไว้ว่าจะให้ทำภาพออกมาในมู้ดโทนแบบไหนที่ตรงกับ CI ของแบรนด์
จากนั้นคุณก็ให้ Agent AI ช่วยแนะนำเปิดโอกาสพร้อมปิดการขายให้ทันทีภายในเสี้ยววินาทีโดยไม่ต้องรอพนักงานคนไหนว่าง
เพราะสมัยนี้แค่ตอบช้าไปไม่กี่นาทีลูกค้าก็พร้อมเปลี่ยนใจได้ทันที และนั่นคือสิ่งที่ Generative AI เข้ามาช่วยปิดช่องว่างนี้ให้คุณได้แบบไวๆ ครับ
แน่นอนว่าแม้วันนี้ยังไม่ซื้อ แต่อย่างน้อยเราก็ได้ Data แล้วว่าแต่ละคนฝันอยากเกษียณแบบไหน คนส่วนใหญ่อยากเกษียณอย่างไร จากนั้นค่อยเอาไปทำ Personalization อีกรอบ หรือเอาดาต้าที่มีไปทำ R&D ออก Product หรือ Service ใหม่ที่ตรงกับใจ Audience Insight ให้มากขึ้นนะครับ
Personalization 2.0 กับการ Sustain รักษ์โลกมากขึ้นด้วย AI
การทำ Personalization ด้วย AI ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในแง่มุมการตลาดนะครับ แต่มันยังสามารถเอาไปประยุกต์ได้อีกหลายด้าน และหนึ่งในด้านที่จะเล่าให้ฟังอีกเคสก็คือเรื่องของ Sustain หรือความยั่งยืนครับ
ทางแบรนด์หรือนักการตลาดอย่างเราก็ได้ Data ภายในบ้านลูกค้าเป็นกอบเป็นกำ ไม่ใช่แค่ว่าบ้านลูกค้ามีอะไรบ้าง แต่ยังรู้ไปถึงไลฟ์สไตล์การแต่งบ้านอีกต่างหาก เชื่อว่าจาก Data เหล่านี้จะก่อให้เกิดไอเดียใหม่ๆ ดีๆ ได้อีกไม่รู้จบ
Wondering why IKEA’s latest showroom is empty? It’s to promote their AI-powered design tool called Kreativ in the IKEA app. When entering their contest make sure your design uses at least 5 IKEA products, Instagram profile is public, you’re an IKEA Family member, and don’t forget to hashtag and tag @IKEACanada #IKEAKreativContestToronto IKEAInspo. Winner will be chosen by random draw and contacted through Instagram by Sept 8. Visit http://IKEA.ca/EmptyShowroom for full details. 🛋️ #Toronto#Ikea#Empty#Showroom#Design#Furniture#FYP#ForYouPage#Ontario
เราได้เห็นทั้งเคสการใช้ AI อย่างเร่งรีบโดยไม่ใส่ใจลูกค้าหรือกลุ่มเป้าหมายสักเท่าไหร่ ในขณะเดียวกันเราก็ได้เห็นเคสการใช้ AI อย่างใส่ใจจนกลายเป็นการตลาดแบบรู้ใจยุคใหม่ Personalized Marketing 2.0
ข้อดีของการใช้ AI ในวันนี้คือ “ช่วยนักการตลาดอย่างเราให้เบาขึ้นมาก” จากเดิมการจะทำ Personalization ให้รู้ใจลูกค้าทุกกลุ่ม ทุกคน ทุก Segmentation ได้มากพอต้องใช้ทรัพยากรทั้งคนและเวลาอย่างสูง แต่พอ Generation AI เข้ามาบวกกับความสามารถของ Agentic AI ก็ทำให้ทุกอย่างง่ายและเร็วขึ้นหลายสิบเท่า
แต่พอ AI เข้ามาก็ทำให้ขั้นตอนการป้อนดาต้าให้นักการตลาดอย่างเราเป็นเรื่องง่ายขึ้นมาก เราสามารถเก็บ Customer Data ที่ต้องการได้มากมายในแบบที่เมื่อไม่กี่ปีก่อนคงไม่มีทางเป็นไปได้
แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องระวังในการใช้ AI เพื่อดึง Insight ที่เกินความจำเป็นของธุรกิจ ในวันที่เราสามารถใช้ AI ช่วยเก็บดาต้าจากลูกค้าได้ง่ายกว่าเดิมมาก นักการตลาดอย่างเรายิ่งต้องมีจริยธรรมในการทำการตลาดให้มากขึ้นกว่าเดิม