เจาะลึก กลยุทธ์ The O2 Bangkok พลิกโฉมตลาดดูแลสุขภาพด้วยโมเดลธุรกิจครบวงจร Injury-to-Membership Loop

เทรนด์การดูแลสุขภาพเชิงป้องกันและการหันมาออกกำลังกายเพื่อหนีจากโรคร้ายที่เกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต (หรือที่เรามักคุ้นหูกันในชื่อโรค NCDs) กำลังมาแรงมาก ๆ ในหมู่คนไทยทุกช่วงวัยเลยครับ ท่ามกลางเทรนด์สุขภาพที่กำลังมาแรง กลยุทธ์ The O2 Bangkok ได้เข้ามาสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการการแพทย์และกีฬาในบ้านเราได้อย่างน่าจับตามอง ด้วยการนำเสนอรูปแบบธุรกิจที่คิดมาเผื่อผู้บริโภคแบบครบจบในที่เดียวครับ

ล่าสุด ทางบริษัท ล้ำฤทธิ์ จำกัด ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์และฟื้นฟูร่างกาย ได้ทุ่มงบลงทุนกว่า 200 ล้านบาท เตรียมเปิดตัวสปอร์ตคอมเพล็กซ์แห่งแรกในไทยที่นำเอา “การแพทย์ กีฬา และการฟื้นฟู” มารวมไว้ด้วยกัน โครงการนี้มีพื้นที่กว้างขวางถึง 10,200 ตารางเมตร ตั้งอยู่ในทำเลเดินทางสะดวกอย่างซอยจรัญสนิทวงศ์ 84 ใกล้รถไฟฟ้า MRT สถานีบางอ้อ โดยมีกำหนดการจะเปิดให้บริการแบบเต็มรูปแบบในเดือนมิถุนายน 2569 ที่จะถึงนี้ครับ

โต้คลื่นเมกะเทรนด์ธุรกิจสุขภาพที่กำลังโตวันโตคืน

ทำไมธุรกิจแนวนี้ถึงน่าสนใจ? ถ้าเราลองกางตัวเลขตลาดการแพทย์เพื่อการกีฬา (Sports Medicine) ในไทยดู จะพบว่าตอนนี้ตลาดกำลังโตแบบก้าวกระโดดเลยครับ มีข้อมูลวิจัยตลาดคาดการณ์ว่ามูลค่าตลาดนี้จะพุ่งจากประมาณ 80.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2567 ทะยานไปถึง 170.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2576 คิดเป็นตัวเลขการเติบโตเฉลี่ยเกือบ 9% ต่อปีเลยทีเดียว 

AI-Generated by Shutterstock (Prompt: A photorealistic 16:9 image of a physiotherapist guiding an athlete through rehabilitation exercises in a modern sports recovery center, resistance bands and therapy equipment visible, focused facial expressions, bright clean interior, natural lighting, realistic skin and muscle details, shallow depth of field, cinematic style, emotional storytelling)

โอกาสทองทางธุรกิจนี้เกิดจากการที่คนยุคใหม่หันมาใช้ชีวิตแบบแอ็กทีฟกันมากขึ้น ทางโครงการจึงขอเกาะขบวนเทรนด์นี้ ด้วยการสร้างพื้นที่ที่รองรับความต้องการด้านสุขภาพตั้งแต่การป้องกัน รักษา ฟื้นฟู ไปจนถึงช่วยดันให้นักกีฬากลับมาลงสนามแข่งได้อย่างมั่นใจครับ

Injury-to-Membership Loop แก้ปัญหาคาใจลูกค้า ด้วยการเปลี่ยน “คนเจ็บ” เป็น “ลูกค้าประจำ”

กลยุทธ์ The O2 Bangkok

ปัญหาคลาสสิกของคนที่ชอบออกกำลังกายหรือแม้แต่คนทั่วไปคือ เวลาบาดเจ็บขึ้นมาทีนึง ต้องวิ่งวุ่นเดินทางไปหลายที่มากครับ ต้องไปหาหมอที่คลินิกแห่งหนึ่ง ไปทำกายภาพอีกที่หนึ่ง และถ้าจะซ้อมกีฬาก็ต้องไปอีกสนาม ซึ่งทำให้เสียทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย ที่น่าเสียดายคือมีนักกีฬาเก่ง ๆ หลายคนต้องเลิกเล่นไปเลยเพราะรักษาอาการบาดเจ็บไม่ถูกวิธี

กลยุทธ์ The O2 Bangkok

ในมุมมองการตลาด โครงการนี้ได้หยิบเอา Pain Point ตรงนี้มาแก้ปัญหา ด้วยโมเดลที่เรียกว่า “Injury-to-Membership Loop” ถ้าพูดให้เข้าใจง่าย ๆ มันคือการสร้างวงจรบริการแบบไร้รอยต่อครับ เริ่มต้นจากลูกค้าเข้ามารักษาอาการบาดเจ็บที่คลินิกสุขเลิด (Suklert Clinic) ภายในโครงการ พออาการเริ่มดีขึ้นก็ไม่ต้องไปไหนไกล สามารถไปฝึกฟื้นฟูร่างกายต่อที่สนามกีฬาของโครงการได้เลยโดยมีแพทย์ดูแล และท้ายที่สุดก็มีโค้ชคอยสอนเทคนิคที่ถูกต้องเพื่อป้องกันไม่ให้กลับมาเจ็บซ้ำ กลยุทธ์นี้คือการเปลี่ยนจากคนไข้ที่มาแค่ตอนป่วยให้กลายมาเป็นสมาชิกที่มาใช้บริการกันยาว ๆ ครับ

ขยายฐานลูกค้าด้วยคอนเซปต์ “ห้างสรรพสินค้าเพื่อสุขภาพ”

คอมเพล็กซ์ 4 ชั้นแห่งนี้ไม่ได้มีดีแค่เรื่องให้คนมาเตะบอลหรือตีแบดนะครับ แต่เขาวางโพสิชันนิง (Positioning) ตัวเองให้เป็นเหมือน “ห้างสรรพสินค้าสำหรับสุขภาพ” โดยพุ่งเป้าไปที่กลุ่มครอบครัวและคนเมืองที่ใส่ใจสุขภาพ

กลยุทธ์ The O2 Bangkok

ลองนึกภาพตามนะครับว่า ในวันหยุดสุดสัปดาห์ ครอบครัวสามารถขับรถมาที่นี่ที่เดียวแล้วทุกคนแฮปปี้ได้เลย ลูก ๆ สามารถไปเรียนแบดมินตันกับโค้ช ส่วนคุณพ่อคุณแม่ที่มารอ แทนที่จะนั่งเล่นมือถือเบื่อ ๆ ก็สามารถเดินไปตรวจสุขภาพหรือทำคอร์สชะลอวัย (Anti-Aging) ให้ดูหนุ่มสาวขึ้นได้ หรือถ้าพาคุณปู่คุณย่ามาด้วย ท่านก็สามารถไปว่ายน้ำออกกำลังกายเบา ๆ ถนอมข้อเข่าในสระกลางแจ้งได้เช่นกันครับ เรียกว่าเป็นการออกแบบบริการที่ดึงดูดเงินในกระเป๋าของทุกคนในบ้านได้อย่างแนบเนียนจริง ๆ

สร้างความน่าเชื่อถือด้วย “คนดัง” และ “เทคโนโลยีสุดล้ำ”

อีกหนึ่งกลยุทธ์ที่ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือ (Trust) ให้กับแบรนด์ได้ดีมากคือการดึงพาร์ตเนอร์เก่ง ๆ มาร่วมงานครับ ที่เด่นสุด ๆ คือการได้ คุณปอป้อ ทรัพย์สิรี นักแบดมินตันดีกรีแชมป์โลก มาร่วมเปิดสถาบันสอนแบดมินตัน (Sapsiree Badminton Academy) ซึ่งใช้คอร์ตติดแอร์ถึง 7 คอร์ต แถมยังปูพื้นอย่างดีเพื่อลดแรงกระแทกเซฟหัวเข่าด้วย

กลยุทธ์ The O2 Bangkok

นอกจากนี้ แบรนด์ยังดูทันสมัยขึ้นไปอีกระดับด้วยการจับมือกับ บริษัท Fei Yue Asia เปิดตัวฟิตเนสชื่อ PRIMALAPE ที่เปิดให้บริการ 24 ชั่วโมง และใช้ AI เข้ามาช่วยบริหารจัดการ ถือเป็นที่แรกในไทยเลยนะครับ รวมไปถึงมีสนามบาสเก็ตบอลและสนามฟุตบอล 5 คนที่ได้มาตรฐานระดับมืออาชีพเตรียมไว้บริการด้วยครับ

สรุป เจาะลึก กลยุทธ์ The O2 Bangkok พลิกโฉมตลาดดูแลสุขภาพด้วยโมเดลธุรกิจครบวงจร Injury-to-Membership Loop

จะเห็นเลยว่า กลยุทธ์ The O2 Bangkok ไม่ใช่แค่การเปิดตัวสนามกีฬาแห่งใหม่ธรรมดา ๆ แต่เป็นการสร้าง “ระบบนิเวศ (Ecosystem)” ที่แข็งแกร่ง ทำให้เรื่องการแพทย์ การดูแลสุขภาพ และกีฬาเข้ามาอยู่รวมกันแบบครบจบในที่เดียว ซึ่งการทำแบบนี้สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ที่ชอบความสะดวกสบายได้อย่างตรงจุด แถมยังช่วยส่งเสริมให้ทุกคนมีสุขภาพที่ดีขึ้น ตามเป้าหมายหลักของแบรนด์ที่อยากให้ทุกคน ‘Move Better, Feel Younger, Live Longer’ หรือ เคลื่อนไหวให้ดีขึ้น รู้สึกเด็กลง และมีอายุที่ยืนยาวขึ้นนั่นเองครับ

สำหรับก้าวต่อไปในอนาคต โครงการนี้ไม่ได้มองภาพตัวเองเป็นแค่สถานที่ออกกำลังกายในกรุงเทพฯ เท่านั้นนะครับ แต่พวกเขามีวิสัยทัศน์ที่จะดันตัวเองให้เป็นแลนด์มาร์กด้านสุขภาพระดับนานาชาติ แถมยังมีแผนธุรกิจระยะยาวที่จะขยายสาขาในรูปแบบแฟรนไชส์ไปทั่วประเทศและในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงเตรียมตัวนำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์อีกด้วย ถือเป็นอีกหนึ่งกรณีศึกษาของธุรกิจสุขภาพที่คิดมาอย่างเป็นระบบและน่าติดตามมาก ๆ ครับ

อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่นี่

Marketing Content Creator and Data Insight Researcher

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *