พื้นที่สำหรับแบรนด์ สินค้า หรือบริการ ที่อยากเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่เป็นนักการตลาด ผู้บริหาร และเจ้าของธุรกิจ กว่าแสนคนต่อเดือน สนใจติดต่อ [email protected]
ประกันสุขภาพ 4.0 ยิ่งดูแลสุขภาพดีเท่าไหร่ เบี้ยประกันยิ่งถูกลงเท่านั้น
FacebookFacebookXXLINELineประกันสุขภาพ 4.0 วันนี้ให้คุณมากกว่า การรับประกันสุขภาพ แต่ยังช่วยส่งเสริมสุขภาพของคุณด้วย เห็นข่าวเกี่ยวกับประกันสุขภาพที่น่าสนใจว่า บริษัทประกันเปิดโอกาสให้ลูกค้าที่มี smart watch หรือจะบอกว่า wearable ล้ำๆ ต่างๆ อย่างพวก apple watch สามารถนำมาลดเบี้ยประกันได้ แต่ไม่ใช่แค่ซื้อใส่โก้เก๋เฉยๆ นะครับ แต่ต้องไปออกกำลังกายเอาสุขภาพที่ดีมาแลกกับค่าลดเบี้ย ถ้าถามว่าเพราะอะไรก็ต้องบอกว่าโดยหลักการของธุรกิจประกันคือ การคำนวนความเสี่ยงของแต่ละคนที่จะเสียชีวิตออกมาเป็นตัวเลข แล้วก็ออกมาเป็นเบี้ยประกันที่ต่างกัน หรือถ้าพูดง่ายๆในภาษาชาวบ้านๆ คือ ถ้าดูท่าว่าน่าจะตายเร็วด้วยการใช้ชีวิตไม่เฮลตี้เท่าไหร่ ก็ต้องจ่ายเบี้ยแพงกว่าชาวบ้านคนที่ดูกินคลีนสุขภาพดีกว่าพอสมควร แต่ไหนแต่ไรมาเรามักจะใช้วิธีไปตรวจสุขภาพหาความเสี่ยงโรคต่างๆ ก่อนจะทำประกันสุขภาพกัน แล้วก็คำนวนเบี้ยตายตัวออกมาให้จ่าย แต่มาวันนี้บริษัทประกันเปิดโอกาสให้ลูกค้าที่ออกกำลังกายตามที่กำหนด เหมือนช่วยกันลดความเสี่ยงไปด้วยกันตรงที่บริษัทประกันก็มีโอกาสที่จะจ่ายค่ารักษาให้เราลดลง เพราะเรามีสุขภาพที่ดีขึ้น บริษัทประกันก็เลยเอาส่วนที่ลดตรงนี้มาเป็นลดเบี้ยหรือคืนเงินให้ก็แล้วแต่ อนาคตในการตรวจวัดสิ่งต่างๆ จะเข้มข้นและหลากหลายมากขึ้น ไม่แน่ว่าอีกหน่อยออฟฟิศคงสามารถตรวจได้ว่าเรานั่งหน้าคอมทำงานจริงๆ หรือเรากำลังมั่วแต่ไถฟีดเฟซบุ๊คแล้วช็อปเสื้อผ้าในไอจีกันแน่ ว่าแล้วขอไปหา apple watch มาใส่ลดเบี้ยก่อนนะครับ Credit Thumbnail & More info: https://www.macrumors.com/2017/10/23/john-hancock-vitaly-apple-watch-offer/ https://www.johnhancockinsurance.com/vitality-program/apple-watch.html ติดตามเรื่องราวการตลาดวันละตอน สดใหม่ทุกวันได้ที่ : https://everydaymarketing.co/ FacebookFacebookXXLINELine
Amazon Wine เตรียมหยุดให้บริการสิ้นปีนี้
FacebookFacebookXXLINELineAmazon Wine ยักษ์ใหญ่ก็พลาดได้ วันก่อนผมเห็นข่าวจาก Blogone (เวปที่น้องในออฟฟิศบอกว่าเป็นพวกสาย geek ผมก็เลยเพิ่งรู้ตัวว่าผมเป็นพวก geek ไปแล้ว) ว่า Amazon เว็บไซต์ขายของที่ใหญ่ที่สุดในโลก(ตามที่เค้าเคลมตัวเองไว้) กำลังจะปิดตัวบริการ Amazon Wine ที่ให้บริการเรื่องการขายไวน์โดยเฉพาะ โดยลูกค้าที่สนใจยังสามารถไปหาซื้อได้ตามช่องทางอื่นของ Amazon อยู่ ความน่าสนใจของข่าวนี้อยู่ตรงที่ว่าในบ้านเราๆ มักไม่คุ้นกับข่าวการปิดตัวบริการ หรือการลงทุนที่ผิดพลาดจนต้องยอมถอนตัวของบริษัทใหญ่ๆ โดยเฉพาะโครงการของรัฐเท่าไหร่นัก แต่ในข่าวนี้ทำให้ผมฉุกคิดได้ว่า ความผิดพลาดคือหนทางไปสู่ความสำเร็จไม่ใช่หรอ? ถ้าเราผิดพลาดเพื่อเรียนรู้ ไม่ใช่ผิดพลาดเพื่อซ้ำเติมจนไม่กล้าจะผิดพลาดอีก นี่อาจเป็นเหตุผลนึงที่ทำให้คนส่วนใหญ่กลัวที่จะผิดพลาดเพื่อจะเรียนรู้ และทำใหม่ให้ดีขึ้นๆ เรื่อยๆ ที่เล่ามาแบบนี้ผมไม่ได้อยากเห็นความผิดพลาดของใครนะครับ แต่ผมอยากเห็นการกล้าที่จะลองผิดลองถูกมากกว่า อยากเห็นการเปิดกว้างให้ผิดพลาดได้ในระดับการศึกษา ระดับการทำงาน หรือระดับราชการ เพื่อจะได้พัฒนาให้ดีขึ้น เหมือนที่มีคนเคยกล่าวไว้ว่า “คนที่ไม่เคยผิดพลาด คือคนที่ไม่เคยทำอะไรเลย” ความผิดพลาดในชีวิตคุณคือเรื่องอะไร? แล้วคุณได้อะไรจากมันบ้าง? ถามกันเล่นๆ นะครับอย่าซีเรียส Credit Thumbnail & more info: https://techcrunch.com/2017/10/23/amazon-wine-is-shutting-down/ https://www.blognone.com/node/96533 https://www.recode.net/2017/10/23/16526390/amazon-wine-shutting-down-whole-foods-alcohol-law-tied-house http://fortune.com/2017/10/24/amazon-wine-close-down/ ติดตามเรื่องราวการตลาดวันละตอน สดใหม่ทุกวันได้ที่ […]
การตลาดแบบใส่ใจ ลดขยะพลาสติกได้ ด้วยการสั่งซื้ออาหาร ผ่าน MIWA
FacebookFacebookXXLINELineพลาสติกเป็นวัสดุที่พบได้ทั่วไปในปัจจุบัน แต่ด้วยคุณสมบัติที่ย่อยสลายยากจึงทำให้พลาสติก กลายเป็นขยะจำนวนมหาศาลที่ส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม ตั้งแต่ผลจากกระบวนการผลิตไปจนถึงการทำลาย ดังนั้นการลดขยะพลาสติก จึงยังคงเป็นเป้าหมายหลักของการดูแลสิ่งแวดล้อมยุคนี้ วันนี้การตลาดวันละตอนเลยจะพามารู้จักกับแอปพลิเคชัน ที่จะช่วยให้คุณซื้ออาหารและรักษ์โลกได้ ด้วยการลดใช้พลาสติก เพราะคนรุ่นใหม่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้นเรื่อยๆ จากการสำรวจพบว่าขยะถุงพลาสติกจำนวนมหาศาลจากทั่วโลกที่ออกมาจากห้างร้านเวลาเราชอปปิงนั้นสูงถึง 8.3 พันล้านตันในปีที่ผ่านมา (ถุงพลาสติกหนักรวมกันทั่วโลก 8.3 พันล้านตัน บ้าไปแล้ว!) แต่กลับนำมารีไซเคิลได้จริงๆ แค่ 9% เท่ากับว่าที่เหลือ กลายเป็นกองภูเขาถุงพลาสติกหน่ะสิ และที่สำคัญคือบรรดาอาหารหรือของกินทั้งหลายที่เราทำงานหาซื้อมากินให้อิ่มท้องกันทุกวันนี้ กว่า 1 ใน 3 ของทั้งหมดนั้นเสียเปล่าถูกทิ้งไม่ได้กินเลย (สงสารชาวนาขึ้นมาอย่างจับใจ) เปิดประสบการณ์ชอปปิงในแบบคนรักษ์โลก Miwa บริษัทสตาร์ทอัพในประเทศสาธารณรัฐเช็ก ไม่ได้ทำแค่แอปพลิเคชันเท่านั้น แต่ทำทั้งระบบการชอปปิงให้กับคนเมืองเพื่อช่วยลดขยะจากถุงพลาสติกและแพคเกจจิ้งหีบห่ออาหารทั้งหลาย ยังรวมไปถึงขยะจากของที่เราซื้อไปแต่ทำกินไม่หมดเพราะมันอาจจะเยอะไปทั้งๆ ที่เราต้องการใช้แค่นิดเดียวก็ได้ ด้วยการให้คนสแกนที่รูปภาพว่าเมนูไหนที่ต้องการทำกิน หรือวัตถุดิบชนิดไหนที่คุณต้องการ จากนั้นแอปฯ จะแนะนำว่าเมนูที่คุณจะทำกินนั้น ใช้วัตถุดิบจริงๆ แค่ไหนบ้าง แล้วคุณก็สามารถจ่ายเงินซื้อแค่เท่าที่ต้องกินได้ ที่สำคัญคือแม้แต่แพคเกจจิ้งก็สามารถเอาของตัวเองมาใส่กลับบ้านไป หรือจะใช้ของทางร้านในครั้งแรกแล้วเอามาใช้ซ้ำเรื่อยๆ ก็ได้ ช่วยแก้ปัญหาอย่างจริงจังและจริงใจตั้งแต่ต้นจนจบกระบวนการ ทาง Miwa ก็เลยคิดจัดการทำหมดตั้งแต่ต้นจนจบ ตั้งแต่ติดต่อกับบรรดาผู้ผลิตหาอาหาร จัดส่งอาหารมายังร้านค้า และด้วยการให้ลูกค้าได้ซื้อเท่าที่ต้องใช้จริงๆ แล้วก็เอากล่องใส่อาหารกลับมาใช้ใหม่ได้ ลองคิดดูซิว่าวันๆ […]
IQ Personal Chatbot เพื่อนเตือนสติ เมื่อคิดจะเมา
FacebookFacebookXXLINELineเพราะเรื่องเมาๆ กับวัยรุ่นมันห้ามกันได้ที่ไหน ถ้าจะมาโชว์ผู้ใหญ่มาแนะนำบอกห้ามก็จะกลายเป็นว่า ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ คำถามก็คือ แล้วจะมีวิธีไหนบ้างที่ทำให้วัยรุ่นที่ออกไปปาร์ตี้ไม่เมาหนักมากจนคุมสติไม่อยู่ IQ Personal Chatbot แบบเข้าใจคนวัยเดียวกัน ประเทศสวีเดนเลยพัฒนา Chatbot ขึ้นมาตัวหนึ่ง เพื่อรณรงค์กระตุ้นให้วัยรุ่นที่เป็นสายปาร์ตี้ หรือสายดื่ม ไม่ดื่มหนักเกินไป แต่เรื่องนี้ก็คงฟังดูไม่น่าสนใจเท่าไหร่ ถ้าจะห้ามไม่ให้ดื่มเหมือนใครๆ ก็ทำกัน แต่เจ้าแชตบอทตัวนี้ออกแบบมาให้ตรงใจวัยรุ่น หรือพูดคุยกับวัยรุ่นเสมือนว่าเป็นวัยรุ่นขาเปรี้ยวเที่ยวด้วยกัน ด้วยการตอบกลับแบบคำเจ็บๆ กวนๆ แถมไม่ใช่แค่คำพูด แต่ยังมีทั้ง emoji ทั้งไฟล์ gif ที่กัดเจ็บๆ กวนใจวัยรุ่น ทำให้วัยรุ่นเปิดใจรับแชตบอทตัวนี้เข้ามาเป็นเพื่อนที่ช่วยเตือนสติกัน เพราะลึกๆ แล้ววัยรุ่นก็รู้แหละว่าเมาเกินไปมันไม่มันส์เท่าไหร่ เค้าก็อยากได้เพื่อนที่เข้าใจกันช่วยเตือนสติกันมากกว่าผู้ใหญ่ที่เอาแต่ดุด่าน่ารำคาญ อยากคุยกับใครให้ทำความเข้าใจตัวตนก่อน จากการทำความเข้าใจนิสัยใจคอ และพฤติกรรมของวัยรุ่น ทำให้ภายในสัปดาห์แรกมีวัยรุ่นเข้ามาพูดคุยกันกับตัว Chatbot นี้กว่า 6,000 คน เลยทีเดียว เห็นมไหมครับว่าแม้ Content จะเป็น King ก็ตาม แต่ Context ในการเข้าใจบริบทของคนที่เราจะคุยด้วยนั้นสำคัญมากขนาดไหน ก่อนจะคุยกับใคร ทำการบ้านให้ดีก่อนว่าเค้าต้องการให้คุยกับเค้าแบบไหน หมดยุค On […]
Hèrmes: Pop-up store ให้คุณสร้างประสบการณ์ใหม่ กับผ้าพันคอผืนเดิม
FacebookFacebookXXLINELineการสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับลูกค้านั้น เป็นเรื่องสำคัญที่หลายแบรนด์เริ่มหันมาให้ความสนใจ ไม่เว้นแม้กระทั่งแบรนด์สุดหรูอย่าง Hèrmes ที่ตัดสินใจเปิด Pop-up store เพื่อให้ลูกค้าเอาผ้าพันคอที่เคยซื้อไปมาย้อมเปลี่ยนสีฟรี หลายคนน่าจะเกิดคำถามว่าแล้วทำไม Hèrmes ถึงเลือกใช้ผ้าพันคอในการสร้างประสบการณ์ใหม่ให้ลูกค้า…ลองมาหาคำตอบไปพร้อมกันครับ เทรนด์ผู้บริโภคเปลี่ยนไป ให้ค่าประสบการณ์มากกว่าสิ่งของ จากการสำรวจพบว่าเทรนด์ของผู้บริโภคเปลี่ยนไปจากการจ่ายเงินเพื่อซื้อ เปลี่ยนเป็นจ่ายเงินเพื่อทำอะไรบางอย่างแทน (อย่างที่เคยเน้นย้ำเป็นประจำว่าทุกวันนี้คนใช้เงินเพื่อซื้อ “ประสบการณ์” มากกว่า “สิ่งของ”) เลยทำให้เกิดปัญหาตามมาถึงบรรดาห้างร้านทั้งหลายว่ามีลูกค้าเดินเข้าร้านน้อยลงกว่าปีก่อน 1.2% เห็นตัวเลขแล้วอาจจะดูไม่เยอะ แต่ก็กระทบกับยอดขายไม่น้อยเลยทีเดียวครับ แต่ในทางกลับกัน Pop-up store กลับเป็นที่นิยมของคนในวันนี้มากขึ้น เพราะจากการสำรวจพบว่ากว่า 44% เคยเดินเข้า pop-up store ในปีที่ผ่านมา Hèrmes เปิด pop-up store เพื่อเสิร์ฟประสบการณ์ใหม่ Hèrmes เลยเปิด pop-up store ของตัวเองขึ้นมาครั้งแรกในอังกฤษ และก็จะขยายต่อไปยังนิวยอร์กในเร็ววันนี้ แต่ pop-up store ของ Hèrmes ไม่ได้เน้นขายของอย่างที่เราคิด แต่เปิดให้คนที่ซื้อผ้าพันคอของ Hèrmes ไปได้เอากลับมาซักย้อมเปลี่ยนสี เพื่อให้ลูกค้าได้หยิบผ้าพันคอเก่าเอากลับไปอวดเพื่อนๆ คนรอบตัวอีกครั้ง […]
ชิปจะไม่หายอีกต่อไป กับ รถไฟของ Sweden
FacebookFacebookXXLINELineดูคลิปนี้จบแล้วจะไม่มีวัน ‘ชิป’ หายอีกต่อไป เพราะบริษัทรถไฟของสวีเดนเปลี่ยนรูปแบบตั๋วเดินทางใหม่ โดยใช้ชิปแบบ NFC (Near Field Communication) แทนตั๋วรถไฟ แต่ยังไม่เท่าไหร่ ถ้าชิปนั้นอยู่ในรูปแบบตั๋วพลาสติกเหรียญกลมๆ เหมือนที่ใช้ในรถไฟใต้ดินบ้านเรา เพราะชิปที่บอกว่าจะไม่มีวันหายอีกต่อไปนั้นถูกฝังอยู่ในร่างกายคุณเลย! แน่นอน เพราะถ้าชิปที่อยู่ในร่างกายคุณหาย แสดงว่าชีวิตคุณต้อง ‘-บหาย’ แล้วแน่ๆ โดยการฝังชิปใส่ร่างกายนี้กำลังเริ่มต้นทดลองใช้กับ 100 คนที่เป็นผู้โดยสารประจำชั้นดีก่อนที่จะใช้มากขึ้น วันก่อนสแกนหน้าจ่ายเงินว่าเจ๋งแล้ว เจอฝังชิปลงในตัวนี่สุดกว่า! ติดตามเรื่องราวการตลาดวันละตอน สดใหม่ทุกวันได้ที่ : https://everydaymarketing.co/ FacebookFacebookXXLINELine
Customer Experience – ให้การซื้อแหวนเพชรของคุณ กลายเป็นเรื่องพิเศษของความทรงจำ
FacebookFacebookXXLINELineแหวนเพชรนั้นเปรียบเสมือนตัวแทนและสัญลักษณ์ของคู่แต่งงาน แต่ในปัจจุบันคู่รักมักไม่เห็นความสำคัญของการแต่งงาน และก็เลื่อนเวลาการแต่งงานออกไปมาก และส่วนใหญ่มักจะอยู่ด้วยกันไปเลยมากกว่าเมื่อเทียบกับสมัยก่อน นั่นจึงทำให้เพชรก็ถูกมองว่าไม่ได้เลอค่ามากเท่าสมัยรุ่นพ่อแม่เรา คนรุ่นใหม่กลับมองว่ามันก็คือหินราคาแพวก้อนนึงเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีข่าวไม่ดีเกี่ยวกับเพชรมากมาย ยกตัวอย่างเข่น ภาพยนต์เรื่อง Blood Diamond ที่ออกมาตีแผ่อุตสาหกรรมเพชรว่า กว่าจะได้เพชรแต่ละเม็ดนั้นต้องแลกมาด้วยเลือดเนื้อของคนในประเทศแถบแอฟริกามากแค่ไหน นี่เป็นอีกเหตุผลนึงที่ทำให้คนรุ่นใหม่ไม่ให้ได้ค่ากับเพชรมากนัก ถึงเวลาที่ธุรกิจหรูหราต้อบปรับตัว เนื่องจากเหตุผลต่างๆ นานา ที่บอกไปข้างต้น ทำให้ธุรกิจที่มาพร้อมกับความสวยงามและหรูหราถึงคราวต้องปรุบตัวเช่นกัน แบรนด์เพชรยี่ห้อหนึ่งชื่อ Vashi พยายามสร้างจุดขายเพื่อฉีกตัวเองออกจากรูปแบบการขายเพชรแบบเดิมๆ อย่าง De Beer ด้วยการสร้าง Customer Experience เพื่อให้คู่รักรุ่นใหม่จะได้รับจากการซื้อเพชรไปด้วยกัน สร้าง Storytelling ของแหวนแต่ละวงเพื่อเพิ่มคุณค่าให้น่าจดจำ Vashi พยายามสร้าง Customer Experience ใหม่ๆ ด้วยการที่ให้ผู้ซื้อสามารถเลือกปรับแต่งได้หลายอย่างกว่าร้านเพชรตามปกติ รวมถึงได้รับรู้แต่ละขั้นตอนกว่าจะมาเป็นแหวนเพชรของตัวเอง และสุดท้าย Vashi ยังให้หนังสือภาพรวบรวมขั้นตอนกว่าจะมาเป็นแหวนเพชรอันเลอค่าในนิ้วนางข้างซ้ายของทั้งคู่ Vashi นอกจากขายเพชรทางออนไลน์เป็นเจ้าแรกๆ แล้ว ก็ยังเปิดประสบการณ์ที่มากกว่าร้านขายเพชรร้านอื่นอย่างที่เล่าไปในข้างบน คนรุ่นใหม่ให้คุณค่ากับ “ประสบการณ์” มากกว่า เราจะเห็นว่าผู้คนสมัยใหม่ให้ค่ากับ “ประสบการณ์” มากกว่าทรัพย์สินเงินทอง ไม่เหมือนคนในยุคก่อน แบรนด์ทั้งหลายต้องปรับตัวไปอีกมากที่จะเน้นเรื่องประสบการณ์ที่จะให้กับลูกค้าได้ เหมือนร้านกาแฟชื่อ […]
ความเข้าใจลูกค้า ที่พา Ford Motor สู่ Max Motor Dreams
FacebookFacebookXXLINELineความเข้าใจลูกค้า ที่นำพาเอาแบรนด์รถยนต์อย่าง Ford Motor มาสู่จุดการทำเปลเด็ก Max motor dream ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าแบรนด์รถยนต์ระดับโลกอย่างฟอร์ด กระโดดลงมาทำเปลเพื่อเบบี๋ตัวน้อยได้หลับสบายยาวๆ ทั้งคืน คำถามสำคัญฟอร์ดจะทำไปทำไม? แล้วคาดหวังอะไรกับการทำครั้งนี้ สร้างโฆษณาด้วยกลยุทธ์สร้างความผูกพันทางอารมณ์ เพราะปัจจุบันลำพังโฆษณาไม่สามารถทำให้คนสนใจได้เท่าสมัยก่อน การจะเป็นตัวเลือกแรกๆ ในใจคนสมัยนี้ได้ต้องพยายามสร้างความผูกพันทางอารมณ์ให้ลึกซึ้งกว่าแค่โฆษณาที่ใช้การเล่าเรื่องอีกเยอะ ฟอร์ดเลยมองข้ามกรอบเดิมๆ แล้วดูว่าคนที่เป็นว่าที่ลูกค้าของฟอร์ดนั้นต้องการอะไร ค้นพบทางเลือกใหม่ จากถังข้อมูลเดิม ฟอร์ดเลยไปเจอว่ามีกลุ่มคนนึงที่มีแนวโน้มว่าจะซื้อรถใหม่มากกว่ากลุ่มอื่นๆ ก็คือพ่อแม่มือใหม่ เพราะพ่อแม่มือใหม่ที่กำลังตั้งท้องหรือมีลูกเล็กนั้นเริ่มมองหารถยนต์คันใหม่ที่ใหญ่ขึ้น เพราะถ้าใครมีลูกมาก่อนก็คงจะรู้ดีว่าของเมียว่าเยอะแล้ว แต่ของๆ ลูกนั้นเยอะกว่า และอีกหนึ่งอินไซด์สำคัญของเบบี๋ก็คือ เด็กน้อยมักจะชอบหลับเวลาอยู่บนรถ แต่พออุ้มลงจากรถมาวางลงบนเตียงนี่ตื่นตาใสขึ้นมาทันที ทำความเข้าใจทำไมเด็กชอบหลับในรถ ฟอร์ดเลยไปทำความเข้าใจว่าทำไมบรรดาเบบี๋ถึงชอบหลับบนรถกันมันเป็นเพราะอะไร? ฟอร์ดเลยไปพบว่าเพราะบรรยากาศต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการสั่น เสียงเครื่องยนต์อ่อนๆ แสงจากกระจกเอย ทุกอย่างมันชวนให้เด็กน้อยหลับดีแท้ ฟอร์ดเลยเอาความเข้าอกเข้าใจในจุดนี้แล้วให้บรรดาวิศวกรมือดีช่วยกันสร้างเปลเด็กอ่อนขึ้นมา แต่เป็นเปลเด็กที่จำลองการสั่นจากรถของพ่อแม่แต่ละคนที่สามารถบันทึกการสั่นนั้นได้ที่แอปพลิเคชันบนมือถือ แล้วก็ส่งข้อมูลมาให้เปลนี้สั่นเหมือนตอนที่กำลังนั่งรถได้ สื่อสารตรงกลุ่ม ทำให้ได้ผลลัพธ์ดีเกินคาด ผลก็คือยังไงน่ะหรอครับ เด็กน้อยหลับปุ๋ยโดยไม่ต้องเปลืองน้ำมันซักหยดเลย แถมยังได้ผลทางการตลาดก็คือ พอบรรดาพ่อแม่ผู้ปกครองได้เห็นวีดีโอตัวนี้ ที่ยิงผ่านการเลือกเฉพาะกลุ่มพ่อแม่มือใหม่ด้วยเท่านั้น(เฟซบุ๊คมันปรับการตั้งแสดงผลโฆษณาได้เฉพาะะกลุ่มมากๆ ครับ) เข้าชมเว็บไซต์สูงขึ้นถึง 93% จากปกติ แถมยังเพิ่มการจองเทสไดร์ฟสูงถึง 83% ในธุรกิจรถยนต์เป็นที่รู้กันดีว่ายิ่งมีคนมาเทสไดร์ฟมากเท่าไหร่ ก็หมายถึงโอกาสในการปิดการขายที่มากขึ้นตามเท่านั้น […]
บริษัทอาหารออแกนิกสำหรับเด็ก ใช้ Customer Insight เพื่อสื่อความในใจของพ่อแม่
FacebookFacebookXXLINELineปัจจุบัน Customer Insight ถือเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดที่สำคัญ และถูกเลือกใช้กับ Product แทบทุกประเภท ไม่เว้นแม้แต่สินค้าอย่างอาหารออร์แกนิคสำหรับเด็กเบบี๋อย่างแบรนด์ Plum Organics ลองมาดูกันครับว่าแบรนด์อาหารออร์แกนิคสำหรับเด็กนั้นจะสามารถนำ Insight แบบไหนมาเพิ่มมูลค่าให้กับแบรนด์ได้บ้าง มาดูกันครับ นำเสนอจุดยืนใหม่ เน้นดูแลพ่อแม่ แทนดูแลลูก งานนี้ทางแบรนด์เขาคิดใหม่ ทำใหม่ด้วยการออกมาประกาศตัวตนจุดยืนไม่เหมือนใคร เพราะก่อนหน้านี้ แบรนด์อาหารเด็กแบรนด์ไหนๆ ก็พยายามเป็นพี่เลี้ยงช่วยดูแลลูกให้ งั้น Plum Organics จะขอช่วยดูแลคู่รักพ่อแม่สมัยใหม่ให้เอง ด้วยการสร้างแคมเปญที่มีชื่อว่า Do your part(ner) มันก็จะสองแง่สองง่ามหน่อยๆ คือทั้งให้ทำในส่วนของตัวเอง แล้วก็อย่าลืมว่าต้อง…กับพาร์ทเนอร์คู่ชีวิตของคุณด้วย จิกกัด Insight ชีวิตจริงของพ่อแม่สมัยใหม่แบบถึงพริกถึงขิง สำหรับตัวแคมเปญนั้นเริ่มต้นด้วยการสร้างหนังโฆษณาที่จิกกัด Insight ชีวิตจริงของพ่อแม่สมัยใหม่ขึ้นมา โดยใช้นักแสดงชื่อดังอย่าง Katie Aselton ผ่าน 3 เหตุการณ์ที่แตกต่างแต่คล้ายกันคือ แต่ละคนจะบอกว่ายุ่งบ้าง ไม่ว่างบ้าง เพราะมัวแต่ติดหน้าจอของตัวเองอยู่ จากนั้นนักแสดงจึงอธิบายว่าการมีอะไรกันนั้นมันมากกว่าแค่เรื่องเซ็กซ์ แต่มันยังหมายถึงการทำให้ครอบครัวนั้นอบอุ่นด้วย หลังจากนั้นจึงค่อยทำการเชิญชวนให้คนที่ได้เห็นโฆษณาตัวนี้เข้ามาที่เว็บไซต์ สร้าง traffic ของเว็บไซต์ ด้วย […]
Campaign Glicode เมื่อขนมถูกนำมาแปลงเป็น Code ให้เด็กได้เรียนรู้
FacebookFacebookXXLINELineขนมกับเด็กเป็นของคู่กันก็จริง แต่พ่อแม่หลายรายก็ยังคงห้ามปรามไม่ให้ลูกกินขนมมากไปนัก เหตุผลก็เพราะ มันไม่มีประโยชน์ เมื่อถูกตราหน้าว่าเป็นของไม่มีประโยชน์อย่างนี้แล้ว แบรนด์ขนมชื่อดังสัญชาติญี่ปุ่นอย่างกูลิโกะก็เลยจัดแคมเปญเพิ่มมูลค่าให้กับ Product ตัวเองซะเลย Campaign จากกูลิโกะออกขนมใหม่ยิ่งกินยิ่งฉลาด จริงๆ ก็ไม่ใช่ขนมใหม่หรอก ก็กูลิโกะป๊อกกี้เหมือนเดิมนี่แหละ แต่ที่เพิ่มเติมคือมีแอปพลิเคชันไว้ฝึกให้เด็กได้เรียนรู้การเขียนโค้ดโปรแกรมมิ่งไปในตัว แอปพลิเคชัน Glicode นั้นมีให้ใช้งานได้ทั้งบนแอนดรอยด์และไอโฟน วิธีใช้งานก็ง่ายๆ แค่มีมือถือและขนมกูลิโกะให้พร้อม จากนั้นก็ดูโจทย์ในแอปฯ ว่าต้องทำอย่างไร แล้วก็เอาขนมกูลิโกะมาวางเรียงกันตามวิธีเขียนโค้ดของโปรแกรมเมอร์ ยิ่งเล่นไปเรื่อยๆ ก็ยิ่งได้กินขนมมากขึ้น ยิ่งเล่นผ่านได้มากขึ้นก็ยิ่งฉลาดมากขึ้นด้วย แม้จะไม่ใช่การเขียนโค้ดโดยตรง แต่ก็ฝึกให้เด็กรู้จักหลักในการเขียนโค้ดโปรแกรมเบื้องต้นได้ เพราะการเขียนโปรแกรมถ้าเข้าใจ logic ในการเขียนก็จะสามารถเอาไปประยุกต์ใช้กับภาษาอะไรก็ได้ ฉีกกรอบความคิด เพิ่มคุณค่าให้สินค้าแบบเดิมๆ จะเห็นว่าดตมเปญนี้เป็นการฉีกกรอบความคิดโดยใช้ดิจิทัลเพิ่มประโยชน์และเพิ่มคุณค่าของสินค้าตัวเดิมขึ้นมา จากขนมที่บรรดาผู้ปกครองมองว่าเป็นของไม่มีประโยชน์ เปลี่ยนภาพลักษณ์ไปเป็นขนมที่ทั้งอร่อยและทำให้เด็กๆ ฉลาดมากยิ่งขึ้น ถ้าแบรนด์ไหนทำแบบนี้ได้ก็จะทำให้คู่แข่งยากจะเลียนแบบตามได้ เรียกได้ว่าก้าวนำล้ำคู่แข่งไปหลายสเต็ปเลยครับ ดูแล้วก็อดอิจฉาเด็กสมัยนี้ไม่ได้ มีตัวเลือกให้เรียนรู้สนุกๆ เพียบเลย ส่วนใครที่อยากเรียนรู้เกี่ยวกับกลยุทธ์การทำตลาดในรูปแบบอื่นๆ แนะนำให้ไปอ่านเพิ่มเติมได้ ที่นี่ ในบทความหน้าผมจะมีอะไรมาอัปเดตอีกบ้าง สามารถติดตามได้ผ่านเพจการตลาดวันละตอน รวมถึง Twitter และ Blockdit ของการตลาดวันละตอนนะครับ FacebookFacebookXXLINELine
พื้นที่สำหรับแบรนด์ สินค้า หรือบริการ ที่อยากเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่เป็นนักการตลาด ผู้บริหาร และเจ้าของธุรกิจ กว่าแสนคนต่อเดือน สนใจติดต่อ [email protected]