หลังจากที่เซเว่นบ้านเราเปิดใช้ Affiliate Marketing ให้คนทั่วไปทุกคนสามารถนำสินค้าจาก All Online Affiliate ออกมาขายผ่านช่องทางโซเชียลได้ ผมก็นึกถึง Case Study เคสนึงจากทาง Adidas ที่ในอดีตเคยใช้ Affiliate Marketing หรือที่หลายคนอาจจะเรียก Social Commerce ในการขยายฐานลูกค้า เพิ่มยอดขาย และสร้าง Community ให้กับแบรนด์มาก่อน จะเป็นยังไง เดี๋ยววันนี้ผมจะมาเล่าให้ทุกคนฟังกันครับ
Affiliate Marketing กับ Social Commerce คือ?
ก่อนไปดูเคสจริงมาทวนความจำกันสักนิด สำหรับ Affiliate Marketing หลายคนคงจะรู้จักและคุ้นชินกันดีอยู่แล้ว ในฐานะกลยุทธ์การตลาดที่ใช้ตัวแทนหรือ Affiliate Marketer ในการช่วยขายและโปรโมทสินค้าหรือบริการให้กับแบรนด์ผ่านช่องทางออนไลน์ แลกกับค่าคอมมิชชันแบบต่างๆ ทั้ง Pay per Sale, Pay per Lead, Pay per Click, หรือ Pay per Install
ส่วน Social Commerce นั้นจะเป็นการรวมกันของสอง Channel ทั้งช่องทาง Social Media และช่องทาง E-Commerce ซึ่งจะมีลักษณะไม่ต่างจากการทำ Affiliate Marketing คือจะให้ผู้ใช้ช่วยขายและโปรโมทสินค้าจากเว็บ E-Commerce ผ่านช่องทาง Social Media แลกกับค่าคอมมิชชัน
หลังจาก Community ของกลุ่มผู้ใช้ Adidas ใหญ่ขึ้น ทางแบรนด์ได้เชิญสมาชิกประมาณ 10,000 คนที่เป็น Superfans หรือกลุ่มที่มีส่วนร่วมในกิจกรรมของ Community ใน Creators Club มากที่สุด ให้เป็นกลุ่ม ‘Social Commerce’ หรือถ้าในปัจจุบันก็ Affiliate Marketer ของแบรนด์นั่นแหละครับ
โดยสมาชิกเหล่านี้จะได้รับเชิญให้ทําคอนเทนต์โปรโมทผลิตภัณฑ์ยอดนิยมของ Adidas ให้กับเพื่อนและผู้ติดตามใน Community ที่เป็นทั้ง Social Media และ E-Commerce ในแอปเดียว ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้ได้รับประสบการณ์การสั่งซื้อที่สะดวกและรวดเร็วที่สุด โดยทางแบรนด์จะจัดส่งสินค้าให้เอง และจะมอบส่วนแบ่งกำไรจากการขาย 6% ให้ผู้ใช้ หรืออีกตัวเลือกคือการบริจาครายได้ส่วนนั้นให้กับ Girls on the Run ซึ่งเป็นองค์กรการกุศลพันธมิตรของ Adidas เอง
Affiliate Program ของ 7-Eleven กับ Social Commerce ของ Adidas ต่างกันยังไง?
สำหรับ Affiliate Program ของ 7-Eleven ในปี 2024 เมื่อเทียบกับการทำ Social Commerce ของ Adidas ในปี 2019 นั้น แม้ว่าจะมีโมเดลคล้ายๆ กัน คือการขายและโปรโมทผ่านตัวแทนที่เป็นผู้ใช้ผ่านช่องทาง Social Media
แต่รายละเอียดและวัตถุประสงค์ในการทำนั้นค่อนข้างแตกต่างกันในบางจุด ซึ่งก็เป็นไปตามบริบทและสถานการณ์ในขณะนั้น แม้ทางเซเว่นจะมีการสร้างแพลตฟอร์ม E-Commerce ของตัวเองขึ้นมา แต่ก็ไม่ได้มีการสร้าง Community ของแบรนด์เหมือนที่ Adidas ทำ แต่เลือกที่จะให้ผู้ใช้หันไปโปรโมทสินค้าผ่านทางช่องทาง Social Media อย่าง Facebook,Tiktok,IG แทน
อาจด้วยความที่ในยุคนี้ มีแพลตฟอร์ม Socia Media และรูปแบบการทำคอนเทนต์ที่หลากหลายกว่าเมื่อก่อน และทางเซเว่นเองก็เป็นแบรนด์ที่ Mass และเหมาะกับคนทุกกลุ่มอยู่แล้ว ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องสร้าง Community ของแบรนด์ขึ้นมา ต่างจาก Adidas ที่ต้องเน้นไปที่กลุ่มตลาดที่ค่อนข้างเฉพาะกลุ่ม แบรนด์จึงให้ความสำคัญกับ Community ของกลุ่มผู้ใช้มากกว่า
สรุป
ดังนั้นจะเห็นได้ว่าแม้จะเป็นโมเดลการตลาดแบบเดียวกัน แต่ก็มีความแตกต่างกันตามบริบท สถานการณ์ ยุคสมัย กลุ่มเป้าหมาย หรือวัตถุประสงค์ของแบรนด์นั่นเองครับ ซึ่งแน่นอนว่ากลยุทธ์ที่ดีที่สุดจึงเป็นกลยุทธ์ที่ปรับใช้ให้เหมาะสมกับธุรกิจของเราเอง จาก Case Study เคสนี้ ผมเชื่อว่าเพื่อนๆ จะมีมุมมองในการทำการตลาดและวางกลยุทธ์ใหม่ๆ ในการนำไปประยุกต์ใช้กับแบรนด์ของเพื่อนๆ เองครับ