ในวันที่ใคร ๆ ก็เปิดร้านออนไลน์ได้ง่ายขึ้น สินค้าหลายอย่างจึงเริ่มหน้าตาเหมือนกันมากขึ้นครับ ลูกค้าสามารถเทียบราคา เทียบสเปก เทียบโปรโมชัน และกดซื้อจากร้านไหนก็ได้ภายในไม่กี่วินาที ทำให้คำถามของหลายธุรกิจอาจไม่ใช่แค่ว่าเราขายอะไร แต่คือทำไมลูกค้าต้องเลือกซื้อจากเราบทความนี้จะพาไปเจาะ กลยุทธ์ iHAVECPU กันครับ
เพราะถ้าของเหมือนกัน ราคาใกล้กัน และช่องทางขายก็ไม่ต่างกันมาก สิ่งที่ทำให้แบรนด์แตกต่างอาจไม่ใช่ตัวสินค้าเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่วิธีขาย วิธีอธิบาย วิธีดูแลลูกค้า และความเชื่อใจที่คนขายค่อย ๆ สร้างขึ้นมา จนลูกค้ารู้สึกว่า ต่อให้มีร้านอื่นขายของเหมือนกัน เขาก็ยังอยากซื้อจากร้านนี้มากกว่าอยู่ดีครับ
เนื้อหานี้ผมได้รับฟังมาจาก Session “ของเหมือนกัน แต่วิธีขายต่าง” ถอดบทเรียนสู้ศึก E-commerce จากทุนน้อยสู่แบรนด์ร้อยล้าน ภายในงาน “ตื่นเถิดชาวไทย” งานเปิดตัวแพลตฟอร์มไทยมาร์ท ซึ่ง Session นี้ได้พูดโดยคุณเปา – พีรดนย์ เหมยากร ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ iHAVECPU อาณาจักรจำหน่ายและประกอบคอมพิวเตอร์ชื่อดังของไทย โดยได้เล่าถึงวิธีคิดของการสร้างความแตกต่างในตลาดที่สินค้าคล้ายกัน ตั้งแต่จุดเริ่มต้นของแบรนด์ครับ
Same Product, Different Selling เมื่อของเหมือนกัน เหตุผลที่ลูกค้าเลือกเราต้องไม่เหมือนกัน
ในตลาด E-commerce วันนี้ สินค้าหลายอย่างอาจไม่ได้ต่างกันมากครับ โดยเฉพาะสินค้าที่ลูกค้าสามารถเปรียบเทียบสเปก เปรียบเทียบราคา หรือหาร้านอื่นที่ขายของใกล้เคียงกันได้ง่ายมาก คำถามจึงไม่ใช่แค่ว่าเราขายอะไร แต่คือถ้าของเหมือนกัน ทำไมลูกค้าต้องเลือกซื้อจากเราแทนที่จะไปซื้อจากร้านอื่น
Source: iHAVECPU
คุณเปามองว่า ถ้าสินค้าแตกต่างกันได้ไม่มาก สิ่งที่ต้องแตกต่างแทนคือคนขายและ Service ครับ เพราะในตลาดที่มีคู่แข่งเยอะ การเปิดสาขาชนกัน จัดโปรสู้กัน หรือลดราคาตามกัน อาจทำให้เราได้ยอดขายในระยะสั้น แต่ไม่ได้ทำให้ลูกค้าจำเราได้จริง ๆ สิ่งที่แบรนด์ต้องคิดให้ลึกกว่านั้นคือ เราจะทำให้ลูกค้าเชื่อใจเราได้อย่างไร และเราจะเพิ่ม Value แบบไหนที่ร้านอื่นให้ไม่ได้
ตรงนี้ทำให้เห็นว่า การขายของเหมือนกันไม่ได้แปลว่าทุกแบรนด์จะต้องเหมือนกันไปหมด เพราะบางครั้งความต่างไม่ได้อยู่ที่ตัวสินค้า แต่อยู่ที่วิธีขาย วิธีอธิบาย วิธีดูแลลูกค้า และความรู้สึกสบายใจที่ลูกค้าได้รับตอนซื้อกับเรา
Zero Budget Style เมื่อยังไม่มีทุน กลยุทธ์ iHAVECPU จึงต้องใช้ตัวเองจึงเป็นจุดเริ่มต้นของแบรนด์
สำหรับ iHAVECPU ความต่างไม่ได้เริ่มจากการมีทุนมากกว่า หรือมีสาขามากกว่าคนอื่นตั้งแต่แรกครับ แต่เริ่มจากการมองว่าในวันที่ยังไม่มีอะไรมาก สิ่งที่มีค่าที่สุดคือตัวเราเอง คุณเปาจึงเอาตัวเองลงสนาม เพราะมองว่าตัวเองคือต้นทุนที่ยังไม่ต้องใช้เงิน แต่ใช้เวลา แรง และความทุ่มเทแทน
ในวันที่ยังมี 0 สาขา เป้าหมายของคุณเปาอาจไม่ได้เริ่มจากการจะเป็นแบรนด์ร้อยล้านทันที แต่คือการทำหน้าที่ตรงหน้าของตัวเองให้ดีที่สุดในทุก Moment ที่มี ไลฟ์เอง อธิบายเอง ตอบเอง ขายเอง และค่อย ๆ สะสมความเชื่อใจจากลูกค้าไปเรื่อย ๆ
Source: iHAVECPU
ในมุมมองผมแล้ว จุดนี้เป็นจุดที่น่าสนใจมากครับ เพราะหลายครั้งเวลาเราพูดถึงการทำธุรกิจ เราอาจเริ่มจากคำถามว่ามีทุนเท่าไหร่ มีหน้าร้านไหม หรือมีทีมพร้อมแค่ไหน แต่ในบางช่วงของธุรกิจ สิ่งที่พอจะเริ่มได้จริง ๆ อาจเป็นตัวเราเองก่อน
และถ้าเรายอมเอาตัวเองลงไปอยู่กับลูกค้าจริง ๆ ฟังจริง ๆ ขายจริง ๆ และแก้ปัญหาจริง ๆ สิ่งเหล่านั้นอาจค่อย ๆ กลายเป็นทุนอีกแบบหนึ่งที่เงินอย่างเดียวซื้อไม่ได้ นั่นคือความเข้าใจลูกค้าและความเชื่อใจที่ค่อย ๆ สะสมขึ้นมาครับ
Service as Advantage เพราะ Service ที่ดีไม่ใช่แค่ขายได้ แต่ต้องทำให้ลูกค้าสบายใจ
เมื่อยังไม่มีทุนมากพอจะแข่งกับรายใหญ่ สิ่งที่คุณเปาเลือกทำคือการหาความต่างจากสิ่งที่ตัวเองควบคุมได้ครับ ถ้าคู่แข่งมีสาขา มีสินค้า มีโปรโมชัน หรือมีต้นทุนที่ดีกว่า สิ่งที่ iHAVECPU จะใช้เล่นแทนคือ Service แบบไหนที่จะทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าซื้อกับร้านนี้แล้วเข้าใจง่ายกว่า สบายใจกว่า และมั่นใจกว่า
คุณเปาเล่าว่า ในโลกของคอมพิวเตอร์ ลูกค้าจำนวนมากไม่ได้เข้าใจสเปก ไม่รู้ว่าชิ้นส่วนแต่ละส่วนต่างกันยังไง หรือไม่รู้ว่าคอมแบบไหนเหมาะกับตัวเองจริง ๆ ถ้าร้านพูดแต่ภาษาเทคนิค ลูกค้าก็อาจยิ่งรู้สึกไกลจากสินค้าเข้าไปอีก หน้าที่ของร้านจึงไม่ใช่แค่ขายของ แต่ต้องย่อยข้อมูลให้เข้าใจง่ายที่สุด เหมือนป้อนข้าวลูกค้าให้เหลือแค่กลืน
Source: iHAVECPU
iHAVECPU จึงไม่ได้ขายแค่ CPU การ์ดจอ หรือคอมประกอบหนึ่งเครื่องเท่านั้น แต่ขายความต้องการจริง ๆ ของลูกค้าด้วยครับ เช่น คอมเครื่องนี้จะทำให้เล่นเกมลื่นขึ้นยังไง ทำงานสะดวกขึ้นยังไง เพราะสุดท้ายแล้วอาหารที่ดีอาจไม่ได้ดีเพราะเชฟบอกว่าอร่อย แต่ดีเพราะคนกินรู้สึกประทับใจ เช่นเดียวกันครับ คอมที่ดีสำหรับลูกค้าอาจไม่ใช่เครื่องที่สเปกแรงที่สุดเสมอไป แต่คือเครื่องที่ตอบโจทย์ชีวิตเขาได้ตามที่เขาต้องการครับ
อีกมุมหนึ่งที่น่าสนใจคือคุณเปาใช้วิธีให้ลูกค้าได้ลอง ได้เทสต์ และค่อย ๆ เข้าใจสินค้า คล้ายกับโมเดลของร้านอย่าง Uniqlo ที่ให้คนเข้ามาสัมผัสสินค้าก่อนตัดสินใจซื้อ สำหรับสินค้าที่คนจำนวนมากยังไม่เข้าใจ การได้ลองหรือได้ฟังคำอธิบายที่เข้าใจได้ง่ายมากพอ เป็นส่วนหนึ่งของ Service ที่ช่วยลดความกลัวในการซื้อสินค้าที่ลูกค้าไม่ค่อยเข้าใจได้
และนี่เองที่เชื่อมไปถึงวิธีคิดเรื่องการขายของ iHAVECPU ที่ไม่ได้พยายามขายคอมที่แรงที่สุดให้กับทุกคนครับ เพราะในโลกของคอมพิวเตอร์ คำว่า “ดีที่สุด” อาจไม่ได้แปลว่าเหมาะกับลูกค้าทุกคนเสมอไป บางคนอาจต้องการคอมแรงเพื่อเล่นเกมหรือทำงานหนัก แต่บางคนอาจแค่ต้องการเครื่องที่ใช้งานได้ลื่นพอ เหมาะกับงบ และตอบโจทย์ชีวิตประจำวันของเขามากที่สุด
Source: iHAVECPU
คุณเปามองว่า ถ้าเราอยากให้ลูกค้าเชื่อใจ สิ่งสำคัญคือการแนะนำสิ่งที่เหมาะกับเขาจริง ๆ ไม่ใช่พยายามขายของแพงที่สุด แรงที่สุด หรือดันสินค้าที่เราอยากขายที่สุด เพราะถ้าลูกค้ารู้สึกว่าเราพยายามยัดของให้เขา ความสัมพันธ์อาจจบลงตั้งแต่การซื้อครั้งแรก แต่ถ้าเขารู้สึกว่าเราช่วยเลือกให้จริง แนะนำตามความจริง และไม่ขายเกินความจำเป็น ความเชื่อใจก็จะเริ่มเกิดขึ้น
ตรงนี้ทำให้เห็นว่า Service ไม่ใช่แค่บริการหลังการขาย หรือของแถมที่ใส่เพิ่มเข้าไปให้ดูดี แต่เป็นวิธีสร้างความต่างในตลาดที่สินค้าคล้ายกันมาก เพราะถ้าลูกค้าเข้าใจมากขึ้น สบายใจมากขึ้น และรู้สึกว่าร้านนี้ช่วยให้เขาตัดสินใจง่ายขึ้น ความเชื่อใจก็จะเริ่มเกิดขึ้นตั้งแต่ก่อนการขายจะจบลงด้วยซ้ำครับ
Make it Easy รู้จริงอย่างเดียวไม่พอ เพราะต้องเล่าให้คนอยากฟังด้วย
อีกแกนนึงที่คุณเปาพูดไว้คือ ถ้าเรายังอธิบายเรื่องยากให้คนทั่วไปเข้าใจไม่ได้ อาจแปลว่าเรายังเข้าใจเรื่องนั้นไม่ดีพอครับ เพราะการขายคอมพิวเตอร์ไม่ใช่แค่การจำชื่อรุ่น จำสเปก หรือจำราคาของสินค้า แต่ต้องเข้าใจจริง ๆ ว่าชิ้นส่วนแต่ละอย่างทำงานอย่างไร ลูกค้าต้องการอะไร และข้อมูลตรงไหนที่ควรย่อยออกมาให้คนฟังเข้าใจได้ง่ายครับ
คุณเปามองว่า คนที่อยากทำธุรกิจอะไรสักอย่างต้องรู้จักสิ่งนั้นให้ลึกพอ โดยเฉพาะสินค้าที่มีรายละเอียดเยอะอย่างคอมพิวเตอร์ ถ้าเราอยากเปิดร้านคอม ก็ต้องรู้จัก Product รู้จัก Detail และเข้าใจบริบทของลูกค้าว่าคนที่เข้ามาซื้อไม่ได้มีความรู้เท่ากันทุกคน เพราะบางคนแค่ต้องการคอมดี ๆ สักเครื่องที่ตอบโจทย์ชีวิตของเขาครับ
Source: iHAVECPU
แต่คุณเปามองว่าการรู้จริงอย่างเดียวก็อาจยังไม่พอครับ เพราะถ้าเล่าออกมาแล้วคนฟังไม่เข้าใจ หรือรู้สึกว่ายากเกินไป ความรู้เหล่านั้นก็ไม่ได้กลายเป็นผลลัพท์ครับ คุณเปาจึงพูดว่าการเล่าเรื่องจากยากไปง่ายเป็นสิ่งที่ต้องฝึกตลอด ยิ่งเราเข้าใจสิ่งนั้นมากขึ้น เราก็ยิ่งมีโอกาสอธิบายมันให้ง่ายขึ้นเรื่อย ๆ
ขณะเดียวกัน การเล่าให้ง่ายก็ยังต้องเล่าให้น่าดูด้วยครับ เพราะคุณเปาไม่ได้วางตัวเองเป็นแค่คนขายคอมหรือผู้เชี่ยวชาญด้านคอมพิวเตอร์อย่างเดียว แต่ต้องสวมหมวกหลายใบในเวลาเดียวกัน บางช่วงต้องเป็นคนให้ความรู้ บางช่วงต้องเป็นคนขาย บางช่วงต้องเป็น Entertainer และบางช่วงก็ต้องเป็นคนที่ทำให้เรื่องเทคนิคดูใกล้กับคนทั่วไปมากขึ้น
คุณเปาเล่าว่า ภาพจำหนึ่งของ iHAVECPU คือเรื่องการ Live ที่ทำให้คนดูจนจบและพร้อมซื้อ ซึ่งถ้ามีแต่ความ Expert อย่างเดียว คอนเทนต์ก็อาจจริงจังเกินไปจนคนดูรู้สึกไกล แต่ถ้ามีแต่ความตลกอย่างเดียว ก็อาจไม่พอจะทำให้คนเชื่อหรือกล้าตัดสินใจซื้อสินค้าที่มีรายละเอียดสูงอย่างคอมพิวเตอร์
Source: Peeradon Pao Hemyakorn
สิ่งที่คุณเปาใช้จึงเป็นการสลับจังหวะระหว่างความรู้กับความสนุก บางช่วงอาจเป็นคอนเทนต์ที่ดูง่าย ดูสนุก หรือเล่นกับคาแรกเตอร์ของตัวเอง แต่บางช่วงก็กลับมาเป็นสายวิชาการ เทสต์สเปก อธิบาย Product และให้ข้อมูลที่ทำให้ลูกค้าตัดสินใจได้จริง
ตรงนี้ทำให้คอนเทนต์ของ iHAVECPU ไม่ได้เป็นแค่การไลฟ์ขายของ แต่เป็นพื้นที่ที่คนดูค่อย ๆ เข้าใจสินค้า เข้าใจคนขาย และเข้าใจตัวตนของแบรนด์ไปพร้อมกัน เพราะสุดท้ายแล้ว คนเราอาจตลกอย่างเดียวแล้วทำธุรกิจไม่ได้ แต่ถ้ารู้จริงอย่างเดียวแล้วเล่าไม่น่าฟัง คนดูก็อาจไม่อยู่กับเรานานพอที่จะเชื่อเราเหมือนกันครับ
Unique Character คนลอกวิธีขายได้ แต่ลอกคนที่อยู่หลังกล้องไม่ได้
ในวันที่หลายแบรนด์เริ่มทำคอนเทนต์คล้ายกันมากขึ้น ทำวิดีโอเหมือนกัน ไลฟ์ขายของเหมือนกัน หรือใช้วิธีเล่าแบบเดียวกัน สิ่งที่เริ่มลอกกันได้ยากขึ้นอาจไม่ใช่ Format ของคอนเทนต์ครับ แต่คือคนที่ยืนอยู่ในคอนเทนต์นั้น
คุณเปามองว่า การแข่งขันในตลาดมีอยู่ตลอด และไม่ว่าเราจะทำอะไร ถ้ามันเวิร์กก็ย่อมมีคนทำตามได้เสมอ ร้านอื่นอาจทำโซเชียลได้เหมือนกัน ทำวิดีโอได้เหมือนกัน หรือขายสินค้าใกล้เคียงกันได้ แต่สิ่งที่ทำให้ต่างออกไปคือคนในวิดีโอไม่เหมือนกัน เพราะคาแรกเตอร์ วิธีพูด วิธีคิด และความเข้าใจในสินค้าของแต่ละคนไม่สามารถลอกกันได้ง่ายเหมือนการลอกวิธีทำคอนเทนต์
Source: iHAVECPU
ตรงนี้ทำให้การที่ CEO ลงสนามเองกลายเป็นจุดแข็งของ iHAVECPU ครับ เพราะคุณเปาไม่ได้เป็นแค่คนมายืนขายของหน้ากล้อง แต่เป็นคนที่รู้จักสินค้า เข้าใจลูกค้า และเข้าใจแบรนด์ของตัวเองจริง ๆ เวลาพูด เวลาขาย หรือเวลาอธิบาย ลูกค้าจึงไม่ได้รู้สึกว่ากำลังฟังสคริปต์ของแบรนด์ แต่กำลังฟังคนที่อยู่กับสินค้านั้นจริง ๆ
Personal Branding ในมุมนี้จึงไม่ได้แปลว่าเจ้าของแบรนด์ต้องออกมาดังเพื่อตัวเองอย่างเดียว แต่คือการทำให้คนเห็นว่าเบื้องหลังแบรนด์มีคนที่รับผิดชอบ มีความรู้ และมีตัวตนจริง ๆ อยู่ครับ เพราะสุดท้ายแล้วในตลาดที่สินค้าเหมือนกันมากขึ้น คนที่อยู่ข้างหน้าสินค้าอาจกลายเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ลูกค้าเลือกเชื่อแบรนด์หนึ่งมากกว่าอีกแบรนด์หนึ่งครับ
Price War is War เพราะการตัดราคา คือการแข่งกันกลั้นหายใจ
อีกมุมหนึ่งที่คุณเปาพูดค่อนข้างชัดคือ การตัดราคาอาจเป็นกลยุทธ์ที่อันตรายมากสำหรับธุรกิจครับ เพราะในวันที่ทุกคนขายของคล้ายกัน ถ้าสิ่งเดียวที่เราใช้แข่งคือการขายให้ถูกกว่า สุดท้ายแล้วตลาดก็กลายเป็นสนามที่ทุกคนพยายามลดราคาตัวเองลงเรื่อย ๆ โดยไม่มีใครสร้างความแตกต่างหรือสร้างคุณค่าใหม่ขึ้นมาครับ
คุณเปามองว่า คนที่ขายสินค้าถูกแล้วขายได้ ไม่ได้แปลว่าเก่งเสมอไปครับ เพราะถ้าวันหนึ่งเราไม่สามารถขายในราคาถูกแบบนั้นได้อีก หรือจำเป็นต้องกลับมาขายในราคาปกติที่ไม่มีส่วนลดแล้ว ลูกค้าอาจไม่ได้จดจำเราในฐานะแบรนด์ที่เขาไว้ใจ หรือร้านที่ Service ดีแต่จำได้แค่ว่าร้านนี้เคยขายถูกกว่านี้ครับ
Source: Businessday
ปัญหาของการตัดราคาคือมันทำให้ลูกค้าโฟกัสที่ราคา มากกว่าคุณค่าของแบรนด์ครับ และเมื่อแบรนด์ถูกจำจากราคาถูกเพียงอย่างเดียว สิ่งที่หายไปอาจไม่ใช่แค่กำไร แต่คือความสามารถในการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า เพราะทุกครั้งที่มีร้านอื่นถูกกว่า ลูกค้าก็อาจพร้อมย้ายไปหาคนที่ถูกกว่าทันที
คุณเปาเปรียบการแข่งราคาประมาณว่าเหมือนการแข่งกันกลั้นหายใจครับ ใครอึดกว่าก็อาจอยู่ได้นานกว่าในช่วงหนึ่ง แต่สุดท้ายแล้วไม่มีใครกลั้นหายใจได้ตลอดไป ธุรกิจที่แข่งด้วยราคาถูกอย่างเดียวจึงอาจดูเหมือนได้เปรียบในวันนี้ แต่ถ้าไม่มี Service ไม่มีความเชื่อใจ และไม่มีเหตุผลอื่นให้ลูกค้ากลับมา วันหนึ่งความได้เปรียบนั้นก็อาจหายไปทันที
ตรงนี้ทำให้เห็นว่า ราคาถูกอาจช่วยให้คนตัดสินใจซื้อครั้งแรกได้ง่ายขึ้น แต่สิ่งที่ทำให้ลูกค้าอยากกลับมาซื้อซ้ำ อาจไม่ใช่ราคาถูกที่สุดเสมอไป แต่อยู่ที่ว่าแบรนด์ทำให้เขารู้สึกคุ้มค่า สบายใจ และเชื่อใจได้มากแค่ไหนครับ
Time Limit ถ้าจะต่างต้องต่างให้ขาด เพราะเวลาในการทำงานและชั่วโมงที่ฝึกฝนเป็นสิ่งที่ลอกกันยาก
คุณเปาพูดถึงอีกเรื่องหนึ่งที่ค่อนข้างตรงคือ ถ้าอยากแตกต่าง บางครั้งความต่างต้องต่างให้ขาดครับ เพราะในวันที่ใครก็ขายของได้ ใครก็ทำคอนเทนต์ได้ และใครก็อยากประสบความสำเร็จเหมือนกัน สิ่งที่ทำให้เราไม่เหมือนคนอื่นอาจไม่ใช่แค่ไอเดีย แต่คือความถี่ ความสม่ำเสมอ และการยอมใช้เวลากับสิ่งที่คนอื่นอาจไม่อยากทำมากพอ
คุณเปาเล่าว่า บางวันอาจไลฟ์หลายชั่วโมง ทำคลิปยาว ทำคลิปสั้น หรือทำคอนเทนต์จำนวนมากในวันเดียว เพราะสิ่งที่เอาชนะไม่ได้คือเวลา ถ้าเราใช้เวลาที่มีไปกับสิ่งที่ทำให้ธุรกิจเดินหน้าได้มากกว่าคนอื่น สุดท้ายมันจะค่อย ๆ กลายเป็นความต่างที่สะสมขึ้นมา
ตรงนี้ไม่ได้แปลว่าทุกคนต้องทำงานหนักแบบเดียวกันทั้งหมดครับ แต่ทำให้เห็นว่าเบื้องหลังแบรนด์ที่คนจำได้ อาจไม่ได้มีแค่ความคิดสร้างสรรค์หรือคาแรกเตอร์ที่น่าสนใจเท่านั้น แต่ยังมีความสม่ำเสมอและการลงมือทำซ้ำ ๆ อยู่ข้างหลังด้วย
เพราะสุดท้ายแล้ว คนอื่นอาจลอกวิธีพูด ลอก Format ลอกวิธีไลฟ์ หรือลอกวิธีขายได้บางส่วน แต่สิ่งที่ลอกได้ยากคือเวลาที่เราใช้ไปกับการฝึก การขาย การอธิบาย การเข้าใจลูกค้า และการสะสมความเชื่อใจทีละวันครับ
Thaimart Is New Way เมื่อแพลตฟอร์มไทยอาจเป็นทางเลือกให้ Seller ไทย
ในช่วงท้าย คุณเปายังพูดถึงไทยมาร์ทในฐานะทางเลือกใหม่ของผู้ประกอบการไทยครับ โดยมองว่าในวันนี้หลายอย่างในประเทศไทยอาจยังไม่เอื้อให้ผู้ประกอบการเติบโตได้ง่ายนัก การมีแพลตฟอร์มไทยที่พยายามเชื่อม Seller กับ Buyer เข้าหากัน จึงอาจเป็นจุดเปลี่ยนที่น่าสนใจสำหรับคนทำธุรกิจออนไลน์
คุณเปามองว่า ถ้าแพลตฟอร์มสามารถช่วยให้ผู้ขายได้กำไรเต็มเม็ดเต็มหน่วยมากขึ้น และผู้ซื้อได้ราคาที่เหมาะสมมากขึ้น โดยไม่ต้องรอคูปองหรือพึ่งกลไกของแพลตฟอร์มใหญ่ตลอดเวลา สิ่งนี้ก็อาจช่วยให้ทั้งฝั่ง Seller และ Buyer มีทางเลือกมากขึ้น
Source: iHAVECPU
แน่นอนว่าการผลักดันแพลตฟอร์มหนึ่งให้เกิดขึ้นจริงไม่ใช่เรื่องง่ายครับ เพราะต้องมีทั้งระบบที่รองรับคนจำนวนมากได้ มี Seller ที่มากพอ และมี Buyer ที่มากพอเช่นกัน แต่ถ้าทั้งสองฝั่งค่อย ๆ เติบโตไปพร้อมกัน ไทยมาร์ทก็อาจกลายเป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่ช่วยให้ผู้ประกอบการไทยไม่ต้องยืมจมูกคนอื่นหายใจตลอดเวลา
ในมุมนี้ ไทยมาร์ทจึงไม่ได้เป็นแค่ช่องทางขายอีกช่องทางหนึ่ง แต่เป็นคำถามต่อระบบ E-commerce ไทยว่า เราจะมีพื้นที่แบบไหนที่ทำให้ผู้ประกอบการไทยมีโอกาสเติบโต แข่งขัน และสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าได้มากขึ้นในระยะยาวครับ
บทสรุป กลยุทธ์ iHAVECPU ในตลาดที่ของเหมือนกัน ความไว้ใจคือสิ่งที่ทำให้แบรนด์ไม่เหมือนใคร
สุดท้ายแล้ว สิ่งที่ผมรู้สึกจาก Session นี้คือ การทำ E-commerce ในวันนี้อาจไม่ได้ง่ายขึ้นเพียงเพราะใคร ๆ ก็ขายของออนไลน์ได้ครับ เพราะเมื่อการขายง่ายขึ้น การแข่งขันก็ยิ่งหนาแน่นขึ้น และเมื่อสินค้าหลายอย่างเริ่มเหมือนกันมากขึ้น สิ่งที่ทำให้แบรนด์อยู่ได้อาจไม่ใช่แค่การมีของขาย แต่คือการมีเหตุผลให้ลูกค้าอยากซื้อจากเรา
เพราะในตลาดที่ของเหมือนกัน ราคาอาจทำให้คนหันมามองเราได้ครั้งหนึ่ง แต่ความไว้ใจต่างหากที่ทำให้คนอยากกลับมาซื้อซ้ำ และบางทีสิ่งที่ทำให้แบรนด์ไม่เหมือนใคร อาจไม่ใช่การมีสินค้าที่แตกต่างที่สุด แต่อยู่ที่การทำให้ลูกค้ารู้สึกว่า ซื้อกับเราสบายใจกว่าซื้อกับใครครับ
บทความที่แนะนำให้อ่านต่อ