วิเคราะห์แคมเปญการตลาด HAPPY SUNDAY X Sanrio เมื่อ Lazada ใช้ Exclusive Collaboration สร้างเหตุผลให้คนต้องเข้าแอป

สมรภูมิ E-commerce ปัจจุบันนอกจากการแข่งกันเรื่องราคาแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่แข่งกันดุเดือดมากคือ “ใครจะทำให้ผู้บริโภคอยากเปิดแอปมากกว่ากัน” ครับ เพราะในวันที่ทุกแพลตฟอร์มมีโปรโมชันใกล้เคียงกัน การสร้างเหตุผลใหม่ให้คนเข้ามา Engage กับแพลตฟอร์มจึงกลายเป็นเกมสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ ครับ บทความนี้พามาดูแคมเปญ การตลาด Lazada อีกหนึ่งตัวอย่างที่น่าสนใจของการใช้พลัง Character IP, Pop Culture และความ Exclusive มาผสานเข้ากับกลยุทธ์ E-commerce เพื่อดึงคนรุ่นใหม่เข้าสู่ Ecosystem ของแพลตฟอร์ม พร้อมทั้ง Refream ภาพจำของ Lazada ให้ดูใกล้ชิดกับ Gen Z มากขึ้นครับ

หากมองภาพรวมของสมรภูมิ E-commerce ในปัจจุบัน เป็นที่รู้กันดีครับว่า ภาพจำของ Shopee มักจะมีความเป็นมิตรและดึงดูดกลุ่มผู้บริโภควัยรุ่น หรือกลุ่ม Gen Z ได้มากกว่า ไม่ว่าจะเป็นด้วยกลยุทธ์ Gamification, Interface หรือแคมเปญที่ล้อไปกับกระแสวัยรุ่นครับ ในขณะที่ Lazada มักถูกมองว่าเป็นแพลตฟอร์มที่มีความน่าเชื่อถือสูง มีแบรนด์ Official (LazMall) ที่แข็งแกร่ง ซึ่งมักจะดึงดูดกลุ่มคนวัยทำงานที่มีกำลังซื้อสูงและเน้นคุณภาพสินค้าเป็นหลักครับ

ดังนั้นโจทย์ใหญ่ของ Lazada ในวันนี้จึงไม่ใช่แค่การอัดโปรโมชันลดราคา แต่คือการรีแบรนด์ภาพลักษณ์ให้ดูเด็กลง และดึงดูดฐานผู้ใช้งานกลุ่ม Gen Z ให้เข้ามาในระบบของตนมากขึ้น ดังนั้นการเป็นส่วนหนึ่งในโปรเจกต์ Sanrio Characters: The Exclusive Collection at Lazad จึงไม่ใช่แค่การขายของลิขสิทธิ์ธรรมดาครับ

แคมเปญนี้คือการ Collab ข้ามพรมแดนระหว่าง HAPPY SUNDAY แบรนด์ไลฟ์สไตล์สัญชาติไทยที่มีจุดเด่นเรื่องสีสันและความสดใส จับมือกับ Sanrio เจ้าของลิขสิทธิ์คาแรคเตอร์ระดับตำนานจากญี่ปุ่น เพื่อออกคอลเล็กชันพิเศษ CUTE CLUB COLLECTION ครับ โดยดึงเอา 3 คาแรคเตอร์สุด Iconic ได้แก่ Hello Kitty, Kuromi และ Cinnamoroll มาอยู่บนสินค้า Everyday Essential อย่างชุดนอนและกระเป๋าเครื่องสำอางครับ

ไฮไลต์ Collection ที่สาวก Sanrio ต้องมี เช่น 

  • Pyjamas Collection: คอลเล็กชันชุดนอนที่พาความน่ารักล้านเปอร์เซ็นต์ มามอบให้ทุกคนนอนหลับฝันดี กับผ้าไหมอิตาลี นุ่ม พลิ้ว ระบายอากาศดี ใส่สบายทั้งวันทั้งคืน ดีไซน์ 6 ลาย จาก 3 คาแรคเตอร์สุดคิวท์ ราคา 1,390 บาท (ไซส์ผู้ใหญ่) และ 1,090 บาท (ไซส์เด็ก)
  • Cosmetic Bag Collection: ไอเทมขายดีตลอดกาล กระเป๋าเครื่องสำอางมาพร้อมลาย Sanrio สุดน่ารัก ดีไซน์สดใส ใช้งานได้จริง จุของได้ครบ มีให้เลือกตั้งแต่ไซส์ XS, S, M ในราคา 490, 590 และ 690 บาท ตามลำดับ
การตลาด Lazada

ความน่าสนใจคือการสร้าง Exclusivity ของ Lazada ครับ เพราะสินค้า Collection นี้จะวางจำหน่ายแบบ Exclusive เฉพาะบนแพลตฟอร์ม Lazada เท่านั้น โดยเปิดตัวรับแคมเปญใหญ่ ‘ลาซาด้า 5.5 ลดเพลินเกินคุ้ม’ นอกจากนี้ยังมีการทำ O2O (Online to Offline) โดยปูพรมสร้างกระแสแบบออฟไลน์ ด้วยการจัดพื้นที่ถ่ายรูปสุด Cute และเมนูพิเศษที่ Normal and Happy Café ล่วงหน้าเป็นเวลา 1 เดือนเต็ม เพื่อดึงให้คนมาสร้างคอนเทนต์ก่อนถึงวันกดสั่งซื้อจริงด้วยครับ

หากมองแคมเปญ HAPPY SUNDAY x Sanrio Exclusive in Lazada ในมุมกลยุทธ์การตลาด แกนหลักของแคมเปญนี้ไม่ได้อยู่ที่ Lazada เป็นพระเอกครับ แต่อยู่ที่ HAPPY SUNDAY ที่ใช้พลังของ Character IP ระดับโลกอย่าง Sanrio มาต่อยอด Brand Love ของตัวเองให้แข็งแรงขึ้น โดยมี Lazada ทำหน้าที่เป็นช่องทางขายแบบ Exclusive ที่ช่วยสร้างความพิเศษและเร่ง Conversion ในช่วงแคมเปญใหญ่

พูดง่าย ๆ คือ HAPPY SUNDAY เป็นแบรนด์ที่มี DNA เรื่องความสดใส สีสัน และไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่อยู่แล้ว ส่วน Sanrio มีจุดแข็งจากคาแรคเตอร์อย่าง Hello Kitty, Kuromi และ Cinnamoroll ซึ่งเป็นตัวละครที่เป็น Pop Culture เมื่อสองแบรนด์นี้มาเจอกัน จึงเป็นการผสมกันระหว่าง Brand Love + Character Love + Lifestyle Culture จนทำให้สินค้าชุดนี้มีทั้งความน่ารัก ความอิน ความอยากสะสม และความสามารถในการเป็นแฟชั่นไอเทมที่ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวันครับ

การตลาด Lazada

สิ่งที่น่าสนใจคือ HAPPY SUNDAY เข้าใจพฤติกรรมของผู้บริโภครุ่นใหม่ค่อนข้างลึกครับ เพราะ Gen Z ในวันนี้ไม่ได้ซื้อสินค้าเพราะ Function เพียงอย่างเดียว แต่ซื้อเพราะความรู้สึกที่สินค้าเป็นตัวแทนของตัวเองด้วย

การมี Kuromi หรือ Cinnamoroll อยู่บนชุดนอนหรือกระเป๋าเครื่องสำอาง จึงไม่ใช่แค่เรื่องความคิวต์ แต่คือการสะท้อน Personality และ Mood ของผู้ใช้งาน คนหนึ่งอาจเลือก Kuromi เพื่อสะท้อนความซน เท่ ขี้เล่น ขณะที่อีกคนเลือก Cinnamoroll เพราะให้ฟีลอบอุ่น นุ่มนิ่ม และ Healing ในเชิงจิตใจ ซึ่งนี่คือการเปลี่ยนสินค้า Everyday Item ให้กลายเป็น Emotional Item ได้อย่างแนบเนียนครับ

ด้วยเหตุนี้ Lazada จึงเลือกเข้ามาเป็น Exclusive Partner ของแคมเปญนี้ครับ เพราะนี่ไม่ใช่แค่การขายสินค้า Collaboration ธรรมดา แต่คือโอกาสในการดึงฐานผู้ใช้งานกลุ่มใหม่ โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่และกลุ่ม Gen Z ให้เข้ามา Engage กับแพลตฟอร์มมากขึ้น

การตลาด Lazada

เพราะในช่วงหลายปีที่ผ่านมา Lazada มักถูกมองว่าแข็งแรงในกลุ่มผู้บริโภควัยทำงาน ขณะที่แพลตฟอร์มคู่แข่งมีภาพจำที่ใกล้ชิดกับวัยรุ่นมากกว่า ดังนั้นการเข้าไปอยู่ในโปรเจกต์ที่เต็มไปด้วย Pop Culture, Character Culture และ Social Media Culture แบบนี้ จึงช่วยให้ Lazada ดูเด็กลง และเข้าใกล้ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่มากขึ้นโดยธรรมชาติ

ที่สำคัญคือ Lazada ไม่จำเป็นต้องสร้าง Culture เองทั้งหมด แต่เลือกใช้พลังของ HAPPY SUNDAY และ Sanrio ที่มีฐานแฟนแข็งแรงอยู่แล้วเป็นตัวดึง Traffic เข้ามาใน Ecosystem ของตัวเอง เมื่อผู้บริโภคเข้ามาซื้อสินค้า Exclusive บนแพลตฟอร์ม ก็มีโอกาสสูงที่จะเกิด Cross-shopping ต่อไปยังหมวดสินค้าอื่น ๆ ภายในแอปด้วย

ทำให้แคมเปญนี้ไม่ได้สร้างแค่ยอดขายระยะสั้น แต่ยังช่วยเพิ่มโอกาสในการขยายฐานผู้ใช้งานใหม่ และสร้างภาพจำใหม่ให้ Lazada กลายเป็นแพลตฟอร์มที่เข้าใจ Pop Culture และคนรุ่นใหม่มากขึ้นในระยะยาวครับ

การตลาด Lazada

ยิ่งไปอยู่ในช่วงแคมเปญ 5.5 ด้วยแล้ว ก็ยิ่งทำให้ Moment ของการซื้อถูกเร่งให้เร็วขึ้นผ่านพฤติกรรม FOMO ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ Lazada ยังทำหน้าที่เหมือนเป็น Traffic Hub ที่ช่วยรวมทั้งแฟนของ HAPPY SUNDAY, แฟน Sanrio และกลุ่มนักช้อปออนไลน์ที่กำลังรอช่วงดับเบิลเดตให้มาเจอกันในพื้นที่เดียวครับ

บทความที่แนะนำให้อ่านต่อ

ชื่อเติ้ลครับ เป็น Senior Data Insight Researcher & Marketing Content Creator แห่งการตลาดวันละตอนครับ ^^ มีงานอดิเรกเป็น ผู้ช่วยนักวิจัยฝั่ง Consumer Insights ที่คณะวิทยาศาตร์การกีฬา ที่จุฬาครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *