Data Research Insight มหาสารคาม เปิดจักรวาลพุทธมณฑลอีสาน

พามาดู Data Research Insight จังหวัด มหาสารคาม ศูนย์กลางทางปัญญา วัฒนธรรม และชีวิตวัยรุ่นมหาวิทยาลัยที่คึกคักควบคู่ไปกับความสงบของวิถีท้องถิ่น แถมยังมีอาหารพื้นบ้านรสจัดจ้าน คาเฟ่เก๋ ๆ และ Landmark ยอดฮิตที่หลายคนต้องแวะเมื่อมาถึงครับ บทความนี้จะพามาเจาะลึกพฤติกรรมการท่องเที่ยวของคนไทยที่พูดถึงจังหวัดมหาสารคาม บนโลกโซเชียล ผ่านบทสนทนาหลายหมื่นข้อความ ภายใต้โครงการ Data 76 จังหวัดทั่วไทย เพื่อดูว่าคนพูดถึงมหาสารคามว่าอย่างไร? มาทำอะไรบ้าง? มากับใคร? เที่ยวที่ไหน? ชอบกินร้านไหน? พักกี่วัน? แล้วมีของดีอะไรที่ต้องซื้อกลับไป?

Data Research Insight มหาสารคาม
ขอบคุณภาพจาก Gen AI Gemini Nano Banana

ในบทความนี้ผมจะพาไปดู Data Research Insight มหาสารคาม โดยใช้เครื่องมือ Mandala Social Listening ที่จะทำให้เห็นมุมใหม่ ๆ ของจังหวัดมหาสารคามในแบบที่ไม่เคยมองมาก่อนครับ

ในบทความ Data Research Insight มหาสารคาม เราจะพามาดูทั้งขั้นตอนกระบวนการทำ 8 ขั้นตอน และ Insight ที่เจอมาแบ่งปันทุก ๆ คนกันครับ

  1. Research Keywords
  2. Set Campaign Collecting Data
  3. Cleansing Data
  4. Conversation Analysis
  5. Categorized Data
  6. Visualization
  7. Insights Summary
  8. Data-Driven Decision

มาเริ่มกันที่สองขั้นตอนสำคัญของกระบวนการวิเคราะห์กันครับ ได้แก่ Research Keyword และ Collecting Data ซึ่งถือเป็นหัวใจของการทำ Social Listening ให้ได้ข้อมูลที่ใช่ และแม่นยำที่สุด สำหรับเคสจังหวัด มหาสารคาม ผมงานได้เริ่มจากการคัดเลือกคีย์เวิร์ดที่สะท้อนการพูดถึงพื้นที่จริงบนโซเชียลมีเดีย โดยใช้คำหลักคือ “สารคาม” ครับ เพราะครอบคลุมทั้งบริบทชื่อเต็มอย่างมหาสารคาม และคำที่คนมักจะใช้เรียกอย่างสารคามนั่นเองครับ

สำหรับช่วงเวลาที่เก็บข้อมูล คือ 01 มกราคม 2025 – 30 พฤศจิกายน 2025 รวมเกือบ 11 เดือนเต็ม ครอบคลุมทั้งช่วงท่องเที่ยวปลายปี จนถึงฤดูฝนที่มีกิจกรรมท้องถิ่นต่าง ๆ ทำให้เรามองเห็นภาพรวมของการพูดถึงมหาสารคามบนโซเชียลในหลากหลายฤดูกาลเลยครับ

หลังจากตั้งค่าคีย์เวิร์ดทั้งหมด ระบบได้รวบรวมข้อมูลจากแพลตฟอร์มหลัก ได้แก่ Facebook, TikTok, X (Twitter), Instagram และ YouTube ได้จำนวน 64,549 Mentions (Before Cleaning) ซึ่งเป็นข้อมูลดิบที่ครอบคลุมทุกบริบทที่มีการกล่าวถึงชื่อจังหวัดในช่วงเวลาที่กำหนดครับ

แต่อย่างไรก็ตามข้อมูลดิบจำนวนมากมักมีบริบทที่ไม่เกี่ยวข้อง เช่น ข่าวการศึกษา, การประกาศรับสมัครของมหาวิทยาลัย, เรื่องส่วนตัวในชีวิตนักศึกษา, หรือโพสต์ที่กล่าวถึงคำว่า “มหาสารคาม” แต่ไม่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว ประสบการณ์เดินทาง หรือสถานที่จริงในพื้นที่ ดังนั้นเพื่อให้ข้อมูลที่ใช้วิเคราะห์มีความแม่นยำมากที่สุด เราจึงทำขั้นตอน Cleaning Data (รายละเอียดจะอธิบายในหัวข้อถัดไปครับ) ซึ่งทำให้จำนวนข้อมูลที่เกี่ยวข้องจริงเหลืออยู่ที่ 29,383 Mentions (After Cleaning) เท่านั้น

หมายความว่ามากกว่า 54% ของข้อมูลถูกคัดออกไป เพื่อให้ได้เฉพาะข้อมูลที่พร้อมที่จะนำไปวิเคราะห์เป็น Insight เชิงพฤติกรรมของคนที่พูดถึงจังหวัดมหาสารคามบนโลกออนไลน์ได้อย่างแม่นยำที่สุดครับ

อย่างที่ได้เล่าไปก่อนหน้านี้ครับ ก่อนที่เราจะเข้าสู่การวิเคราะห์เชิงลึกเพื่อหา Insight ของจังหวัด มหาสารคาม ขั้นตอนที่สำคัญและขาดไม่ได้เลยคือ Cleansing Data หรือการลบข้อมูลที่ไม่เกี่ยวข้องออกไป เพื่อให้เราเหลือเฉพาะข้อมูลที่เกี่ยวข้องจริง ๆ เท่านั้นครับ

ตัวอย่างข้อมูลที่ ไม่เกี่ยวข้อง เช่น

  • ข่าวอาชญากรรมที่เกิดขึ้นในพื้นที่อื่นแต่ใช้คำว่า “สารคาม”
  • คอนเทนต์ดราม่าหรือไวรัลที่กล่าวถึงจังหวัดเพียงชื่อแต่ไม่เกี่ยวกับสถานที่จริง
  • ข่าวกระแสรายวันของสื่อใหญ่ที่พูดถึงเหตุการณ์ระดับประเทศแต่ติดคำว่า “สารคาม” ในบทสน

ซึ่งข้อมูลแบบนี้ แม้จะมี Engagement สูงมาก แต่ไม่สะท้อนพฤติกรรมท่องเที่ยวหรือประสบการณ์ของผู้มาเยือนจริง ๆ จึงต้องถูกคัดออกจากชุดข้อมูลวิเคราะห์ครับ

ตัวอย่างที่เกี่ยวข้องจริงกับจังหวัดมหาสารคาม เช่น

  • รีวิวร้านอาหารท้องถิ่น
  • โพสต์เที่ยวสถานที่ต่าง ๆ เช่น วัด, คาเฟ่, แหล่งธรรมชาติ
  • ประสบการณ์ของนักท่องเที่ยวหรือคนที่มาเยือน
  • คอนเทนต์แนะนำกิจกรรม, จุดเช็กอิน, ที่พัก

โดยข้อมูลลักษณะนี้จะถูกเก็บไว้เพื่อวิเคราะห์ Insight เชิงพฤติกรรมของผู้คนบนโลกออนไลน์ หลังจากผ่านการ Cleansing อย่างละเอียดแล้ว จำนวนข้อมูลที่เหลืออยู่คือ 29,383 Mentions ซึ่งหมายความว่าเราคัดข้อมูลที่ไม่ตรงประเด็นออกไปกว่า 54% เพื่อให้เหลือเฉพาะข้อมูลที่มีคุณภาพและพร้อมใช้ต่อยอดในการหา Insight ที่สะท้อนประสบการณ์ของผู้คนจริง ๆ ครับ

วิธีการ Cleansing

การ Cleansing ทำได้หลายวิธี เช่น

  1. Exclude โพสต์ที่ไม่เกี่ยวข้อง ออกจากระบบโดยตรง
  2. ลบข้อมูลที่ไม่ต้องการเก็บถาวร
  3. กำหนด Keyword สำหรับ Exclude เพิ่มเติม เช่น “ราชการ”, “อบรม”, “พิธีเปิด”, “โรงเรียน”, เพื่อกรองเนื้อหาที่ไม่ตรงวัตถุประสงค์ออก

ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่จะทำให้ Insight ที่ได้จาก Social Data ของจังหวัดชัยภูมิครับสามารถอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับการคลีนดาต้าอย่างละเอียด เพื่อให้ได้ข้อมูลที่มีคุณภาพมากที่สุดมา วิเคราะห์ Trend & Insight ได้ที่บทความนี้ครับ > https://everydaymarketing.co/trend-insight/top10-influencers-investment-money-2023-on-tiktok/

อย่างที่เราเห็นใน STEP 3 ครับ ระหว่างกระบวนการ Cleansing Data เราต้องอ่าน Social Data จำนวนมากที่ถูกดึงเข้ามาจากคีย์เวิร์ด “มหาสารคาม” ซึ่งถูกใช้ในหลากหลายบริบท ทั้งข่าวทั่วไป คอนเทนต์ไวรัล เรื่องราวที่ไม่เกี่ยวกับจังหวัด ไปจนถึงโพสต์ที่สะท้อนประสบการณ์ท่องเที่ยวจริง ๆ ในพื้นที่ สุดท้ายเราจึงคัดกรองเหลือเฉพาะข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ การท่องเที่ยว วิถีชีวิต วัฒนธรรม และสถานที่จริงในจังหวัดมหาสารคามเท่านั้น

เมื่อได้ชุดข้อมูลที่ตรงประเด็นแล้ว ขั้นตอนต่อมาคือ การวิเคราะห์บทสนทนา Conversation Analysis เพื่อตอบคำถามสำคัญว่า คนบนโลกออนไลน์พูดถึงจังหวัดมหาสารคามอย่างไร? ไปเที่ยวที่ไหน? พูดถึงประสบการณ์แบบไหน?  และประเด็นใดที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในช่วงเวลาที่เก็บข้อมูล?

การทำ Conversation Analysis ช่วยให้เราเห็น Narrative ของจังหวัด ไม่ว่าจะเป็นความประทับใจบรรยากาศ อาหารท้องถิ่นแสนอร่อย คาเฟ่ หรือสถานที่ท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติที่คนชอบแชร์ลงโซเชียล ซึ่งทั้งหมดนี้คือจิ๊กซอว์สำคัญที่สะท้อนภาพจำของจังหวัดมหาสารคามในมุมมองของคนบนโซเชียลครับ

เรามาเริ่มจากภาพรวมการพูดถึงจังหวัดมหาสารคามบนโลกโซเชียลกันก่อนครับ ทั้งในมิติของ จำนวนการพูดถึง (By Mention) และ การมีส่วนร่วม (By Engagement) เพื่อให้เห็นว่าผู้คนพูดถึงจังหวัดนี้ผ่านแพลตฟอร์มไหนมากที่สุด และช่องทางใดที่ผู้ประกอบการหรือหน่วยงานท่องเที่ยวควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษครับ

By Mention การพูดถึง จากกราฟจะเห็นว่าแพลตฟอร์มที่มีสัดส่วนการพูดถึงมหาสารคามมากที่สุดคือ

  • TikTok 62%
  • Facebook 21%
  • YouTube 13%
  • Instagram 3%
  • Twitter (X) 1%

ตัวเลขนี้สะท้อนว่า TikTok คือแพลตฟอร์มหลัก ของการพูดถึงมหาสารคาม โดยเฉพาะคอนเทนต์สายกิน–สายเที่ยว รีวิวร้านดัง เช่น ร้านนม ร้านแจ่วฮ้อน คาเฟ่ใกล้มหาวิทยาลัย ที่ถูกเล่าในรูปแบบวิดีโอสั้น ส่วน Facebook ยังคงเป็นพื้นที่สำคัญของคอนเทนต์เชิงชุมชน เช่น กิจกรรม งานบุญ และโพสต์จากเพจ/กลุ่มคนในพื้นที่ครับ

@moddinggg

เจริญกรุงโทสต์-นมสด มหาสารคาม พิกัดร้าน : หน้าป้าย มมส ตรงข้ามโลตัส เวลาเปิด-ปิด : 17:00-23:00 น. (หยุดทุกวันจันทร์) #ของกินมมส #ร้านอาหารสารคาม #ร้านเด็ดมมส #มมส #ของกินมหาสารคาม #มหาสารคาม #สารคามกินไรดี

♬ Food Show – Oleg Kirilkov

By Engagement การมีส่วนร่วมรวมทุกประเภท (รวมยอดวิว YouTube/TikTok) เมื่อดูในเชิง Engagement รวมทั้งหมด (นับรวมยอดวิวด้วย) ภาพที่ได้คือ

  • TikTok 48%
  • YouTube 43%
  • Facebook 7%
  • Instagram 1%
  • Twitter (X) 1%

จะเห็นว่า YouTube กระโดดขึ้นมาใกล้เคียง TikTok มาก เพราะคอนเทนต์เที่ยวมหาสารคามบน YouTube มักมาในรูปแบบ Vlog ยาว ๆ ทั้งสายกิน สายบุญ เช่น คลิปพาไปไหว้พระธาตุนาดูน หรือทัวร์ร้านอาหาร–คาเฟ่ในตัวเมือง ซึ่งเป็นคอนเทนต์ที่มียอดวิวสูงและดูซ้ำได้ครับ

By Engagement (Ignore View) ตัดยอดวิวออก เหลือเฉพาะ Like / Comment / Share เมื่อเราตัดยอดวิวของ TikTok และ YouTube ออก เพื่อโฟกัสเฉพาะ Engagement แท้ ๆ อย่าง ไลก์ คอมเมนต์ แชร์ ภาพรวมจะเปลี่ยนเป็น

  • TikTok 64%
  • Facebook 13%
  • YouTube 13%
  • Instagram 9%
  • Twitter (X) 1%

ตัวเลขนี้ยิ่งตอกย้ำว่า TikTok คือพื้นที่ที่ผู้คน Engage กับคอนเทนต์เกี่ยวกับมหาสารคามมากที่สุดครับ โดยเฉพาะคลิปรีวิวร้านอาหารยอดฮิต ร้านแจ่วฮ้อน คาเฟ่ ขณะเดียวกัน Facebook และ YouTube ยังคงเป็นแพลตฟอร์มสำคัญสำหรับคอนเทนต์ชุมชนและคลิปเล่าเรื่องยาว ส่วน Instagram มีบทบาทในฐานะแพลตฟอร์มแชร์รูปภาพและ Reels ที่เน้นภาพสวย ๆ ของคาเฟ่และไลฟ์สไตล์ในเมืองมหาสารคามมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดครับ

เพื่อให้เข้าใจพฤติกรรมการพูดถึงจังหวัดมหาสารคาม แบบมีมิติและเห็นภาพตามช่วงเวลา ผมได้วิเคราะห์ Social Data ตลอดช่วงเวลา 11 เดือนตั้งแต่ 1 มกราคม 2025 – 30 พฤศจิกายน 2025 แบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก ได้แก่ By Mention, By Engagement (Ignore YouTube) และ By YouTube Engagement เพื่อดูว่าช่วงเวลาไหนเกิดกระแส, สูงขึ้นเพราะอะไร และคอนเทนต์ประเภทใดเป็นตัวขับเคลื่อนบทสนทนาในแต่ละเดือนครับ

By Mention

จากกราฟด้านบนจะเห็นว่า ตลอดช่วง 11 เดือนของการเก็บข้อมูล คนพูดถึงจังหวัดมหาสารคามอย่างต่อเนื่องครับ มีหลายช่วงที่กราฟพุ่งสูงขึ้นชัดเจน โดยเฉพาะช่วงกลางปีอย่าง มิถุนายน–กรกฎาคม ซึ่งสอดคล้องกับการรีวิวร้านอาหารและคาเฟ่ยอดนิยม เช่น ร้านเครื่องดื่ม–ของหวานอย่าง “เจริญกรุงโทสต์–นมสด มหาสารคาม” หรือ ร้านแจ่วฮ้อนชื่อดังอย่าง “แจ่วฮ้อนบ้านสวน” คอนเทนต์สายกิน สายคาเฟ่เหล่านี้เป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้ชื่อมหาสารคาม ถูกพูดถึงอย่างสม่ำเสมอครับ

By Engagement (ยกเว้น YouTube)

หากตัดแพลตฟอร์ม YouTube ออกไป แล้วโฟกัสเฉพาะ Engagement บนแพลตฟอร์มอย่าง TikTok, Facebook, Instagram และ X จะเห็นว่ากราฟมีการไต่ขึ้น–ลงตามกระแสคอนเทนต์หลัก ๆ อยู่ 2 ช่วงใหญ่ ๆ ครับ ช่วงต้นปีโดยเฉพาะเดือนกุมภาพันธ์ ที่ Engagement สูงมากจากคอนเทนต์สายบุญและวัฒนธรรม เช่น การ มาสการพระบรมธาตุนาดูน 

รวมถึงการแต่งชุดพื้นเมืองไปไหว้พระ ซึ่งถูกแชร์อย่างกว้างขวาง แลพช่วงกลางปีที่กระแสกลับมาสูงอีกครั้งจากคอนเทนต์ร้านอาหารยอดฮิต โดยเฉพาะคลิปรีวิวแจ่วฮ้อนบ้านสวน และร้านอาหาร/คาเฟ่ต่าง ๆ รอบมหาวิทยาลัย ที่ชาวโซเชียลทั้งนักศึกษาและนักท่องเที่ยวช่วยกันแชร์ต่อ พูดง่าย ๆ คือ ถ้ามองเฉพาะ Engagement จริง ๆ (ไม่รวมวิว) กระแสของมหาสารคามถูกขับเคลื่อนโดย 2 แกนหลัก คือ “สายบุญ–สายวัด” กับ “สายกิน–สายคาเฟ่” นั่นเองครับ

By YouTube Engagement

เมื่อมาดูกราฟ YouTube Engagement แยกต่างหาก จะเห็นอีกมิติหนึ่งที่น่าสนใจครับ คือ คลิปที่ได้ Engagement สูงสุดมักเป็นวิดีโอแบบเล่าเรื่องยาว เช่น คลิปบรรยากาศ งานหมอลำ เทศกาลตรุษจีน ที่จัดในพื้นที่ ซึ่งเล่าแบบเต็มรูปแบบทั้งเวที แสง สี เสียง และบรรยากาศงาน และคลิปสายกินพาไปลองอาหารท้องถิ่น/ร้านดัง ที่ใช้เวลาเล่าเรื่องค่อนข้างยาว

คอนเทนต์เหล่านี้เหมาะกับแพลตฟอร์ม YouTube ที่ผู้ชมตั้งใจดูจริงจัง ทำให้เกิดทั้งยอดวิวและการมีส่วนร่วมในระดับสูง และช่วยตอกย้ำภาพจำของมหาสารคามว่าเป็นจังหวัดที่ มีทั้งวัฒนธรรมอีสานเข้มข้น และอาหารท้องถิ่นจัดจ้านน่าลอง ในเวลาเดียวกันครับ

จากการวิเคราะห์ Social Data by Keyword และ Social Data by Hashtag ของจังหวัดมหาสารคาม เราจะเห็นภาพรวมที่ชัดเจนว่า “ร้านอาหาร คาเฟ่” คือหัวใจสำคัญของบทสนทนาบนโลกโซเชียล คีย์เวิร์ดอย่าง ร้าน, สาย 3, เปิดบริการ, coffee, มมส, สารคาม ปรากฏบ่อยมาก สะท้อนพฤติกรรมของทั้งนักศึกษา คนในพื้นที่ และนักท่องเที่ยวที่ชอบแชร์ประสบการณ์กินเที่ยวในเมือง ส่วนฝั่ง Hashtag ก็ย้ำ Narrative เดียวกัน เช่น #ร้านเด็ดมมส #รีวิวสารคาม #คาเฟ่ #มมส #มหาสารคาม ซึ่งล้วนเป็นกลุ่มคำที่เติบโตบน TikTok และ Facebook อย่างต่อเนื่อง

Facebook โพสต์จากเพจ แจ้งข่าวชาวสารคาม ที่รายงานภาพบรรยากาศงานประวัติศาสตร์ นางรำกว่า 16,000 คน ในโอกาสเฉลิมฉลอง 160 ปีเมืองมหาสารคาม เป็นคอนเทนต์ที่ได้รับ Engagement สูงที่สุดบน Facebook ด้วยเหตุผลสำคัญคือจำนวนผู้เข้าร่วมมหาศาล ความยิ่งใหญ่ของขบวนงาน และความภาคภูมิใจในฐานะเมืองการศึกษาที่เต็มไปด้วยวัฒนธรรมอีสาน ทำให้โพสต์ถูกแชร์แบบไวรัลในวงกว้าง

Instagram โพสต์จากบัญชี ohnsri1000 ที่รีวิวร้านอาหารพื้นบ้านอย่างลาบจ่านันต์ สารคาม เป็นคอนเทนต์ที่โดดเด่นบน Instagram ด้วยโทนภาพที่น่ารับประทาน บวกกับกระแสคอนเทนต์สายกิน สายร้านเด็ดของมหาสารคามที่ได้รับความนิยมอยู่แล้ว จึงทำให้โพสต์นี้ได้ยอดไลก์และคอมเมนต์จำนวนมาก พร้อมดึงให้ร้านท้องถิ่นเป็นที่รู้จักกว้างขึ้นครับ

TikTok คอนเทนต์จาก p.peiwen ที่รีวิวร้านอาหาร สารคามจิ้มจุ่ม สาขาคูบอน ได้ Engagement สูงอย่างโดดเด่น เพราะตรงกับพฤติกรรมการเสพคอนเทนต์บน TikTok ที่ชอบอาหารจริ อีกทั้งอาหารอีสานอย่างจิ้มจุ่มเป็นเมนูที่ดึงความสนใจได้ดีอยู่แล้ว จึงทำให้คลิปนี้มี Engage จำนวนมากครับ

YouTube วิดีโอจากช่อง พ่อแม่ อุ๋งอิ๋ง ลำเพลิน OFFICIAL ที่เล่าประสบการณ์เดินทางไปทำงานและเยี่ยมบ้านในพื้นที่มหาสารคาม เป็นคอนเทนต์ที่มียอด Engagement สูง เพราะเชื่อมโยงศิลปินท้องถิ่น วิถีชีวิตอีสาน เข้าด้วยกัน ซึ่งเป็นแนวเนื้อหาที่ผู้ชม YouTube ให้ความสนใจมากอยู่แล้ว จึงสร้างยอดวิวและการมีส่วนร่วมจำนวนมากครับ

หลังจากที่เราผ่านขั้นตอน Conversation Analysis มาแล้ว ขั้นตอนถัดไปคือการ จัดกลุ่มข้อมูลหรือ Categorize Data เพื่อให้เห็นภาพรวมของบทสนทนาเกี่ยวกับจังหวัดมหาสารคามได้อย่างชัดเจนขึ้นครับ ขั้นตอนนี้เริ่มจากการอ่าน Social Data ที่ผ่านการ Cleansing แล้วว่า ผู้คนพูดถึงมหาสารคามในประเด็นใดบ้าง เช่น ร้านอาหารและคาเฟ่ยอดนิยม, สถานที่ท่องเที่ยวสายบุญ, งานวัฒนธรรมประจำจังหวัด, รีวิวร้านเด็ด, หรือ กิจกรรมชุมชนต่าง ๆ

เมื่อเราเห็นชุดประเด็นทั้งหมดแล้ว เราจึงจัดหมวดหมู่ให้สอดคล้องกับสิ่งที่ ผู้ประกอบการท้องถิ่น หน่วยงานด้านท่องเที่ยว และธุรกิจบริการ สามารถนำไปใช้วางกลยุทธ์ได้จริง โดยใช้ฟีเจอร์ Tag บนเครื่องมือ Social Listening เพื่อแยกข้อมูลออกเป็นหมวดตาม Category หลัก

กล่าวได้ว่าขั้นตอน Categorize Data คือการจัดระเบียบข้อมูลให้กลายเป็น Insight ที่มีทิศทางและพร้อมต่อยอดเชิงกลยุทธ์ ทั้งสำหรับการสื่อสาร การโปรโมท และการพัฒนาการท่องเที่ยวของจังหวัดมหาสารคามอย่างมีประสิทธิภาพครับ

เมื่อเราได้จัดหมวดหมู่ข้อมูลเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนถัดไปคือการทำ Data Visualization เพื่อแปลงข้อมูลดิบจำนวนมากให้กลายเป็นภาพที่อ่านง่ายและเข้าใจได้ภายในไม่กี่วินาที ไม่ว่าจะใช้ Power BI, Looker Studio, Tableau หรือแม้แต่ Excel ก็ช่วยให้เรามองเห็นภาพรวม Insight ของจังหวัดมหาสารคามได้ชัดขึ้นอย่างมาก

จากการจัดหมวดหมู่ เราสามารถสรุปประเด็นสำคัญออกเป็น 5 กลุ่ม Insight หลัก ได้แก่

  • Travel Insight กลุ่มข้อมูลที่ใหญ่ที่สุด ทั้งในมิติ By Mention 72% และ By Engagement 82%สะท้อนให้เห็นว่าสิ่งที่ผู้คนพูดถึงมหาสารคามมากที่สุดคือสถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหาร คาเฟ่ จุดเช็กอิน และกิจกรรมต่าง ๆ ครับ
  • Behavior Insight บอกเล่าพฤติกรรมการเที่ยว เช่น มาเป็นกลุ่มเพื่อน, เที่ยวแบบเช้า–เย็นกลับ หรือเที่ยวในตัวเมืองก่อนออกสเต็ปกินร้านดังต่าง ๆ
  • Hotel / Resort แม้สัดส่วนจะไม่มาก แต่สะท้อนรูปแบบที่พักที่คนเลือกของคนที่มาจังหวัดนี้ครับ
  • Transportation เล่าถึงวิธีการเดินทาง ซึ่งเป็น Insight ที่หน่วยงานท่องเที่ยวสามารถนำไปต่อยอดได้
  • Souvenir แม้จะมีสัดส่วนไม่สูง แต่ช่วยสะท้อนของดีของฝากประจำจังหวัดได้เป็นอย่างดีเลยครับ

การ Visualization เหล่านี้ทำให้เราเข้าใจจังหวัดมหาสารคามผ่านสายตานักท่องเที่ยวและผู้มาเยือนจริง ๆได้ครบถ้วนมากขึ้น ว่าคนมาที่นี่เพราะอะไร สนใจประสบการณ์แบบไหน และอะไรคือ Touchpoint ที่ทำให้มหาสารคามเป็นจังหวัดที่น่าจดจำบนโลกโซเชียลครับ

จากการวิเคราะห์ Social Data พบว่ากิจกรรมที่ผู้คนมักมาทำเมื่อมาเยือนจังหวัดมหาสารคามมีความหลากหลายและสะท้อนตัวตนของเมืองได้อย่างชัดเจนที่สุด โดยหมวดที่มีการพูดถึงมากที่สุดคือ การไปวัด คิดเป็น 32% ของทั้งหมด ซึ่งสะท้อนภาพจำสำคัญของมหาสารคามในฐานะเมืองแห่งพุทธศรัทธา โดยเฉพาะวัดป่ากู่แก้ว วัดสุวรรณาวาส และพระบรมธาตุนาดูน ที่เป็นจุดหมายยอดนิยมทั้งสายบุญ สายถ่ายรูป และคนที่เดินทางกลับภูมิลำเนามาไหว้พระทำบุญครับ

รองลงมาคือ การเที่ยวอุทยานและสถานที่ธรรมชาติ 29% ที่กลายเป็นจุดเช็กอินของคนรุ่นใหม่ที่อยากหาที่นั่งพักผ่อนหรือพาครอบครัวมาใช้เวลาช่วงวันหยุดแบบไม่ไกลตัวเมืองมากนัก ในขณะที่ คาเฟ่และร้านอาหารคิดเป็น 24% ซึ่งถือเป็นสัดส่วนที่สูงและบ่งบอกได้ชัดว่าไลฟ์สไตล์การกิน คาเฟ่เป็นจุดแข็งของมหาสารคาม โดยมีร้านดังจากรอบมหาวิทยาลัยมหาสารคาม และในเมือง เช่น แจ่วฮ้อนร้านเด็ด ร้านชาบูโซนรอบมอที่ได้รับการรีวิวจำนวนมากจากทั้งนักศึกษาและนักท่องเที่ยวครับ

ส่วนพิพิธภัณฑ์และโบราณสถาน คิดเป็น 15% เป็นกลุ่มที่ช่วยเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และอัตลักษณ์ท้องถิ่น เช่น พิพิธภัณฑ์มหาวิทยาลัยมหาสารคาม หรือศูนย์เรียนรู้พื้นบ้าน ซึ่งแม้จะไม่ใช่หมวดใหญ่ที่สุด แต่เป็นพื้นที่ที่ช่วยเติมภาพเมืองแห่งการศึกษาได้อย่างชัดเจนครับ

โดยรวมแล้วจะเห็นได้ว่ามหาสารคามเป็นจังหวัดที่ผสมผสานศรัทธากับไลฟ์สไตล์ไว้อย่างลงตัว คนมาเที่ยวเพราะอยากมาทำบุญ มานั่งชิลคาเฟ่ มาสัมผัสธรรมชาติ และบางส่วนก็มาตามรอยร้านอาหารดังที่ไวรัลบน TikTok ทำให้บทสนทนาบนโซเชียลของจังหวัดนี้มีสีสันและน่าสนใจมากครับ เดี๋ยวเราไปเจาะ Insight ของแต่ละหมวดกันต่อในส่วนถัดไปครับ

จากการวิเคราะห์ Social Data พบว่าวัดเป็นหมวดที่ได้รับ Mention สูงที่สุดในมหาสารคาม เพราะสะท้อนทั้งศรัทธา วิถีชุมชน และเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญของนักเดินทางที่แวะมาทำบุญ ถ่ายภาพ ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และนี่คือ Top 10 วัดที่ถูกพูดถึงมากที่สุดบนโซเชียลมีเดียครับ

Data Research Insight มหาสารคาม

1) วัดป่าวังน้ำเย็น – Engagement 232,412 วัดสายปฏิบัติธรรม บรรยากาศเงียบสงบ รายล้อมด้วยป่าไม้ เหมาะกับคนมาปฏิบัติภาวนา ไฮไลต์คือองค์พญานาคขนาดใหญ่ที่กลายเป็นมุมถ่ายรูปยอดนิยมบน TikTok และ Facebook

2) วัดหนองหูลิง – Engagement 161,431 โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมวิจิตร ลายแกะสลักแนวอีสาน–ล้านช้าง ดูขลังและหาชมได้ยาก เป็นวัดที่สายบุญและสายถ่ายรูปเดินทางมาบ่อย เพราะมีมุมถ่ายภาพที่สวยงามมาก

3) วัดสุวรรณาวาส – Engagement 72,456 เอกลักษณ์คือพระใหญ่กลางแจ้ง รายล้อมด้วยพระอุโบสถที่มีลวดลายวิจิตรตระการตา เป็นวัดที่คนแชร์ลงโซเชียลบ่อย โดยเฉพาะช่วงเทศกาลสำคัญของจังหวัด

4) วัดป่าวังเลิง – Engagement 52,653 จุดเด่นคือศิลปกรรมสีขาวทองดูสมัยใหม่ โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมแบบโมเดิร์นผสมพื้นบ้าน นักท่องเที่ยวชอบบรรยากาศที่เรียบง่าย สงบ และเป็นวัดที่เหมาะกับการมาทำบุญ–ถ่ายรูป

5) พระธาตุอินทร์แปลง – Engagement 48,319 แลนด์มาร์กในอำเภอวาปีปทุม สถาปัตยกรรมจำลองตามตำนานพระธาตุอินทร์แปลง เป็นจุดทำบุญไหว้พระที่คึกคัก และเป็นหนึ่งในภาพที่ถูกแชร์ต่อมากที่สุดของจังหวัด

6) วัดพุทธมงคล – Engagement 42,441 มีพระพุทธรูปปางสมาธิขนาดใหญ่ตั้งเด่นกลางวัด พร้อมกลิ่นอายวัดเก่าแบบอีสานโบราณ เป็นวัดที่ชาวบ้านแวะมากราบไหว้เป็นประจำ

7) วัดป่าหนองชาด – Engagement 33,041 โดดเด่นด้วยพระอุโบสถสีแดงเข้มตัดกับผนังไม้โบราณ ให้บรรยากาศสงบ สายทำบุญนิยมมาเพราะเป็นวัดป่าที่เงียบ สงบ และเหมาะกับการเจริญสติ

8) วัดป่าภูแก้ว – Engagement 21,054 วัดสีขาวเรียบหรู สถาปัตยกรรมมินิมอลที่แตกต่างจากวัดอื่นในพื้นที่ กลายเป็นจุดถ่ายภาพยอดนิยมของวัยรุ่นและนักท่องเที่ยวสายคาเฟ่ฮอปปิ้งที่ชอบความมินิมอล

9) พระธาตุนาดูน – Engagement 20,112 หนึ่งใน Landmark ระดับประเทศของมหาสารคาม เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่มีผู้เดินทางมาทำบุญจำนวนมาก และติดอันดับ Engagement สูงที่สุดทุกปี

10) วัดป่าหนองไผ่ – Engagement 12,513 วัดสีทองโดดเด่นเป็นสง่า มีกลิ่นอายวัดศิลปะผสมผสานร่วมสมัย เป็นจุดหมายที่นักท่องเที่ยวชอบแวะไหว้พระ ถ่ายภาพ และแชร์บน TikTok อย่างต่อเนื่อง

จาก Social Data จะเห็นว่ามหาสารคามมีธรรมชาติใกล้เมือง ที่ถูกพูดถึงมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะสถานที่ที่เหมาะกับการพักผ่อน ถ่ายภาพ และกิจกรรมกลางแจ้ง และนี่คือ 4 จุดเช็กอินธรรมชาติที่สร้าง Engagement สูงสุดบนโซเชียลครับ

Data Research Insight มหาสารคาม

1) สะพานไม้แกดำ – Engagement 223,542 Landmark ธรรมชาติอันดับหนึ่งของจังหวัด ด้วยสะพานไม้โค้งยาวกลางบึงที่สวยโดดเด่น เหมาะกับสายถ่ายรูปและสายเที่ยวเชิงธรรมชาติ เป็นจุดที่ไวรัลบ่อยบน TikTok เพราะภาพวิวโล่งโปร่ง สีสันสวยงามทั้งยามเช้าและเย็น ทำให้ถูกแชร์จำนวนมากตลอดปี

2) วนอุทยานโกสัมพี – Engagement 143,542 เป็นเสน่ห์ที่ทำให้มหาสารคามมีเอกลักษณ์ด้านธรรมชาติไม่เหมือนจังหวัดไหน คอนเทนต์แนวสัตว์ป่าธรรมชาติถูกใจผู้ชมจำนวนมาก โดยเฉพาะคลิปน้องลิงที่ทั้งน่ารักและหาดูได้เฉพาะที่นี่เท่านั้นครับ

3) แก่งเลิงจาน – Engagement 43,095 แหล่งพักผ่อนยอดนิยมใกล้เมือง บรรยากาศริมน้ำสงบ เหมาะกับปิกนิก ปั่นจักรยาน และเดินเล่น ภาพคู่กับสะพานสีขาวโค้งเป็นเอกลักษณ์ กลายเป็นมุมถ่ายรูปที่ถูกแชร์บ่อย ทำให้ Engagement เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง

4) วนอุทยานชีหลง – Engagement 23,094 พื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ที่มีบรรยากาศร่มรื่นเหมาะกับการพักผ่อนและกิจกรรมกลางแจ้ง เช่น นั่งเรือ พายเรือ หรือถ่ายภาพวิวสงบ ๆ เป็นสถานที่ที่คนหา “ธรรมชาติใกล้เมือง” ชอบแชร์ลงโซเชียล โดยเฉพาะคอนเทนต์มุมมองบรรยากาศแบบสโลไลฟ์

Data Research Insight มหาสารคาม

1) สวนอาหาร ชีวาฬคาเฟ่ – Engagement 133,954 ร้านอาหารคาเฟ่ริมบึง บรรยากาศต้นไม้และไฟประดับยามเย็นสวยมาก ภาพวิวสวยแบบ Nature Chill ทำให้ถูกแชร์บนโซเชียลจำนวนมากตลอดปีครับ

2) แวนา Were Na restaurant – Engagement 102,431 ร้านอาหารกลางทุ่ง มีสะพานไม้ขาวเป็น Signature เรียกยอดแชร์ได้สูง เหมาะกับสายถ่ายรูปและคอนเทนต์คาเฟ่วิวทุ่งที่กำลังมาแรงบน TikTok

3) บ้านนา โคกเขาค้อ – Engagement 83,115 ร้านอาหารกลางน้ำ พร้อมซุ้มแพและพื้นที่นั่งชิลหลายโซน ภาพมุมสูงโดรนคือจุดที่สร้าง Engagement สูงที่สุดของร้านนี้ครับ

4) แจ่วฮ้อนบ้านสวน – Engagement 81,412 ร้านแจ่วฮ้อนยอดนิยม เซ็ตผักเซ็ตเนื้อจัดเต็ม ถ่ายรูปแล้วดูน่ากินมากครับ แถมยังมีรีวิวจากอินฟลูเอนเซอร์ช่วยดันกระแส จนกลายเป็นไวรัลหลายครั้ง

5) จุ่มป๊ะ By ครัวผู้ใหญ่ – Engagement 58,953 ร้านชาบูราคาจับต้องได้ เสิร์ฟวัตถุดิบแน่นเต็มถาด ภาพถาดหมู ผักแบบจัดเต็มทำให้โพสต์ติด Top Engagement เสมอ

6) แจ่วฮ้อนท่าขอนยาง – Engagement 35,041 แจ่วฮ้อนเจ้าดังรสชาติเข้มข้น เสิร์ฟผักเยอะตามสไตล์อีสาน เป็นร้านที่กลุ่มนักศึกษาแชร์ต่อกันบ่อยโดยเฉพาะช่วงสอบและวันหยุด

7) กิน เตี๋ยว กัน – Engagement 29,491 ร้านก๋วยเตี๋ยวที่เสิร์ฟเซ็ตเครื่องแน่นจนโต๊ะล้น ถ่ายรูปแล้วดูคุ้มมาก คอนเทนต์แนวถูก ดี อร่อยทำให้ร้านนี้ได้รับยอด Engagement สูง

8) ลาภหลังมอ – Engagement 20,304 ร้านอาหารอีสานใกล้มหาวิทยาลัย บรรยากาศกันเองและเมนูแซ่บครบ โต๊ะอาหารที่เต็มไปด้วยลาบ ส้มตำ หม้อไฟ เป็นภาพที่สร้าง Engagement ดีมาก

9) อยู่เจริญมหาสารคาม – Engagement 15,882 ร้านนั่งชิลบรรยากาศไฟอบอุ่น เหมาะกับการนัดเพื่อนตอนค่ำ เป็น Location ยอดนิยมสำหรับโพสต์แนวไลฟ์สไตล์กิน ดนตรี บรรยากาศดี

10) ม่วนลิ้น ตำแซ่บสารคาม – Engagement 10,882 ร้านตำปลาเผาราคาเข้าถึงง่าย จุดแข็งคือเมนูหลากหลายและรสจัด คำโปรยแนว “เริ่มต้น 40 บาท” ช่วยดึง Engagement ตามรอยได้อย่างดีเลยล่ะครับ

Data Research Insight มหาสารคาม

1) Mahasan.msk – Engagement 143,783 บรรยากาศบาร์กาแฟเท่ ๆ เหมาะกับทั้งนั่งทำงาน ฟีลร้านดูโปรแบบเมืองใหญ่ ทำให้คลิปรีวิวกาแฟ เมนูพิเศษได้ Engagement สูงมากบนโซเชียล

2) Native Coffee.23 – Engagement 112,431 คาเฟ่กระจกใสหน้าร้านสไตล์มินิมอลทำให้คนแวะถ่ายรูปหน้าร้านเยอะมาก เป็นจุดเช็กอินยอดฮิตของสาย Cafe Hopping ทั้งเรื่องบรรยากาศและเมนูเครื่องดื่มที่ดูทันสมัย

3) 00.15coffee – Engagement 89,856 คาเฟ่บรรยากาศเหมือนห้องอ่านหนังสือ มีทั้งชั้นหนังสือและของสะสม ทำให้ร้านดูอบอุ่นเป็นกันเอง เหมาะกับสายอ่าน สายทำงานที่อยากหามุมเงียบ ๆ นั่งจิบกาแฟยาว ๆ ทั้งวัน

4) เฮือนจันคาเฟ่ – Engagement 67,412 คาเฟ่สไตล์บ้านไม้ผสมสวนสีเขียว มีเก้าอี้สีสันจัดวางหน้าร้านเป็นซิกเนเจอร์ ตอบโจทย์คนที่ชอบบรรยากาศชิล ๆ แบบโฮมมี่ และอยากได้รูปโทนสีลงไอจี

5) At12 Day and Night Cafe – Engagement 51,099 คาเฟ่โทนขาวโค้งมนฟีลเกาหลี ดูคลีนและโมเดิร์น เหมาะกับการถ่ายรูปทุกมุม เป็นจุดนัดเจอของสายคาเฟ่และสายดนตรีเบา ๆ ในเมืองสารคาม

6) เมวาลินคาเฟ่ – Engagement 42,312 ร้านโทนขาวเรียบง่าย ตกแต่งด้วย  Detail น่ารัก ๆ เหมาะกับสายกาแฟและของหวานเบา ๆ เป็นคาเฟ่ที่คนท้องถิ่นรีวิวบ่อย เพราะเดินทางสะดวกและบรรยากาศสบายไม่อึดอัด

7) November.homemade – Engagement 31,031 คาเฟ่เล็ก ๆ ฟีลโฮมคาเฟ่ ตกแต่งเหมือนห้องนั่งเล่น มีมุมโต๊ะทำงา บรรยากาศเหมือนมานั่งบ้านเพื่อน

8) iNtheraincafe – Engagement 21,903 คาเฟ่โทนอบอุ่น ตกแต่งด้วยดอกไม้แห้งและพร็อพน่ารัก ๆ ให้ฟีล Cozy สุด ๆ ทุกมุมมีพร็อพให้เล่น ทำให้โพสต์จากร้านนี้ติดฟีดบ่อย

9) ISO400 cafe – Engagement 13,653 คาเฟ่สไตล์มินิมอลตึกขาวคลีน ๆ ดูเหมือนสตูดิโอถ่ายรูปมากกว่าคาเฟ่ทั่วไป ชื่อร้านชวนให้นึกถึงฟิล์มกล้อง ทำให้ถูกใจทั้งสายกาแฟและสายถ่ายภาพ

10) Wishyou – Engagement 9,422 คาเฟ่ในสวนเล็ก ๆ ที่มีมุมหน้าต่างบานใหญ่ มองออกไปเห็นต้นไม้เขียวทั้งฉาก เป็น Location ยอดฮิตของคนที่อยากได้รูปนั่งริมหน้าต่างจิบกาแฟ ให้ฟีลสบายตาและอบอุ่นมาก

Data Research Insight มหาสารคาม

1) กู่มหาราช – Engagement 87,311 โบราณสถานหินทรายสำคัญของมหาสารคาม สันนิษฐานว่าเป็นศาสนสถานสมัยขอม มีพระพุทธรูปและลานกว้างเหมาะกับการไหว้พระ และเป็นจุดท่องเที่ยวด้านประวัติศาสตร์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดบนโซเชียลของจังหวัดในปี 2025 ครับ

2) กู่สันตรัตน์ – Engagement 42,412 แหล่งโบราณคดีที่ยังคงสถาปัตยกรรมหินทรายในรูปแบบปราสาทขอมไว้ได้อย่างชัดเจน มีจุดเด่นคือบรรยากาศเงียบสงบ ซึ่งเหมาะกับการเยี่ยมชมเชิงประวัติศาสตร์และถ่ายภาพ ทำให้มี Engagement สูงจากคอนเทนต์แนว Cultural Tourism

3) พิพิธภัณฑ์บ้านอีสาน – Engagement 33,148 พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านที่เล่าเรื่องวิถีชาวอีสานผ่านบ้านไม้ ยุ้งข้าว เครื่องมือ และเครื่องใช้แบบดั้งเดิม สายวัฒนธรรม ชนบทนิยมชอบมาก เพราะถ่ายรูปออกมามีความอบอุ่นและเล่าเรื่องได้ดี ส่งผลให้ Engagement เติบโตต่อเนื่องครับ

Behavioral Insight

จาก Social Data พบว่าคนมาเที่ยวมหาสารคามส่วนใหญ่คือกลุ่มเพื่อน 51% รองลงมาคือ คู่แฟน 27%, ครอบครัว 14%, และ เดินทางคนเดียว 8% ซึ่งสะท้อนภาพชัดเจนว่ามหาสารคามเป็นจังหวัดที่นิยมเที่ยวแบบทริปเพื่อนมากที่สุด โดยเฉพาะกลุ่มวัยมหาลัย วัยทำงานที่มาเช็กอินคาเฟ่ ร้านอาหาร แล Landmark ในเมืองที่เดินง่าย เที่ยวง่าย และถ่ายรูปสนุกครับ

เพื่อน 51% เป็นกลุ่มหลักของจังหวัด เที่ยวแนวชิลล์ เดินเล่นในเมือง แวะคาเฟ่ดัง ๆ และหาร้านอาหารบรรยากาศดีครับ ซึ่งเป็นภาพคอนเทนต์ที่เจอบ่อยที่สุดบนโซเชียล รองลงมาแฟน 27% ส่วนใหญ่เน้นคาเฟ่และร้านอาหารโทนอบอุ่น โรแมนติกเล็ก ๆ หรือเที่ยวแบบสบาย ๆ 1–2 วัน เก็บจุดเช็กอินที่มีบรรยากาศดีครับ

ส่วนครอบครัวมีสัดส่วนอยู่ที่ 14% นิยมสถานที่สงบ เดินง่าย เช่น วัด สวนสาธารณะ จุดชมวิว รวมถึงร้านอาหารที่มีที่นั่งรองรับหลายคนครับ มาคนเดียว 8% เป็นกลุ่มที่มักแวะเที่ยวระหว่างเดินทาง หรือมาเพื่อทำธุระ/เยี่ยมญาติ แล้วใช้เวลาว่างเที่ยวในเมืองต่อ

โดยรวมแล้วจาก Insight ชี้ว่ามหาสารคามเด่นเรื่อง Friend Trip และ Couple Trip อย่างมาก เหมาะกับการพัฒนากิจกรรมและจุดเช็กอินที่ตอบโจทย์การมาหลายคน เช่น มุมถ่ายรูป คาเฟ่สวย ๆ ร้านอาหารบรรยากาศดี และกิจกรรมเมืองเก่าที่แชร์ความสนุกกันได้ครับ

Data Research Insight มหาสารคาม

จาก Social Data พบว่านักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เลือกเที่ยวมหาสารคามแบบ 2 วัน 1 คืน มากที่สุดถึง 71% เลยครับ รองลงมาคือ One Day Trip 29% ซึ่งเป็นกลุ่มที่นิยมมาเที่ยวแบบไป–กลับในวันเดียวครับ

พฤติกรรมนี้สะท้อนชัดว่า มหาสารคามเป็นจังหวัดที่เหมาะกับการเที่ยวสั้น ๆ สบาย ๆ สถานที่ท่องเที่ยวกระจุกตัวในเมือง และมีทั้งวัด คาเฟ่ แหล่งธรรมชาติ และ Landmark เชิงวัฒนธรรมที่เก็บครบได้ในเวลาไม่นาน 

กลุ่ม 2 วัน 1 คืน มักเป็นสายชิลล์ที่มาเดินเที่ยวในเมือง แวะคาเฟ่ เช็กอินวัดดัง กินร้าน Local และเลือกค้างคืนเพื่อเที่ยวอุทยานหรือแหล่งธรรมชาติในเช้าวันถัดไปแบบไม่เหนื่อย ส่วนกลุ่ม One Day Trip ส่วนใหญ่เป็นคนจังหวัดใกล้เคียง เช่น ร้อยเอ็ด ขอนแก่น ที่แวะมาเที่ยว–กิน–ถ่ายรูป แล้วกลับในวันเดียว เน้นสะดวกและรวดเร็วครับ

Insight นี้บอกได้ว่า มหาสารคามคือ Destination สำหรับทริปสั้นกำลังดี และเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการออกแบบเส้นทางท่องเที่ยวแบบ 1 วัน หรือ 2 วัน 1 คืน เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้วางแผนมาได้ง่ายขึ้น รวมถึงสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นทำกิจกรรมที่ตอบโจทย์กลุ่มเที่ยวสั้นเหล่านี้ครับ

Data Research Insight มหาสารคาม

จาก Social Data พบว่านักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวมหาสารคามส่วนใหญ่เลือกพักโรงแรม 62% และ รีสอร์ต 38% ซึ่งสะท้อนว่ามหาสารคามเป็นจังหวัดที่เหมาะกับการพักผ่อนแบบง่าย ๆ เดินทางสะดวก และตอบโจทย์ทริปสั้น 1–2 วันที่คนส่วนใหญ่นิยมครับ

โรงแรม 62% มักจะเป็นนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ นักศึกษา ผู้ปกครองที่มาเยี่ยมบุตรหลาน รวมถึงนักเดินทางที่ต้องการความสะดวกสบายเป็นหลัก เน้นที่พักทำเลดี ใกล้ มมส., ใจกลางเมือง และใกล้คาเฟ่–ร้านอาหารยอดนิยม ทำให้เดินทางง่ายและเก็บแลนด์มาร์กได้ครบแบบไม่ต้องแพลนเยอะครับ

รองลงมาคือรีสอร์ต 38% เป็นกลุ่มที่อยากได้พื้นที่พักผ่อนแบบชิลล์ ๆ บรรยากาศร่มรื่น เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่อยากอยู่ใกล้ธรรมชาติ พื้นที่กว้าง และความเป็นส่วนตัว เช่น รีสอร์ตโซนชานเมืองหรือใกล้อุทยานธรรมชาติที่กำลังเป็นภาพยอดนิยมบนคอนเทนต์โซเชียล

จาก Insight ชี้ให้เห็นว่ามหาสารคามเป็นจังหวัดที่พักง่าย เลือกได้หลากหลาย และตอบโจทย์สายเที่ยวเร็วแบบ One Day Trip หรือ 2 วัน 1 คืน ได้เป็นอย่างดีครับ

Data Research Insight มหาสารคาม

นักท่องเที่ยวที่เดินทางมามหาสารคามส่วนใหญ่เลือกใช้ รถยนต์ส่วนตัวสูงถึง 61% รองลงมาคือ มอเตอร์ไซค์ 28% และ รถทัวร์ 11% พฤติกรรมนี้สะท้อนว่ามหาสารคามเป็นจังหวัดที่เดินทางง่าย เที่ยวเป็นวงรอบเมืองได้สะดวก และเหมาะกับทริปแบบยืดหยุ่นทั้งแบบวันเดียวหรือ 2 วัน 1 คืนครับ

รถยนต์ส่วนตัว 61% ตรงกับกลุ่มหลักคือเพื่อนและครอบครัวที่ชอบขับรถเที่ยวเอง เน้นความสะดวกและแวะหลายจุดได้ในทริปเดียว ไม่ว่าจะเป็นคาเฟ่ดังในเมือง วัดสำคัญ พิพิธภัณฑ์ หรือแลนด์มาร์กธรรมชาติอย่างสะพานไม้แกดำและแก่งเลิงจาน การเดินทางด้วยรถยนต์ช่วยให้จัดทริปได้คล่องตัวมากครับ

ส่วนมอเตอร์ไซค์ 28% เป็นกลุ่มที่เห็นชัดมากในคอนเทนต์ โดยเฉพาะสาย Touring และวัยรุ่น วัยทำงานที่ชอบความอิสระ เส้นทางในเมืองมหาสารคามค่อนข้างโล่ง ขี่ง่าย ทำให้การเที่ยวแบบมอเตอร์ไซค์เป็นภาพยอดนิยม เช่น ขี่ชมวิวรอบเมือง แวะคาเฟ่ หรือจุดเช็กอินใกล้ชิดธรรมชาติครับ

รถทัวร์ 11% แม้จะไม่ใช่สัดส่วนหลัก แต่รถทัวร์ยังคงเป็นตัวเลือกสำคัญสำหรับนักท่องเที่ยวจากต่างจังหวัด โดยเฉพาะสายประหยัดหรือผู้ที่ไม่มีรถส่วนตัว ซึ่งมักเดินทางเข้าเมืองแล้วใช้บริการรถสองแถวหรือมอเตอร์ไซค์ต่อครับ

Data Research Insight มหาสารคาม

จาก Social Data พบว่าปลาร้าบอง คือของฝากที่ถูกพูดถึงมากที่สุดของจังหวัดมหาสารคามครับ มีสัดส่วนสูงถึง 41% ถือเป็นรสชาติประจำถิ่นที่หลายร้านมีสูตรเฉพาะ ทั้งแบบเผ็ดจัด หอมไหม้ หรือแบบปรุงสำเร็จพร้อมกิน ทำให้ปลาร้าบองกลายเป็นไอเท็มยอดนิยมที่นักท่องเที่ยวซื้อกลับไปกินเองหรือฝากเพื่อนครับ

อันดับต่อมาคือผ้าไหม 34% ซึ่งเป็นงานหัตถกรรมเด่นของมหาสารคาม โดยเฉพาะผ้าไหมพื้นเมืองจากหลายอำเภอที่มีลายทอประณีต สีสันดั้งเดิม และยังสะท้อนวิถีชีวิตชาวบ้าน ทำให้ผ้าไหมกลายเป็นของฝากเชิงวัฒนธรรมที่มีทั้งคุณค่าและความสวยงามครับ ส่วนขนมเทียนแก้ว 25% เป็นของดีที่ถูกพูดถึงไม่น้อย เพราะเป็นขนมพื้นบ้านที่หากินยาก เนื้อเหนียวนุ่ม ใส เป็นประกาย และมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว นักท่องเที่ยวจำนวนมากจะซื้อกลับไปเป็นของฝากให้ผู้ใหญ่หรือคนที่ชอบขนมพื้นบ้านครับ

คำแนะนำสำหรับผู้ประกอบการและการพัฒนาการท่องเที่ยวจาก Data Research Insight มหาสารคาม

ขอบคุณภาพจาก Gen AI Gemini Nano Banana

จาก Data Research Insight มหาสารคาม จะเห็นว่าเพื่อนและแฟน คือกลุ่มหลักที่มาเที่ยวมหาสารคามครับ ดังนั้นผู้ประกอบการควรออกแบบบริการและโปรโมชันแบบ Trip เป็นแก๊ง/เป็นคู่ เช่น เซ็ตเมนูแชร์กันหลายคน หรือแพ็กเกจห้องพักราคาพิเศษสำหรับ 2–4 คนครับ

โดยรูปแบบทริปยอดนิยมคือ 2 วัน 1 คืน และ One Day Trip จึงควรออกแบบเส้นทางเที่ยวมาตรฐาน 1 วัน และ 2 วัน 1 คืน ที่รวมวัด คาเฟ่ จุดธรรมชาติ ร้านอาหารไว้ในแผนเดียว การเดินทางส่วนใหญ่ใช้รถยนต์และมอเตอร์ไซค์ แนะนำให้ทำป้ายบอกทางชัด ๆ จุดจอดรถสะดวก และทำแผนที่ออนไลน์/เส้นทางแนะนำบน Google Maps หรือ TikTok เพื่อช่วยให้คนวางแผนเองได้ง่ายขึ้นครับ

ด้านสินค้าและบริการควรใช้จุดแข็งของจังหวัดอย่างวัดสวย อุทยานธรรมชาติ ร้านอาหารท้องถิ่น และคาเฟ่บรรยากาศดี มาต่อยอดเป็นมุมถ่ายรูป และสร้างคอนเทนต์ UGC ให้คนเช็กอินเองบนโซเชียล ฝั่งที่พัก โรงแรมและรีสอร์ตควรเน้นบรรยากาศเรียบง่ายสะอาด นอนสบาย ทำเลใกล้ย่านกิน เที่ยวในเมือง พร้อมแพ็กเกจจับคู่กับคาเฟ่หรือร้านอาหารยอดนิยม เพื่อเพิ่มค่าใช้จ่ายต่อทริปครับ ของฝากอย่างปลาร้าบอง ผ้าไหม และขนมเทียนแก้ว ควรถูกยกระดับเป็น Brand Souvenir มีเรื่องเล่า  Packaging สวย พกพาง่าย และวางขายในจุดท่องเที่ยวหลัก โรงแรม และคาเฟ่ครับ

สุดท้ายหน่วยงานท้องถิ่นควรใช้ Insight เหล่านี้วางแผนทำแคมเปญสื่อสารภาพลักษณ์ Trip สั้น ๆ ที่ครบทั้งกิน เที่ยว ธรรมชาติ และวัฒนธรรม เพื่อให้จังหวัดมหาสารคามถูกจดจำว่าเป็นจังหวัดที่มาแล้วสนุก ชิลล์ และอยากกลับมาอีกครับ

Coming Soon…

Data Research Insight มหาสารคาม

คลิกเพื่ออ่านบทความ Project Data Research Insight ก่อนหน้า > Over All ไทยแลนด์ เขาใหญ่ เกาะเสม็ด หัวหิน เชียงราย กาญจนบุรี เชียงใหม่ นครนายก Over All ไทยแลนด์(2) น่าน แม่ฮ่องสอน จันทบุรี พัทยา ภูเก็ต ขอนแก่น ระยอง นครราชสีมา ราชบุรี อยุธยา ตาก นครศรีธรรมราช  สงขลา อุบลราชธานี บุรีรัมย์ สุรินทร์ เพชรบูรณ์ สุพรรณบุรี

สนใจเรียน AI Social Listening กับการตลาดวันละตอน

ถ้าใครอ่านแล้วอยากทำได้แบบนี้ อยากเรียนรู้การทำ Data Research จาก Social Listening กับการตลาดวันละตอน ตอนนี้มีคอร์สสอนแบบออนไซท์ เน้น Workshop ลงมือทำ 100% ค่าเรียนคนละ 6,750 บาท โดยจะได้รับเครื่องมือ AI Social Listening ในราคาเท่ากันไปใช้ฟรี 1 เดือนเต็ม

สนใจอ่านรายละเอียดและสมัครก่อนเต็มได้ที่ฟอร์มด้านล่างนี้ครับ

This image has an empty alt attribute; its file name is 1-1-1-1-1-1024x1024.png
This image has an empty alt attribute; its file name is 2-3-1-1-1-1024x1024.png

และนี่คือผลงานของผู้เรียนคลาส Social Listening รุ่น 32 กับการตลาดวันละตอน

ครั้งนี้เป็นผลงานของผู้เรียนที่ไม่ได้มาจากสาย Data โดยตรง แต่สนใจอยากเข้าใจผู้บริโภคให้ลึกขึ้นเลยลองมาเรียนดูสักครั้ง

และจากหลักการ 8 Step Social Listening ที่ได้เรียนไปในคลาส ผู้เรียนก็เอาไป Apply กับหมวด Cleansing ได้อย่างดี จนออกมาเป็น Insight ที่น่าสนใจเพียบ

เริ่มจากการดูว่า Texture แบบไหนกำลังได้รับความนิยม โดยจะเห็นว่า “ไมเซลล่า/วอเตอร์” และ “บาล์ม” คือ 2 กลุ่มที่คนพูดถึงเยอะที่สุด ต่อมาก็เจาะลึกต่อว่า แล้วผู้บริโภค เลือกซื้อเพราะอะไร จะเห็นว่า Key Feature ที่มาแรงคือ “ล้าง + บำรุง” ได้ในขั้นตอนเดียว และ “ล้างเมคอัพกันน้ำได้” ส่วนเหตุผลที่ซื้อจริง ๆ กลับไม่ได้อยู่ที่แบรนด์ แต่เป็นเพราะ “ขวดใหญ่” และ “ราคาดี”

บอกเลยว่า ไม่ได้แค่ดูผิวเผิน แต่ผู้เรียนลงลึกถึงระดับ Benefit, Ingredient, Skin Concern ไปจนถึงการ Mapping ภาพรวมของ Category ได้อย่างครบถ้วน

ชื่อเติ้ลครับ เป็น Senior Data Insight Researcher & Marketing Content Creator แห่งการตลาดวันละตอนครับ ^^ มีงานอดิเรกเป็น ผู้ช่วยนักวิจัยฝั่ง Consumer Insights ที่คณะวิทยาศาตร์การกีฬา ที่จุฬาครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *