ตอนนี้วงการรถยนต์หมุนไวมากจริง ๆ ค่ะ ทั้งเรื่องเทคโนโลยีสุดล้ำและพลังงานสะอาดที่เข้ามาเปลี่ยนการขับขี่ของเราไปอย่างสิ้นเชิงซึ่งถ้าพูดถึงแบรนด์ที่กำลังมาแรงและน่าจับตามองคงหนีไม่พ้น GWM ค่ะ เพราะพิสูจน์ให้เราเห็นแล้วว่าแบรนด์รถยนต์สัญชาติจีนไม่ได้เป็นแค่ผู้ตามในตลาดอีกต่อไปแต่กำลังก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำระดับโลก ความสำเร็จของ GWM ในปี 2568 ที่ผ่านมา ถือเป็นปีทองที่น่าประทับใจค่ะ นอกจากจะมียอดขายถล่มทลายจนทะลุเป้าที่ตั้งไว้แล้ว ยังโชว์ศักยภาพด้วยการกวาดรางวัลระดับนานาชาติมาครองได้ถึง 4 รางวัลจากงานใหญ่ที่เซี่ยงไฮ้อย่าง Gaogong Intelligent Vehicle Industry Summit อีกด้วย ซึ่งรางวัลเหล่านี้เป็นเครื่องยืนยันถึงความล้ำสมัยของเทคโนโลยีอัจฉริยะที่ตั้งใจพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง ในบทความนี้เรามาถอด บทเรียนการตลาด GWM ไปพร้อม ๆ กันค่ะว่าอะไรคือเคล็ดลับที่ทำให้ GWM ประสบความสำเร็จขนาดนี้
สถิติใหม่สุดปังเมื่อ GWM กลายเป็นขวัญใจคนทั่วโลก
ถ้าจะพูดถึงความปังของ GWM ในปี 2568 ที่ผ่านมา สามารถทำยอดขายรวมทั่วโลกได้สูงถึง 1,323,672 คัน ซึ่งถือเป็นการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับแบรนด์ด้วยการเติบโตขึ้นกว่า 7% เลยทีเดียวค่ะ ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดของวงการรถยนต์ตัวเลขล้านกว่าคันนี้เป็นเครื่องยืนยันได้อย่างดีเลยค่ะว่าผู้คนทั่วโลกให้ความไว้วางใจในแบรนด์ขนาดไหน
แต่ที่น่าตื่นเต้นยิ่งกว่าคือกลุ่มรถยนต์พลังงานใหม่ หรือ NEV ค่ะ เพราะยอดขายส่วนนี้พุ่งไปถึง 403,653 คัน หรือโตขึ้นกว่า 25% เลยนะคะ จุดนี้เองที่ทำให้เราเห็นชัดเลยว่า GWM กำลังก้าวเข้าสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้าและไฮบริดอย่างเต็มตัวเพื่อตอบโจทย์เทรนด์รักษ์โลกที่กำลังมาแรงในตอนนี้ค่ะ
นอกจากจะขายดีในบ้านตัวเองแล้ว ในตลาดต่างประเทศก็ทำสถิติสูงเช่นกัน ด้วยยอดขายกว่า 5 แสนคันที่กระจายไปในกว่า 170 ประเทศทั่วโลก สิ่งที่ทำให้ครองใจคนได้หลากหลายขนาดนี้เป็นเพราะการมีฐานการผลิตและศูนย์วิจัยอยู่หลายแห่งทำให้ GWM เข้าใจว่าคนในแต่ละพื้นที่ต้องการรถแบบไหนแล้วนำมาพัฒนาเป็นรถที่ใช่สำหรับทุกคนจริง ๆ ค่ะ
4 รางวัลใหญ่จากเวทีระดับนานาชาติ
ล่าสุดเพิ่งกวาด 4 รางวัลจากงาน 2025 Gaogong Intelligent Vehicle Industry Summit ที่เซี่ยงไฮ้มาครองได้สำเร็จ เป็นเวทีรวมตัวท็อปและผู้เชี่ยวชาญในวงการยานยนต์อัจฉริยะจากทั่วโลกมาไว้ด้วยกัน การที่คว้ารางวัลมาได้เยอะขนาดนี้จึงเป็นเหมือนคำยืนยันจากมือโปรว่าเทคโนโลยีของเขานั้นของจริงค่ะ
1. รางวัลด้านนวัตกรรมห้องโดยสารอัจฉริยะ (2025 AI Cockpit Innovation Benchmark Award)
สำหรับรางวัลแรกก็คือรางวัลนวัตกรรมห้องโดยสารอัจฉริยะค่ะ ซึ่งรุ่นที่คว้าไปครองก็คือ WEY G9 นั่นเอง โดยความว้าวอยู่ที่ระบบเสียงที่ชื่อว่า Coffee AI Sound ค่ะ ลองนึกภาพตามดูนะคะว่าเวลาเรานั่งอยู่ในรถแต่ความรู้สึกเหมือนกำลังนั่งอยู่กลางโรงภาพยนตร์ระดับพรีเมียมเลย เพราะเขามีลำโพงคุณภาพสูงวางอยู่รอบตัวเรามากกว่า 20 จุด แถมยังรองรับระบบ Dolby Atmos ที่ให้เสียงกระหึ่มสมจริงสุด ๆ เลยค่ะ
2. รางวัล 2025 Mass Production Leadership
มาต่อกันที่รางวัลที่สองนั่นคือรางวัล 2025 Mass Production Leadership ซึ่งพระเอกของงานอย่าง WEY G9 ก็เหมาไปอีกหนึ่งรางวัลค่ะ ครั้งนี้เป็นเรื่องของหน้าจอภายในรถที่บอกเลยว่าไม่ธรรมดาเพราะเป็นโซลูชันหน้าจอชุดแรกของโลกที่ผ่านการรับรองจาก TÜV Rheinland ซึ่งเป็นองค์กรระดับโลกที่ขึ้นชื่อเรื่องความเข้มงวดด้านความปลอดภัยและคุณภาพ ดังนั้นมั่นใจได้เลยค่ะว่าหน้าจอที่ติดมากับรถรุ่นนี้คือมาตรฐานระดับสากล
สิ่งที่ทำให้หน้าจอนี้พิเศษคือความใส่ใจในสุขภาพตาของผู้ขับขี่และผู้โดยสารค่ะ เพราะออกแบบมาให้ไร้การกะพริบ (Flicker-Free) และปล่อยแสงสีน้ำเงินต่ำ (Low Blue Light) ซึ่งสำคัญมากนะคะสำหรับใครที่ต้องเดินทางไกล ๆ หรืออยู่บนรถนาน ๆ เพราะจะช่วยลดความเหนื่อยล้าของดวงตาและถนอมจอประสาทตาของเราให้ไม่ถูกทำร้ายเหมือนหน้าจอทั่วไปค่ะ
แถมในเรื่องความสวยงามก็จัดเต็มด้วยความละเอียดระดับเรตินาที่คมชัดสุด ๆ ถึง 2.5K และ 3K ทำให้ภาพที่ออกมาดูเนียนตา สีสันสดใสเหมือนจริงสุด ๆ และที่ปังไปกว่านั้นคือเลือกใช้มาตรฐานสีระดับเดียวกับที่ใช้ในวงการภาพยนตร์ระดับโลกหรือที่เรียกว่า P3 Cinema-Grade พร้อมเคลือบผิวป้องกันแสงสะท้อนมาให้ด้วยพอบวกเข้ากับระบบเสียงที่เราคุยกันไปก่อนหน้านี้ การนั่งดูหนังในรถคันนี้เลยให้ฟีลเหมือนเรายกโรงภาพยนตร์ส่วนตัวย่อส่วนมาไว้ในรถเลยล่ะค่ะ
3. รางวัล 2025 AI Chassis Innovation Benchmark
มาถึงรางวัลที่ 3 ที่ถือเป็นหัวใจสำคัญของการขับขี่เลยค่ะ กับรางวัล 2025 AI Chassis Innovation Benchmark ซึ่งความล้ำของ GWM ในรอบนี้คือการเปลี่ยนช่วงล่างและระบบควบคุมรถแบบเดิม ๆ ให้มีสมองกลเข้ามาดูแลแทนค่ะ เทคโนโลยี AI Chassis นำเอาทั้งระบบขับขี่อัจฉริยะ ห้องโดยสารและการควบคุมตัวรถมาเชื่อมต่อให้ทำงานร่วมกันเป็นหนึ่งเดียวแบบไร้รอยต่อเลยค่ะ
ลองนึกภาพว่ารถของคุณสามารถคิดและตัดสินใจแทนเราได้แบบเรียลไทม์เลยนะคะ ไม่ว่าจะเป็นการปรับการขับเคลื่อน 4 ล้อ การเบรก การเลี้ยว หรือแม้แต่การปรับความนุ่มนวลของระบบกันสะเทือนทุกอย่างจะถูกคำนวณมาให้พอดีกับสภาพถนนที่เรากำลังเจออยู่ตอนนั้นโดยอัตโนมัติ ผลที่ได้คือเราจะรู้สึกว่ารถขับง่ายขึ้นมากมีความยืดหยุ่นสูงและให้ความนุ่มนวลบนถนนเลยล่ะค่ะ
ที่สำคัญที่สุดคือเรื่องความปลอดภัยค่ะ เพราะพอมี AI คอยตรวจจับและประสานงานทุกส่วนเข้าด้วยกันแบบนี้ทำให้รถสามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉินได้รวดเร็วกว่าคนเราจะทันตั้งตัวเสียอีก เทคโนโลยีนี้เลยเป็นการตอกย้ำว่า GWM ไม่ได้มองรถว่าเป็นแค่พาหนะที่พาเราไปถึงที่หมายเท่านั้นนะคะ แต่เขากำลังเปลี่ยนมันให้กลายเป็นเพื่อนเดินทางอัจฉริยะที่เข้าใจและคอยซัพพอร์ตเราในทุกการเคลื่อนไหวจริง ๆ ค่ะ
4. รางวัลด้านการพัฒนาระดับโลก (2025 Global Market Development Pioneer)
มาถึงรางวัลสุดท้ายกับรางวัล Global Market Development Pioneer หรือรางวัลผู้นำการพัฒนาตลาดโลกนั่นเอง รางวัลนี้เป็นตัวช่วยยืนยันว่า GWM สามารถนำพาแบรนด์ไปชนะใจคนทั่วโลกได้สำเร็จ ด้วยกลยุทธ์ที่ใช้วิธีไปตั้งศูนย์วิจัยและโรงงานผลิตในหลาย ๆ ประเทศเพื่อที่จะได้เข้าใจจริง ๆ ว่าคนในแต่ละพื้นที่ชอบรถแบบไหน มีไลฟ์สไตล์ยังไง แล้วก็ผลิตรถให้ตรงใจคนท้องถิ่นนั้น ๆ ให้มากที่สุดค่ะ
ความสำเร็จนี้เห็นได้ชัดจากยอดขายสะสมทั่วโลกที่ตอนนี้ทะลุ 2 ล้านคันแถมยังขยายธุรกิจไปมากกว่า 170 ประเทศทั่วโลก อย่างในบราซิลก็มี TANK 300 Hi4-T ที่เปิดตัวได้อย่างฮือฮาหรือในออสเตรเลีย GWM POER ก็กวาดรางวัลมาแล้ว ส่วนในชิลีรุ่น P-Series ก็ครองตลาดได้อย่างเหนียวแน่นเลยค่ะ
และที่ลืมไม่ได้เลยคือในบ้านเรานี่เองค่ะ กับ NEW GWM TANK 300 DIESEL ความสำเร็จทั้งหมดนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของการขายรถนะคะ แต่คือความตั้งใจของ GWM ที่อยากจะส่งต่อระบบนิเวศยานยนต์ที่ดีเยี่ยมภายใต้กลยุทธ์ ONE GWM เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ให้โลกได้รู้ค่ะ
มุ่งสู่อนาคตยานยนต์อัจฉริยะและการขยายตลาดทั่วโลก
สำหรับช่วงสุดท้ายนี้ต้องบอกเลยว่าความสำเร็จในปี 2568 ที่ผ่านมาคือจุดเริ่มต้นของก้าวที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิมค่ะ เพราะยังคงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาให้รถยนต์เป็นมากกว่าแค่พาหนะแต่ต้องเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัย ฉลาดล้ำและเข้าใจความต้องการของเราจริง ๆ เพื่อสร้างประสบการณ์การขับขี่ที่น่าประทับใจให้กับลูกค้าทั่วโลกอย่างไม่หยุดยั้งเลยค่ะ
สิ่งที่ทำให้ GWM โดดเด่นคือแนวคิดที่ว่า “ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร จะขับรถในสถานการณ์แบบไหนหรือชอบพลังงานรูปแบบใด GWM ก็มีคำตอบให้ครบทุกมิติ” ค่ะ ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นผ่านกองทัพรถยนต์ที่มีให้เลือกหลากหลายตั้งแต่รถกระบะสายลุย รถ SUV ยอดฮิตไปจนถึงรถ MPV สุดหรูและแน่นอนว่ารวมถึงรถยนต์พลังงานใหม่ที่ตอบโจทย์รักษ์โลกด้วยค่ะ
การขยายตลาดไปทั่วโลกอย่างจริงจังควบคู่ไปกับการพัฒนาเทคโนโลยีแบบก้าวกระโดดนี้เองค่ะ ที่ทำให้เรามั่นใจได้ว่าในอนาคตเราจะได้เห็นนวัตกรรมใหม่ ๆ จาก GWM ที่เข้ามาทำให้ชีวิตการเดินทางของเราสะดวกสบายและสนุกขึ้นกว่าเดิมค่ะ
บทสรุป ถอดบทเรียน GWM ความสำเร็จยอดขายโลกทะลุ 1.32 ล้านคัน พร้อมคว้า 4 รางวัลเทคโนโลยีระดับนานาชาติ
เป็นยังไงบ้างคะสำหรับ บทเรียนการตลาด GWM จากปี 2568 ที่ผ่านมา ถือเป็นปีทองที่พิสูจน์ให้เราเห็นชัดเจนเลยค่ะว่า GWM ไม่ได้มาเล่น ๆ เพราะนอกจากยอดขายถล่มทลายกว่า 1.32 ล้านคันทั่วโลกที่เป็นตัวเลขยืนยันความสำเร็จแล้ว รางวัลระดับสากลทั้ง 4 รางวัล โดยเฉพาะความโดดเด่นของ WEY G9 ยังเป็นเครื่องตอกย้ำว่าแบรนด์ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมตัวจริงเน้นเรื่องความปลอดภัยและความสะดวกสบายของผู้ใช้เป็นอันดับหนึ่งค่ะ
สิ่งที่ผู้เขียนมองว่าน่าประทับใจคือความใจถึงของ GWM ที่ลงทุนสร้างศูนย์วิจัยและโรงงานผลิตไปทั่วโลกเพื่อให้เข้าถึงความต้องการของคนในแต่ละพื้นที่จริง ๆ ซึ่งก้าวนี้เองที่ทำให้แบรนด์รถยนต์จีนก้าวข้ามคำว่า “แบรนด์ท้องถิ่น” ไปสู่การเป็น “แบรนด์ระดับโลก” ที่ใคร ๆ ก็ยอมรับและที่สำคัญสำหรับในไทยการที่รุ่นอย่าง TANK 300 DIESEL ได้รับการตอบรับอย่างดีก็ยิ่งทำให้มั่นใจได้เลยค่ะว่าในอนาคตเราจะได้เห็นรถยนต์พลังงานใหม่ที่ล้ำสมัยและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนไทยเข้ามาให้เลือกกันอีก
การที่ได้เห็นแบรนด์อย่าง GWM ขยันพัฒนานวัตกรรมและแข่งขันกันดุเดือดขนาดนี้ถือเป็นกำไรของพวกเราจริง ๆ ค่ะ เพราะนั่นหมายความว่าเราจะมีโอกาสได้เป็นเจ้าของรถที่มีคุณภาพดีขึ้นมีเทคโนโลยีที่ช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้นในราคาที่จับต้องได้ง่ายกว่าเดิมด้วยค่ะ
บทความที่แนะนำให้อ่านต่อ