การตลาด CHAGEE เปิดตัว Hojicha Genmai สู้ศึก Red Ocean เปลี่ยนชานมเป็นไอเทมฮิลใจ

สวัสดีครับเพื่อน ๆ ทุกคน ถ้าพูดถึงตลาดธุรกิจที่เป็น Red Ocean ที่มีร้านเกิดใหม่มากมาย ตลาดชานมและชาผลไม้คงเป็นชื่อแรก ๆ ที่หลายคนนึกถึงใช่ไหมครับ? เพราะไม่ว่าจะเดินไปมุมไหนของสี่แยก หรือห้างสรรพสินค้า เราก็จะเห็นแต่ละแบรนด์จัดโปรโมชัน หรือออกรสชาติใหม่ ๆ มาแข่งกันแบบไม่มีใครยอมใครเลยครับ

ล่าสุดเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา CHAGEE เปิดตัวเมนู Hojicha Genmai Milk Tea ซึ่งนอกจากจะเป็นการตอบรับเทรนด์ชาคั่วหอมที่กำลังมาแรงและเติบโตในตลาดเอเชียแล้ว สิ่งที่น่าจับตามองที่สุดคือการชูคอนเซปต์แคมเปญที่ชื่อว่า The Art of Lightness ครับ

การตลาด CHAGEE

การขยับตัวของ CHAGEE ในครั้งนี้ จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่การออกรสชาติใหม่เพื่อกระตุ้นยอดขาย แต่มันคือการวางกลยุทธ์เพื่อยกระดับภาพลักษณ์ของชาคั่วให้ก้าวข้ามจากการเป็นแค่เครื่องดื่ม สู่การเป็น Lifestyle Product ที่เข้าไปตอบโจทย์อินไซต์ของคนยุคใหม่ที่ต้องการหนีจากความวุ่นวายครับ

CHAGEE ซ่อนอะไรไว้เบื้องหลังเมนู Hojicha Genmai Milk Tea บ้าง? วันนี้ผมจะพาไปถอดรหัสกับ การตลาด CHAGEE เปิดตัว Hojicha Genmai สู้ศึก Red Ocean เปลี่ยนชานมเป็นไอเทมฮิลใจ

ในยุคนี้ผู้บริโภคมีทางเลือกมากมายครับ การจะขายชานมในราคาแก้วละร้อยกว่าบาท แบรนด์ต้องขายสตอรี่ครับ และนี่คือสิ่งที่ CHAGEE ทำในเมนู Hojicha Genmai Milk Tea ครับ

แบรนด์เลือกที่จะหยิบเอาความคราฟท์มาเป็นจุดขายหลัก โดยเริ่มตั้งแต่การเล่าแหล่งที่มาของวัตถุดิบ ว่าพวกเขาเลือกเก็บเกี่ยวใบชาสดเฉพาะในช่วงฤดูกาลฝนฉ่ำ หรือเทศกาลกู่หยี่ ซึ่งถือเป็นนาทีทองที่ใบชาจะดูดซับความชุ่มชื้นและให้คุณภาพที่สมบูรณ์แบบที่สุดเลยครับ จากนั้น แบรนด์ได้ใส่กิมมิกเรื่องกรรมวิธี ด้วยการนำใบชาไปผ่านกระบวนการคั่วถึง 3 ครั้งซึ่งเป็นสูตรลับเฉพาะของแบรนด์ เพื่อดึงเอาความขมเฝื่อนออกไป และสกัดเอาความหอมของกลิ่นคั่วไฟออกมาแทน เมื่อนำมาผสานเข้ากับความหอมละมุนของข้าวเก็นไมคั่ว มันจึงกลายเป็นแก้วชาใคร ๆ ก็อยากลองครับ

การตลาด CHAGEE

ผมมองว่ากลยุทธ์นี้คือการทำ Premiumization ผ่าน Storytelling ครับ การที่แบรนด์ออกมาชี้ให้เห็นถึงความใส่ใจในทุกขั้นตอนช่วยยกระดับ Perceived Value ให้สูงขึ้นอย่างมากเลยครับ เมื่อลูกค้าได้รู้สตอรี่ก่อนดื่ม มันจะทำให้พวกเขารู้สึกว่า การจ่ายเงิน 115 – 130 บาท ไม่ใช่การจ่ายเพื่อซื้อชานมธรรมดา ๆ ทั่วไป แต่มันคือการจ่ายเพื่อซื้อความคุ้มค่า และประสบการณ์ระดับพรีเมียมที่หาไม่ได้จากแบรนด์อื่นครับ

ถ้าสังเกตดี ๆ จะเห็นว่าเดี๋ยวนี้ แบรนด์ที่ทำการตลาดเก่ง ๆ จะไม่ได้แข่งกันแค่ที่ Functional Benefit อีกต่อไปแล้วครับ แต่พวกเขาขยับสเกลไปสู้กันที่ Emotional Benefit แทน สำหรับ CHAGEE ในแคมเปญนี้ แบรนด์เลือกที่จะชูคอนเซปต์ The Art of Lightness โดยหยิบเอา Pain Point ของคนยุคนี้ที่ต้องใช้ชีวิตแบบ Hustle Culture เร่งรีบ ทำงานหนัก และเครียด มาเป็นตั้งต้นครับ

แบรนด์มองเห็นว่าสิ่งที่ผู้บริโภคต้องการจริง ๆ อาจไม่ใช่แค่น้ำหวานชื่นใจ แต่กลุ่มเป้าหมายพวกเขามองหาปุ่ม Pauseให้ชีวิตได้หยุดพักครับ CHAGEE จึงหยิบเอาจุดเด่นของโฮจิฉะที่มีปริมาณคาเฟอีนต่ำตามธรรมชาติผสานกับรสสัมผัสที่นุ่มละมุน ดื่มง่าย สบายท้อง มาแปลความหมายใหม่ให้เชื่อมโยงกับความรู้สึกเบาสบายในจิตใจครับ

การตลาด CHAGEE

นี่คือการทำ Emotional Marketing ที่เข้าใจผู้บริโภคมากครับ เพราะ CHAGEE ไม่ได้กำลังขายเครื่องดื่มแต่แบรนด์กำลังนำเสนอทางออกให้กับคนรุ่นใหม่ ข้อความที่แบรนด์พยายามสื่อสารคือท่ามกลางวันห่วย ๆ ขอแค่คุณมี Hojicha Genmai Milk Tea แก้วนี้ มันก็สามารถทำให้คุณได้ชะลอจังหวะชีวิตลง ทบทวนตัวเอง และเอนจอยกับความเบาสบาย แม้เพียงแปปเดียวก็ยังดีครับ

เพื่อให้ลูกค้าอินไปกับคอนเซปต์นี้ แบรนด์จึงต่อยอด Brand Experience โดยออกคอลเลกชันลิมิเต็ดอิดิชันโดยเชื่อมโยงกับความเบาสบายและความสงบไม่ว่าจะเป็น:

  • Hojicha Sachet Charm (ถุงหอมกลิ่นโฮจิฉะ): กิมมิกห้อยกระเป๋าที่ส่งกลิ่นหอมผ่อนคลายได้ตลอดวัน
  • Feel Light Scented Candle (เทียนหอมทำมือ): ไอเทมฮีลใจยอดฮิต ที่แค่จุดก็เหมือนได้วาร์ปไปอยู่ในเซฟโซน
  • Carry Light Tote Bag (กระเป๋าผ้าแคนวาส): ไอเทมมินิมอลรักษ์โลกที่แมตช์ได้กับทุกชุด
  • Sip Light Thermal Tumbler (แก้วเก็บอุณหภูมิ): ของมันต้องมีสำหรับสายดื่มชา
การตลาด CHAGEE

สังเกตการตั้งชื่อไอเทมไหมครับ? ทุกชิ้นจะมีคำว่า Light อยู่ทั้งหมด นี่คือการทำ Brand Recall ครับ การทำ Merchandising สไตล์นี้ คือการเปลี่ยนคำว่าแบรนด์เครื่องดื่มไปสู่การเป็น Lifestyle Brand ครับ CHAGEE กำลังเอาตัวเองเข้าไปอยู่ในทุก Touchpoint ในชีวิตประจำวันของลูกค้าครับ

เป้าหมายสูงสุดคือไม่ว่าลูกค้าจะจุดเทียนหอมตอนอ่านหนังสือ หรือสะพายกระเป๋าผ้าไปทำงาน ไอเทมเหล่านี้จะทำหน้าที่ ส่งต่อความสงบจากชาหนึ่งแก้ว ไปเยียวยาจิตใจพวกเขาในทุก ๆ กิจกรรมของวันครับ ถือเป็นการสร้าง Brand Loyalty ได้ดีมาก ๆ ครับ

การเปิดตัว Hojicha Genmai Milk Tea ภายใต้คอนเซปต์ The Art of Lightness ของ CHAGEE ในครั้งนี้ พิสูจน์ให้เห็นแล้วครับว่า ในตลาดชานมที่เป็น Red Ocean แบรนด์ไม่จำเป็นต้องลงไปเล่นสงครามราคาเสมอไป แต่การเลือกที่จะหาโอกาสจาก Pain point ของผู้บริโภคกลับสร้าง Impact ให้กับผู้บริโภคได้กว่ามากครับ

การวางกลยุทธ์ตั้งแต่การทำ Product Storytelling ยกระดับใบชาให้พรีเมียมสมราคา, การใช้ Emotional Marketing เข้าไปนั่งในใจคนทำงานที่กำลังเผชิญกับภาวะหมดไฟ และการขยาย Touchpoint ผ่าน Lifestyle Merchandising ทั้งหมดนี้ทำให้ CHAGEE สามารถยกระดับตัวเองเป็นมากกว่าแบรนด์ขายเครื่องดื่มครับ

เพื่อน ๆ นักการตลาดคิดเห็นอย่างไรครับ? ระหว่างการออกเมนูใหม่ที่มีรสชาติหวือหวาแปลกใหม่ กับการออกเมนูที่เน้นดื่มง่าย สบายท้อง พร้อมขายสตอรี่เรื่องความผ่อนคลายและบรรเทาความเร่งรีบแบบ CHAGEE กลยุทธ์ไหนจะตอบโจทย์คนยุคนี้ได้มากกว่ากัน? ลองคอมเมนต์แชร์มุมมองกันเข้ามาได้เลยครับ

อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่นี่

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *