แต่ถ้ามองให้ลึกขึ้นผมว่านี่เป็น Case Study ของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่นักการตลาดทุกคนควรอ่าน เพราะมันไม่ใช่แค่การเปลี่ยนชื่อช่องอย่างที่เราคิดกัน แต่คือการเปลี่ยน Business Model ทั้งระบบของกลุ่ม MONO ครับ ที่น่าสนใจคือเขาเลือก กลยุทธ์ Hybrid Distribution Model ที่ผสมฟรีทีวี Streaming และ Community เข้าด้วยกันเป็น Ecosystem เดียว ในยุคที่ทุกแบรนด์กำลังเลือกข้างว่าจะไป Streaming หรือยังคงเป็นฟรีทีวีต่อไป
1. Free TV ทำหน้าที่เป็น Top of Funnel ช่อง MONOMAX SPORTS ออกอากาศบนช่องเดิมคือ 29 ใช้ความเป็นฟรีทีวีดิจิทัลที่เข้าถึงครัวเรือนไทยได้กว้างเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้าง Awareness และดึงคนที่ไม่ได้สมัคร Streaming ให้ได้ลองดูคอนเทนต์กีฬาฟรีก่อนตามผังรายการช่วง 20.30-21.00 น. จะมีรายการอย่าง PL Programe, MAXSPORT Fanzone และช่วงสำคัญที่สุดคือวันเสาร์-อาทิตย์เวลา 20.15-24.00 น. ที่จะถ่ายทอด Premier League สด
2. Streaming Monomax ทำหน้าที่เป็น Deep Engagement Hub สำหรับคนที่อยากดูครบทุกแมตช์ ไม่ใช่แค่ Big Match ที่ออกอากาศบน Free TV แต่อยากดูทุกคู่ของ Premier League, FA Cup, EFL Championship, Volleyball Nations League, ไปจนถึง UEFA Euro 2028 ต้องสมัคร Monomax ซึ่งราคา 299 บาทต่อเดือนครับ จุดนี้คือที่ที่ MONO เก็บ Subscription Revenue ได้
3. Community และ Lifestyle Experience ที่ CEO MONO พูดถึงในงานแถลงข่าวว่าจะสร้าง Community ของคนรักกีฬาให้แข็งแกร่งขึ้น ผ่านการจัดอีเวนต์ใหญ่ ขยายฐานจากออนไลน์สู่ออฟไลน์ครบวงจร ตรงนี้คือส่วนที่สร้าง Stickiness และทำให้ผู้ใช้ไม่ออกจาก Ecosystem ไปง่ายๆ ครับ
เห็นไหมครับว่าทั้ง 3 องค์ประกอบทำหน้าที่คนละแบบแต่เชื่อมต่อกันเป็น Funnel ที่ค่อยๆ ดึงคนจาก Mass มาเป็น Subscriber แล้วเป็น Brand Loyalist ในที่สุด นี่คือ Hybrid Distribution Model ที่ทำงานได้จริง
JAS Case Study การลงทุน 19,167 ล้านบาท ที่จะคุ้มได้ก็ต่อเมื่อใช้ Hybrid Model เท่านั้น
ย้อนกลับไปเมื่อ 22 พฤศจิกายน 2567 บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล หรือ JAS ได้รับการยืนยันจาก The Football Association Premier League Limited ว่าได้ลิขสิทธิ์ถ่ายทอด Premier League และ FA Cup 6 ฤดูกาล (2025/26 ถึง 2030/31) แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ลาว และกัมพูชา มูลค่าสิทธิ์ 559.98 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 19,167 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าที่ TrueVisions เคยจ่ายในยุคก่อนถึง มากกว่า 2 เท่า
คำถามคือ JAS จะคุ้มทุนได้อย่างไร? นี่คือจุดที่ Hybrid Distribution Model เข้ามาเป็นคำตอบครับ เพราะถ้าวางใน Streaming Platform อย่างเดียวคงต้องตั้งราคาสูงมาก แต่ JAS เลือกตั้งราคา Subscription แค่ 299 บาทต่อเดือน ซึ่งถูกกว่าครึ่งหนึ่งของ TrueVisions เดิม ที่เคยตั้งราคา 599 บาทต่อเดือนสำหรับ 2 จอ
1. ใช้ Free Channel เป็น Top of Funnel ที่ดึง Awareness ก่อน
หลักการคืออะไรที่ให้ฟรีได้ก็ให้ฟรีไปก่อนเพื่อสร้างความรู้จัก ฟรีในที่นี้ไม่ได้แปลว่าด้อยคุณภาพ แต่คือการให้ผู้บริโภคได้สัมผัสประสบการณ์แบบ Try Before You Buy
ในกรณี MONOMAX SPORTS คือคนที่ดู Premier League บน Free TV ได้แค่บางแมตช์ แต่ถ้าอยากดูครบทุกคู่ของทั้ง Premier League, FA Cup, EFL Championship และอีกหลายลีก ต้องสมัคร Monomax ครับ การออกแบบช่องทางแบบนี้ทำให้ผู้บริโภคมีเหตุผลที่จะอัปเกรดจาก Free เป็น Paid
3. ใช้ Community สร้าง Stickiness ที่ทำให้คนไม่อยากออกจาก Ecosystem
จุดที่ผมว่า MONO ทำดีในกลยุทธ์นี้คือการพูดถึง Community ของคนรักกีฬาไม่ใช่แค่การขายคอนเทนต์ครับ เพราะ Community คือสิ่งที่ Streaming Platform คู่แข่งลอกเลียนแบบไม่ได้ง่ายๆ
ลองนึกถึง Liverpool Thailand Supporters Club หรือกลุ่มแฟน Man United ในไทยที่รวมตัวกันดูบอลกันเป็นกลุ่มทุกสัปดาห์ ถ้า MONO สามารถสร้าง Community ของแฟนบอลที่ผูกกับแพลตฟอร์มของตัวเองจะกลายเป็น Switching Cost ที่ทำให้คนไม่อยากย้ายไปแพลตฟอร์มอื่น ต่อให้คู่แข่งมีคอนเทนต์ที่คล้ายกันก็ยังไม่มีเพื่อนกลุ่มนี้ครับ
ตัวอย่างในไทยที่ทำ Community ได้แข็งแกร่งคือ LINE MAN Wongnai ที่ฝั่ง Wongnai เป็นแพลตฟอร์มรีวิวร้านอาหาร สร้าง Community ของ Reviewer ที่เขียนรีวิวร้านอาหารและแชร์ประสบการณ์มาตั้งแต่ปี 2553 มีระบบ Wongnai Level และ Wongnai Elite สำหรับ Reviewer ระดับสูงที่ทำให้คนรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของ Community คนรักกินอาหารด้วยกัน
การรีแบรนด์ MONO29 สู่ MONOMAX SPORTS ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนชื่อช่องตามที่หลายคนเข้าใจ แต่คือการเปลี่ยน Business Model ทั้งระบบจาก Mass Entertainment Channel ไปเป็น Sport Specialist Ecosystem ที่ผสาน 3 ช่องทางเข้าด้วยกัน
2. ในธุรกิจที่ Content หรือสินค้าราคาแพง การกระจายต้นทุนข้ามหลายช่องทางคือทางรอด JAS ลงทุน 19,167 ล้านบาทกับลิขสิทธิ์เดียว ถ้าวางใน Streaming อย่างเดียวต้องตั้งราคาสูงมากเพื่อคืนทุน แต่เมื่อกระจายผ่าน Free TV เพิ่มได้ จะมี Ad Revenue เสริม Subscription Revenue ทำให้ตั้งราคา Subscription ถูกลงได้ครึ่งหนึ่ง ซึ่งหมายความว่า Subscriber จะเพิ่มเป็นเท่าตัวด้วย
3. Community ที่แข็งแกร่งคือข้อได้เปรียบที่ดีที่สุด ในยุคที่คอนเทนต์ลอกเลียนแบบกันได้ ราคาแข่งกันได้ Feature ทำให้คล้ายกันได้ สิ่งที่ลอกไม่ได้คือ Community ของคนที่ผูกพันกับแบรนด์ ถ้านักการตลาดยังไม่ได้ลงทุนเรื่อง Community ของแบรนด์ตัวเอง ปี 2569 นี้คือเวลาที่ดีที่สุดที่จะเริ่มครับ
คำถามที่ผมอยากฝากทิ้งท้ายให้เพื่อนๆ นักการตลาดคิดต่อคือ ถ้าวันนี้แบรนด์ของคุณมีแค่ช่องทางเดียวในการเข้าถึงลูกค้า คุณกำลังพลาดโอกาสในการสร้าง Ecosystem ที่ผสานหลายช่องทางเข้าด้วยกัน และคุณจะเลือกใช้ Free Channel แบบไหนเป็น Top of Funnel ที่ดึงคนเข้ามารู้จักแบรนด์ก่อน
เพราะในยุคที่ Hybrid Distribution กลายเป็น Long-term Reality ของวงการสื่อกีฬาโลก ผมว่าคุณพร้อมแล้วที่จะเริ่มออกแบบ Hybrid Distribution Model ของตัวเองในแบบที่เหมาะกับธุรกิจของคุณครับ
FacebookFacebookXXLINELineถ้าผมบอกว่ามีแบรนด์แฟชั่นไทยแบรนด์หนึ่ง ที่ทุกครั้งที่ปล่อยกระเป๋าคอลเลกชันใหม่คนแย่งกันกดซื้อจน Sold Out ภายในไม่ถึง 30 วินาที แล้วครั้งนี้แบรนด์เลือกที่จะแถมลุ้นรถยนต์ไฟฟ้า MINI Cooper Electric SE มูลค่า 1,555,000 บาท ให้ด้วย เพื่อนๆ นักการตลาดจะคิดว่ามันเกินจำเป็นไหมครับ ? เพราะถ้าสินค้าขายหมดเร็วขนาดนั้นอยู่แล้วทำไมต้องเอาของรางวัลใหญ่ขนาดรถไฟฟ้า 1.5 ล้านมาแถมอีก จะไม่ได้ทำให้แบรนด์ขาดทุนหรอ ? นี่คือเรื่องราวของ Rally Movement แบรนด์แฟชั่นไทยที่กำลังจะปล่อยคอลเลกชัน Rally Mini Leather Tote เฉพาะบน Lazada วันที่ 28 พฤษภาคม 2569 ตั้งแต่ 12:00 น. ถึง 23:59 น. หรือมีเวลาขายแค่ 12 ชั่วโมง เท่านั้น แล้วใช้รถ MINI Cooper Electric SE 1 คัน […]