ฟีเจอร์ Discover ของ Grab กลยุทธ์สร้าง Social Commerce ในแอปสั่งอาหาร

เมื่อไม่นานมานี้ ผู้เขียนได้ลองสั่งอาหารผ่านแอป Grab แล้วเจอฟีเจอร์ใหม่ที่น่าสนใจมากค่ะ ซึ่งเรารู้จักกันดีในฐานะ Super App ที่ทำได้ทุกอย่างตั้งแต่เรียกรถ สั่งอาหาร ส่งพัสดุ ไปจนถึงบริการอื่น ๆ ตอนนี้กำลังยกระดับตัวเองอีกขั้นด้วย ฟีเจอร์ Discover ทำให้ไม่ได้เป็นแค่แอปสั่งอาหารธรรมดาอีกต่อไป แต่กำลังเปลี่ยนบทบาทไปสู่การเป็น Social Commerce Platform ที่ผสานทั้งรีวิวร้านอาหาร คอนเทนต์จากผู้ใช้งานและการสร้าง Community เข้าไว้ด้วยกัน ช่วยให้ประสบการณ์การสั่งอาหารสนุกขึ้น ค้นหาร้านใหม่ได้ง่ายขึ้นและได้แรงบันดาลใจจากคนที่มีรสนิยมคล้ายกันแบบเรียล ๆ ค่ะ 

แท็บ Discover(ค้นพบอะไรใหม่ๆ) ที่ปรากฏในแอป Grab เป็นฟีเจอร์ที่ออกแบบมาให้ผู้ใช้งานสามารถสร้างคอนเทนต์รีวิวร้านอาหารได้เหมือนโซเชียลมีเดียโดยมีฟังก์ชันหลักที่น่าสนใจ ดังนี้ค่ะ

ฟีเจอร์ Discover

การสร้างโพสต์รีวิว ซึ่งผู้ใช้งานสามารถอัปโหลดรูปภาพ เขียนแคปชัน แท็กร้านอาหารและใส่แฮชแท็กได้เหมือนการโพสต์บน Instagram หรือ Facebook

ระบบ Social Following ผู้ใช้สามารถติดตามเพื่อนหรือผู้ใช้คนอื่นๆ เพื่อดูรีวิวร้านอาหาร ร้านโปรดและการให้คะแนนของพวกเขา

การค้นหาแบบหลากหลาย มีให้เลือกดูโพสต์จากใกล้เคียง (Nearby), ในเมืองที่อยู่ (Citywide) หรือจากคนที่ติดตาม (Following)

UI/UX ของหน้า Discover ถูกออกแบบให้คล้ายกับหน้า Explore ของ Instagram หรือหน้า For You ของ Lemon8 แบบที่เราคุ้นเคยทำให้ใช้งานได้ง่ายค่ะ

หัวใจสำคัญของกลยุทธ์นี้คือการใช้พลังของ UGC ซึ่งเป็นคอนเทนต์ที่สร้างโดยผู้ใช้งานจริง แทนที่จะต้องลงทุนสร้างคอนเทนต์เองหรือจ้างนักรีวิว Grab เลือกที่จะให้ผู้ใช้งานหลายล้านคนเป็นผู้สร้างคอนเทนต์ให้ ข้อได้เปรียบของกลยุทธ์นี้คือ

  • ความน่าเชื่อถือสูง รีวิวมาจากผู้ใช้งานจริงที่มีบัญชีผูกอยู่กับแพลตฟอร์ม ลดโอกาสรีวิวปลอม
  • ต้นทุนต่ำ ไม่ต้องจ้างทีมสร้างคอนเทนต์หรือจ่ายค่าโฆษณาเพื่อดึงดูดผู้ใช้
  • ความหลากหลาย คอนเทนต์ครอบคลุมร้านอาหารในทุกระดับและทุกพื้นที่

สิ่งที่ทำให้ Grab แตกต่างจาก คือการโฟกัสที่รีวิวอาหาร Take Away และ Delivery โดยเฉพาะ แพลตฟอร์มรีวิวทั่วไปมักเน้นรีวิวประสบการณ์การทานในร้านค่ะ แต่ Discover ของ Grab จะเต็มไปด้วยรีวิวจากคนที่สั่ง GrabFood มาทานที่บ้านเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งเป็นข้อมูลที่มีค่ามากสำหรับผู้ที่ต้องการสั่งอาหารเดลิเวอรี่ เพราะ

  • รู้ว่าอาหารยังอร่อยหรือไม่หลังจากขนส่ง
  • รู้ว่าบรรจุภัณฑ์ดีไหม รักษาคุณภาพอาหารได้หรือไม่
  • รู้ว่าร้านไหนเหมาะกับการสั่งเดลิเวอรี่จริงๆ

นี่คือ Blue Ocean Strategy ในไทยที่สร้างพื้นที่การแข่งขันแบบใหม่ในตลาดที่มีผู้เล่นอยู่แล้วมากมายค่ะ

ในยุคที่ Super App แข่งขันกันด้วยการให้โปรโมชั่นและส่วนลด การสร้าง Stickiness ด้วย Community เป็นอาวุธลับที่ทรงพลังเมื่อผู้ใช้เริ่มสร้างโพสต์ ติดตามเพื่อนและโต้ตอบกับคอนเทนต์ในแอป พวกเขาจะมี Engagement กับแบรนด์มากขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่

  • เพิ่ม App Opening Rate ผู้ใช้เปิดแอปบ่อยขึ้นเพื่อดูรีวิวใหม่ๆ
  • เพิ่ม Time Spent ใช้เวลาในแอปนานขึ้นจากการเลื่อนดูคอนเทนต์
  • ลด Churn Rate ผู้ใช้ที่มีส่วนร่วมใน Community มักจะไม่ง่ายที่จะเปลี่ยนไปใช้คู่แข่ง

นอกจากนี้ การมี Social Element ยังช่วยสร้าง Network Effect เพราะยิ่งมีผู้ใช้มากเท่าไร คอนเทนต์และคุณค่าของแพลตฟอร์มก็จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้นค่ะ

จากมุมมองทางธุรกิจ แท็บ Discover เป็นกระแสที่ยังไม่ถูกค้นพบหรือนำมาใช้ เพราะปัจจุบัน Grab มีรายได้หลักจากค่าคอมมิชชั่นและค่าส่ง แต่เมื่อมีพื้นที่ที่ผู้ใช้เข้ามาดูคอนเทนต์เป็นประจำรูปแบบการสร้างรายได้ที่เป็นไปได้ ได้แก่

  • Sponsored Posts ร้านอาหารจ่ายเงินเพื่อให้โพสต์ปรากฏในฟีดผู้ใช้
  • Featured Listings ร้านอาหารจ่ายเพื่อติดอันดับต้นๆ ในหน้า Discover
  • Influencer Marketing ความร่วมมือกับ Food Influencer ในการรีวิวร้านอาหาร
  • Native Advertising โฆษณาที่ผสมผสานเข้ากับคอนเทนต์ UGC อย่างเป็นธรรมชาติ

รูปแบบนี้คล้ายกับที่ Instagram และ TikTok ใช้ ซึ่งสร้างรายได้มหาศาลจากโฆษณาบนแพลตฟอร์ม

จากมุมมอง Data Strategy การที่ผู้ใช้สร้างคอนเทนต์ แสดงความชอบและโต้ตอบกับโพสต์ต่างๆ ทำให้ Grab ได้ Behavioral Data ที่ละเอียดมากขึ้นซึ่งข้อมูลเหล่านี้สามารถนำไปใช้ใน

  • Personalization แนะนำร้านอาหารที่ตรงกับความชอบของผู้ใช้แต่ละคน
  • Predictive Analytics คาดการณ์ว่าผู้ใช้จะสั่งอาหารอะไรต่อไป
  • Merchant Insights ให้ข้อมูลกับร้านค้าว่าลูกค้าชอบหรือไม่ชอบอะไร
  • Targeted Marketing ส่งโปรโมชั่นที่เจาะจงและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

แม้กลยุทธ์นี้จะดูน่าสนใจแต่ก็มีความท้าทายที่ต้องพิจารณาคือ การแข่งขันกับแพลตฟอร์มที่มีอยู่แล้ว ผู้ใช้ยังคงคุ้นเคยกับการรีวิวบน Tiktok, Google Maps หรือแม้แต่ Instagram การทำให้พวกเขาเปลี่ยนมารีวิวบน Grab ไม่ใช่เรื่องง่าย การควบคุมคุณภาพคอนเทนต์เมื่อเปิดให้ทุกคนสร้างคอนเทนต์ได้ อาจเกิดปัญหารีวิวปลอม คอนเทนต์คุณภาพต่ำหรือ Spam การสร้าง Critical Mass ความสำเร็จของโซเชียลแพลตฟอร์มขึ้นอยู่กับจำนวนผู้ใช้งานที่ Active หาก Grab สร้าง Critical Mass ไม่ได้ ฟีเจอร์นี้อาจกลายเป็นพื้นที่ที่ไร้คอนเทนต์ Balance ระหว่าง User Experience และการสร้างรายได้หากเน้นโฆษณามากเกินไปอาจทำให้ผู้ใช้รำคาญและหนีไป

การเปิดตัวแท็บ Discover ของ Grab เป็นกลยุทธ์ที่ชาญฉลาดในการ Transform จาก Transaction Platform ไปสู่ Community Platform แทนที่จะเป็นเพียงแอปที่เปิดมาแค่ตอนหิว Grab ต้องการให้ผู้ใช้เปิดแอปเพื่อหาร้านอาหารใหม่ๆ ดูรีวิวและมีส่วนร่วมในคอมมิวนิตี้อาหารนี้ค่ะ

จากมุมมองของผู้เขียนนี่เป็น Strategic Move ที่สอดคล้องกับเทรนด์ Social Commerce ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว การผสมผสานระหว่าง E-commerce กับ Social Media ทำให้เกิด Shopping Experience ที่มี Engagement และน่าเชื่อถือมากขึ้น อย่างไรก็ตามความสำเร็จของฟีเจอร์นี้ขึ้นอยู่กับว่า Grab จะสามารถจูงใจผู้ใช้ให้สร้างคอนเทนต์อย่างต่อเนื่องได้หรือไม่อาจต้องมีระบบ Reward, Gamification หรือสิทธิพิเศษสำหรับผู้ใช้ที่ Active ในการรีวิว

หากทำสำเร็จ Discover อาจทำให้ Grab แตกต่างจากคู่แข่งและสร้าง Sustainable Competitive Advantage ในตลาดที่แข่งขันสูง สิ่งที่น่าติดตามต่อไปคือ Grab จะมี Go to Market Strategy อย่างไร จะใช้แคมเปญอะไรในการต่อยอดฟีเจอร์นี้ไปในทิศทางใดต่อไปซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดว่ากลยุทธ์ Social Commerce นี้จะประสบความสำเร็จหรือไม่ในระยะยาวค่ะ

ขอบคุณที่อ่านจนจบนะคะ และสามารถอ่านบทความอื่น ๆ ได้ที่นี่

อุ๋มอิ๋ม Marketing Content Creator และ Data Insight Researcher ของการตลาดวันละตอนค่ะ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *